email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาท่านอ๋อง2 : ช่างแปลกนัก

ชื่อตอน : ชายาท่านอ๋อง2 : ช่างแปลกนัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 730

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ค. 2562 21:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาท่านอ๋อง2 : ช่างแปลกนัก
แบบอักษร

โรงเตี๊ยมไป๋

“ห๊ะ! เจ้าว่าอะไรนะ”

“เจ้าจะเสียงดังไปใยเล่า”

“ก็ข้าคิดไม่ถึงนี่ว่า เจ้านั่นมันจะเข้ามาในเมืองหลวงแล้ว”

“ก็ใช่ พักในโรงเตี๊ยมของข้าด้วย...นี่หรูจิ้ง ข้าถามอะไรเจ้าหน่อยสิ” ไป๋เหลียนเอ่ยเสียงเบาลง ตอนนี้ไป๋เหลียนนั่งอยู่ในห้องส่วนตัวของตัวเอง ส่วนหลี่หรูจิ้งก็บังอาจเดินเข้ามานั่งเองในห้องโดยไม่ได้ขออนุญาต แต่ไป๋เหลียนก็หาได้ว่าอะไรไม่ เพราะว่านางไว้วางใจเขาอยู่พอสมควร

หลี่หรูจิ้ง สหายคนเดียวของไป๋เหลียน เขาเพิ่งเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดเพื่อไปขนเอาสมุนไพรมาขายในเมืองหลวง เพิ่งกลับมาถึงเช้าของวันนี้ก็รีบควบม้ามาหาไป๋เหลียนทันที

“ว่ามา...”

“เจ้าตี้ลี่ผู้นี้ทำการค้าอะไรไม่ดีได้ไว้เบื้องหลังอย่างนั้นหรือ” ไป๋เหลียนนอนข้องใจเรื่องนี้มาทั้งคืนแล้ว หากทางการรู้ว่าเจ้าตี่ลี่ทำอะไรไม่ดีแล้วมาจับกุมตัวเขาที่เป็นคนให้ที่พักอาศัยล่ะก็ เขาก็ซวยด้วยน่ะสิ

“เจ้าจะอยากรู้ไปทำไม?” หลี่หรูจิ้งสีหน้าฉงนก่อนจะฉายสายตาเจ้าเล่ห์ขึ้น “หรือเจ้าอยากร่วมการค้ากับเจ้าตี้ลี่ผู้นี้กัน”

“หรูจิ้ง สีหน้าข้าบ่งบอกว่าข้าอยากทำอย่างงั้นหรือไร หากเจ้ายังไม่เลิกกวนข้าอีก ข้าจะถีบเจ้าออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้แหละ” ไป๋เหลียนยกเท้าที่นางยัดนุ่นเข้าไปเต็มข้างขึ้นเตรียมจะถีบคนกวนประสาท

“ข้าหยอกเจ้าเล่นหรอกน่า...” หลี่หรูจิ้งยกยิ้ม ใบหน้าเย่อหยิ่งของเขาเวลายิ้มแล้วดูมีเสน่ห์ขึ้นมาอีกเป็นเท่าตัว

“บอกข้ามาได้แล้ว”

“เจ้าอยากรู้ขนาดนั้นเชียว...”

“หรูจิ้ง!...”

“ฮ่าๆข้าบอกแล้วๆ...เอาหูมาใกล้ๆ” หรูจิ้งเริ่มมีสีหน้าที่จริงจังขึ้นมา ไป๋เหลียนจึงยอมเชื่อ นางยื่นหูเข้าไปใกล้ชายหนุ่มมากเกินไปอย่างไม่รู้ตัว หลี่หรูจิ้งแอบชะงัก หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ หากเขาไม่รู้ว่านางเป็นสตรีเขาจะไม่ใจเต้นเลย แต่นี่นางเป็นสตรี แถมนางยังสวยมากๆด้วย หลี่หรูจิ้งแทบจะหลุดลอยแต่เสียงเรียกของไป๋เหลียนก็ดึงสติเขากลับมา

“รีบๆบอกข้าเสียทีสิ...”

“เอ่อ...ข้า...ก็ไม่รู้”

“หลี่ฟรูจิ้ง!...เจ้าอยากตายใช่มั้ย!” ไป๋เหลียนหยิบสมุดแถวนั้นขึ้นมาตีหรูจิ้งรัวๆ เมื่อนางโดนเขาหลอกเข้าให้ นางแค้นนัก ก็นึกว่ารู้จากเขาเนี่ยแหละ นางจะได้ไม่เสียเวลาไปสืบเอง แต่ที่ไหนได้...เขามันน่าเตะนักนะ

“โอ้ย! ฮ่าๆ ข้าเห็นหน้าเจ้าจริงจังแล้วมันตลกมากเลย...” หลี่หรูจิ้งหัวเราะก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องไป เพราะหากเขาอยู่นานกว่านี้ มีหวังเนื้อตัวเขาได้เขียวช้ำหมดแน่ๆ

“เฮ้อ!” ไป๋เหลียนไล่ทุบจนหรูจิ้งหนีไป นางก็กลับมานั่งบนเก้าอี้ไม้ของตนแล้วถอนหายใจออก หากนางไม่สืบให้รู้ก่อนทางการ มีหวังนางและตระกูลไป๋ได้ถูกยัดเข้าคุกข้อหามีส่วนรู้ร่วมคิดกับเจ้าตี้ลี่ผู้นี้แน่ๆ ที่ผ่านมานางเคยแต่ได้ยินชื่อเสียงว่าคนผู้นี้ร้ายกาจนัก แต่ยังไม่รู้ว่าเขาทำการค้าอะไรถึงได้มีชื่อเสียงแบบนี้กันแน่

 

หอสดับเดือน

“เชิญค่ะนายท่าน ทางนี้เลยเจ้าค่ะ” เสียงแม่เล้าเชื่อเชิญแขกมากหน้าหลายตาเข้ามายังหอคณิกาของตนอย่างอารมณ์ดี ยิ่งแขกมากเท่าไหร่ นางก็รู้ว่าจะได้เงินเยอะขึ้นเท่านั้น ยิ่งวันนี้มีลูกค้าจ่ายหนักมาให้ลูกๆของนางปรนนิบัติแล้วด้วย นางยิ่งชอบใจนัก

“ด้านบนยังเหลือที่ว่างอีกนะเจ้าคะ...คืนนี้มีระบำด้วยนะเจ้าคะ ซูหนิงขึ้นระบำเองเลยเจ้าค่ะ” นางว่าก่อนจะพูดถึงหญิงสาวที่ขึ้นชื่อเรื่องระบำของที่นี่

“แม่นาง วันนี้ลั่วหลานขึ้นบรรเลงดนตรีมั้ยจ๊ะ”

“แน่นอนเจ้าค่ะนายท่าน อาหลานขึ้นบรรเลงพิณแน่นอนท่านรอฟังได้เลยเจ้าค่ะ”

“ถ้านางขึ้นบรรเลงดนตรีข้าจะมอบเงินให้อีกสิบตำลึงเลย” ตาเฒ่าคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา

“เจ้าค่ะ” แม่เล้าตอบรับอย่างนอบน้อมหากแต่ริมฝีปากยิ้มจนแทบฉีกไปถึงหูอยู่แล้ว

 

อีกด้านหนึ่ง

“ท่านอ๋องไม่ให้เจ้าขึ้นแสดง เจ้ายังจะดื้ออีกหรือ” อาเจินยืนหันหลังอยู่หลังม่านสีแดงในห้องของลั่วหลาน บทสนทนาค่อนข้างตึงเครียดนิดหน่อย

“เจ้าวางใจเถอะอาเจิน เมื่อคืนก็หาได้มีอะไรเกิดขึ้นไม่ คืนนี้ก็เช่นเมื่อคืน หากจะเกิดอะไรขึ้นจริงๆ ก็ให้องครักษ์เงาของท่านอ๋องลงมือได้เลยทันที” ลั่วหลานเอ่ย นางหาได้กลัวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนาง นางสำนึกในบุญคุณของท่านอ๋องสี่ที่คอยช่วยเหลือนางเสมอ ดังนั้นนางจึงตั้งใจจะใช้ตัวเองเนี่ยแหละ เป็นเหยื่อล่อให้ตี้ลี่เอง

“หากเจ้าตัดสินใจแล้ว ข้าก็ไม่อาจห้ามเจ้าได้ ระวังตัวด้วยอาหลาน” อาเจินว่าก่อนจะใช้วิชาตัวเบาบินหายออกไปจากห้องของลั่วหลาน เหลือเพียงม่านสีแดงที่พริ้วไหวตามแรงลมเท่านั้น ลั่วหลานหันมามองตัวเองในกระจกสีทองที่สะท้อนเงาของนาง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วสีหน้าสวยหวานก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที

 

ไป๋เหลียนเดินเข้ามาในหอสดับเดือนอย่างเงียบๆ นางแอบตามตี้ลี่มา เพราะนางเห็นเขามาหอคณิกาสองคืนติดกันแล้ว นางอยากรู้นักว่าที่อโคจรเช่นนี้ทำไมคนถึงชอบมากันนัก แต่หากเป็นเจ้าตี้ลี่หน้าหื่นผู้นั้น นางไม่ค่อยแปลกใจนักหรอก

ไป๋เหลียนหาที่นั่งได้ ก็แอบๆเอาพัดมาบังตนเอง แต่หารู้ไม่ว่านางยิ่งกางพัดก็ยิ่งเป็นที่สนใจของแขกทั่วไป โดยเฉพาะใครบางคนที่นั่งอยู่ชั้นบน เขามองนางตั้งแต่นางเดินเข้ามาในร้านแล้ว ท่าทางหวาดระแวงของนางดูขัดหูขัดตาเขามาก แต่ไม่รู้เหตุใดเขาถึงได้มองนางจนนางหาที่นั่งได้ด้วย

“อาเจิน”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“คนนั้น...ใคร” จ้าวชิงถีชี้ไปที่ไป๋เหลียน ที่นั่งกางพัด พัดตัวเองไปมาอยู่

“เถ้าแก่โรงเตี๊ยมไป๋พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องมีอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“เปล่า...” แม้จะตอบว่าไม่มี แต่จ้าวชิงถีเองก็อดฉงนสงสัยในตัวไป๋เหลียนไม่ได้ ตาเถ้านี่มีบางอย่างแปลกๆผิดมนุษย์ทั่วไปนัก แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าแปลกตรงไหน

ตอนนี้เองที่ลั่วหลานออกมาบรรเลงดนตรี จ้าวชิงถีชอบในเสียงพิณของลั่วหลานนัก เขายังมาฟังนางบรรเลงบ่อยๆ แต่วันนี้ที่มาเพราะมาสังเกตเจ้าตี้ลี่ต่างหาก ไม่แน่เจ้านี่อาจต้องตาลั่วหลานก็เป็นไร เพราะนางงามล้ำยิ่งนัก

หลังจากที่ลั่วหลานบรรเลงไปได้เพียงเพลงเดียว ก็เกิดเหตุชุลมุนขึ้น เพราะมีคนเมาพยายามจะเข้ามาฉุดเอาตัวของลั่วหลานไป จนทุกอย่างวุ่นวายไปหมด ลั่วหลานต้องกลับไปพักส่วนเจ้าขี้เมาถูกขับไล่ออกไปจากหอคณิกา คณะระบำชุดอื่นจึงต้องขึ้นแสดงแทน

หากแต่จ้าวชิงถีไม่ได้สนใจลั่วหลานแม้แต่นิด ตรงกันข้ามเขากำลังสังเกตตี้ลี่ที่นั่งตรงข้ามกับเขาอยู่ต่างหาก เป็นจริงดั่งที่เขาคาด ตี้ลี่สนใจในตัวลั่วหลานจริงๆ สายตาที่มันใช้มองนางดูปานจะกลืนกินนางเสียให้ได้ หากวันนี้ไม่เกิดเรื่องขึ้นก่อน องครักษ์เงาของเขาอาจได้ออกแรงแล้ว

อีกคนที่มักจะทำให้จ้าวชิงถีหันไปสนใจคือ เถ้าแก่โรงเตี๊ยมไป๋ หากเขาคาดไม่ผิดคืนนี้ที่เถ้าแก่มาเฝ้าดูเจ้าตี้ลี่ก็คงจะเพราะสงสัยในตัวเจ้าคนนี้ด้วย แต่นางยังคงไม่รู้ว่าเจ้าตี้ลี่ทำการค้าอะไร จึงได้ตามสืบลูกค้าตัวเองเช่นนี้

เขารู้ว่าจริงๆแล้วไป๋เหลียนผู้นี้รู้ความลับหลายอย่างที่ทางการไม่รู้ เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังหอข่าว ซึ่งข่าวแต่ละข่าวก็มีแต่ข่าวดีๆทั้งนั้น บางครั้งจ้าวชิงถีก็รู้ว่าที่ทางการจับคนร้ายหรือเสนาบดีที่คดโกงได้ ส่วนหนึ่งก็มาจากข่าวของไป๋เหลียน แต่เหมือนนางจะอยู่เป็น เพราะตลอดที่ผ่านมาทางการไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย หาดจ้าวชิงถีไม่สงสัยแล้วจึงตามสืบจนรู้ว่าทุกอย่างมีไป๋เหลียอยู่เบื้องหลัง จะว่าไป๋เหลียนเป็นคนดีก็ไม่ถูกทั้งหมด แต่ต้องบอกว่าไป๋เหลียนทำทุกอย่างที่ถูกและเป็นประโยชน์ต่อการค้าของตนถึงจะถูก อะไรที่ไม่ดีและหากกระทบถึงการค้าของนางในอนาคต นางก็จะหาวิธีกำจัดออกไปโดยการยืมมือของทางการมาช่วยนั่นเอง จ้าวชิงถีได้กราบทูลเรื่องนี้ให้ฮ่องเต้ทราบแล้ว ฮ่องเต้เองก็เห็นดีว่าควรจะดึงคหบดีตระกูลนี้ให้เข้ากับราชสำนัก เขาเองก็เห็นดีด้วยแต่ยังไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนดี

ยิ่งคิดจ้าวชิงถีก็ยิ่งรู้สึกสนุกขึ้นมาทุกที ไป๋เหลียนคนนี้น่าสนใจยิ่งนัก เขาชักอยากจะรู้จักอย่างจริงจังเสียทีแล้วสิ

“อาเจิน”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้ารู้จักไป๋เหลียนคนนี้ดีเท่าใด” อาเจินมีท่าทีงุนงงนิดหน่อยแต่ก็ตอบเจ้านายออกไป

“พอประมาณพ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นอะไรบ้าง”

“ตระกูลไป๋เป็นตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยมาก มีหัวหน้าครอบครัวชื่อไป๋ซู่เจี๋ยส่วนฮูหยินมีคนเดียวชื่อไป๋จิ่วจิว ไป๋เหลียนเป็นเพียงบุตรบุญธรรมพ่ะย่ะค่ะ แล้วก็...คหบดีไป๋มีบุตรสาวอีกคนชื่อไป๋ลี่จิง แต่ข่าวว่านางไม่ค่อยชอบออกนอกจวนพ่ะย่ะค่ะจึงมิใคร่มีใครเห็นหน้า” จ้าวชิงถีพยักหน้ารับ

“อืม...เป็นแค่บุตรบุญธรรมแท้ๆ แต่ใยได้รับความไว้วางใจให้ดูแลการค้าขนาดนี้...น่าแปลกๆ” จ้าวชิงถีพึมพำกับตัว ส่วนอาเจินก็ได้งุนงงตามเดิม แต่ก็ไม่กล้าถามมากนัก

“อาเจิน”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้าไปสืบมาอีก ข้าอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับไป๋เหลียนมากขึ้นอีก”

“พ่ะย่ะค่ะ”

ความคิดเห็น