email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาท่านอ๋อง3 : สมรสพระราชทาน

ชื่อตอน : ชายาท่านอ๋อง3 : สมรสพระราชทาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 845

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ค. 2562 23:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาท่านอ๋อง3 : สมรสพระราชทาน
แบบอักษร

 

หลังจากคืนนั้นที่ไป๋ลี่จิงในร่างของไป๋เหลียนแอบตามไปสืบตี้ลี่ที่หอสดับเดือนแล้ว จนตอนนี้นางก็ยังไม่ได้อะไรคืบหน้าเลย จนนางเองก็เริ่มจะท้อใจแล้วแท้ๆ  

อีกด้านหนึ่ง  

ยามซวี (19:00-20:59)  

ในพระราชวังอันใหญ่โตและเต็มไปด้วยเหล่าทหารและนางกำนัลเดินเวรยามกันอย่างเคร่งครัด หากแต่ก็ไม่มีใครรู้ไปเสียหมดว่าในราชวังแห่งนี้ยังมีอีกห้องหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องลับเฉพาะ ใช้สำหรับปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ และยังเป็นแหล่งลี้ภัยชั้นดียามเกิดเหตุทางการเมือง แม้ขนาดทหารประจำวังยังหาไม่เจอเลยด้วยซ้ำ 

จ้าวชิงถีเดินเข้ามาในห้องแล้วหยุดอยู่ต่อหน้าผู้ที่มาก่อนเขาแล้ว วันนี้เขาเพียงต้องการจะพบกับฮ่องเต้เพียงเท่านั้นดังนั้นห้องนี้จึงมีเพียงเขากับเจ้าของราชวังแห่งนี้เท่านั้น จ้าวชิงถียกสองมือขึ้นประสานไปด้านหน้าก้มหัวลงทำความเคารพผู้เป็นใหญ่กว่า 

"อภัยให้กระหม่อมด้วยที่มาสาย ทำให้พระองค์ต้องรอด้วยพ่ะย่ะค่ะ" 

"อย่ามากพิธีไปเลยน่า เจ้าเป็นน้องชายข้านะ" 

"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ" จ้าวชิงถีเงยหน้าขึ้น 

"เจ้าอยากพบข้าเป็นการส่วนตัว มีอะไรอย่างงั้นหรือ" ฮ่องเต้เปิดหัวขข้อการสนทนาทันที 

"เรื่องของตี้ลี่พ่ะย่ะค่ะ" จ้างชิงถีตอบ 

"โอว..." 

"คราวนี้ดูเหมือนตี้ลี่จะเพ่งเป้าหมายไปที่หอสดับเดือนพ่ะย่ะค่ะ...แต่กระหม่อมได้ลองปรึกษากับท่านแม่ทัพเกาแล้ว เกี่ยวกับเรื่องที่จะวางแผนล่อเสือให้ติดกับ"  

จ้าวชิงถีเริ่มอธิบายแผนการให้กับฮ่องเต้ฟังเป็นขั้นตอน แผนในการจับเสือนั้นอาจจะยากหน่อยเพราะเป็นเสือที่มีกรงเล็บแหลมคมนัก แต่หากให้จับจริงๆก็หาใช่เรื่องยาก เพียงแต่ต้องระมัดระวังในการลงมือเท่านั้น 

"แผนของเจ้ากับอัครเสนา ข้าว่ามันแยบยลอยู่มากเหมือนกัน เราต้องค่อยๆลงมือไปทีละขั้นจะได้ไม่ถือเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น..." ฮ่องเต้ทรงพอพระทัยมาก เขาไม่เคยรู้สึกผิดหวังกับน้องชายคนนี้เลยสักครั้ง 

"มีอีกเรื่องที่กระหม่อมอยากจะทูลขอจากพระองค์พ่ะย่ะค่ะ"  

"หืม...ฮ่าๆ ทำไมวันนี้เจ้าดูแปลกๆนะน้องข้า ของที่ข้าบุญบำเหน็จให้เจ้ามันน้อยไปหรือ หรือเจ้าอยากได้อะไรเป็นพิเศษอีก" ฮ่องเต้ทรงสรวลออกมาอย่างชอบใจ 

"ของที่พระองค์ให้กระหม่อม ชาตินี้ทั้งชาติกระหม่อมก็ใช้ไม่หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่ได้ต้องการสิ่งเหล่านั้น" จ้าวชิงถีรีบปฏิเสธ แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่ใช่คนโลภมากอยู่แล้ว ดังนั้นของนอกกายพวกนี้เขาไม่ต้องการ หากแต่ว่าสิ่งที่เขาต้องการนั้นมันจะเป็นการช่วยเขาและช่วยราชสำนัก 

"แล้วเจ้าต้องการสิ่งใดเล่า"  

"หม่อมฉันต้องการสมรสพระราชทานจากพระองค์พ่ะย่ะค่ะ"  

"หืม..." ฮ่องเต้ทรงเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่ค่อยเข้าใจว่าจู่ๆน้องชายคนนี้นึกอะไรขึ้นมาจึงอยากสละชีวิตอิสระของตนเสียดื้อ "เจ้าคิดดีแล้วหรือ" 

"พ่ะย่ะค่ะ" น้ำเสียงแน่วแน่ของจ้างชิงถีทำให้เขาไม่มีอะไรจะมาเอ่ยทัดท้านได้เลยจริงๆ หรือว่าน้องชายของเขาอยากจะมีคู่ครองแล้วอย่างนั้นหรือ 

"เช่นนั้นเจ้าได้หมายตาสตรีตระกูลใดเอาไว้แล้วบ้างล่ะ"  

"บุตรสาวของคหบดีไป๋ซู่เจี๋ย ไป๋ลี่จินพ่ะย่ะค่ะ"  

คำตอบของจ้าวชิงถีทำให้พระองค์แทบหงายท้อง ไม่ใช่ว่าพระองค์ไม่รู้ว่าน้องชายของตนกำลังทำอะไรอยู่หรอก จ้าวชิงถีต้องการให้การแต่งงานในคราวนี้เป็นการดึงเอาตระกูลไป๋อันมั่งมีเข้ากับราชสำนัก ต่อไปในภายภาคหน้าหากตระกูลนี้จะได้ไม่คิดก่อกบฎกับราชสำนักได้ ช่างเป็นคนที่มีความคิดรอบคอบอะไรเช่นนี้ 

"เจ้าคิดดีแล้วหรือ"  

"พ่ะย่ะค่ะ"  

"เจ้าไม่เคยรู้จักนาง ในทางการเมืองก็อาจจะส่งผลดี แต่กับเส้นทางชีวิตและความรักของเจ้าเล่า"  

"หม่อมฉันยังหาได้สนใจเรื่องนั้นไม่พ่ะย่ะค่ะ" 

"เอาล่ะ...ในเมื่อเจ้ายืนยันจะแต่งงานแล้ว ข้าก็ไม่อาจห้ามเจ้าได้อยู่ดี ข้าจะประทานงานสมรสให้เจ้าอย่างไวที่สุดเอง" ฮ่องเต้ยอมตบปากรับคำจ้าวชิงถีในที่สุด 

"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ" จ้าวชิงถีก้มลงเคารพชายผู้เป็นพี่ แววตาของเขาตอนนี้ดูมุ่งมั่นอยากเอาชนะ หลังจากที่เขาให้อาเจินไปสืบมาแล้ว ดูท่าคุณหนูไป๋คนนี้ดูมีอะไรแปลกๆอยู่หลายอย่าง หากเขาไม่รีบชิงลงมือก่อน ไม่แน่นางและพี่ชายบุญธรรมของนางนั่นแหละที่จะเป็นอันตรายต่อราชสำนักเสียเอง 

 

ผ่านไปได้สามวันเอง ก็มีราชโองการจากฮ่องเต้ลงมาสู่ตระกลูไป๋แล้ว ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวต่างออกมาคุกเข่ารอรับพระราชโองการอยู่หน้าประตูเข้าจวนยกเว้นเพียงคนเดียว ชาวบ้านในละแวกนั้นต่างก็มามุงดูด้วยความสนอกสนใจ  

"ตระกูลไป๋รับราชโองการ" เสียงของอู๋กงกงเอ่ย ทุกคนก็ก้มหัวลงรอฟังทันที 

"เนื่องจากองค์ฮ่องเต้ได้เห็นถึงความดีของตระกูลไป๋ที่คอยช่วยเหลือทางการอยู่เป็นประจำ และทั้งยังค้าขายอย่างสุจริตไม่เอารัดเอาเปรียบประชาชนของพระองค์ ความดีในข้อนี้ องค์ฮ่องเต้จึงประทานสมรสพิเศษให้แก่ตระกูลของท่าน โดยให้ส่งบุตรสาวคนเล็กของท่านคหบดี ไป๋ลี่อิงแต่งกับท่านอ๋องสี่ จ้าวชิงถี...รับราชโองการ" หลังจากที่อู๋กงกงอ่านราชโองการจบ ฮูหยินไป๋แทบจะเป็นลม ไม่รู้จะดีใจหรือตกใจก่อนดี  

"พระมหากรุณาของฮ่องเต้ พวกเราตระกูลไป๋ยินดีน้อมรับอย่างยิ่งเจ้าค่ะ" หากแต่ว่าปากไปไวกว่าความคิด ฮูหยินไป๋รับราชโองการมาไว้ในมือ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทันทีที่จะได้มีเรื่องราวดีๆไปเล่าสู่กันฟังกับเหล่ากลุ่มสตรีของตนแล้ว  

"แล้วแม่นางไป๋ไปไหนเสียเล่า" อู๋กงกงถาม เมื่อสังเกตไม่เห็นสตรีหน้าไหนอีกนอกจากพวกสาวใช้และฮูหยินของจวน 

"พอดีนางไม่ค่อยสบายน่ะเจ้าค่ะ แต่นางย่อมยอมรับราชโองการอยู่แล้ว ท่านอย่าได้เป็นห่วงเจ้าค่ะ"  

"เป็นเช่นนั้นหรือ...ให้นางรักษากายให้ดีๆ เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวในเรือนหอเสียที" อู๋กงกงว่า 

"เจ้าค่ะ"  

"ฮ่องเต้ยังตรัสอีกว่าภายในเจ็ดวันขบวนขันหมากจะมาเทียบหน้าประตูจวนของเจ้า ไม่ได้ถือเป็นการเร็วไปใช่หรือไม่" 

"โอ้ย ไม่เร็วไปเลยเจ้าค่ะ ยิ่งสามวันได้ยิ่งดีเจ้าค่ะ" 

"งั้นเป็นอันว่าอีกเจ็ดวันจะจัดงานมงคลขึ้น จบราชองค์การ"  

"ขอบพระทัยเจ้าค่ะ"  

หลังจากที่อู๋กงกงกลับไปแล้ว สองสามีภรรยาจึงลุกขึ้น ด้านคหบดีไป๋ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่นักกับการตัดสินใจของภรรยา จึงหันไปสกิดกัดภรรยาที่ยิ้มเล็กยิ้มใหญ่อยู่ 

"ฮูหยินที่รัก เจ้าไม่ว่าแปลกหรือที่จู่ๆฮ่องเต้ก็ทรงประทานสมรสให้ลูกสาวเราน่ะ" 

"ไม่เห็นแปลกตรงไหนเลย ลูกสาวของเราสวยจะตาย แต่งกับท่านอ๋องสี่น่ะถูกแล้วลูกเราจะได้มีชีวิตสุขสบายเป็นพระชายาสบายๆในตำหนักบูรพา" 

"แล้วเจ้าจะไม่ฟังความเห็นของลี่จิงเลยหรือ" คหบดีเฒ่ายังไม่คลายกังวล 

"ราชโองการท่านจะขัดได้เช่นไร อยากหัวหลุดออกจากบ่าหรืออย่างไร" สุดท้ายคหบดีต้องยอมภรรยาจนได้ 

 

 

ไป๋เหลียนเดินเข้ามาในจวนของตนด้วยอารมณ์โมโหโกธา นางเป็นหอกระจายข่าวที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งเมืองหลวงแล้วมีหรือที่นางจะไม่รู้ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับตัวนางบ้าง ตอนนี้ข่าวการสมรสของนางคงได้แพร่สะพัดไปจนทั่วเมืองหลวงเป็นแน่แล้ว  

"ท่านแม่ท่านพ่อ" น้ำเสียงแหบๆของไป๋เหลียนตอนนี้กลายเป็นน้ำเสียงสูงเล็กแหลมที่บ่งบอกว่านางกำลังโมโหอยู่เรียกบิดามารดาที่กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะอาหาร 

"กลับมาแล้วหรอ...ท่าทางอย่างนี้คงจะรู้ข่าวแล้วล่ะสิ" บิดาของนางเอ่ย 

"กลับมาก็ดีแล้ว แม่จะได้ให้เจ้าเริ่มเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวเสียที" มารดาของนางกล่าวอย่างไม่ได้รู้สึกเป็นทุกข์ร้อนเลยแม้แต่นิด 

"ท่านแม่ ท่านรับราชโองการทำไม ท่านไม่รู้หรือว่าหากข้าแต่งงานเข้าราชวงศ์ ตระกูลเราก็จะถูกจับตาทันทีน่ะ" ลี่จิงพยายามใจเย็นคุยกับมารดาของนางดีๆ 

"เราไม่ได้ทำอะไรทุจริตเสียหน่อยเราจะถูกจับตาได้อย่างไร แต่ถ้าเราไม่รับราชโองการนี่สิ เราทุกคนได้กลับไปเฝ้าบรรพบุรุษเป็นแน่" ฮูหยินเองก็ใช่ว่าจะยอม ไป๋ลี่จิงเป็นลูก จะมาเถียงกับนางที่เป็นมารดาไม่ได้ ที่ผ่านมานางปล่อยปะละเลยและตามใจบุตรสาวเกินไป ลี่จิงถึงได้ดื้อรั้นแบบนี้ บุตรสาวบ้านอื่นเขาเก็บตัวอยู่แต่ในจวนเตรียมตัวเป็นสตรีในห้องหอ แต่บุตรสาวของนางวันๆเอาแต่แล่นไปแล่นมาระหว่างโรงเตี๊ยมกับร้านผ้าไหมของตระกูล นางล่ะเหนื่อยใจยิ่งนัก 

"ท่านแม่ แต่ข้าไม่อยากแต่ง ท่านอ๋องสี่หน้าตานิสัยเป็นอย่างไรข้าก็ไม่รู้ อีกอย่างข้าไม่ได้รักเขา"  

"เจ้าไม่ต้องห่วง แม่สื่อบอกข้าว่าท่านอ๋องรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาราวเทพเซียน แถมร่ำรวยเงินทองจะใช้ทั้งชาติก็ไม่หมดไม่สิ้น ท่านอ๋องไม่ใช่คนใจร้ายและยังไม่เคยมีอนุคนไหนมาก่อน เจ้าวางใจเถอะแต่งๆไปเดี๋ยวพวกเจ้าก็รักกันเอง" ไป๋ลี่จิงแทบอยากหัวเราะทั้งน้ำตา แต่งๆไปเดี๋ยวก็รักกันเองเนี่ยน่ะหรือ เห็นแต่จะมีแต่ในหนังสือนิยายที่นางชอบอ่านเวลาว่างเท่านั้นกระมั้ง 

"ท่านแม่!!!"  

"เจ้าเลิกเถียงข้าได้แล้ว และต่อไปนี้ไม่ต้องไปที่โรงเตี๊ยมอีก เจ้าต้องอยู่เรียนมารยาทและขัดสีฉวีวรรณเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวได้แล้ว" พูดจบก็ลุกออกไปจากโต๊ะและเดินออกไปทันที ราวกับว่าที่นั่งอยู่ตั้งนานคือรอให้นางกลับมาเพื่อจะบอกเรื่องนี้เท่านั้น 

สุดท้ายลี่จิงก็ทำอะไรไม่ได้ นางจำเป็นต้องละทิ้งตัวตนของไป๋เหลียนไปสักพัก รอให้ทุกอย่างมันลงตัวก่อน ซึ่งนางก็ไม่รู้ว่ามันจะลงตัวเมื่อไหร่ หรือบางทีนางอาจไม่ได้กลับไปเป็นไป๋เหลียนอีกเลยก็ได้ แต่ตอนนี้นางต้องมานั่งคืดหาวิธีรับมือกับท่านอ๋องสี่คนนี้เสียก่อน  

หลายวันที่ผ่านมา นางนั่งเรียนมารยาทกับเหล่าแม่สื่อและซังกงที่ไทเฮาส่งมาสอนนาง นางเป็นคนเรียนรู้เร็วจึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนี้มากนัก แต่ที่นางไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งคือการที่เหล่าสาวใช้ในเรือนจับนางมานั่งขัดผิวอยู่ตั้งเป็นวัน กรรมวิธีขัดผิวอะไรเต็มไปหมด ตอนนี้นางทั้งแสบผิวทั้งคันไปหมด ทำราวกับว่าจะเอานางไปฆ่าบูชายันต์อย่างไรอย่างนั้น พรุ่งนี้ก็เป็นวันงานแล้วนางไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเลยสักนิดเดียว คนที่ดูตื่นเต้นเกินหน้าเกินตาเห็นคงจะมีแต่มารดาของนางและบรรดาสาวใช้ในเรือนเท่านั้น แต่เมื่อเหล่ไปเห็นชุดแต่งงานสีแดงปักลวดลายสวยงามที่ถูกแขวนไว้รอนางมาใส่ นางก็แอบใจหายอยู่บ้างเล็กน้อย นางไม่รู้เลยว่าการแต่งงานครั้งนี้จะนำอะไรมาสู่ชีวิตของนางบ้าง ไม่รู้แลัคาดไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว... 

ความคิดเห็น