facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 825

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ค. 2562 06:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2
แบบอักษร

ปิยปาณยืนหันซ้ายหันขวาอยู่สองสามรอบ แล้วสมองน้อยๆก็เกิดความคิดดีๆ ครั้งสุดท้ายที่เธอมาที่นี่ก็เกือบสิบปีที่แล้ว ไม่รู้ว่าอำเภอหัวใจเหล็กเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน ปกติแล้วเธอเป็นคนที่รอบคอบมักจะหาข้อมูลเตรียมไว้เสมอ แต่ว่าครั้งนี้เวลาของเธอหมดไปกับการคิดหาวิธีเอาตัวรอดจากการเป็นเลขาส่วนตัวของคุณกำนัน จึงลืมคิดเรื่องนี้ไปเสียสนิท  

นัยน์ตากลมโตมองผ่านหน้าต่างกระจก ด้านหน้าเป็นสวนหย่อมมีดอกกุหลาบสีแดงสดปลูกอยู่เรียงราย ปิยปาณจำได้ว่าคุณแม่ของกำนันอิชย์ชอบดอกกุหลาบมาก ด้านข้างสวนหย่อมเป็นทางเดินปูด้วยกระเบื้องสีขาว ถัดไปเป็นลานจอดรถ มองเห็นรถมอเตอร์ไซค์ของนฤมลจอดอยู่ด้วย  

ปิยปาณดีดนิ้ว นัยน์ตาเป็นประกาย คิดจะฉวยโอกาสตอนที่คุณกำนันไม่อยู่ออกไปขี่รถกินลมชมวิวดีกว่า เธอเครียดมาหลายวันเหลือเกิน ถ้าไม่ออกไประบายอารมณ์เสียบ้างมีหวังเธอต้องแก่เร็วไปอีกสิบปี  

หญิงสาวเดินตรงไปที่รถมอเตอร์ไซค์ซึ่งมีกุญแจคล้องหน้าตะกร้ารถ ราวกับจะรอคอยเธออยู่ ปิยปาณยิ้มระรื่นราวกับลูกลาน้อยที่รอดจากเงื้อมือนายพราน 

“มล...ป่านยืมรถแป๊บนึงนะ!” 

ปิยปาณตะโกนบอกเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์แค่เป็นพิธี เธอไม่รู้เลยว่านายพรานหูดีเป็นที่สุด สิ้นเสียงเธอเขาก็ชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่างห้องนอนบนชั้นสอง 

“จะไปไหน” 

ลูกลาน้อยเห็นหน้านายพรานแล้วก็อยากจะกรีดร้อง มือน้อยๆทั้งสองข้างกำ-หมัดเข้าหากันแน่น สูดหายใจลึกๆเข้าปอดหนึ่งที ก่อนจะเงยหน้าพูดว่า  

“ป่านจะไปแค่ขี่รถเล่นแถวนี้...ไม่นานหรอกค่ะ” พูดเสร็จเธอไม่รอให้อีกฝ่ายพูดอะไรอีกสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านทันที  

“ป่านกลับมาเดี๋ยวนี้!!!” 

กำนันอิชย์ตะโกนบอกลูกลาน้อยอย่างหัวเสีย แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว  

“เฮ้อ! ลูกลาน้อยตัวนี้เชื่อฟังเจ้าของดีจริงจริ๊ง!!!” 

กำนันน้ำแข็งเงยหน้ามองฟ้าราวกับขอความเห็นใจจากสวรรค์ สุดท้ายก็ก้าวขายาวๆออกไปจากห้องนอน  

ทันทีที่เดินลงมาชั้นล่างนฤมลก็วิ่งสวนมาเร็วจี๋จนคุณกำนันเกือบจะเบี่ยงตัวหลบไม่ทัน  

“คุณป่านเอารถมลออกไปไหนก็ไม่รู้ค่ะคุณอิชย์ ออกไปคนเดียวแล้วจะหลงทางรึเปล่าก็ไม่รู้” สาวใช้พูดกระหืดกระหอบหายใจหายคอเกือบไปไม่ทัน “มลเอารถคุณอิชย์ออกไปตามหาคุณป่านได้ไหมคะ” 

“ไม่ต้อง”  

กำนันหนุ่มพูดเสร็จก็เดินตรงไปที่รถ พลางคิดว่าแค่วันแรกที่มาถึงยัยตังเม อ้อ! ไม่ใช่สิ เพราะยัยตังเมไม่ได้ติดเขาแจเหมือนตอนเด็กๆอีกแล้ว เธอกลายเป็นลูกลา-น้อยที่เกลียดขี้หน้าเขา แค่วันแรกลูกลาน้อยก็หาเรื่องปวดหัวมาให้เสียแล้ว ไม่รู้ว่าอีกสามเดือนข้างหน้าชีวิตที่แสนสงบสุขของเขาจะวุ่นวายแค่ไหน 

“คุณอิชย์จะไปตามคุณป่านเหรอคะ” สาวใช้วิ่งตามออกมาที่รถเพราะเป็นห่วงปิยปาณ สวยๆอย่างนี้พวกหนุ่มๆเห็นแล้วคงไม่ปล่อยให้หลุดมือ กำนันอิชย์พยักหน้าแทนคำตอบ 

 

ปิยปาณที่ขี่รถกินลมชมวิวไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครบางคนขับรถตามมาห่างๆ ชาวบ้านสองข้างทางต่างชี้ไม้ชี้มือ บางคนก็ขยี้ตาไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น ว่ากำนันน้ำแข็งจะขับรถตามประกบสาวน้อยเช่นนี้ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งแปลกประหลาดไม่เคยพบเคยเห็น เพราะกำนันอิชย์ไม่เคยชอบพอผู้หญิงคนไหนจนพวกชาวบ้านต่างคิดว่าทั้งนายอำเภอ ครูใหญ่และกำนันคงจะเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกัน  

พอกำนันน้ำแข็งมีทีท่าว่าจะสนใจสาวน้อยคนนี้ บางคนก็ถึงกับบนบานศาลกล่าวว่าถ้าหากกำนันน้ำแข็งได้เข้าพิธีวิวาห์ก่อนสิ้นปีเขาก็ยินดีถวายหัวหมูเพิ่มจากหนึ่งเป็นสองหัวด้วยความยินดี 

“นั่นอิชย์ไม่ใช่เหรอ!!!” ครูใหญ่พลาธิปที่ตั้งใจจะไปหาคุณกำนันขับรถผ่านมาพอดี โพล่งออกมาด้วยความตกใจ ยกมือขยี้ตาสองที  

“ต้นเป็นอะไร” นายอำเภอกันตพลเอ่ยถามโดยไม่มองหน้าอีกฝ่าย นัยน์ตาสีเข้มยังคงจับจ้องหนังสือพิมพ์ด้วยความสนอกสนใจ 

“อิชย์น่ะสิ ขับรถตามสาวน้อยที่ไหนก็ไม่รู้” ครูใหญ่หันมาพูดกับอีกฝ่าย “แล้วเราจะเอายังไง ไปรอที่บ้านอิชย์ดีไหม”  

“อิชย์เนี่ยนะขับรถตามสาว” นายอำเภอหนุ่มใหญ่เลิกหัวคิ้ว เงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย เมื่อมองเห็นภาพข้างหน้าเขาก็ยกมือขึ้นขยี้ตา  

“เฮ้ย!!! อิชย์...อิชย์...” นายอำเภอหัวใจเหล็กตกใจราวกับโดนผีหลอกตอนกลางวันแสกๆ พูดตะกุกตะกัก พลางยกมือขึ้นชี้รถข้างหน้า เมื่อเห็นกำนันอิชย์ขับรถตามสาวน้อยนิรนาม สมองนายอำเภอพลันว่างเปล่าทันที 

“ตามไปดู” เวลาผ่านไปอึดใจใหญ่ในที่สุดนายอำเภอก็หาคำพูดเจอ 

“หา!!!” ครูใหญ่พลาธิปหันมามองอีกฝ่าย จากนั้นจึงดึงสายตากลับไปมองถนนด้านหน้า “แน่ใจนะ ถ้าอิชย์ไม่พอใจ...” 

“เถอะน่า...มีอะไรฉันรับผิดชอบเอง” นายอำเภอพูดด้วยความมั่นใจ แต่ว่าเพื่อนอีกคนมองเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อใจสักเท่าไหร่ แต่ว่าความอยากรู้อยากเห็นมีมากกว่า ผู้หญิงที่ทำให้อิชย์สนใจได้ต้องไม่ธรรมดา และถ้าหากอิชย์จะคิดบัญชีจริงๆ ง่ายมาก...เขาก็จะโยนความผิดให้นายอำเภอเพียงผู้เดียว 

ครูใหญ่คิดหาเหตุผลได้แล้วจึงขับรถตามเพื่อนสนิทไปห่างๆ ในใจของสองหนุ่มคาดเดากันไปต่างๆนานาว่าสาวน้อยคนนี้เป็นใคร 

“ฉันเคยเห็นเด็กคนนั้นที่ไหนนะ” นายอำเภอกันทำท่าครุ่นคิด  

“จริงเหรอ” ครูใหญ่เลิกคิ้ว 

“ใช่ ต้องใช่แน่ๆ” นายอำเภอกันทำตาโตยิ่งกว่าไข่ห่าน เพื่อนสนิทที่ขับรถอยู่รอคอยคำตอบด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ลูกสาวผู้ว่า...ชื่ออะไรนะ ปาน?” คิ้วเข้มมุ่นเข้าหากันพยายามเรียกความทรงจำ “อ๋อ! ป่าน ต้องใช่น้องป่านแน่ๆ”  

นายอำเภอกันตพลจำได้ว่าปีที่แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายจัดงานประจำปี ปีนั้นลูกสาวคนเดียวตามมาออกงานด้วย ทำเอาหนุ่มโสดเห็นแล้วก็กระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันที แต่ว่าชื่อเสียงของท่านผู้ว่าเรื่องหวงลูกสาวนั้นดังกระฉ่อนจึงไม่มีใครกล้าลองดี ที่สำคัญสวยๆอย่างนี้นายอำเภออย่างเขาไม่มีวันจำผิดเด็ดขาด 

“ลูกสาวผู้ว่าเชียวเหรอ” ครูใหญ่พึมพำกับตัวเองเบาๆ รสนิยมของกำนันน้ำแข็งนั้นเขาไม่แปลกใจเท่าไหร่ และก่อนที่ครูใหญ่ต้นจะซักถามอีกฝ่าย รถคันโตของคุณกำนันก็หักพวงมาลัยจอดข้างทาง สองหนุ่มต่างก็พูดในใจเป็นเสียงเดียวกันว่า... 

“แย่แล้ว!!!” 

กำนันอิชย์เปิดประตูออกมายืนเท้าสะเอวรอสองสหาย หน้าตาบูดบึ้งราวกับเพิ่งจะกินรังแตนมา 

“กันบอกจะรับผิดชอบ หวังว่านายอำเภอจะไม่กลับคำพูด” ครูใหญ่ได้ทีจึงรีบพูดเพื่อเตือนสติเพื่อนสนิท เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเล่นลูกไม้ หาทางเอาตัวรอดคนเดียว 

“ฉันเป็นนายอำเภอนะ พูดคำไหนคำนั้น” นายอำเภอพูดสีหน้าจริงจังแต่ในใจโอดครวญว่าอยู่ดีๆไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลย สมองอันชาญฉลาดคิดหาทางออกอย่างรวดเร็ว 

ทันทีที่พลาธิปดึงพวงมาลัยจอดรถต่อท้ายรถของกำนันอิชย์ สองหนุ่มก็เปิดประตูออกมาเผชิญหน้าอีกฝ่าย ส่วนพวกชาวบ้านต่างก็งุนงงกันเป็นแถวๆว่าจู่ๆทำไมสามหนุ่มถึงได้ขับรถตามสาวน้อยได้ หวังว่าพวกเขาคงไม่ได้ชอบผู้หญิงคนเดียวกัน ไม่เช่นนั้นอำเภอหัวใจเหล็กคงจะกลายเป็นสนามรบ อ้อ! สนามรัก 

“อิชย์มาธุระแถวนี้เหรอ บังเอิญจริงๆฉันกับต้นขับรถผ่านมาทางนี้พอดี...มาตรวจดูความเรียบร้อย” นายอำเภอหันไปหาเสียงสนับสนุนจากเพื่อนอีกคน ครูใหญ่พยักหน้าหนึ่งทีนายอำเภอจึงพูดต่อ “พวกฉันกะว่าเสร็จธุระแล้วจะไปหานายที่บ้าน”  

นายอำเภอกันตพลโกหก เอ๊ย! หาข้อแก้ตัวได้คล่องปาก ลมหายใจไม่สะดุด ถ้าเป็นละครก็ถือว่าตีบทแตก แม้แต่ครูใหญ่พลาธิปยังชื่นชมในใจ ว่ารายนี้ถ้าเบื่ออาชีพนายอำเภอแล้วเปลี่ยนอาชีพไปเป็นนักแสดงได้สบาย  

กำนันอิชย์เลิกคิ้วสูง ดูจากสีหน้าแล้วคงไม่เชื่อคำพูดของนายอำเภอแม้แต่คำเดียว   

“มาตรวจความเรียบร้อยของชาวบ้าน” กำนันน้ำแข็งแสร้งพยักหน้าอย่างเข้าใจ “แล้วทำไมนายอำเภอต้องขับรถตามฉันด้วย”  

ขณะที่พูดสายตาของเขาไม่ได้คลาดไปจากร่างบอบบางขี่รถมอเตอร์ไซค์กินลมชมวิวอย่างสบายใจเฉิบ ไม่รู้ตัวสักนิดว่ามีสามหนุ่มหล่อขับรถตามมาได้สักพักแล้ว 

“ขับรถตามนาย?” นายอำเภอตีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์แม้ทารกแรกเกิดยังต้องอาย หันไปขอเสียงสนับสนุนจากอีกคน ครูใหญ่ที่ยืนกอดอกยักไหล่เป็นเชิงปฏิเสธ  

ก่อนที่กำนันน้ำแข็งจะคิดบัญชีกับอีกสองหนุ่ม ทันทีที่เห็นรถมอเตอร์ไซค์ของปิยปาณกำลังจะเลี้ยวเข้าซอยข้างตลาดสด เขาจึงก้าวขายาวๆกลับขึ้นรถไป ก่อนไปยังพูดทิ้งท้ายว่า  

“วันนี้ฉันยุ่งไว้คุยกันวันหลัง” 

สองสหายเห็นท่าทางรีบร้อนของกำนันหนุ่มแล้วก็เลิกคิ้วสูงพร้อมกัน 

“เอาไง?”   

“พวกเราไปรอที่บ้านอิชย์ จะได้ถามมลว่าตกลงน้องป่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”  

นายอำเภอกันตพลสรุปสั้นๆ  

 

กำนันอิชย์ขับรถตามปิยปาณออกนอกตัวอำเภอมาได้สักพักก็จำได้ว่าสุดถนนเส้นนี้เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุด ไม่อยากเชื่อว่าลูกลาน้อยจะมีอารมณ์ศิลปิน ส่วนปิยปาณพอออกจากตลาดสดก็รู้ตัวว่ากำนันขับรถตามมาห่างๆ คนไร้ความรู้สึกอย่างเขาคงไม่สนใจจะมานั่งชมพระอาทิตย์ตกดิน เพราะเป็นอะไรที่ไม่เข้ากับบุคลิกของเขาเลย แต่การคาดเดาของเธอผิดพลาดเพราะนอกจากเขาจะไม่เลี้ยวรถกลับไปยังจอดรถข้างๆเธอด้วย  

อย่าบอกนะว่าพี่อิชย์จะมานั่งดูพระอาทิตย์ตกดินด้วย 

แค่คิดปิยปาณก็รู้สึกแปลกๆแล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเธอคงจะทำตัวไม่ถูก  

หญิงสาวหันไปมองรถคันโตภาวนาในใจว่า พี่อิชย์นั่งอยู่ในรถดีแล้วอย่าลงจากรถเลย 

ดูเหมือนคำขอของปิยปาณจะไม่เป็นผล เพราะพริบตาต่อมาเขาก็เปิดประตูรถ เดินลงจากรถตรงมาหาเธอ ไม่รู้ว่าเขาเกิดมาเป็นมารขัดขวางความสุขของเธอหรืออย่างไร ตั้งใจจะมานั่งดูพระอาทิตย์ตกดินสวยๆเขายังตามมาทำลายบรรยากาศดีๆ 

กำนันน้ำแข็งแค่ปรายตาเยือกเย็นมองดูปิยปาณแค่แวบเดียว ก่อนจะเอนกายพิงรถมอเตอร์ไซค์ท่าทางผ่อนคลาย พลางยกมือขึ้นกอดอกมองดูพระอาทิตย์กลมโตสีส้มกำลังจะลับเหลี่ยมเขา ผืนฟ้าสีครามราวกับจิตรกรมือเอกใช้พู่กันสีส้มแตะแต้มผืนฟ้า 

อันที่จริงมีลูกลาน้อยนั่งดูพระอาทิตย์ตกดินเป็นเพื่อนก็ไม่เลวทีเดียว  

กำนันอิชย์คิดในใจ ไม่รู้เลยว่าปิยปาณกลับคิดตรงกันข้าม 

เอาไว้คราวหน้าค่อยมาดูพระอาทิตย์ตกดินใหม่ วันนี้มีกำนันน้ำแข็งมาด้วย รู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที ว่าแต่เขากลายเป็นคุณพ่อคนที่สองของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงไม่ยอมให้เธอคลาดสายตา!  

ปิยปาณลอบถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย เสียดายเหลือเกินที่วันก่อนหนีออกจากบ้านไม่สำเร็จ เพราะไม่เช่นนั้น...ป่านนี้เธอคงนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินที่ภูกระดึงเรียบร้อยแล้ว  

 

ทันทีที่สองหนุ่มสาวกลับมาถึงบ้าน นายอำเภอและครูใหญ่ก็สอบถามเรื่องของปิยปาณจากนฤมลได้ครบหมดทุกอย่างไม่มีตกหล่น พอกำนันอิชย์เห็นรถของนายอำเภอจอดหน้าบ้านก็นึกขึ้นได้ว่าสองคนนี้ไม่มีทางปล่อยเรื่องของปิยปาณไปง่ายๆ  

ส่วนปิยปาณเมื่อเห็นว่าคุณกำนันมีแขกก็ยืนรอให้เขาเดินเข้าบ้านไปก่อน ตามประสาคนมารยาทดี เมื่อนฤมลได้ยินเสียงรถของเจ้านายแล่นมาจอดก็รีบออกมายืนรอเพราะเป็นห่วงปิยปาณ เมื่อเห็นเธอกลับมาพร้อมกับคุณกำนันก็ยิ้มแป้นด้วยความโล่งอก  

“คุณอิชย์หาตัวคุณป่านเจอจนได้ ดีจริง”  

ปิยปาณมองตอบคล้ายๆจะบอกด้วยสายตาว่าดีตรงไหนกัน เธออึดอัดจะแย่ ไม่เข้าใจว่าคุณกำนันจะตามเธอไปทำไม เธอไม่ใช่เด็กนะ! 

ถึงแม้ปิยปาณจะไม่พอใจสักเท่าไหร่แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา เพราะกลัวว่าถ้าพูดอะไรไม่ถูกหูเจ้าของบ้าน คืนนี้เขาอาจจะสั่งให้เธอนอนตากน้ำค้างข้างนอก ผู้หญิงบอบบางอย่างเธอจะทนไหวได้อย่างไร ฉลาดๆอย่างเธอรู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เหมือนจิ้งจกเปลี่ยนสี โดยเฉพาะกับกำนันน้ำแข็งที่อ่านใจยาก เธอไม่เสี่ยงจะดีกว่า   

เมื่อสองหนุ่มสาวไปที่ห้องรับแขกอีกสองหนุ่มก็ทำตัวตามสบาย นอนเหยียดแขนเหยียดขาบนโซฟาตรงข้ามกันอ่านนิตยสารสบายใจเฉิบ บนโต๊ะยังมีซองมันฝรั่งและขนมขบเคี้ยวสามสี่อย่างกับเครื่องดื่มเย็นเฉียบครบครันราวกับว่าเป็นบ้านของตัวเอง  

“อิชย์กลับมาแล้วเหรอ” นายอำเภอยิ้มแฉ่งทันทีที่เห็นหน้าหล่อเหลาของกำนันอิชย์ ดูแล้วคล้ายภรรยาสาวที่นั่งรอสามีกลับบ้าน “น้องป่าน...จำพี่ได้ไหม” 

ปิยปาณครุ่นคิดชั่วครู่ จำได้ว่าเคยพบนายอำเภอหัวใจเหล็กสองสามครั้งแต่ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกัน เธอยกมือไหว้คนอายุมากกว่าพูดว่า  

“นายอำเภอกันตพลใช่ไหมคะ” เธอถามพลางส่งยิ้มหวานชวนใจสั่น รอยยิ้มของลูกลาน้อยที่แม้แต่นายพรานอย่างกำนันน้ำแข็งยังไม่ได้รับ เห็นแล้วเจ้าของบ้านก็หงุดหงิดหัวใจจนอยากระบายอารมณ์  

“น้องป่านเรียกซะเป็นงานเป็นการ เรียกพี่ว่ากันเฉยๆดีกว่า” นายอำเภอหนุ่มใหญ่ยิ้มน้อยๆท่าทางจะเกี้ยวพาราสีสาวน้อยไปอีกนานถ้าหากใครบางคนไม่ใช้ศอกสะกิดเสียก่อน 

นายอำเภอใช้สายตามองเพื่อนอีกคนอย่างไม่พอใจเท่าไหร่ แนะนำสองหนุ่มสาวให้รู้จักกันอย่างเสียไม่ได้  

“เพื่อนพี่...ต้น ต้นเป็นครูใหญ่ประจำโรงเรียนประถม เห็นหยิ่งๆยังงี้ พี่รับรองได้ว่าต้นนิสัยดีมากกกก” นายอำเภอกระเซ้าลากเสียงเน้นย้ำคำว่า ‘นิสัยดีมาก’ แต่นัยน์ตาคมกลับจับจ้องอยู่ที่เจ้าของบ้านที่มองมาอย่างไม่สบอารมณ์ นายอำเภอเบือนหน้าหนียกยิ้มน้อยๆที่มุมอย่างพอใจ พลาธิปเห็นแล้วก็ส่ายหน้าช้าๆอย่างเอือมระอา  

ปิยปาณมองท่าทางแปลกๆของสามหนุ่มที่คล้ายเด็กวัยรุ่นแล้วก็แอบถอนหายใจ ยกมือไหว้ครูใหญ่พลางส่งยิ้มสดใส ในใจคิดว่านายอำเภอกับครูใหญ่นอกจากจะหล่อเหลาแล้ว ดูน่าคบหากว่าคุณกำนันน้ำแข็งตั้งเยอะ ถึงแม้นายอำเภอหน้าตาจะไร้ความรู้สึกแต่ก็ไม่มากเท่ากำนันน้ำแข็ง ส่วนครูใหญ่ดูเจ้าสำอางและหยิ่งยโสไปสักหน่อย แต่ก็ดีกว่าคนที่ปั้นหน้าตาราวกับว่าไม่สนใจคนทั้งโลกเหมือนคุณกำนัน  

สรุปว่า...ใครๆก็ดีกว่ากำนันน้ำแข็ง  

เห็นปิยปาณแย้มยิ้มน่ารักให้สองหนุ่มคุณกำนันก็ฮึดฮัดในใจ ซ้ำแววตาดุดันเย็นชาปานน้ำแข็งยังฉายแววไม่สบอารมณ์ แต่สีหน้ายังคงเย็นชาเหมือนเดิม แม้ว่าปิย-ปาณจะไม่ทันสังเกตเห็น แต่ว่าสองหนุ่มที่เป็นเพื่อนคุณกำนันมานับสิบปีต่างก็มองหน้ากัน งานนี้กำนันน้ำแข็งต้องรู้สึกพิเศษกับเด็กสาวคนนี้แน่ 

ฮึ...ลูกลาน้อยยิ้มให้ทุกคน ยกเว้นก็แต่ตัวเขา บอกแล้วไงว่าลาน้อยตัวนี้ซื่อสัตย์ต่อเจ้าของเป็นที่สุด!!! 

กำนันน้ำแข็งเข่นเขี้ยวคี้ยวฟัน ในใจหงุดหงิดเป็นที่สุด ท่าทางราวกับสามีหึงหวงภรรยา  

ถ้าคุณอาไม่ขอร้องให้เขาดูแลเธอล่ะก็ อย่าหวังเลยว่าเขาจะสนใจลูกลาน้อยตัวนี้! 

ผู้ใหญ่อย่างกำนันอิชย์ก็น้อยใจเป็นเหมือนกัน แววตาสีเหล็กแฝงความรู้สึกชนิดหนึ่งที่อ่านยาก ก้อนน้ำแข็งที่ปกติไร้ความรู้สึก แต่ตอนนี้เริ่มจะละลายน้อยๆ และคนที่จุดไฟในหัวใจเขาจนร้อนรุ่มก็คือลูกลาน้อย...คนที่ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองทำอะไรผิด  

“น้องป่านเพิ่งมาถึงอิชย์คงไม่ได้พาไปเที่ยวที่ไหนใช่ไหม เสาร์อาทิตย์นี้พี่กับต้นว่างพอดี จะทำหน้าที่เจ้าของบ้านพาน้องป่านเที่ยวเอง” 

จู่ๆกันตพลก็คิดอะไรออก สงสัยว่านายอำเภอจะไม่ชอบความสงบสุขหรือไม่ก็ว่างงานจนเกินไป คงอยากจะให้อำเภอหัวใจเหล็กที่เขาดูแลลุกเป็นไฟ 

กำนันอิชย์ไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ดูสีหน้าที่มืดครึ้มแล้วก็รู้ว่าไม่ชอบใจนัก 

“จริงเหรอคะ” ปิยปาณยิ้มกว้าง ประกายตาเปล่งประกายสดใสยิ่งกว่าแสงดาว 

พลาธิปอยากจะทดสอบใครบางคนจึงพูดว่า “จริงสิน้องป่าน ถ้าเราอยากไปเที่ยวที่ไหนบอกพวกพี่ได้...ไม่ต้องเกรงใจ เดี๋ยวพวกพี่จะพาเที่ยวเอง” ครูใหญ่พูดพลางเหลือบมองเจ้าของบ้าน นัยน์ตาที่เรียบเฉยอยู่เป็นนิจสาดประกายอำมหิตวูบนึง 

อืม...น้ำแข็งก้อนนี้ในที่สุดก็มีความรู้สึกเสียที ครูใหญ่คิดในใจอย่างยินดี 

“ขอบคุณพี่ๆมากค่ะ ป่าน...” 

กำนันน้ำแข็งเห็นใบหน้าระริกระรี้ของปิยปาณแล้วก็หมั่นไส้จึงพูดตัดบท คำพูดที่ทำลายหัวใจพองฟูของปิยปาณที่จะได้ออกไปเที่ยวเล่น 

“เสาร์อาทิตย์นี้ไม่ได้” น้ำเสียงหนักแน่นเด็ดขาด 

รอยยิ้มบนใบหน้าเล็กจางหายไปอย่างรวดเร็ว  

“ทำไมคะ” หญิงสาวเลิกคิ้ว สีหน้าบอกว่าไม่ได้รับความยุติธรรม เลขาที่ไหนต้องทำงานทั้งวันเสาร์อาทิตย์ ไม่ใช่โรงงานนรกเสียหน่อย 

สองหนุ่มสาวจ้องหน้ากันอย่างไม่ลดละ ปิยปาณรอว่าเขาจะมีเหตุผลอะไรมาอ้าง ส่วนกำนันอิชย์ไม่ได้สนใจจะอธิบาย พวกเขาต่างจ้องตากันราวกับมีประกายไฟลุกโชน พลาธิปนานๆจะได้เห็นคนกล้าต่อกรกับกำนันน้ำแข็ง ในใจก็นึกสนุกอยากรู้ว่าละครฉากนี้จะลงเอยอย่างไร ส่วนนายอำเภอถึงจะอยากดูอะไรสนุกๆ แต่ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่จึงต้องทำหน้าที่สงบศึก...ชั่วคราว  

“ไม่เป็นไร ถ้างั้นเสาร์อาทิตย์หน้าก็แล้วกัน” 

“ไม่ได้!!!” 

กำนันอิชย์ตอบโดยไม่ยอมละสายตาไปจากลูกลาน้อยท่าทางอวดดี ถ้าอยากจะเอาชนะเขาล่ะก็ต้องเกิดเร็วกว่านี้สักสิบปีก็คงจะมีหวัง  

แต่ว่าตอนนี้...สอจอ เสียใจ เขาบอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้! 

โดนคุณกำนันกลั่นแกล้ง สวมบทจอมเผด็จการปิยปาณทำได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน นัยน์ตาคู่สวยวาวโรจน์แฝงความดื้อรั้น  

ฮึม...มันจะมากไปแล้วนะ กำนันน้ำแข็ง!!! 

ถึงแม้เธออยากจะกระโจนใส่นายพรานที่ตัวโตพอๆกับยักษ์วัดแจ้ง แต่ด้วยความที่เป็นถึงลูกสาวคนเดียวของผู้ว่าราชการ ได้รับการอมรมมารยาทตั้งแต่จำความได้ งานนี้จะทำให้วงศ์ตระกูลต้องมาเสียชื่อเสียงเพราะเรื่องแค่นี้ไม่ได้เด็ดขาด หญิงสาวจึงจำเป็นต้องข่มความไม่พอใจเอาไว้ เขาคงจะยั่วให้เธอโมโห เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้หญิงฉลาดอย่างเธอจะไม่มีวันตกหลุมพรางของนายพรานจิตใจไร้ความปราณีเหมือนน้ำแข็งเด็ดขาด  

หลังจากหญิงสาวนับหนึ่งถึงหนึ่งร้อยภายในเวลาหนึ่งนาที สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆสองสามทีจิตใจก็สงบลง หันไปฉีกยิ้มหวานให้นายอำเภอและครูใหญ่อย่างประจบ  

“แย่จริง” ปิยปาณตีสีหน้าห่อเหี่ยว ใครเห็นก็ต้องใจอ่อนยวบ ยกเว้นก็แต่เพียงกำนันใจน้ำแข็งเพียงคนเดียว เขาส่ายหน้าช้าๆเป็นสัญญาณว่าลูกไม้แค่นี้เขาไม่มีทางหลงกล 

“ป่านอยากไปเที่ยวมากเลยนะคะพี่กัน...พี่ต้น” สาวน้อยพูดเสียงอ่อนเสียงหวานกับครูใหญ่แล้วก็หันไปขอความเห็นใจจากนายอำเภอ “แต่ทำยังไงได้เจ้านายโรงงานนรก เอ๊ย! คุณกำนันไม่อนุญาต...ป่านก็ไปไม่ได้หรอกค่ะ” 

พอปิยปาณงัดมารยาร้อยเล่มเกวียนออกมาใช้ กำนันอิชย์ที่มีอคติกับผู้หญิงอยู่แล้ว จึงเข้าใจผิดคิดว่าลูกลาน้อยตั้งใจจะให้อ่อยเหยื่อ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะสองหนุ่มเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว มีผู้หญิงมากมายงัดเอากลยุทธ์พันร้อยเล่มเกวียนออกมาใช้ แต่ป่านนี้ก็ยังไม่มีใครทำสำเร็จ  

เสียดายเหลือเกิน...เขาคิดว่าป่านไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไปที่เขาเคยพบ ที่ไหนได้ผู้หญิงก็เป็นผู้หญิงวันยังค่ำ 

ครูใหญ่พลาธิปเห็นสีหน้าผิดหวังของปิยปาณก็สงสาร พูดให้กำลังใจว่า  

“พี่ว่าที่อิชย์ไม่อนุญาตก็เพราะอยากพาน้องป่านไปเที่ยว...สองต่อสอง ไม่อยากให้คนอื่นเป็นกอ...ขอ...คอ ใช่ไหมกัน” พูดเสร็จพลาธิปก็พยักเพยิดขอเสียงสนับสนุนจากเพื่อนอีกคน 

“ใช่ๆ พี่เห็นด้วย” นายอำเภอพยักหน้ารัวเร็ว 

ดูท่าทางสองหนุ่มสาวจะมีใจพิศวาสให้แก่กันและกันมาก เพราะทั้งคู่ต่างทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก มองตากันแล้วก็สะบัดหน้าหนีไปอีกทาง  

พาลูกลาน้อยไปเที่ยว? ฝันไปเถอะ! 

ถ้าให้พี่อิชย์พาเที่ยว นอนอ่านหนังสืออยู่บ้านยังจะเร้าใจกว่า...No, thanks! 

สองหนุ่มที่ทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อพ่อชักมองหน้ากันแล้วก็ส่ายหน้า ความหวังที่จะทำให้กำนันอิชย์ลงจากคานทองนั้นช่างริบหรี่ยิ่งกว่าแสงหิ่งห้อย ถ้าจะใช้วิธีทำเสน่ห์ก็คงจะได้ผลแค่ชั่วคราว เพราะคนที่ไม่ได้รักกันถึงจะอยู่ด้วยกันก็คงจะไปไม่รอด พวกเขาก็คงได้แต่ลุ้นต่อไป 

 

เย็นนี้เพื่อนสนิททั้งสองของกำนันอิชย์จะอยู่ทานข้าวเย็นด้วย ทุกครั้งพวกเขามักจะซื้ออาหารสดติดไม้ติดมือให้สาวใช้ของคุณกำนันเป็นคนจัดการ ขณะที่นฤมลง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารเย็น ในมือหั่นผักอย่างชำนาญพลางฮัมเพลงเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่กำนันอิชย์เดินผ่านห้องครัวพอดี เขาชะงักฝีเท้าลังเลชั่วครู่ จากนั้นก็ยื่นหน้าเข้ามาในห้องครัว 

“เย็นนี้มลช่วยทำสปาเก็ตตี้ไก่สับด้วย”  

นฤมลเงยหน้าขึ้นมองเจ้านาย หัวคิ้วมุ่นหากันอย่างสงสัย ปกติคุณอิชย์ไม่ชอบสปาเก็ตตี้ หรือว่าคุณอิชย์จะเอาใจนายอำเภอกับครูใหญ่ คิดแล้วก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ หรือว่าจะเป็นอาหารจานโปรดของคุณป่าน?  

สาวใช้กำลังจะอ้าปากถามแต่เจ้านายมองด้วยสายตาเย็นยะเยือกเป็นเชิงบอกว่าสั่งให้ทำก็ทำไป ไม่ต้องซักถามให้มากความ  

รอจนกำนันอิชย์เดินออกไปแล้วนฤมลก็หัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข พลางเปรยกับตัวเองเบาๆ  

“คิก...คุณอิชย์น่ารักที่สุดเลย” 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว