email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาท่านอ๋อง1 : ไป๋เหลียน

ชื่อตอน : ชายาท่านอ๋อง1 : ไป๋เหลียน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2562 23:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาท่านอ๋อง1 : ไป๋เหลียน
แบบอักษร

แคว้นจ้าว

ในโลกนี้ยังมีดินแดนผืนใหญ่อยู่อีกผืน ในดินแดนผืนนี้ยังมีแคว้นหนึ่งที่ปกครองอยู่ เป็นแคว้นที่ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามที่สุดนั่นก็คือ แคว้นเจ้าว แคว้นที่ไม่เคยถูกข้าศึกตีได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะตามชายแดนประกอบไปด้วยชนเผ่าต่างๆกลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่เรียงราย แม้จะมีการปกครองตัวเองแต่ในแต่ละปีก็จำต้องส่งของล้ำค่าไปมอบให้แก่ราชสำนักเพื่อเป็นการถวายความภัคดี เมื่อแคว้นอื่นมาบุกรุก ชนเผ่าเหล่านี้ก็จะสู้ปกป้อดินแคว้นจ้าว ในขณะเดียกัน องค์จักรพรรดิไม่เคยทอดทิ้งชนเผ่าเหล่านี้ แต่ยังส่งทหารมาคอยเฝ้าและปกป้องชาวบ้านที่เป็นสตรีและเด็กอีกด้วย ยามมีศึกทหารกล้าก็คอยร่วมรบไปด้วย ในราชวงศ์จ้าวจึงรุ่งเรืองมากในทุกๆด้าน

ในรัชสมัยของฮ่องเต้ จ้าวฉินหลง พระองค์ทงมีพี่น้องต่างมารดาอยู่มากมาย แต่พระองค์ทรงเอ็นดูและรักท่านอ๋องสี่มากที่สุด ด้วยพระองค์มีชันษาที่ใกล้เคียงกัน ทรงเฉลียวฉลาดและไม่ชอบประจบประแจงเหมือนท่านอ๋องคนอื่น และพระองค์ทรงมีพระสหายสนิทด้วยกันสามคน คือ ท่านอัครเสนาบดีหยางเสาเฟิง ท่านอ๋องสี่จ้าวชิงถีและท่านแม่ทัพเกาเว่ยหลาง รวมกับพระองค์ก็เป็นสี่คน ทั้งสี่คนเก่งกล้าและมีความสามารถในคนละแบบ แต่ทั้งสี่ก็รักใคร่ราวกับเป็นพี่น้องกัน

แม้ในแคว้นจะสงบเรียบร้อย แต่ว่าฮ่องเต้ก็รับรู้ว่ากำลังมีคลื่นใต้น้ำอยู่ พระองค์จึงทรงปรึกษากับพระสหายและเริ่มวางแผนที่จะกำจัดปัญหาเหล่านี้เพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้น

 

ยามเหม่า (5:00-6:59)

ร่างอ้วนท่วมของไป๋เหลียนเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของโรงเตี๊ยม เขาเพิ่งได้ข่าวว่านายหน้าค้าเสื้อผ้าจากแคว้นจื้อเดินทางมาถึงเมืองหลวงเมื่อเช้ามืดของวันนี้และจองโรงเตี๊ยมของเขาพัก แถมเหมาจ่ายในราตาที่ปีนี้ทั้งปีแม้โรงเตี๊ยมจะไม่มีคนพัก เขาก็ไม่ขาดทุนเลย ยิ่งใจป้ำแบบนี้ไป๋เลียนก็ยิ่งอยากเห็นหน้านัก เคยแต่ได้ยินชื่อเสียงเขาก็อยากเห็นหน้าสักครั้ง ว่าพ่อค้าขายผ้าบังหน้าผู้นี้หน้าตาเป็นอย่างไร

"เถ้าแก่ อรุณสวัสดิ์ขอรับ" เสี่ยวเอ้อร์ หนุ่มน้อยเดินเข้ามาทักทายก่อนจะผายมือไปทางด้านพ่อค้าต่างแดนที่กำลังนั่งจิบชาร้อนๆยามเช้าอย่างสบายอารมณ์

"อะฮึ่ม...ขอข้านั่งด้วยคนจะได้หรือไม่ใต้เท้า" ไป๋เหลียนเดินเข้ามากระแอมแล้วพูดจาด้วยท่าทางนอบน้อม พ่อค้าต่างแดนได้แต่ทำหน้างงและแสดงท่าทางไม่เป็นมิตร

"ท่านผู้นี้เป็นเถ้าแก่คอยดูแลการค้าของตระกูลไป๋ เป็นบุตรบุญธรรมของนายท่านและฮูหยินไป๋ ชื่อไป๋เหลียนขอรับ" เสี่ยวเอ้อร์รีบแนะนำเจ้านายของตนให้พ่อค้าต่างแดนทันที

"อ๋อๆ ที่แท้ก็เถ้าแก่เนี๊ยะนี่เอง ขอโทษที่เสียมารยาทแล้ว" พ่อค้ารีบลุกขึ้นแล้วก้มหัวให้ทันที สีหน้าไม่เป็นมิตรเมื่อครู่หยไปหมด เหลือแต่ใบหน้าแก่ๆหื่นๆเท่านั้น

"เกินไปๆ ข้าน้อยต่างหากที่ต้องขอโทษท่านที่มารบกวนเวลาของท่าน" ไป๋เหลียนประสานมือขึ้นแสดงการเคารพ แม้ในใจจะสะอิดสะเอียนใบหน้าหื่นนี้เต็มที

"ยินดียิ่งแล้วเถ้าแก่"

"ข้าน้อยเห็นว่าผ้าของแคว้นท่านมีชื่อเสียงนัก แล้วท่านก็มาพักที่นี่ข้าจึงอยากจะมาต้อนรับท่านเสียหน่อย"

"ฮ่าๆๆไม่ถึงขั้นนั้นหรอก ที่นี่ทำเลดีนัก มองไปทาไหนก็มีแต่ที่ดีๆสาวๆเมืองนี้เองก็งามยิ่งนัก" ไป๋เหลียนแทบอยากจะอาเจียนออกมานัก ดีนักที่วันนี้เขาแต่งเป็นไป๋เหลียนออกมา หากแต่งเป็นไป๋ลี่จิงล่ะก็ ไม่อยากจะคิดเลย ในสายตาของพ่อค้าต่างแดนนี้มีแต่ความตาเฒ่าชีกอแบบเก็บไม่มิดเลยจริงๆ

"อย่างงั้นหรือขอรับ"

"นานๆทีข้าจะได้มาเมืองที่เจริญเช่นนี้ เถ้าแก่พอจะแนะนำสถานที่ดีๆให้ข้าพักผ่อนก่อนจะออกขายผ้าได้บ้างหรือไม่"

"ย่อมได้แน่นอน...ท่านต้องการจะไปท่องเที่ยวในสถานที่แบบใดเล่า"

"อืม..."

"หรือท่านอยากลองไปหอคณิกาที่โด่งดังของที่นี่เล่า" แวบหนึ่งที่ไป๋เหลียนเห็นแววตาประกายของพ่อค้าลามกผู้นี้ แต่หากตาแก่ก็รีบเก็บซ่อนเอาไว้ได้ทัน

"เถ้าแก่มีที่แบบนี้ด้วยหรือ ท่านช่างรู้ใจข้านัก ข้าล่ะอยากลองไปลิ้มรสชาติของสุราที่นี่นัก ว่าแต่ที่นั่นอยู่แห่งไหนหรือ"

ปากก็บอกว่าอยากลองลิ้มรสสุรา แต่จิตใจคงอยากไปดูผิวสวยๆเนียนๆของนางคณิกามากเสียกว่า ไป๋เหลียนคิดแบบนี้ก็แอบขนลุก

"ถัดจากตรงนี้ไปอีกสองถนนก็ถึงแล้วขอรับ ชื่อหอสดับเดือน ป้ายใหญ่มากๆและถามใครเขาก็รู้จัก เหมาะสำหรับคนร่ำรวยอย่างท่านมากๆเลยขอรับ สาวๆข้างในก็มีเยอะแยะ ดนตรีก็แสนไพเราะ สุราชั้นเลิศก็มีให้ลิ้มลองมากมายขอรับ"

"เถ้าแก่เนี่ย รู้ดีจังเลยนะ...ไปบ่อยเหมือนกันล่ะสิ" พ่อค้าต่างแดนทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่ ไป๋เหลียนได้แต่ยิ้มแห้งๆส่งไป เพราะความจริงแล้วนางไม่รู้อะไรเลย แต่ที่สามารถอธิบายสรรพคุณของหอสดับเดือนได้ก็รู้มาจากหลี่หรูจิ้งล้วนๆ

“ก็ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกขอรับ ไปบ้างเป็นบางครา”

หลังจากนั้นทั้งสองก็คุยกันอีกไม่กี่ประโยค ก่อนที่ไป๋เหลียนจะขอตัวออกมา แล้วปล่อยให้ลูกค้าของเขาได้พักผ่อน ถึงแม้ว่าพ่อค้าคนนี้จะมีเบื้องหลังที่ไม่ดีนัก แต่เขาก็เป็นลูกค้า ไป๋เหลียนจึงทำอะไรไม่ได้ ที่ว่ามีเบื้องหลังไม่ดีนั้นไป๋เหลียนเองก็ไม่รู้ด้วยเช่นกันว่าพ่อค้าคนนี้ทำอะไรไม่ดี

 

อีกด้าน

องครักษ์ประจำกายของท่านอ๋องสี่ เดินเข้ามาอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะอธิบายเรื่องราวที่เจ้านายให้ไปสืบมา

“อาเจิน เจ้ามาแล้วหรือ” แม้ว่าองครักษ์จะมาจากด้านหลังและฝีเท้าเบามากเพียงใด แต่คนฝึกยุทธ์อย่างเขา มีหรือจะไม่รู้

“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง” ชีเจิน หรืออาเจิน ประสานมือขึ้นก่อนจะตอบรับ เขาไม่ได้มีท่าทีแปลกใจสักนิดเพราะชินกับความสัมผัสว่องไวของนายตัวเองนานแล้ว

“เรื่องที่ข้าให้ไปสืบเป็นอย่างไรแล้ว”

“ตามที่ท่านแม่ทัพเกาว่าพ่ะย่ะค่ะ ขบวนของตี้ลี่เขามาในแคว้นทางตะวันตกอย่างถูกกฎหมาย และพวกมันขนกล่องผ้ามาเยอะแยะมากมายเลยพ่ะย่ะค่ะ” อาเจินรีบเล่า

“คงจะเอาไว้เก็บตัวผู้หญิงตอนเดินทางออกไปล่ะสิ”

“พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้พวกของตี้ลี่เข้าพักที่โรงเตี๊ยมไป๋ของตระกูลไป๋ เย็นนี้ดูท่าพวกมันจะเริ่มการค้นหาแล้ว โดยเริ่มที่หอสดับเดือนก่อนเป็นที่แรกพ่ะย่ะค่ะ”

“อย่างงั้นหรือ...” จ้าวชิงถีเงียบไปสักพักก่อนจะครุ่นคิดบางอย่าง “เจ้าไปส่งข่าวให้อาหลาน ว่าช่วงนี้ไม่ให้นางขึ้นเล่นดนตรี”

“พ่ะย่ะค่ะ” อาเจินรับคำอย่างรู้ความก่อนจะรีบวิ่งออกไป แล้วใช้วิชาตัวเบาของตัวเองบินหายไปกลางอากาศอย่างรวดเร็ว

“หึ!...ตี้ลี่ เจ้าประเมินแคว้นจ้าวต่ำเกินไปแล้ว” จ้าวชิงถียกยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อตอนนี้ดูดุขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

จวนตระกูลไป๋

“อาจิง เมื่อไหร่เจ้าจะเลิกแต่งตัวเป็นเถ้าแก่ตัวอวบอ้วนหน้าเต็มไปด้วยไฝ่เช่นนี้กัน แม่ล่ะทนไม่ไหวที่จะมองหน้านี้เต็มทีแล้วนะ ความงามของเจ้าเรียกว่าล่มเมือง ใยเจ้าต้องเก็บซ่อนมันไว้แล้วแต่งตัวอัปลักษณ์เช่นนี้ด้วย” ฮูหยินแห่งตระกูลวางตะเกียบที่กำลังคีบอาหารลง นางรู้สึกกินไม่ลงทุกทีที่เห็นบุตรสาวของนางแต่งตัวเช่นนี้

“ท่านแม่ ข้าก็แต่งมาตั้งนาน ท่านควรจะชินได้แล้วนะ” ไป๋ลี่จิงในร่างของไป๋เจินตอบก่อนจะคีบอาหารเข้าปาก หาได้สนใจมารดาไม่

“จะให้แม่ชินได้อย่างไร นับวันแม่ยิ่งไม่เห็นลูกสาวของแม่ เห็นก็แต่เถ้าแก่พุงย้อยคอยเข้าๆออกๆจวนอย่างนี้ แม่ทนไม่ได้” ฮูหยินว่าก่อนจะเริ่มบีบน้ำตา

“เอาเถอะน่าฮูหยินที่รัก ข้าเองก็พูดจนข้าก็จนปัญญาแล้ว นางแต่งเช่นนี้กไม่เห็นเป็นอะไร นางจะได้ช่วยตระกูลของเราได้สะดวกขึ้นด้วยเช่นไรเล่า” หัวหน้าครอบครัวอย่างไป๋ซู่เจี๋ยเอ่ยขึ้น พลางยกมือขึ้นลูบไหล่ภรรยาเบาๆ เขาหาได้พูดไม่ แต่เขาพูดจนไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว แต่เจ้าลูกสาวตัวดีก็หัวดื้อเกินไป

“ได้ยังไงกันท่านพี่ ปีนี่ลี่จิงก็สิบแปดแล้ว เลยวัยปักปิ่นมาตั้งนานแล้วนะเจ้าคะ นางควรจะออกเรือนไปกับคหบดีสักคนหรือไม่ก็บัณฑิตอนาคตไกลสักคนแล้ว”

“ท่านแม่ ท่านเลิกพูดถึงเรื่องนี้เถอะเจ้าค่ะ ท่านพูดให้ข้าฟังทุกวัน ตอนนี้ท่านจะกล่อมเช่นไรข้าก็ไม่แต่ง จนกว่าข้าจะเจอคนที่ข้ารักจริงๆ” ไป๋ลี่จิงแทรกขึ้น คุยกันทีไรมารดานางก็มักจะวกเข้ามาเรื่องแต่งงานของนางเข้าจนได้

“ก็แต่งตัวเป็นชายอ้วนเช่นนี้ทุกวัน แล้วเจ้าจะเจอคนที่เจ้ารักได้อย่างไร วันๆดีดแต่ลูกคิดจดแต่เลข เฮ้อ~ท่านพี่ ข้าจะทำเช่นไรดี” นางต่อว่าบุตรสาวก่อนจะหันไปตัดพ้อกับสามีของนาง

ไป๋ลี่จิงได้แต่ถอนหายใจเฮือก นางมาทานข้าวกับบิดามารดาทีไร อาหารอันโอชเป็นต้องจืดชืดไปทุกทีเพราะมารดาของนาง ที่เอาแต่พูดเรื่องไป๋เหลียนกับงานแต่งของนางทุกที นางก็อยากจะเจอคนที่นางรักเหมือนกัน แต่นางก็กลัวว่าบุรุษผู้นั้นจะรักนางที่เงินทองและความงามไม่ใช่ที่จิตใจ และอีกอย่างที่นางกลัวคือ นางกลัวว่าสักวันความลับที่นางเป็นไป๋เหลียนจะแตกด้วย เฮ้อ~หรือนางกันแน่ที่หาเรื่องให้ตัวเองกันนะ

 

ความคิดเห็น