ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ย้อนเวลากลับ

ชื่อตอน : ย้อนเวลากลับ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2562 19:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ย้อนเวลากลับ
แบบอักษร

กรี๊ด!!!

 

"น้ำ!!"

 

เมื่อผมได้ยินเสียงคนรักร้องกรี๊ดด้วยความตกใจกลัว ก็ตะโกนเรียกชื่อทันที ก่อนจะใช้ดาบคู่สีดำสนิท ฟาดฟันไปที่ร่างของตัวน่ารังเกียจที่กำลังล้อมพวกเราทั้งสามไว้อยู่ วิ่งตรงไปหาเธอทันที

 

แฮร่!

 

พวกมันต่างพากันวิ่งกรู่เข้ามาหาพวกเราทั้งสาม พร้อมกับอ้าปากส่งเสียงร้องขู่เมื่อได้กลิ่นอาหารที่หอมหวานอยู่ตรงหน้า จนน้ำลายสีเขียวกลิ่นเน่าเหม็นเหมือนตัวพวกมัน ไหลออกมาจากปาก กำลังเดินเหยียบย้ำบนเศษซากศพพวกเดียวกับมัน

 

"พวกมันมีกันเยอะเกินไป ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ล่ะก็ พวกเราคงต้องตายกันแน่" เบส...เพื่อนสมัยเด็กของผมพูดเตือนเมื่อมองดูสถานการณ์ที่เริ่มย่่ำแย่ลงไปทุกที

 

"พวกเราคงต้องให้ใครคนหนึ่ง ล่อพวกมันไว้"เบสพูดก่อนจะหันมามองผมเพื่อถามความคิดเห็น

 

"แล้วจะให้ใครเป็นตัวล่อ-"

 

ผลั้ก

 

ไม่ทันที่ผมจะพูดจบ ผมก็ถูกผลักให้มายืนประจันหน้ากับพวกซอมบี้ทันที

 

"ทำไมถึงเป็นผมล่ะ?"ผมหันไปถามแฟนสาวตัวเองที่เป็นคนผลักผมมา ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยก่อนจะแปรเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้าแทน เมื่อมือคู่สวยของเธอ ยื่นไปจับมือของเบสไว้แน่น

 

"ก็ในบรรดาพวกเราทั้งสาม ต่าร์มีพลังและฝีมือการต่อสู้เก่งที่สุด ดังนั้น...ต่าร์จึงเหมาะที่จะเป็นตัวล่อให้กับพวกเรา"น้ำบอกเหตุผลด้วยใบหน้าที่เย็นชา ก่อนจะดึงเบสให้วิ่งหนีจากตรงนั้นทันที

 

"เดี๋ยวก่อนสิ!!"ผมกำลังออกตัววิ่งตามพวกเธอไป แต่พวกซอมบี้ก็วิ่งเข้ามาขวางไว้ คลื่นดาบสีดำตัดผ่านร่างซอมบี้ไปหลายตัว ทำให้เห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่ง วิ่งจับมือกัน ไม่หันมามองคนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขมาตลอดหลายปีหลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้

 

เพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก หันกลับมามองผมแวบหนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก และขยับพูดอะไรบางอย่างทำให้คนที่ยืนมองอยู่ นิ่งเงียบไป เหมือนกับว่าเวลามันหยุดนิ่ง เขาไม่ได้รับรู้อะไรจากรอบตัวอีกเลย แฟนสาวของตนก็วิ่งจับมือเพื่อนของผมไป ผมจำได้ดี...สายตาที่เธอมองผมมาครั้งสุดท้าย สายตาที่เย็นชาแบบนั้น. ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะ

 

ดวงตาสีม่วงของผม ตอนนี้เริ่มคลอไปด้วยน้ำตา ร่างกายถูกบางสิ่งบางอย่างดึงกระชากเข้าไปหา ผมไม่ได้คิดต่อต้านมัน กลับปล่อยให้มันทำลงไป แขนและขาถูกดึงกระชาก ไส้และเครื่องในของผมเริ่มถูกดึงออกมากินเพราะความกระหายหิว ผมไม่ได้ส่งเสียงร้องออกมาเพราะความเจ็บปวด มีเพียงน้ำตาที่ไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวยของผมทั้งสองข้าง ก่อนที่สติของผมจะดับวูบไป ไม่รู้สึกถึงสิ่งใดอีกเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"เฮือก!!?"

 

ผมตกใจตื่นขึ้นมาในสถานที่แห่งหนึ่ง ก่อนจะนอนหายใจอยู่สักพัก เพราะยังตกใจกับเหตุการณ์เมื่อกี้อยู่ ก่อนจะลุกขึ้นมองไปรอบๆสถานที่ที่ตัวเองกำลังนอนอยู่ ด้วยความรู้สึกที่คุ้นตายังไงชอบกล

 

 

 

 

ไม่ใช้ว่าผมตายไปแล้วหรอ?

 

 

 

 

ถ้าจำไม่ผิดผมโดนซอมบี้จับกินไปแล้วนิ?

 

 

 

 

หรือว่าที่นี่จะเป็นสวรรค์หรือนรกกันนะ?

 

 

 

 

ตอนนี้ในหัวของผมมันมีคำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวก่อนจะมีเสียงของใครบางคน เรียกสติผมให้กลับออกมาจากห้วงความคิดเหล่านั้น

 

"กว่าจะตื่นนะมึง หลับตั้งแต่เช้ายันเที่ยงเลยหรอว่ะ"

 

เสียงนี้มัน...

 

ผมรีบหันไปมองทางต้นเสียงทันที ก็พบกับใครบางคนที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว

 

"มาร์กหรอ"มาร์กคือเพื่อนในสมัยเด็กคนหนึ่งที่มักจะอยู่กับผมตลอด มันนิสัยดีมากถึงปากจะพูดจาหยาบไปหน่อยก็เถอะ

 

"เออ...กูเอง เอ้านี่อาหารกลางวันของมึง"มาร์กหันมาตอบผมก่อนจะโยนขนมปังไส้หมูหย่องพริกเผ่าที่ผมมักจะซื้อกินเป็นประจำมาให้

 

"รีบๆกินได้แล้ว คงไม่คิดที่จะโดดเรียนมานอนช่วงบ่ายอีกรอบหรอกนะ"มันพูดก่อนจะยัดขนมปังในมือกิน

 

ตอนนี้ผมกำลังนั่งเอ้อมองมาร์กอยู่ ถ้าจำไม่ผิด มาร์กมันตายไปแล้วนิ แล้วการตายของมันก็เพราะผมเองด้วยที่ตอนนั้นหลบซอมบี้ที่กำลังจะกัดผมไม่ทัน มันเลยเขามาช่วยผมจนโดนกัดแทน และมันเองก็ไม่อยากกลายเป็นซอมบี้มากัดผม เลยกระโดดตึกตายต่อหน้าต่อตาผมเลย พอคิดแล้วมันก็เศร้าแหะ

 

"มึงไว้เปล่าเนี่ย ทำไมหน้าซีดแท้ว่ะ"มาร์กเห็นผมนั่งเอ้อไม่ยอมกินขนมปัง ก็เพิ่งสังเกตว่าหน้าผมมันซีดมาก เหงื่อออกเต็มหน้าด้วย จึงเดินมานั่งคุกเข่าข้างหนึ่งตรงหน้าก่อนจะเอามือมาแปะที่หัวเพื่อดูอาการของคนตรงหน้าอย่างเป็นห่วง

 

"ผมไม่เป็นไรหรอก คงนอนตากแดดมากเกินไปน่ะ"ผมตอบกลับพร้อมกับยิ้มแห้งๆให้กับคนตรงหน้า

 

"แต่ตัวมึงโคตรร้อนเลยนะ ไปโรงพยาบาลเถอะ"พูดจบมันก็จับมือผมทันที ก่อนจะดึงให้ผมลุกขึ้นและเดินตามมันไป

 

"มาร์ก ผมขอถามอะไรหน่อยสิ"

 

"อะไรล่ะ"มาร์กถามผมแต่ไม่ได้หันมามอง เพียงแต่ยังจับมือจูงผมไปยังสถานที่เป้าหมาย นั่นก็คือรถของผม ให้ตายเถอะ...พอเห็นมันแล้วก็คิดถึงมันจัง ถ้าเป็นโลกเก่าล่ะก็ มันกลายเป็นเศษเหล็กตั้งแต่วันเเรกเลยล่ะ

 

"วันนี่วันที่เท่าไร และเดือนอะไรงั้นหรอ"

 

"นี่มึงป่วยถึงขั้นจำวันที่ไม่ได้เลยหรอว่ะ เข้าขั้นวิกฤตเลยนะเห้ย กูว่าให้หมอจิตเวชช่วยดูอาการของมึงดีกว่ามั้งเนี่ย"

 

"ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แล้วก็ทำไมต้องให้หมอจิตเวชมาดูอาการผมด้วยล่ะ"

 

"555 กูพูดขำๆนะ วันนี้วันที่ 1 มกราคม ปี256X ว่าแต่มึงจำไม่ได้จริงดิ โอเครเปล่าเนี้ย"

 

"อ่า ผมแค่เบลอๆนิดนึ่งนะ" พอผมพูดจบ มันก็หันมามองผมพร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งมา

 

"อะไร?"

 

"เอากุญแจรถมึงมา...เดี๋ยวกูขับรถเอง ขืนปล่อยให้มึงขับรถไปโรงพยาบาลล่ะก็...ไม่ต้องพูดถึงโรงพยาบาลหรอก ยังไม่ทันพ้นหน้าปากซอยมึงก็คงได้พากูไปเฝ้ายมบาลเป็นเพื่อนมึงแน่ เชื่อสิ"

 

โอ้โห้...ปากของนายนี่มันยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยนะ แต่ว่าทำไมกันนะ...เวลาที่มาร์กพูดแบบนี้แทนที่จะโกรธมันกลับเป็นรู้สึกดีไปซะงั้น

 

"รู้ทันอีก กะว่าจะพาไปเที่ยวที่ยมโลกสักหน่อย"ผมไม่เถียงมันแต่เล่นมุขกับมันสักหน่อย ก่อนจะหยิบกุญแจรถคู่ใจส่งให้มาร์ก

 

"กูพูดเล่น มึงก็ยังจะเล่นอีกนะ" จากนั้นพวกเราทั้งคู่ยืนเถียงกันจนพอใจแล้ว ก็ขึ้นรถทันทีโดยมีมาร์กที่ขับรถให้

 

 

 

"ผมว่าเรากลับหอกันเถอะ ผมไม่ได้เป็นอะไรมาก นอนพักนิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย"ผมหันไปบอกเพื่อนตัวเองพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนไปให้มาร์ก ซึ่งการกระทำแบบนี้...พอผมใช้กับใครก็มักจะได้ผลเสมอ โดยเฉพาะกับมาร์กคนนี้

 

"เฮ่อ...ก็ได้ๆ เลิกส่งสายตาแบบนั้นสักทีเถอะ แล้วอย่าไปทำแบบนี้กับใครด้วยรู้ไหม"พูดจบมันก็หันหน้าหลบไปทางกระจกด้านข้างของมันทันที ผมสังเกตเห็นว่ามันหูแดงด้วยล่ะ ฮ่าๆ...น่ารักดีแหะ

 

"ขอบคุณนะครับ"ผมพูดขอบคุณมันไป จนเวลาผ่านไปสักพัก รถคู่ใจของผมก็ได้มาหยุดจอดที่โรงรถในหอพักผม ผมกับมาร์กเราอยู่หอเดียวกัน และห้องพวกเราเองก็อยู่ใกล้กันอีกด้วย

 

"งั้นผมขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะ มาร์กจะไปที่มหาลัยต่อรึเปล่า"ผมหันไปถามเพื่อนตัวเองที่ยังยืนอยู่หน้าห้องของผม

 

"ไม่ล่ะ...กูขี้เกียจไป ไหนๆก็กลับมาแล้วก็ทำงานที่ห้องเนี่ยล่ะ มีอะไรก็เรียกกูล่ะกัน"

 

ผมพยักหน้าตอบตกลง ก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าห้องไปพักผ่อนทันที ผมเดินมาหยุดที่หน้าปฏิทิน

 

"เหลือเวลาอีกแค่สามอาทิตย์ก่อนที่เหตุการณ์แบบนั้นมันจะเกิดขึ้น ถ้าเราบอกมาร์ก...มันจะเชื่อไหมนะ"ผมยืนทำหน้าเครียดอยู่สักพักก็เพิ่งจะคิดอะไรบางอย่างได้

 

"โล่งอกไปที...นึกว่ามันจะหายไปซะอีก"ผมเปิดคลังมิติดูของข้างใน ซึ่งตอนแรกผมคิดว่าพลังกับของที่เคยมีอยู่ในโลกเก่าก่อนจะมาที่นี่มันจะหายไปด้วย แต่กลับกลายเป็นว่ามันอยู่ครบทุกอย่าง

 

ตอนนี้ผมโล่งใจไปหน่อยหนึ่งก่อนจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างเข้า

 

"มิติส่วนตัว? นี่เราไปได้มันมาตอนไหนกันนะ"ผมมีพลังธาตุสายฟ้ากับพลังเล่นแร่แปรธาตุ ที่พอได้สัมผัสกับแร่อะไรก็ตาม สามารถเปลี่ยนมันให้มาอยู่ในรูปอาวุธหรืออะไรก็ตามที่ผมคิด

 

แต่มิติส่วนตัว ผมเพิ่งเคยเห็นและได้ยินเป็นครั้งแรก

 

"ไว้ค่อยดูล่ะกัน ตอนนี้ขอนอนเอาแรงก่อน"พูดจบ ผมก็กระโดดล้มตัวลงนอนที่เตียงทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สามารถแสดงความคิดเห็น ติชมกันได้ ช่วยกดไลน์เป็นกำลังใจให้ด้วยน้าาาา ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว