email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาท่านอ๋อง4 : งานมงคลสมรส

ชื่อตอน : ชายาท่านอ๋อง4 : งานมงคลสมรส

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 935

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ค. 2562 14:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาท่านอ๋อง4 : งานมงคลสมรส
แบบอักษร

ค่ำคืนก่อนเข้าห้องหอ ในระหว่างที่ไป๋ลี่จิงกำลังนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย นางก็พลันได้ยินเสียงอะไรกระแทกบนหลังคาเรือนของนาง แม้ว้ามันจะเป็นเสียงที่เบามากในยามนี้บ่าวไพร่ต่างก็นอนหลับกันไปหมดแล้ว บรรยากาศรอบๆจึงมีแต่ความเงียบกัลสายลมเย็นที่พัดเอื่อยๆเท่านั้น นางรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้าคันฉ่องออกมานอกจวนทันที เสียงเช่นนี้ดูคล้ายกับเสียงฝีเท้าคน ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นขโมยก็เป็นได้ 

ลี่จิงใช้สายตาสอดส่องไปตามกระเบื้องที่เรียงกันสวยบนหลังคา อาศัยแสงจันทร์และคบเพลิงที่พวกบ่าวจุดนางก็พอจะมองเห็นอยู่บ้างว่ามันไม่มีอะไรอยู่บนนั้นเลย นางว่านางก็วิ่งเร็วพอที่จะออกมาทันเห็นคนร้ายอยู่ หากไม่งั้นคนร้ายอาจมีวิชาตัวเบาแวบหายไปเสียแล้วเท่านั้นแหละ 

ตุบ!!! 

ร่างบางสะดุงสุดตัวเมื่อถอยหลังไปสัมผัสเข้ากับอะไรบางอย่าง นางรีบหันไปมองทันทีว่าเป็นใคร ทันทีที่ร่างบางหันไปก็พบกับชายชุดดำที่ใส่ผ้าปิดหน้าเอาไว้ ร่างบางเตรียมตัวจะร้องออกมาหากแต่ว่าโจรร้ายผู้นี้ว่องไวกว่านางยิ่งนัก เขายกมือขึ้นปิดปากนางพร้อมยกรวบร่างของนางขึ้นจนนางตัวลอย ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องของนางพร้อมกับปิดประตูทันที 

"อื้อออ!!!" ร่างบางร้องขัดขืนพลางก็ดิ้นไป แต่ว่าโจรผู้นี้มีแรงมากกว่านางยิ่งนัก แถมยังมีวรยุทธ์อีกด้วย 

"ชู่ว์" โจรชุดดำเอามือมาจุ๊ที่ปากเป็นสัญญาณเชิงว่าให้นางเงียบก่อนจะใช้ลมปราณทำให้ตะเกียงในห้องของนางดับลง ตอนนี้จึงเหลือเพียงแสงจันทร์จากด้านนอกที่ส่องเข่ามาในห้องของนางเท่านั้น 

ไป๋ลี่จิงยอมโอนอ่อนตามโจรชุดดำผู้นี้ เพระมองดีๆแล้วคนๆนี้ไม่เหมือนโจรเลยสักนิด ผิวพรรณที่ขาวสวย เรียวคิ้วหนาโก่งสวยดวงตาสองชั้นขนตขึ้นหนาสวย จมูกโด่งคมแ้จะมีผ้าปิดปากแล้วก็ตาม นางก็สังเกตเห็นได้ว่าโจรผู้นนี้เป็นโจรที่หน้าตาดีมากคนหนึ่ง ดูท่าแล้วคนผู้นี้อาจจะมาทำอะไรบางอย่างแล้วถูกจับได้จึงต้องหนีมาซ่อนตัว ซึ่งเรือนของนางกคือที่ๆโจรคนนี้ใช่ซ่อนตัวนั่นเอง 

ระหว่างที่ร่างบางกำลังใช้เวลาสังเกตใบหน้าหล่อของเขาอยู่ นางไม่รู้เลยว่าเขาได้ปล่อยมือออกจากปากนางแล้วแต่แขนอีกข้างยังคงโอบรัดเอวของนางอยู่ นางอึ้งในครึ่งใบหน้าของเขา หากแต่เขาต่างหากที่อึ้งในใบหน้าของนาง แม้ว่าในยามนี้ใบหน้านางจะไร้เครื่องประทินโฉมใดๆ แต่นางก็ยังดูสวยสดงดงาม เรียวคิ้วโค้งสวย ดวงตากลมโตประกอบด้วยแพขนตาหนาเป็นระเบียบ จมูกโด่งสวย ริมฝีปากแดงอวบอิ่มน่าลิ้มลอง ทุกอย่างรับกับใบหน้ารูปไข่ของนางเป็นอย่างดี ไหนจะผิวขาวๆนวลของนางอีกด้วย ทำให้เขาแทบอยากจะสัมผัสนางให้มากกว่านี้ 

จ้าวชิงถีสะบัดความคิดของตัวเองออกทันที ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่านางที่เขากอดอยู่นั้นพรุ่งนี้ก็ต้องถูกตบแต่งเป็นชายาของเขาแล้ว เขาย่อมมีสิทธิ์ในตัวนาง แต่วันนี้เขามาทำภารกิจที่ค่อนข้างเสี่ยงอันตรายจะให้เขามาทำอะไรเช่นนี้ก็ดูไม่ค่อยถูกนัก จ้าวชิงถียังคงยึดอุดมการณ์ของตน 

"เจ้าจ้องหน้าข้าพอรึยัง" คราวนี้ร่างบางถึงหลุดออกจากภวังค์ของตัวเอง นางเพิ่งรู้ว่าเขายอมปล่อยนางแล้ว แต่แขนยังโอบเอวนางอยู่ไม่ปล่อย 

"ข้าเปล่า...เจ้าปล่อยข้าได้แล้ว ไม่งั้นข้าจะตะโกนให้ทุกคนในเรือนตื่นอีกรอบ" ไป๋ลี่จิงอับอายนักที่ถูกเขาจับได้ นางจึงรีบขู่เขากลับทันที 

"หากเจ้ากล้า เจ้าก็ลองตะโกนดูสิ" โจรผู้นี้ไม่มีทีท่ากลัวนางแม้แต่นิด ซ้ำยังขู่นางกลับด้วย ไป๋ลี่จิงยิ่งคับแค้นใจ เรือนก็เป็นเรือนนาง แต่ทำไมเจ้าโจรนี่ถึงทำราวกับว่าเรือนนี้ไม่ใช่ของนาง ดูถูกนางเกินไปแล้ว 

"เจ้ารู้จักข้าน้อยไปแล้ว...เจ้าอื้อออ!!!"  

ร่างบางตาเบิกกว้างทันที นางยังไม่ทันได้ตะโกน โจรชุดดำก็จัดการปิดปากนางแล้ว ด้วยการก้มลงมาจูบนาง แม้ว่าเขายังใส่ผ้าปิดปากอยู่ก็ตาม นี่เป็นจูบครั้งแรกในชีวิตของนางนะ หรือจะไม่เรียกว่าจูบล่ะ นางสับสนไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจูบนานเท่าไหร่กว่าจะยอมถอยออกมา แต่คนไร้ประสบการณ์เช่นนางก็ใบ้กินไปเลย แรงตะโกนอะไรนางไม่มีแล้วทั้งสิ้น  

"หึๆ...ยังอยากตะโกนอยู่อีกมั้ยล่ะ" จ้าวชิงถีว่าก่อนจะยอมปล่อยนางที่ยังยืนอึ้งอยู่ออก แอบนึกเสียดายที่วันนี้เขาใส่ผ้าปิดบังใบหน้า ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่หยุดไว้เท่านี้แน่ๆ เขาคิดเช่นนี้ก่อนจะใช่วิชาตัวเบากระโดดออกจากห้องของไป๋ลี่จิงออกไปอย่างรวดเร็ว 

กว่านางจะรวบรวมสติที่กระเจิงไปหมดของนางกลับมา เขาก็จากนางไปแล้ว ไป๋ลี่จิงยิ่งเจ็บใจยิ่งนัก มารดามันเถอะ! เขามาขโมยจูบนางไปแล้วก็จากไปง่ายๆเช่นนี้เลยหรือ อย่าให้ได้เจอหน้ากันอีก ไม่เช่นนั้นนางจะจัดการทุบตีให้เข็ดหลาบกันไปเลย คืนนี้ทั้งคืนนางคงนอนไม่หลับแล้วเป็นแน่ 

จ้าวชิงถีรีบมารวมกลุ่มกันที่จุดนัดหมายทันที เพราะเขารู้ว่าเขาช้าแล้ว พอมาถึงก็เห็นอัครเสนาบดีหยางเสาเฟิงและอาเจินองครักษ์ประจำกายรออยู่ก่อนแล้ว 

"ขออภัยข้ามาช้าไปหน่อย" พอรวมกลุ่มได้ก็รีบเอ่ยขอโทษต่อสหายทันที 

"ข้าไม่ถือสาท่านอ๋องหรอก ท่านจะไปเยี่ยมว่าที่พระชายาบ้างก็ไม่เห็นผิดตรงไหน" อัครเสนาบดีจอมเจ้าเล่ห์เอ่ยอย่างรู้ทัน 

"ไม่ใช่เช่นนั้น มันเป็นแค่เหตุบังเอิญ" 

"พ่ะย่ะค่ะ" แม้จะรู้ว่าแค่บังเอิญแต่อัครเสนาบดีก็ยังคงอยากหยอกล้อจ้าวชิงถีอยู่  

หลังจากที่สืบอะไรไม่ได้ทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับ ตอนแยกทางกันกลับอัครเสนาบดียังไม่วายหันมาพูดจาแกล้วเขาเล่นอีก 

'ท่านควรจะรีบกลับไปพักผ่อนเตรียมตัวสำหรับเป็นเจ้าบ่าวพรุ่งนี้นะ'  

จ้าวชิงถีอยากหาอะไรมายัดปากของหยางเสาเฟิงนัก แต่เพราะถือแก่มิตรภาพอันยาวนานจึงได้แต่ยิ้มมุมปากส่งไปให้เท่านั้น 

 

 

เช้าวันนี้ตามท้องถนนเต็มไปด้วยสีแดงแห่งความมงคล ขบวนขันหมากต่อแถวกันยวดยาว เสียงบรรเลงดนตรีบรรเลงตั้งแต่จวนตระกูลไป๋ไปยังตำหนักบูรพา ชาวบ้านต่างออกมายืนอยู่ตามสองข้างถนนเพื่อดูขบวนขันหมาก โดยเฉพาะเหล่าสตรีเล็กใหญ่ทั้งหลายที่อยากออกมาดูหน้าตาของเจ้าสาวที่อยู่ในเกี้ยวว่าจะงดงามเท่าพวกเธอหรือเปล่า แล้วจะคู่ควรกับท่านอ๋องหน้าหยกของตนหรือไม่ 

แม้ท่านอ๋องสี่จะไม่ค่อยออกมาเปิดเผยใบหน้าเท่าใด แต่คนที่เคยเห็นหน้าต่างก็เล่าขานกันว่าหล่อเหล่ายิ่งนัก เห็นครั้งเดียวเป็นต้องจำจนวันตาย ส่วนตัวเจ้าสาวของท่านอ๋องนั้น พวกเขาเพียงแค่รู้ว่านางมีตัวตนเท่านั้น แต่ไม่เคยรู้ว่าหน้าตานางเป็นเช่นไร 

ขบวนรถของเจ้าสาวจอดลงตรงหน้าประตูตำหนัก ไป๋ลี่จิงต้องลงมาจากเกี้ยวทั้งๆที่มองไม่เห็นอะไรเลยเพราะผ้าแดงที่คลุมหัวเธอนั้นมานเป็นผ้าทึบ นางเพียงได้ยินว่าเจ้าบ่าวจูงมือเจ้าสาวเข้าตำหนัก นางคิดว่ามือที่นางจับอยู่ตอนนี้คงจะเป็นมือของท่านอ๋องสี่ ทำไมนางถึงรู้สึกคุ้นเคยกับฝ่ามือนี้ยิ่งนัก ราวกับว่านางเคยได้สัมผัสกับมันมาก่อน แต่นางคงจะคิดมากไปกระมัง 

พิธีได้เริ่มต้นขึ้น เจ้าบ่าวเจ้าสาวเคารพฟ้าดิน บิดามารดา และเคารพกันเองตามพิธีปกติ แต่ที่ดูยิ่งใหญ่คงจะเป็นเพราะงานนี้ฮ่องเต้ทรงมาด้วยพระองค์เอง แขกในงานก็มากมายกว่าที่ไป๋ลี่จิงจะได้เข้าห้องหอก็มืดแล้ว นางทั้งเหนื่อยทั้งเมื่อยเพราะต้องตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างมาแต่งองค์ทรงเครื่อง มงกุฎทองรูปหงส์ที่นางสวมอยู่ก็หนักหัวนางตั้งแต่เช้าแล้ว ตอนนี้นางเมื่อยตอและปวดเท้ามาก นางอย่างจะถอดชุดพวกนี้ออกใจจะขาด หากไม่เพราะท่านแม่นางกำชับว่าให้ทำตัวเป็นกุลสตรีในห้องหอเพื่อนางสักวัน ตอนนี้นางคงถอดออกไปแล้ว 

ไป๋ลี่จิงนั่งรอ ตอนแรกก็วิตกเกี่ยวกับเรื่องในห้องหออยู่มาก แต่ตอนนี้นางรอเจ้าบ่าวนานจนความกังวลหายไปหมดแล้วเหลือแต่ความง่วงงุนเข้ามาแทนที่เท่านั้น นางนั่งสัปงบอยู่หัวเอียงไปข้างซ้ายที ข้างขวาที จนได้ยินเสียงประตูเปิดเข้ามานางถึงได้รีบตื่นแล้วจัดท่านั่งสงบเสงียมเรียบร้อยรอให้เจ้าบ่าวมาเปิดผ้าคลุม เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ขึ้นจนนางได้ยินว่ามันหยุดอยู่ตรงหน้าของนางแล้ว แต่เหตุใดเขาถึงไม่ยอมเปิดผ้าออกเสียที 

"หวางเย่ เหตุใดท่านถึงชักช้าไม่รีบเปิดผ้าคลุมเล่า" ไป๋ลี่จิงเอ่ยน้ำเสียงไพเราะอ่อนหวานใส่ 

"หึ! ทีเมื่อคืนไม่เห็นจะพูดแบบนี้บ้าง"  

"เมื่อคืน...ท่านหมายถึงอะไรหรือเจ้าคะ" ไม่มีเสียงตอบกลับมา แต่ผ้าคลุมของนางก็ถูกเปิดออกต่อมา  

ร่างบางเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าบ่าวของตนทันที ว่าจะหล่อเหลาเท่าที่แม่ของนางคุยไว้หรือไม่ แต่พอได้เห็นหน้าเท่านั้น นางแทบจะละลายเสียตรงนั้น ใยเจ้าบ่าวของนางถึงได้หล่อเหล่าเช่นนี้ แต่เมื่อมองดีๆทำไมใบน้าของเขาถึงได้คล้ายกับใครนักนะ มันเป็นภาพที่ประกอบไม่ครบของใครกันนะ  

"หวางเฟย เจ้ามองหน้าข้าพอหรือยัง" น้ำเสียงดุนิดหน่อย ทำให้นางดึงสติที่ตะเลิดของนางกลับมา 

"ข้า...มองนานไปหรือเจ้าคะ" นางเกาหัวแก้เขิน เวลาเจอบุรุษหล่อนางมักทำอะไรไม่ถูกจริงๆ แต่นางจะเสียท่าให้บุรุษคนนี้ไม่ได้ เขาเจ้าเล่ห์ยิ่งนักใครๆก็รู้ 

ตรงกันข้ามกับจ้าวชิงถี เมื่อคืนเขาจำได้ว่านางก้าวร้าวใส่เขานี่น่า ใยวันนี้นางถึงได้เหมือนลูกแมวขี้อายเช่นนี้กันเล่า หรือนี่จะเป็นการแสดงอะไรของนางหรือเปล่า เขาไม่อยากคิดมากจึงเดินไปรินเหล้ามงคลใส่จอกเหล้าแล้วเดินนำมาให้นาง นางก็รับมาไว้ในมือ 

"เจ้าคงไม่ได้ถูกบังคับขืนใจที่จะแต่งกับข้าหรอกใช่มั้ย" จู่ๆจ้าวชิงถีก็ถามขึ้น ทำให้นางตอบไม่เป็นทันที จะให้นางบอกว่านางไม่ได้เต็มใจกับสมรสพระราชทานนี้อยู่แล้วก็ไม่ได้เพราะไม่งั้น หัวนางได้หลุดออกจากบ่าแน่ 

"ไม่นี่เพคะ ข้าเต็มใจต่างหาก" นางตอบก่อนจะส่งยิ้มอ่อนหวานไปให้ แต่จ้าวชิงถีก็รู้ว่านางโกหก นางคงไม่โง่ถึงขั้นไม่รู้หรอกว่าการแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะต้องการจะดึงตระกูลของนางเข้ากับราชวงศ์ 

"ก็ดี" ว่าแล้วก็คล้องแขนกันดื่มสุรามงคล หลังจากนั้นเขาก็ไปอาบน้ำ นางบอกว่านางจะรอเขาเองแต่นางก็ผล็อยหลับไปทั้งชุดเจ้าสาวสีแดง จ้าวชิงถีที่เพิ่งออกมาจากห้องอาบน้ำ เขาใส่เพียงชุดบางๆที่ไว้สำหรับนอนเท่านั้น เมื่อเห็นว่าชายาของเขาหลับไปแล้วเขาจึงไม่อยากปลุกนางตื่น 

จ้าวชิงถีเดินมาดูชายาของตน เวลานางหลับก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนกัน เขาจัดท่าให้นางนอนดีๆแล้วขึ้นมานอนข้างๆนางพร้อมดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มทั้งสองเอาไว้ แล้วหลับตาลงพร้อมเข้าสู่นิทราเต็มที  

จ้าวชิงถีหาใช่บุรุษที่ดีนัก มีบ้างที่เขาเข้าหอสดับเดือนเพื่อระบายความใคร่ของตนเองบ้าง เขาก็เหมือนบุรุษทั่วไปที่มีชีวิตมีจิตใจและมีอารมณ์ความต้องการ ในเมื่อนางแต่งเป็นชายาของเขาแล้ว นางก็ต้องทำหน้าที่ของภรรยาที่ดีแม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้รักกันก็ตาม  

ความคิดเห็น