ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

YS1! [100%]

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/153347/1092097355-member.jpg

YOUNGER SISTER

1

                ร่างสูงโปร่งในเสื้อยืดสีขาวและกางเกงขายาวสีดำเรียบๆที่ไม่ได้ทำให้คนสวมใส่ดูเรียบตามไปเลยสะพายกระเป๋าเป้ยี่ห้อดังเดินออกจุดรับสัมภาระของสนามบินหลักของประเทศ ร่างสูงหยุดมองผู้คนจำนวนมากยืนถือป้ายชื่อต้อนรับการมาของแขกหรือไม่ก็ญาติของตัวเอง ซึ่งในนั้นไม่มีชื่อเขา มือหนาล้วงไปหยิบหูฟังในกางเกงขึ้นมาเสียบหูแล้วเปิดเพลงฟังอย่างไม่รีบร้อนก่อนขายาวจะก้าวตรงไปยังประตูทางออกเพื่อหารถกลับบ้าน

 

                ไม่นานนักร่างสูงก็พาตัวเองมานั่งในรถแท็กซี่เพื่อกลับบ้านที่จากมากว่าสิบปี ตาเรียวทอดมองออกไปนอกกระจกรถเพื่อมองดูความเปลี่ยนแปลงของบ้านเกิดเมืองนอนแต่ภายในใจของเขากลับเริ่มนึกย้อนไปถึงความทรงจำเก่าๆก่อนที่เขาจะจากไป ทั้งเหตุผลที่เขาต้องไป เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น แต่ก่อนที่เขาจะได้นึกอะไรไปมากกว่านั้นรถแท็กซี่ก็จอดยังที่หมายเสียแล้วอาจเป็นเพราะเขากลับมาถึงในช่วงเวลาที่ทุกคนเข้าทำงานกันหมดแล้วถนนจึงโล่งกว่าที่ควรจะเป็นก็ได้

                 

                บ้านก้องวัฒนากุล

                ขายาวก้าวเดินไปในรั้วบ้านด้วยความเงียบพลางมองดูสิ่งรอบตัวที่ยังคงเหมือนเดิม ตาเรียวมองโรงรถที่กำลังเดินผ่านมันมีที่ว่างอยู่คันนึงซึ่งมันเป็นการบอกว่าพ่อของเขาคงอยู่ที่ทำงานแน่ พ่อที่ไม่เคยสนใจว่าเขาจะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไรขอแค่เขาทำตามเป้าหมายที่วางไว้และไม่สร้างความเดือดร้อนก็พอ ร่างสูงส่ายหน้าอย่างเอือมระอาก่อนจะเดินเข้าตัว

 

                คุณหนู คุณหนูหรอคะ จะกลับมาทำไมไม่โทรมาบอกนมล่ะคะ นมจะได้ให้คนไปรับ

 

     สาวรุ่นใหญ่ผู้คอยดูแลความเป็นอยู่ของบ้านมาแต่เนิ่นนานรีบวิ่งเข้ามากอดชายหนุ่มด้วยความเอ็นดูทันทีที่เขาปรากฏตัวในบ้าน ถึงจะไม่เจอกันนานถึงสิบสองปีแต่เธอก็ยังจำคุณหนูของตัวเองได้เสมอ แม้โครงหน้าหล่อเหลาและส่วนสูงจะเพิ่มขึ้นมากจนแทบจำไม่ได้

 

      “ไม่เป็นไรหรอกนม ผมก็อยากนั่งรถเล่นบ้าง ไม่ได้กลับมาตั้งนาน ชายหนุ่มพูดพลางกอดตอบผู้หญิงตรงหน้าที่เขานับถือเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งอย่างสุภาพก่อนจะผละตัวออกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนผมขึ้นไปที่ห้องก่อนนะนม

 

      “จะให้นมเอาอะไรขึ้นไปให้ทานไหมคะ คนถามมองตามแผ่นหลังชายหนุ่มไปอย่างเอ็นดู ก็เธอดูแลเขามาตั้งแต่เด็กเธอรู้ว่าเขากำลังขาดอะไรและก็พยายามช่วยเติมเต็มมันแทนคนที่ทำให้ไม่ได้แล้วอย่างเต็มที่

 

      “ไม่ต้องหรอกนม กลางวันก็ไม่ต้องนะ ผมกะว่าจะนอนยาวยันเย็นเลย คนตัวสูงหันมาตอบพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะเดินตรงไปยังห้องนอนของตัวเองตามที่ตั้งใจไว้ แต่ไม่ได้ขึ้นไปนอนตามที่บอกนมหรอกเขาแค่อยากใช้เวลากับตัวเองซักหน่อยเท่านั้น

 

                 ร่างสูงก็วางประเป๋าลงก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงขนาดคิงไซส์ในห้องนอนของเขาที่ไม่เปลี่ยนไปเลยซักนิด มือหนาล้วงโทรศัพท์ขึ้นมากดดูความเคลื่อนไหวในเฟสบุ๊คจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเล่นเกมสลับกันไปมาจนเผลอหลับไปจริงๆ

 

 

                ครืด ครืด ครืด

 

                เสียงสั่นไม่ยอมหยุดจากโทรศัพท์ในมือปลุกร่างสูงให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล เจ้าของร่างกระพริบตาถี่ๆก่อนจะยกโทรศัพท์ในมือขึ้นมาดูว่าใครโทรเข้ามาอย่างสะลึมสะลือ

 

                 ‘ว่าไง

 

                 ‘อือ ก็มาถึงตั้งแต่สิบโมงแล้ว

 

      ‘อยู่บ้านคนเดียว ถามทำไมวะ

 

      ‘ไม่เจอว่ะ  วันนี้วันศุกร์ปันมันต้องไปเรียนไม่ใช่แงะ ใครจะไปคิดวะว่าแม่งจะมารอ

 

      ‘เออโทษทีๆ มึงก็โทรไปตามมันได้แล้ว กูมีธุระแค่นี้ก่อนนะ’ 

 

      เสียงปลายสายยังดังลอดออกมาโทรศัพท์ก่อนที่ร่างสูงจะกดวางอย่างไม่ใส่ใจ เขาไม่อยากไปวุ่นวายกับน้องสาวเพื่อนเก่าที่ยังสนิทกันอยู่ให้มากนัก ถึงจะไม่ได้เจอกันตั้งนานแต่เขาก็ยังจำภาพยัยเด็กตัวเล็กที่ทั้งวิ่งทั้งทำตามและตามติดเขาอย่างกับเงา เขาก็แค่ทำดีกับเธอนิดหน่อยแต่เธอดันเทิดทูนให้เขาเป็นพี่ชายฮีโร่แสนดีเบอร์หนึ่งแทนพี่แท้ๆของตัวเองไปซะงั้น จินตนาการของเด็กนี่มันเกิดควบคุมจริงๆ ถึงแม้ตอนนี้จะโตกันแล้วก็เถอะนะ ทุกอย่างมันย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาแต่เขาก็ขอกันไว้ก่อนดีกว่า

 

      ร่างสูงหยัดตัวขึ้นนั่งบนเตียงก่อนจะคิดเรื่องเก่าๆอีกครั้งเขาหรือที่ใครๆเรียกกันว่าไทม์เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนักธุรกิจที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆของประเทศรูปหล่อ พ่อรวย ใครๆก็อิจฉาแต่นั่นมันก็แค่เปลือกนอก พ่อที่สนแต่ธุรกิจของบริษัทกับแม่ที่เข้าแต่งานสังคมจนเขารู้สึกเหงา แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีคุณยายที่คอยมารับเขาไปเล่นไปกินขนมที่บ้านสวน ทำให้เขาได้เจอเพื่อนดีๆที่อยู่แค่ข้างบ้านคุณยายอย่างไทเปแต่เพื่อนที่ดีของเขาดันไม่ใช่พี่ชายที่แสนดีของน้องสาวที่ชื่อไทปันเอาเสียเลย

                 ไทม์กับไทเปเป็นเด็กรุ่นเดียวกันพวกเขาเลยสนิทกันได้ง่าย ตอนนั้นเขาไปอยู่บ้านคุณยายทุกวันแล้วก็ไปเล่นที่สนามหญ้าในบ้านไทเปตามประสาเด็กหกขวบโดยมีไทปันวัยขวบเศษนั่งมองอยู่ใกล้ๆ เรื่องมันมีอยู่ว่าพอถึงเวลากินข้าวไทเปทีไรพี่ชายอย่างไทเปก็จะรีบวิ่งเข้าบ้านไปทันทีทิ้งให้ไทปันนั่งมองพี่ชายตาปริบทำท่าจะเดินตามแต่พอลุกแล้วก็ล้มจุ้มปุ๊กอยู่ที่เดิมจนเขาต้องช่วยอุ้มเข้าไปอย่างเอ็นดู จนกระทั่งเด็กน้อยเริ่มเดินได้แล้วก็เกาะได้(?) เธอก็เริ่มเดินตามรอยเท้าของเขาตลอดแม้กระทั่งตอนเขาจะกลับบ้านจนถูกแม่ดุเพราะเจ้าตัวงอแงไม่ยอมกลับบ้านตัวเอง

 

                 ทุกคนคิดตรงกันว่าเดี๋ยวพอโตขึ้นอีกหน่อยเธอก็จะเลิกพฤติกรรมอย่างนี้เองแต่มันกลับตรงกันข้าม เธอติดเขามากขึ้น ทำตามเขา เชื่อฟังเขายกเว้นตอนที่เขาห้ามเธอตามอีก เรื่องมันก็เป็นแบบนี้ซ้ำๆจากที่รำคาญบ้างก็กลายเป็นเฉยๆอยากตามก็ตามไปเหอะ เด็กดื้อ

 

                 แล้วทุกอย่างก็กลายเป็นความทรงจำสมัยเด็กเมื่อแม่ของไทม์ขับรถพลิกคว่ำจนเสียชีวิตตอนเขาสิบขวบ คุณยายหาว่าพ่อดูแลลูกสาวตัวเองไม่ดีเรื่องนี้เลยเกิดขึ้น พ่อโกรธมากที่ถูกคุณยายว่าและสั่งห้ามเขาไปที่บ้านสวนอีก ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่พ่อต้องไปตกลงธุรกิจที่อเมริกาหลายเดือนและอาจจะไปปักหลักดูงานที่นั่นก็ได้ เขาจึงถูกย้ายไปเรียนที่นั่นโดยฉับพลัน แต่กลายเป็นว่าธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่นมีก็แต่ปัญหาธุรกิจในไทยเท่านั้นที่แก้ไม่จบซักทีจนพ่อต้องย้ายกลับไปแล้วทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวด้วยเหตุผลที่ว่าเรียนที่อเมริกามันดีกว่าที่ไทยโดยไม่ลืมที่จะส่งเงินจำนวนมากมาให้ใช้ทุกเดือน

 

                 ไทม์ส่ายหน้าเพื่อสลัดภาพในหัวออก อย่างน้อยคุณยายกับไทเปก็ติดต่อกับเขาถึงจะน้อยมากเพราะเวลาที่ไม่ตรงกัน ได้แค่นี้มันก็ดีมากเกินพอสำหรับเขาแล้วจริงๆ

 

 xxxxxxต่อxxxxxx

 

                 หญิงสาวในเครื่องแบบนักเรียนวิ่งหน้าตั้งไปตรงทางออกจุดรับสัมภาระทั้งกระเป๋านักเรียนในมือ ตากลมโตกวาดสายตาหาบริเวณที่คนน้อยๆแต่มองเห็นได้บริเวณกว้างก่อนจะรีบไปยืนที่จุดนั้นอย่างกระตือรือร้น

 

                 วันนี้จะมีดาราเกาหลีมาหรอน้องนักเรียน ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบเดินเข้ามาถามหญิงสาวด้วยความสงสัยกับท่าทางกระตือรือร้นของเธอ เขาเคยเห็นท่าทางแบบนี้บ่อยแล้วกับพวกแฟนคลับที่มารอรับดาราเกาหลีเอยอะไรเอย แต่ที่แปลกคือวันนี้มันมีแค่คนเดียว

 

                คะ..อ๋อ..คือหนูมารอพี่ชายค่ะ เธอยิ้มแห้งๆให้กับหนุ่มในเครื่องแบบที่ติดป้ายฝ่ายรักษาความปลอดภัยเอาไว้ที่หน้าอก ก่อนที่อีกฝ่ายจะพยักหน้ารับแล้วเดินจากไป

  

                     มือบางหยิบกระดาษที่ปริ้นท์รูปพี่ชายที่ว่าจากในกระเป๋านักเรียนออกมามองก่อนจะยิ้มให้กับรูปอย่างมีความสุข อีกนิดเดียวเธอก็จะได้เจอเขาแล้วถึงแม้เธอจะไม่รู้ก็ตามว่าอีกนิดนั้นมันกี่นาทีหรือกี่ชั่วโมง ตากลมมองเวลาบนนาฬิกาดิจิตอลขนาดใหญ่สลับกับประตูทางออกจุดรับสัมภาระ พอมีกลุ่มคนเดินออกมาเธอก็รีบไปยืนโบกรูปเขาทันที

 

                     ก่อนหน้านั้น

 

                     ‘เฮ้ยจริงดิ เครื่องจะแลนดิ้งเมื่อไหร่วะเสียงทุ้มของไทเปที่ดังลอดออกมานอกห้องนอนดึงให้ไทปันที่กำลังจะเดินผ่านไปหันมามองหน้าประตูอย่างสนอกสนใจ ก่อนจะเดินไปแนบหูกับประตูเพื่อให้ฟังบทสนทนาของคนในห้องได้ชัดขึ้น

 

                     โห่ แม่ง กูติดพรีเซ็นต์งานว่ะ ไม่งั้นพรุ่งนี้กูจะไปรอรับมึงตั้งแต่หกโมงเช้าเลย

 

                     ‘เออเดี๋ยวกูเรียนเสร็จแล้วไปหาดีไหม

 

                     ‘ฮ่าฮ่า งั้นกูไปทำการบ้านต่อก่อน นั่งรอดีๆอย่าไปกัดใครเขาล่ะ

 

                     “ไอ้ปัน พี่วางสายแล้วจะไปไหนก็ไปไม่ต้องมายืนขวางหน้าห้อง เสียงตะโกนไล่จากคนในห้องทำให้ไทปันละตัวออกมาพร้อมกับทำท่าเบะปากส่งไปให้คนในห้องทั้งที่ประตูก็ยังปิดอยู่ แต่พอนึกถึงคนที่พี่ขายคุยด้วยเมื่อกี้คนตัวเล็กก็รีบวิ่งเข้าห้องนอนตัวเองทันที ไม่ผิดแน่ ต้องเป็นพี่ชายแสนดีแน่ๆ

 

                      เพื่อความชัวร์ต้องเช็คในเฟซบุ๊ค พอคิดได้ร่างบางก็รีบหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูแต่หน้าไทม์ไลน์เขาดันล็อคเสียอีก เธออุตส่าห์ส่งคำขอเป็นเพื่อนไปตั้งนานยกเลิกแล้วส่งใหม่ไปอีกหลายรอบเจ้าของเฟสก็ยังไม่ยอมรับเธอก็เลยต้องเปลี่ยนไปล็อคอินแล้วดูจากแอคเคาท์ไทเปแทน

                                                 Time Time 10 hrs

                                                             Back home :)

 

                      ไม่ผิดแน่ ต้องเป็นพี่ไทม์แน่ เขาจะต้องกับมาถึงพรุ่งนี้แน่แต่กี่โมงล่ะ จะถามพี่ดีไหมนะแต่หมอนั่นคงไม่บอกเพราะพรุ่งนี้วันศุกร์ซึ่งหมายความว่าเธอต้องไปโรงเรียน แต่เพื่อพี่ไทม์แล้วเธอจะยอมโดดเรียนซักวันแล้วกันถ้างั้นเธอก็ควรไปรอเขาตั้งแต่เช้าเลยสินะ ใช่ต้องปริ้นท์รูปไปด้วยแล้วจะเขียนข้อความอะไรดีนะ โอ้ย แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว

 

           ไทปันยืนดิ้นไปดิ้นมากับความคิดในหัวก่อนจะรีบทำนู่นทำนี่ตามที่คิดเอาไว้แล้วเข้านอนทั้งที่ตื่นเต้นจนข่มตาหลับแทบไม่ลง พอหลับได้พักเดียวก็สะดุ้งตื่นพร้อมกับฝาดมือไปมาหาโทรศัพท์เพื่อเอามาดูเวลาครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งตีสาม ร่างบางก็เด้งตัวขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวพร้อมกับโบกครีมก่อนจะโบกรถไปสนามบินอย่างรวดเร็ว

 

            ปัจจุบัน

 

            ไทปันยืนชะเง้อคอมองทุกครั้งที่มีคนเดินออกมาจากจุดรับสัมภาระตั้งแต่เช้าตรู่จนบ่ายโมงแล้วแต่ก็ยังไม่เจอคนที่ตัวเองรอซักทีหรือว่าจะคลาดกันซะแล้ว ตากลมจ้องไปยังรูปที่ปริ้นท์ออกมา ถึงมันจะเป็นรูปที่ชัดที่สุดแต่คนที่ไม่เจอกันสิบกว่าปีมองเผินๆก็คงจำกันไม่ได้แน่ หรือว่าจะยังมาไม่ถึงจริงๆ เครื่องอาจจะดีเลย์หรือเปล่านะ ถ้างั้นก็คงต้องรอดูอีกหน่อยแล้วกัน

           

            ครืด ครืด ครืด

 

            ร่างบางปรือตาขึ้นช้าๆหลังถูกปลุกด้วยแรงสั่นไม่ยอมหยุดจากโทรศัพท์ในกระเป๋า ตากลมกวาดมองไปมารอบๆตัวก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับอย่างสะลึมสะลือ

 

            ‘ฮัลโหล

 

            ‘อยู่โรงเรียนไง

           

            ‘รู้ได้ไงเนี่ยะ สมเป็นไทเปจริงๆ

 

            ‘พี่ไทม์มาถึงแล้วหรอ นานหรือยัง

 

             ‘อ่ะเค งั้นเจอกันที่บ้านนะ

 

             สุดท้ายก็คลาดกันจนได้สินะ ไทปันถอนหายใจแล้วลุกเดินไปเรียกแท็กซี่กลับบ้าน น่าเสียดายชะมัด อุตส่าห์โดดเรียนมานั่งรอก็ยังคลาดกันเนี่ยะ พอขึ้นรถแท็กซี่ได้ไทปันก็หยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้งเพื่อดูข้อความที่ถูกส่งเข้าพลางส่งข้อความคุยเล่นกับเพื่อนจนกระทั่งถึงบ้าน

  

              “ยัยเด็กโดดเรียน เสียงทุ้มจากพี่ชายดังออกมาจากในบ้านทันทีที่น้องสาวเปิดประตูรั้วบ้านเข้ามาก่อนที่ร่างสูงจะเดินออกมายืนลอยหน้าลอยตาใส่น้องสาวตัวเองตรงหน้าประตู

     

              “ไม่ได้โดด เขาเรียกไปหาประสบการณ์นอกสถานที่คนเป็นน้องเถียงกลับมาอย่างรวดเร็วแล้วเบ้ปากใส่พี่ชาย

 

              “เดี๋ยวโทรไปฟ้องแม่หรอก คนเป็นพี่เอาบุพการีที่กำลังไปสัมนาที่ต่างประเทศมาแกล้งขู่จนน้องสาวหน้างอก่อนจะตอบกลับมา

 

              “เป็นพี่อะไรขี้ฟ้องจัง แล้วรู้ได้ไงว่าไม่ได้ไปโรงเรียน

        

              “น้องจีโทรมาถามหาแก ถึงว่าวันนี้ออกจากบ้านเช้าผิดปกติ

 

              “ก็อยากไปรับพี่ไทม์อ่ะ ไม่เจอกันเป็นสิบปี คิดถึงคนเป็นพี่หันมามองน้องสาวพร้อมกับถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

 

              “ถามเขาหรือเปล่า ว่าเขาคิดถึงแกไหมพอไทเปพูดจบไทปันก็หันมามองพี่ชายตัวเองตาขวางก่อนจะทำหน้างอแล้วสะบัดหนีขึ้นห้องนอนตัวเอง น้ำเสียงของพี่ชายทำให้เธอรู้สึกจุกที่หัวใจ

 

 

              เธอก็เคยรู้สึกนะว่าตอนเด็กๆผู้ชายคนนั้นกำลังรำคาญเธอแต่เขาก็ไม่เคยพูดตรงๆออกมา แถมยังดูแลเธอดีกว่าพี่ชายแท้ๆอีก ตอนที่เขาต้องไปที่อื่นเธอก็คิดถึงเขาตลอดในสถานะน้องสาวกับพี่ชายที่แสนดีก็แค่นั้น ขนาดน้องสาวคนนี้ยังคิดถึงพี่ชายขนาดนี้ แล้วพี่ชายจะไม่คิดถึงน้องสาวได้ยังไงล่ะ

 

ไม่ได้ตั้งใจจะมาช้าแต่ก็มาช้า แงงง

นี่ไปซุ่มอ่านหนังสือเตรียมสอบมา

มันก็ไม่ได้ยากนะแต่ทำไม่ได้-.-

จะรีบกลับมาอัพ อัพ อัพให้ไวขึ้น ยังไงก็ฝากติชมด้วยนะคะะ

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น