email-icon facebook-icon

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน สนับสนุน ติดตามหอมมาตลอดนะคะ ชอบ ไม่ชอบ บอกได้เสมอ ยังคงอยากอ่านคำแนะนำ ติ-ชม จากทุกคน เป็นกำลังใจให้หอมได้ง่ายๆด้วยการคอมเมนต์ กดแชร์นิยาย หรือติดแท็กชื่อนิยายที่คุณชอบ

ตอนที่ 2 (ย้อนอดีต)

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 (ย้อนอดีต)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.1k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2562 11:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 (ย้อนอดีต)
แบบอักษร

ตอนที่2 

.. 

 

.. 

 

.. 

 

.. 

ย้อนกลับไปเมื่อ2ปีที่แล้ว 

"อิน!!! หยุดนะ เราไม่ให้อินไป หยุด หยุดเดี๋ยวนี้!!!" 

"เป็นบ้าหรือไงวะ ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเลยเหรอเกด"  

"อะ อินจะไปหามันใช่ไหม ทำไมล่ะอิน เกดผิดอะไร ฮึกกกก ทำไม .."  

ฟันซี่คมขบกัดริมฝีปากจนห้อเลือด ประกายตาไม่สะท้อนความรักดั่งเช่นครั้งก่อน มีเพียงมือหนาที่ค่อยๆกอบกุมมือบางอย่างระวังดั่งเช่นที่เคยทำ .. เภตรายกยิ้มหวานให้กับชายหนุ่ม คำอธิษฐานของเธอเป็นจริงแล้วใช่หรือไม่ ท่าทีขึงขังก่อนหน้าบัดนี้กลับอ่อนโยนดั่งเช่นวันวาน  

เภตราทำได้ทุกอย่างเพื่อตะวันฉาย ต่อให้ต้องคุกเข่าอ้อนวอนอย่างไร้ศักดิ์ศรี หากจะทำให้ชายหนุ่มกลับมารักเธอดั่งเดิมนั่นไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยสักนิด 

"เกด เลิกกันเถอะ  เราหมดรักในตัวเกดแล้ว ขอบคุณที่เกดรักเรา แต่เราไม่อยากโกหกเกดอีกต่อไป เรา..แกล้งทำเป็นรักเกดเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว" 

"แล้วเกดผิดอะไรล่ะอิน!!! ฮึกกก ฮือออ เกดให้อินได้ทุกอย่าง ทุกอย่างที่อินไม่เคยได้จากใคร!!" กำหมัดเล็กทุบลงแผ่นอกตะวันฉาย เภตรากรีดร้องทั้งน้ำตาที่เปรอะเปื้อนใบหน้า  

ก็เขาไม่ใช่หรือที่เป็นฝ่ายตั้งหน้าตั้งตาจีบเจ้าหญิงบนหอคอยอย่างเธอ  

เขาคนนั้นในวันวานที่เฝ้าป้อนหยอดคำหวาน หยอกเอินกันด้วยมุขตลกสาระพันเรื่องราว 

ร่างกายที่หวงแหนมานานถึง28ปี เภตรายินยอมมอบความบริสุทธิ์นี้ให้กับเขา  

แล้วอะไรเล่า ..  

อะไรที่เรียกว่าความผิด 

"ความสบายใจ"  

"วะ ว่าไงนะ"  

"เราอึดอัด ถ้าคบกันแล้วมีแต่ความระแวงหึงหวงมันน่าเบื่อว่ะเกด ทั้งน่าเบื่อทั้งเหนื่อย เกดไม่เหนื่อยบ้างเหรอที่ต้องตามเรา เกดไม่ชอบนั่งมอ'ไซต์ ไม่ชอบกินข้าวข้างถนน แต่ทั้งหมดคือมันตัวตนของเรา"  

"เกดกินข้าวที่ไหนก็ได้อิน มันไม่มีอะไรสำคัญเท่าอินอีกแล้ว ฮึกก เราขอโทษ กลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะนะ เราขาดอินไม่ได้"  

"ก่อนจะมาเจอเรา เกดก็มีชีวิตอยู่ได้นี่"  

"เราจะฆ่าตัวตาย!!!"  

"ฮ่าาๆ ตลกหน่า แค่เลือดปลอมๆในละครเกดยังกลัวจนเป็นลม เอาล่ะ เราอธิบายทุกอย่างหมดแล้วปล่อยเราเถอะนะ"  

"ได้!! แต่อินจำเอาไว้นะ เกดจะไม่ลืมทุกอย่างที่อินทำ ชาตินี้ทั้งชาติอย่าหวังจะได้มีความสุขกับใครเลย!!!!"  

"พูดพอแล้วใช่ไหม!! แม่งเกลียดว่ะ กูเกลียดคนอย่างนี้ที่สุด เลิกกันแล้วต้องเป็นตัวร้ายเหรอวะ!! ดูตัวเองบ้างเกด ลูกคุณหนูที่ดีแต่เอาแต่ใจตัวเอง ตามผู้ชายต้อยๆทุกวัน คนอย่างมึงมีสิทธิ์อะไรมาแช่งกู จะไปตายห่าที่ไหนก็ไปเถอะ!!! ไม่สนใจแม่งแล้ว!!"  

ปังงงง~  

"กรี๊ดดดดดดดดดด โฮฮฮ~ ฮือออออ"  

.. 

.. 

.. 

เฮือกกก!!  

ตุ้บบ!!  

"โอ๊ะ .. โอ๊ยย เหี้ยเอ้ยยย"  

ก็อก ก็อก  

"พี่อิน พี่อินเป็นอะไรไป"  

"ไม่ ไม่มีอะไร เอยกลับไปนอนเถอะ"  

"จะไม่เปิดประตูให้น้องเอยดูหน่อยเหรอ"  

"พูดให้รู้เรื่องนะ กลับไปนอนกับลูกไป"  

"ครับๆๆๆ"  

แฮ่กๆ  

แฮ่กๆ  

ฝันร้าย  

เป็นอีกคืนที่ผมฝันถึงเกด 

แฟนเก่าคนที่เท่าไหร่ก็ไม่แน่ใจนัก แต่ทำให้ผมตกเตียงได้ทุกครั้งยามฝันถึงเธอ  

"เธอนี่มันมารร้ายชัดๆเลยเกด"  

ผมเจอกับเกดเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นเธอเข้ามาทำงานในตำแหน่งเลขาท่านรองประธาน เสียงซุบซิบนินทาพร้อมกับข่าวลือแพร่สะพัดว่าตำแหน่งนี้แลกมาด้วยเรือนร่างหาใช่ความสามารถที่แท้จริง ผมไม่เคยสนใจคำนินทาพวกนั้นเพราะได้ยินเพียงแค่ชื่อที่ค่อนไปทางเสียหายแต่ไม่เคยเจอผู้ที่อยู่ในบทสนทนาจริงๆ จนกระทั่งวันที่เราต้องเข้าประชุมร่วมกัน  

ห้องประชุมขนาดใหญ่มีนางฟ้าแสนสวยยิ้มให้กับผมที่ไปสายอย่างใจดี เธอแก้สถานการณ์จนทุกอย่างกลับมาเข้าที่และประชุมได้ราบรื่น หลังจากวันนั้นของกำนัลมากมายจากผมก็ถูกส่งไปถึงโต๊ะคุณเลขาแสนสวยในทุกเช้า เสียงซุบซิบที่ดังไปทั่วทั้งแผนกบอกว่าผมกำลังคิดเด็ดดอกฟ้า น่าตลกนะ ตะวันฉาย...ก็ต้องคู่กับดอกฟ้าไม่ใช่หรือไง  

เกดน่ารัก อ่อนหวาน เจ้าน้ำตา เธอขี้สงสารและช่างใจน้อย แรกๆอะไรมันก็ดี ผมมองว่าความอ่อนแอบอบบางช่างน่ารัก น่าทะนุถนอม หกเดือนที่ผมตามจีบเฝ้าคอยรับส่งในที่สุดเกดก็ใจอ่อน หนึ่งปีแรกระหว่างเราทุกอย่างราบรื่นดี จนกระทั่งสถานะของผมและเกดปลี่ยนไป  

เกดถามผมว่าอยากได้อะไรในวันเกิด คำตอบที่พูดอย่างไม่ทันคิด คือ .. เกด  

ผมต้องการเธอ  

ต้องการ ร่างกายของเธอ  

เมื่อมีครั้งแรก ครั้งที่สอง สามและสี่ก็ตามมา เกดโกหกที่บ้านว่าเหนื่อยจากการเดินทางไปกลับ ขอออกมาเช่าอพาร์ทเมนต์ใกล้ๆบริษัทซึ่งก็ไม่มีใครในครอบครัวคัดค้าน  

ผมไม่เคยถามว่าพ่อแม่เธอทำงานอะไร รู้ว่ามีฐานะ แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะผมไม่ได้คิดจริงจังกับใครรวมไปถึงเธอ เช่นกันแม้ว่าเธอจะเพียรถามถึงครอบครัว ผมก็บอกได้แค่เพียงว่า ผมคือเด็กกำพร้าที่เขาไม่จำเป็นต้องมาสนใจปูมหลัง  

เมื่อความสัมพันธ์เริ่มถลำลึก เกดแสดงความเป็นเจ้าของกับผมมากขึ้น ไม่เหนียมอายที่จะกอดแขนเดินเล่นในห้าง เริ่มเช็คโทรศัพท์ เริ่มตามติดผมไปในทุกๆที่ ประจวบกับที่น้องเอย น้องชายตัวเล็กสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังในกรุงเทพได้ ผมต้องแบ่งเวลาให้น้องและทำงานหนักขึ้น ตอนเช้าทำบริษัทซอฟแวร์ ตกกลางคืนผมก็ออกไปแข่งรถ รางวัลของคนชนะในแต่ละครั้งผมจะเลือกเงินสด ทุกบาทจากการแข่งขันคือค่าการศึกษาของน้อง  

เมื่อเวลาที่เคยได้เต็มร้อยถูกแบ่งครึ่ง เกดเริ่มงี่เง่าและเรียกร้องความสนใจ เธอขู่จะฆ่าตัวตายทุกครั้งที่เราทะเลาะกัน เสียงเล็กแหลมกรีดร้องพร่ำพรรณาถึงความรักที่มีต่อผม ซึ่งมันค่อนข้าง .. มันน่ารำคาญ  

ความรักคืออะไรผมไม่เคยนิยามได้ แต่คนรักควรจะเป็นความสบายใจให้กัน เป็นกำลังใจที่เติมเต็มในวันที่เหนื่อยล้า แต่เกดไม่ใช่ นับวันเธอกลับยิ่งทำตัวเป็นเจ้าชีวิต ยิ่งผมเหนื่อยเกดจะยิ่งเรียกร้องให้ผมแสดงความรัก ต้องเอาใจใส่ ท้ายที่สุด ความรักของเราก็มาถึงจุดจบ  

ผมไม่รู้ว่าตอนนี้เธอเป็นอย่างไร หลังจากที่น้องเอยต้องเจอเรื่องแย่ๆในชีวิตเพราะพี่ชายเลวๆคนนี้ ผมพาน้องกลับมาที่บ้าน ตัดขาดสังคม เลิกใช้โทรศัพท์ เริ่มต้นอาชีพที่พ่อเคยถ่ายทอดให้รวมไปถึงเครื่องมือที่ยังพอใช้ได้ในห้องเก็บของ  

ผมกลับมาที่เพลินทะเลเพื่อเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้งในวัย30ปี  

ส่วนน้องเอยกลับมาพร้อมกับมนุษย์จิ๋วในท้องและคำถามที่ว่า 

พี่อินทำกับน้องเอยแบบนี้ทำไม  

.. 

.. 

.. 

.. 

.. 

"ไอ้อินพร้อมไหมมึง"  

"อืมๆๆ คืนนี้ใครวะ"  

ไม่รู้เหมือนกัน เห็นว่านั่งดูมึงแข่งหลายวันแล้ว คืนนี้มันเลยขอท้า"  

"หึ อยากจะวัดกับกูว่างั้น? เอ้อ .. แล้วของเดิมพันคืนนี้กี่หมื่น"  

"ก็ไม่รู้ .. ว่ะ" " 

"หืมม"  

"มันบอกกูว่าให้มึงไปดูในสนามเอาเอง"  

"ไอ้ห่านี่!! ถ้ามันว่าวางเงินห้าร้อยกูจะตบกบาลมึงคนแรกเลยสัส"  

"ฮ่าาๆๆๆ ไอ้เหี้ยอิน มึงก็แข่งขำๆบ้างสิวะ ยอมๆคนอื่นเขาบ้าง"  

"ได้ไง น้องเอยยังต้องใช้เงินอีกเยอะ กูไม่อยากให้น้องลำบาก"  

"แล้ววันนี้มึงไม่โทรหาน้องเหรอ"  

"เฮ้ย!! ลืมไปเลย แป็ปๆนะเพื่อน"  

Rrrrrrr 

Rrrrrr 

"ไปไหนวะ ไม่มารับโทรศัพท์"  

"หลับไปแล้วล่ะม้าง ลงสนามกันเถอะมึง"  

"อืมๆ"  ไม่ใช่ครั้งแรกที่อิงเดือนไม่รับโทรศัพท์ตะวันฉายในยามวิกาล แต่ลางสังหรณ์บางอย่างที่ไม่แน่ชัดนักทำให้เขารู้สึกเป็นกังวล  

.. 

.. 

.. 

"อื้ออ อื้อๆๆๆๆ"  

"กันต์ ฝั่งนั้นมันนัดเวลามาแล้ว"  

"อืม พามันไปสิ"  

"มึง ไหวแน่นะ"  

"เห็นกูกระจอกขนาดนั้นเหรอเลย"  

"แต่ฝ่ายนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นนักแข่งมืออาชีพ"  

"หึ ก็แค่เทพสนามเถื่อน ไอ้อินคนนั้น .. กูจะเหยียบให้จมดินเอง"  

เฮือกก "อื้อออ อื้ออๆๆ"  

"โอ๊ะโอ ได้ยินชื่อผัวแล้วมันออกอาการขนาดนี้เลยเหรอ"  

อิงเดือนที่ถูกมัดมือและเท้าดิ้นไปมาบนพื้น เทปกาวสีเทาพันปิดจากปากจนรอบศีรษะ ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากส่งเสียงคัดค้านสิ่งที่รณพีร์กล่าวหา 

"พวกมึง .. ออกไปก่อน กูต้องการสมาธิ"  

"อย่าช้าล่ะ"  

"เออ"  

ร่างสูงเอนกายพิงพนักเก้าอี้ เขายกขาไขว่ห้างมือเท้าคางมองอิงเดือนอย่างเย้ยหยัน .. เด็กผู้ชายตัวเล็กที่ไม่มีอะไรเทียบกับน้องสาวเขาได้สักนิด มีดีอะไรที่ทำให้ตะวันฉายหลงใหล 

"อย่ามองแบบนั้น กูไม่หลงกลเหมือนไอ้อินหรอก"  

อิงเดือนพยายามสบตา อ้อนวอนและวิงวอนขอให้ชายหนุ่มยอมรับฟังความจริงจากเขา ศีรษะเล็กสั่นรัวเร็วปฏิเสธข้อกล่าวหา อิงเดือนไม่ใช่เมีย แต่คือน้องชาย น้องชายที่ห่างกับพี่ชาย12ปีก็เท่านั้น 

"อื้ออๆๆ อื้อ"  

"ปฏิเสธเหรอ หึหึ กูไม่โง่เหมือนผู้หญิงที่มึงสองคนรวมหัวกันปอกลอกหรอกนะ! อืมม จะให้มึงออกไปแบบนี้ก็ไม่ตื่นเต้นเลยนะ ถ้าอย่างนั้น แคว่กกกก!! เอาแบบนี้แล้ว"  

"ฮึกกก อื้อๆๆๆ อื้ออออ" อิงเดือนพยายามเบี่ยงตัวหลบซ้ายขวา แต่ร่างสูงกลับคร่อมทับบนหน้าท้อง เสื้อนักศึกษาสีขาวถูกฉีกจนขาดรุ่ย แต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับมือหนาที่กำลังปลดซิบกางเกง 

ธารน้ำตามากมายไหลริน ทั้งอับอายและหวาดกลัวเมื่อตอนนี้ถูกชายหนุ่มอุ้มพาดบ่าออกมาจากห้องในสภาพกึ่งเปลือย สายนับร้อยคู่จับจ้องมาที่เขา บ้างสงสัย บ้างสมเพช แต่นั่นก็ไม่เท่ากับ …

"น้องเอย!!!!"  

"ฮึกกก พี่อิน …."  

อิงเดือนตอบโต้กับพี่ชายในใจ ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยอะไรได้นอกจากส่งสายตาทึ่อ่อนแรงน่าสงสาร ข้างๆเขาคือชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนกอดอกตีหน้ายักษ์ แม้ตะวันฉายจะพยายามวิ่งเข้ามาหาแต่มันก็ไม่เคยสำเร็จ ทุกอย่างต้องไปตามกติกา  

กติกาที่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยกลโกง  

"มึงต้องการอะไร!!!"  

"ถ้ากูชนะ เด็กคนนี้ต้องเป็นทาสรับใช้กู3วัน หรือ ตลอดไป หึหึ"  

"ไอ้สัส!!!"  

"ฮ่าาๆ อย่าเพิ่งหงุดหงิดสิวะ ถ้ามึงชนะก็เอาเงินนั่นไป หนึ่งแสนตรงนั้น พร้อมขยะตรงนี้"  

"ฮึ่ยยย!!!" ตะวันฉายพุ่งเข้าใส่คู่แข่งอีกครั้ง เมื่อมันชี้คำว่าขยะไปทางน้องชายตัวเล็กที่พยายามชันเข่าปิดบังส่วนหน้าอายบนร่างกาย เพื่อนๆทั้งสองฝ่ายต่างกรูเข้ามากันเขา ถึงแม้จะเป็นสนามเถื่อน แต่ก็มีกติกาข้อบังคับที่ต้องทำตาม 

ฉึ่บบ!! 

"โอ๊ยยย~" เทปกาวที่ติดปากถูกดึงไม่ทันตั้งตัว

"น้องเอย!!!"  

"กูให้โอกาสพวกมึงได้คุยกัน อยากบอกอะไรกันไหม"  

"ไม่ต้องกลัวนะ ไม่มีใครทำอะไรเอยได้ เชื่อพี่อินนะครับ"  

"ฮึกกกกก ฮื่ออออ น้องเอยกลัว ฮึกกก"  

"อดทนเอาไว้นะ พี่แข่งไม่นานแล้วจะพาน้องเอยกลับบ้านด้วยกัน"  

"เอยจะรอ จะรอพี่อิน อะ อื้อออๆ" 

"พล่ามเสร็จแล้วใช่ไหม"  

"กูไปทำเหี้ยอะไรให้มึงนักหนาฮะ!!!!" ตะวันฉายตะโกนถามอย่างหมดความอดทน

ใช่ เขาไปทำอะไรให้ชายหนุ่มที่มั่นใจได้แน่ๆว่าไม่เคยรู้จักกัน แม้กระทั่งชื่อของฝ่ายตรงข้ามตะวันฉายก็ยังไม่รู้ 

"ทำเหี้ยไว้เยอะสินะ เอาล่ะ เลิกสงสัยสักที ถึงเวลาของมึงกับกูแล้ว"  

ถึงเวลาที่มึงต้องชดใช้ให้เกด!!!  

 

.. 

 

.. 

 

.. 

 

.. 

 

.. 

 

.. 

 

--------------------------- 

เปลี่ยนพล็อต เปลี่ยนคาแรคเตอร์ตะวันฉายไปนิดหน่อย สุดท้ายก็ยังพยายามหาเหตุผลให้กับตัวละคร อยากให้คนเข้าใจในมุมของตะวันฉายก่อน ถ้าใครตามอ่านมาตลอดจะรู้ว่าเราไม่มีหักมุม หลอกคนไม่เก่ง และไม่มีปริศนา เราจะเล่าในแบบที่เราถนัดนะคะ อย่าเพิ่งรำคาญความดักดานของพระเอกกับไรต์เตอร์น๊าาา  

ความคิดเห็น