facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 969

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ค. 2562 11:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4
แบบอักษร

หลายวันมานี้ปิยปาณมักจะอยู่ที่บ้านนฤมลหลังอาหารเย็น มืดค่ำถึงจะกลับบ้าน เธอคิดว่ากำนันอิชย์ควรจะได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง เพราะเห็นหน้ากันทุกวันตั้งแต่เช้าจรดเย็นและเธอก็รู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย  

สองสามวันแรกกำนันอิชย์ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะคิดว่าปิยปาณมาอยู่ที่ห่างไกลความเจริญเช่นนี้ก็อาจจะเหงา มีนฤมลเป็นเพื่อนคุยก็คงจะคลายเหงาได้บ้าง แต่วันนี้กำนันอิชย์ชักจะติดใจสงสัยว่าสองสาวมีเรื่องคุยอะไรกันนักหนาจึงตัดสินใจจะไปแอบดู เอ๊ย! สังเกตการณ์ 

บ้านของนฤมลอยู่ตรงปากซอยเดินไปไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงแล้ว แต่ว่าตอนนี้เกือบจะมืดค่ำ บนฟ้ามีเมฆสีดำทะมึนปกคลุม สายลมกรรโชกแรงพัดเอาใบไม้แห้งร่วงหล่นบนสนามหญ้า คุณกำนันจึงคิดว่าขับรถไปคงจะสะดวกกว่า  

พอคว้ากุญแจรถก็ก้าวขายาวๆไปที่รถสีดำคันโต มุ่งหน้าไปที่บ้านนฤมล เมื่อไปถึงก็เดินเข้าบ้านของสาวใช้ด้วยฝีเท้าเงียบกริบ ตรงสนามหญ้าหน้าบ้านสิ่งที่เห็นทำให้คิ้วเข้มสีดำสนิทขมวดมุ่นเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว 

“โมโม่...หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ปิยปาณตะโกนเรียกชื่อพลางวิ่งไล่ลูกสุนัขขนปุกปุยสีดำสลับขาว ดวงตาทั้งสองข้างเป็นสีดำ จากหน้าผากจรดจมูกเป็นสีขาว ดูคล้ายหมีแพนด้า  

ลูกสุนัขน้อยวิ่งหน้าตั้งไปรอบๆสวน มันคงคิดว่ากำลังเล่นไล่จับอยู่ จึงไม่ได้สนใจคนที่วิ่งไล่ตามมาเลย  

“โมโม่!!!”  

สาวน้อยวิ่งไปก็แหกปากเรียกชื่อลูกหมาน้อยไปด้วย ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแม้แต่หินก้อนหนึ่งที่ขวางทางอยู่ก็ยังมองไม่เห็น รบกวนไปถึงคนที่กำลังยืนกอดอกมองอยู่ไม่ไกล สายตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่ร่างแน่งน้อย เขามองเห็นก้อนหินอยู่ก่อนแล้ว ด้วยสัญชาตญาณจึงพุ่งตัวออกไปคว้าเอวคอดกิ่ว พลางคิดในใจว่าทำไมเธอถึงได้ผอมบางขนาดนี้  

ปิยปาณตกใจที่จู่ๆก็ตกอยู่ในอ้อมกอดแข็งแกร่ง แต่สัมผัสที่ได้รับกลับให้ความคุ้นเคยอย่างประหลาด เธอจึงไม่ได้ผลักไสหรือต่อต้าน พอรู้ตัวอีกทีก็นั่งอยู่บนร่างกำยำแล้ว  

หญิงสาวก้มหน้าลงมองชายหนุ่มร่างกายสูงใหญ่ที่อยู่ใต้ร่าง พอเห็นใบหน้าคมคายก็สะดุ้งเฮือก  

“พี่อิชย์!!!”  

ร่างอรชรที่นั่งทับคุณกำนันในท่าล่อแหลมชวนจินตนาการไปไกล โพล่งชื่อเขาออกมา แต่เพราะไม่คิดว่าเขาจะตามมาถึงที่นี่เธอจึงตกใจเสียจนไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวลงจากหน้าท้องซิคแพค อืม...ดูแล้วก็...ช่างน่าลูบคลำ เอ๊ย! น่ามอง 

“จะ-นั่ง-อยู่-ยัง-งี้-ทั้ง-คืน-ไหม”  

ตอนที่เธอกำลังเคลิบเคลิ้มอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงคำรามลอดไรฟันอย่างไม่สบอารมณ์ ทำลายจินตนาการดีๆไปเสียสิ้น บรรยากาศเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกในทันใด  

เมื่อหญิงสาวช้อนสายตาขึ้นมองก็สบกับนัยน์ตาสีเข้ม ดูเหน็บหนาวราวกับจะแช่แข็งคนได้ ปิยปาณสะดุ้งสุดตัว แม้แต่โมโม่ลูกสุนัขน้อยก็ยังวิ่งหน้าตั้งกลับมา แยกเขี้ยว ตัวพอง ตั้งใจปกป้องเจ้าของเต็มที่ แต่ดูแล้วคล้ายกระต่ายน้อยแสนน่ารัก ตัวกระจ้อยแค่นี้แล้วยังกล้าข่มขวัญคุณกำนันที่ตัวโตเหมือนยักษ์ปักหล่น  

กำนันอิชย์แหงนหน้ามองฟ้าที่เต็มไปด้วยก้อนเมฆสีดำ ราวกับจะถามว่าชาติที่แล้วเขาเป็นหนี้ลูกลาน้อยตัวนี้หรืออย่างไร ชาตินี้ถึงต้องใช้ร่างกายที่สุดแสนจะเพอร์-เฟคเป็นเบาะรองรับเธอถึงสองครั้งสองครา 

พอขยับตัวลุกขึ้นคุณกำนันก็ใช้สายตาคมกริบยิ่งกว่าคมมีด กวาดตามองปิย-ปาณและโมโม่ที่อยู่ในอ้อมกอดเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ว่าสาวน้อยไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย รีบถลันกายเข้ามาสำรวจตัวเขา วางโมโม่ลงกับพ้นแล้ว ก็จัดการลูบคลำไปทั่วร่างแกร่งเพื่อจะสำรวจว่ามีบาดแผลตรงไหนบ้าง เพราะมัวแต่กังวลกลัวว่าคุณกำนันจะได้รับบาดเจ็บ จึงไม่ได้สังเกตเห็นร่างที่เธอกำลังลูบคลำพลันแข็งทื่อราวท่อนไม้ ยืนนิ่งๆให้มือนุ่มนิ่มลูบคลำได้ตามสบาย 

คราวนี้คนที่หวงตัวกลับยืนเสพสุขอยู่เงียบๆ นัยน์ตาวาบวับคล้ายหมาป่ากำลังจ้องจะจับเหยื่อกินดูแล้วไม่น่าไว้ใจ แต่ลูกลาน้อยแสนซื่อมีหรือจะมองเห็นความเจ้าเล่ห์ของหมาป่าที่ซุกซนความร้ายกาจเจ้าเล่ห์อย่างสุดความสามารถ 

ปิยปาณยังไม่ลืมเรื่องที่คราวก่อนคุณกำนันช่วยเธอถึงถูกก้อนหินบาด เธอไม่อยากรู้สึกผิดเป็นครั้งที่สอง นัยน์ตาคู่สวยเปล่งประกายร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด  

พอเห็นสายตาเป็นห่วงเป็นใยของเธอเช่นนี้กำนันอิชย์ไม่ชินเอาเสียเลย แต่ก็ยอมรับว่าแอบดีใจอยู่ไม่น้อย จึงรีบกลืนคำพูดตำหนิลงท้องไป 

เมื่อเห็นว่ากำนันอิชย์ไม่ได้บุบสลายแม้แต่ปลายเล็บ ปิยปาณก็เป่าปากออกมาด้วยความโล่งอก พอช้อนขนตางอนยาวขึ้นมอง เขาก็ใช้สายตาแปลกๆมองมาอยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวถึงกับทำตัวไม่ถูกมองซ้าย มองขวา ก้มลงมองโมโม่ที่นอนอยู่บนพื้นที่ไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อกี้นี้เธอวิ่งไล่จับลูกหมาน้อยอายุเพียงเจ็ดอาทิตย์ตั้งหลายรอบ ตั้งใจจะอาบน้ำให้ ตอนนี้มันคงเหนื่อยจึงผล็อยหลับไป  

กำนันอิชย์มองโมโม่ด้วยสายตาไร้ความรู้สึก ก่อนจะดึงสายตาขึ้นมองเธอ 

“มืดแล้ว...รีบพามันกลับบ้านเถอะ” เสียงทุ้มต่ำพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น  

ปิยปาณได้ยินแล้วก็เบิ่งตากว้างด้วยความแปลกใจระคนยินดี มองตามแผ่นหลังแกร่งที่เดินไปขึ้นรถ หลายวันนี้เธอมาอยู่ที่บ้านนฤมลหลังอาหารเย็นเพราะอยากจะเล่นกับโมโม่ที่ฝากเลี้ยงไว้ที่นี่ชั่วคราว โมโม่เป็นลูกสุนัขพันธุ์ผสมระหว่าง Jack Russell กับ Fox Terrier  

ตอนที่ปิยปาณเห็นโมโม่ครั้งแรกก็ตกหลุมรักทันที เพราะตาทั้งสองข้างของโมโม่คล้ายสวมแว่นตากันแดดสีดำดูน่ารักน่าชัง ตอนนั้นเธอเห็นโมโม่นอนอยู่จึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆจึงรู้ว่ามันกำลังจับตามองดูเธอเหมือนกัน ลูกหมาน้อยอาศัยจังหวะที่เธอย่อตัวลงนั่งกระโดดเข้าสู่อ้อมกอดหญิงสาวเหมือนคนรู้จักกันมานาน หญิงสาวจึงตัดสินใจจะเก็บโมโม่ไว้เลี้ยงเอง    

แต่ปัญหาติดอยู่ที่นฤมลและเจ้านายของเธอ เพราะนฤมลซื้อลูกหมาน้อยจากเพื่อนมาสองตัว ปิยปาณจึงเอ่ยปากขอซื้อโมโม่ ตอนแรกนฤมลไม่ยอมขาย เธอจึงอ้อนวอนอยู่นาน ในที่สุดจึงเสนอราคาให้สองเท่าสาวใช้คุณกำนันจึงตัดใจขายให้ แต่ต้องฝากโมโม่ไว้กับนฤมลก่อน ซึ่งเธอตั้งใจว่าพอกลับบ้านที่เชียงรายก็จะมารับโมโม่ไปอยู่ด้วย เพราะนฤมลบอกเธอว่าคุณกำนันไม่ชอบสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นหมาหรือแมว แต่ว่าตอนนี้เขากลับเอ่ยปากอนุญาต  

หรือว่าพี่อิชย์จะกินยาแล้วลืมเขย่าขวด? 

ถึงจะติดใจสงสัยแต่ปิยปาณก็ไม่กล้าถามคุณกำนันให้มากความ แค่เขายอมโอนอ่อนให้ก็นับว่าเป็นบุญของเธอแล้ว  

“โมโม่ได้ยินไหม...พี่อิชย์บอกว่าพาเรากลับบ้านได้” เธอพูดพลางสาวเท้าไปขึ้นรถ ลอบมองใบหน้าเย็นยะเยือกคล้ายก้อนน้ำแข็งที่นั่งรออยู่ที่รถก่อนแล้วทีหนึ่ง แล้วจึงพูดต่อว่า “พี่อิชย์เป็นผู้ใหญ่แล้วไม่กลับคำพูดหรอก”  

พอคุณกำนันออกรถปิยปาณจึงหันมามองใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตร ถ้าหากเขายิ้มบ่อยๆคงจะมีสาวๆตามมาถึงบ้าน เป็นครั้งแรกที่เธอนึกดีใจที่เขาแสนจะเย็นชาจึงไม่มีใครกล้าตามมาตอแย กำนันอิชย์เห็นลูกลาน้อยจ้องหน้าอยู่นานแล้วจึงดึงสายตากลับมา เลิกคิ้วนิดๆ  

“ขอบคุณนะคะพี่อิชย์” ปิยปาณฉีกยิ้มหวานชวนใจสั่นเป็นของแถม 

ทันทีที่กำนันอิชย์เห็นยิ้มหวานกระชากใจ หัวใจดวงแกร่งก็กระตุกอย่างแรงรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง พยายามรักษาความเยือกเย็นทางสีหน้าไว้ดังเดิม แต่ว่าทำไมครั้งนี้ถึงรู้สึกว่าช่างยากเย็นเหลือเกิน ใบหน้าเย็นชาราวก้อนน้ำแข็งค่อยๆละลายลงไปทีละน้อย ถูกกระแสความอบอุ่นจางๆเข้ามาแทนที่ ปิยปาณไม่ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้เพราะมัวแต่สนใจอยู่กับลูกสุนัขในอ้อมแขน  

เมื่อกำนันอิชย์ดึงสายตากลับมา ก็เห็นมือเล็กลูบไล้ขนปุกปุยของโมโม่ นัยน์ตาสีเหล็กมีประกายบางอย่างวาบผ่าน ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังตาร้อน ด้วยความอิจฉา เขาหรี่ตาลงมองโมโม่อย่างคาดโทษ รู้สึกว่าที่อนุญาตให้มันกลับบ้านมาด้วยเป็นความคิดที่ผิดถนัด แต่จะกลับคำพูดตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว  

ฝากไว้ก่อนเถอะ…โมโม่!   

 

ทันทีที่กลับมาถึงบ้านปิยปาณก็พาโมโม่เดินขึ้นบันไดตรงไปที่ห้องนอน ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเจ้าของบ้านที่แสนจะใจดีอย่างกำนันอิชย์ ปล่อยให้ชายหนุ่มขบเขี้ยวเคี้ยวฟันมองตามแผ่นหลังบอบบาง และโมโม่ที่พอตื่นขึ้นมาก็มองเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร 

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จคนที่คิดเล็กคิดน้อยอย่างคุณกำนันก็ยังไม่เจ็บใจไม่หาย เลยตั้งใจจะไปทักทายลูกลาน้อยกับสมาชิกใหม่ตัวจ้อยสักหน่อย 

เดินไปหยุดอยู่หน้าห้องปิยปาณแล้วเขาก็ยกมือขึ้นเคาะประตูห้อง รออยู่นานเธอก็ยังไม่เปิดประตูให้เสียที คนที่มีความอดทนน้อยนิดเกือบจะตะคอกออกไปด้วยความหงุดหงิด ประตูก็เปิดออก มองเห็นสาวน้อยในชุดคลุมนอนและโมโม่ที่อยู่ในอ้อมแขน  

“พี่อิชย์มีอะไรเหรอคะ” เธอถามพลางลูบไล้ขนปุกปุยของโมโม่ แปลกใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นเขาในเวลานี้ เพราะที่ผ่านมาต่างคนก็ต่างอยู่ หลังอาหารเย็นแล้วก็ไม่เห็นหน้ากันจนเช้าวันถัดไป  

นัยน์ตาสีเหล็กจับจ้องอยู่ที่มือเล็ก ลูกสุนัขรู้สึกถึงสายตากดดันจึงหันมามอง ไม่รู้ว่าเขารู้สึกไปเองหรืออย่างไร ทำไมโมโม่ถึงมองเขาด้วยสายตาเย้ยหยัน ชายหนุ่มกัดฟันดังกรอดเลือดอิจฉาขึ้นหน้าอีกครั้ง 

“พี่อิชย์” ปิยปาณเห็นกำนันเอาแต่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาจึงเรียกชื่อเขาเบาๆ  

กำนันอิชย์สบตาหญิงสาวแล้วถามเธอว่า 

“ป่านรู้รึเปล่าว่าที่พี่อนุญาตให้โมโม่อยู่ที่นี่ได้...” เขาเว้นจังหวะลอบสังเกตสีหน้าสาวน้อย “ต้องมีค่าตอบแทน” น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจัง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉย  

เมื่อกำนันอิชย์พูดเช่นนี้ปิยปาณก็เดาไม่ออกว่า ‘ค่าตอบแทน’ นั้นคืออะไร ถ้าจะให้เดาทั้งคืนเธอคงเดาไม่ออก เพราะคนอย่างพี่อิชย์ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน ครอบครัวของเขามีที่ดินหลายร้อยไร่เรียกได้ว่าทั้งอำเภอหัวใจเหล็กเป็นของเขาก็คงจะถูก แล้วยังที่ดินที่อื่นอีก ไม่รู้ว่ารวมกันแล้วมีมูลค่าเท่าไหร่  

เพราะฉะนั้น ค่าตอบแทน’ ต้องไม่ใช่เงินทองของมีค่าแน่ๆ หญิงสาวจึงถามเขากลับไปว่า  

“พี่อิชย์จะให้ป่านช่วยอะไรเหรอคะ”  

กำนันอิชย์เอียงคอทำท่าครุ่นคิด ตอนแรกคิดจะมาหาเรื่องลูกลาน้อยสักหน่อย คืนนี้จะได้หลับสบาย เขาเองก็ไม่ได้คิดเรื่องตอบแทนมาก่อนตั้งใจจะเล่นไปตามน้ำ  

สายตาคมกริบไล่ลงไปตามดวงหน้าเล็ก ตั้งแต่นัยน์ตาคู่สวย จมูกเล็กๆช่าง...น่ากัดเสียจริง! แล้วยังริมฝีปากจิ้มลิ้มอมชมพู คิดมาถึงตอนนี้คุณกำนันก็ออกอาการหื่นเต็มที่ ไม่สนใจจะปิดบังสายตาของหมาป่าหื่นกระหายและเจ้าเล่ห์แต่อย่างใด  

สาวน้อยเห็นสายตาราวกับโจรคร่าสวาทแล้วชักหวั่นใจ จึงรีบชักเท้าเดินถอยหลังเข้าห้องแต่ก็สายไปเสียแล้ว สัญชาตญาณของหมาป่าล่าเหยื่อฉับไวกว่าลูกลาน้อยหลายเท่า พริบตาเดียวก็ถูกริมฝีปากอุ่นร้อนขโมยจุมพิตแรกเสียแล้ว  

รวดเร็วเสียจนเธอไม่มีเวลาป้องกันตัวเอง ที่เลวร้ายไปกว่านั้นดูท่าหมาป่าตัวนี้จะอดอยากมานาน เรียกร้องให้เธอตอบสนองครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับจะคร่าวิญญาณด้วยจุมพิตเร่าร้อนของเขา จนทั้งร่างอ่อนปวกเปียก สมองพลันว่างเปล่า ไม่รู้ตัวเลยว่าโมโม่กระโดดลงจากอ้อมแขนตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนเย็นยังปกป้องเธออยู่แท้ๆ สงสัยว่าเพราะกลัวหมาป่าชั่วร้ายตัวนี้โมโม่จึงหนีเอาตัวรอดไปตัวเดียว ปล่อยให้พี่สาวสุดสวยกลายเป็นเหยื่อหมาป่าชั่วร้าย 

“ค่าตอบแทนยังงี้ไม่เลวเลย”  

ในที่สุดหมาป่าตัวนี้ก็ปล่อยเธอเป็นอิสระ กระซิบข้างหูเธออย่างคนมีชัย นัยน์ตาที่ไร้ความรู้สึกอยู่เป็นนิจถูกแทนที่ด้วยความรื่นรมย์จนน่าหมั่นไส้  

ปิยปาณยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นเป็นนานสองนานถึงได้สติกลับคืน กว่าจะรู้ตัวว่าถูกเอาเปรียบเรียบร้อย ‘โรงเรียนกำนันน้ำแข็ง’ อีกฝ่ายก็เดินเข้าห้องตัวเองไปแล้ว 

“พี่อิชย์!!!!!”  

เธอตะโกนเรียกชื่อเขาเสียงดังลั่นบ้านด้วยความอัดอั้นตันใจ แต่คนที่มองโลกในแง่ดีอย่างคุณกำนันกลับคิดว่าเธอติดใจในลีลาของเขาเสียแล้ว  

ใบหน้าคมคายคลี่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี นึกแล้วว่าคืนนี้เขาต้องนอนหลับสบาย เผลอๆอาจจะมีคนที่ติดใจใน ‘ลีลาจุมพิตเร่าร้อน’ ไปปรากฏตัวในความฝันด้วย 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว