ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

- 06 - ( ครึ่งหลัง)

ชื่อตอน : - 06 - ( ครึ่งหลัง)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.6k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2562 11:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
- 06 - ( ครึ่งหลัง)
แบบอักษร

Chapter 

- 06 - 

ครึ่งหลัง 

 

  

บรรยากาศในร้านเค้กค่อนข้างเงียบ จำนวนลูกค้าที่อยู่ในร้านมีไม่เยอะ จริงๆ คือแทบจะนับจำนวนคนได้ด้วยซ้ำ พูดตามตรงติวเตอร์ไม่ได้อยากลาออก แต่สถานการณ์ของร้านตอนนี้กำลังย่ำแย่ ซึ่งถ้าจำเป็นจะตัดค่าใช้จ่ายในส่วนใดส่วนหนึ่งออกก็คงมีแค่ส่วนของเขาที่ควรจะตัดออกมากที่สุด 

  

“เตอร์แน่ใจเหรอว่าจะลาออก” 

  

“แน่ใจครับพี่เก๋” 

  

“แต่ว่าตอนนี้เรากำลังลำบากอยู่ไม่ใช่เหรอ” พี่เก๋พูดด้วยสีหน้าเป็นกังวล ขนาดสถานการณ์ร้านเป็นแบบนี้ พี่เก๋ก็ยังเป็นห่วงเขาเสมอ 

  

“เตอร์ไม่ลำบากอะไรเลยพี่เก๋” 

  

“แต่ว่า...” 

  

“คนที่ลำบากจริงๆ คือพี่เก๋ต่างหาก” ติวเตอร์ยิ้มกว้าง 

  

“ตะ... เตอร์รู้งั้นเหรอ” 

  

“ครับ เตอร์รู้” รู้หมดแหละว่าพี่เก๋เองก็ลำบากใจ รู้ด้วยว่าตัวเธอพยายามช่วยเหลือเขาเท่าที่จะสามารถทำได้แล้ว 

  

“จริงๆ พี่ก็พยายามจะหาร้านที่รับพาร์ทไทม์ให้เตอร์อยู่นะ รอก่อนก็ได้นะเตอร์” 

  

“ไม่เป็นไรครับพี่เก๋ เตอร์ได้งานแล้ว” เพราะมันจำเป็น เขาเลยเลือกที่จะโกหก 

  

“แน่ใจนะว่าไม่ได้โกหกพี่” 

  

“เตอร์จะโกหกทำไมอ่ะพี่เก๋ เชื่อเตอร์ดิ เตอร์ได้งานแล้วจริงๆ” พี่เก๋เงียบ จ้องมองไปที่หน้าติวเตอร์ราวกับคาดคั้นว่าจะได้คำตอบที่มันผิดปกติ แต่รอยยิ้มจริงใจที่ส่งมาให้ก็ทำเอาคนถามถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก 

  

“โอเคค่ะ พี่เชื่อเตอร์ก็ได้ พี่เองก็แอบกังวลเรื่องนี้อยู่ แต่ถ้าเตอร์ได้งานแล้วพี่ก็สบายใจ” 

  

“ครับ พี่เก๋ไม่ต้องห่วงเตอร์เลย เตอร์ได้งานใหม่มาสักพักแล้ว” 

  

“ดีจัง แล้วนี่เตอร์เริ่มงานใหม่วันไหนคะเนี่ย” 

  

“จริงๆ เริ่มวันนี้เลยครับ อีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมงก็เข้างานแล้ว” ติวเตอร์ทำทีเป็นมองนาฬิกาข้างฝาผนังแล้วทำหน้าเป็นกังวล 

  

“อ่าวจริงดิ แล้วนี่จะไปทันไหมอ่ะ” 

  

“ทันๆ แต่เดี๋ยวไงเตอร์คงต้องขอตัวเลยนะครับ” 

  

“ได้จ๊ะได้ ส่วนเงินงวดสุดท้ายที่เตอร์ทำงานพี่จะรีบโอนให้ภายในอาทิตย์นะคะ” 

  

“ตอนไหนก็ได้พี่ เตอร์ไม่ได้รีบอะไร ยังไงเตอร์ไปก่อนนะครับ” 

  

“โชคดีนะเตอร์ ว่างๆ ก็แวะมาหาพวกพี่บ้าง” 

  

“ครับ มาแน่นอน” ติวเตอร์พูดพร้อมกับยกมือไหว้พี่เก๋กับพี่คนอื่นๆ ในร้านเค้กเป็นครั้งสุดท้าย สีหน้าแต่ละคนดูเป็นกังวลและรู้สึกผิด จนติวเตอร์ต้องยิ้มกว้างออกมาราวกับบอกว่าเขาโอเค 

  

ซึ่งเขาโอเคจริงๆ นะ แม้จะเดินออกมาแล้วแต่ความทรงจำดีๆ มันยังอยู่เสมอ อาจเพราะที่นี่เป็นที่ทำงานพิเศษที่แรกด้วยล่ะมั้ง มันเลยทำให้เขาได้ประสบการณ์ในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่ความรับผิดชอบ การเข้าสังคม การพูดคุยกับลูกค้า หรือแม้แต่ความรู้ที่เกี่ยวกับกาแฟก็ตาม 

  

เพราะงี้... มันเลยใจหายไปบ้างตอนที่เดินออกมา แต่จะให้ทำยังไงได้ทุกคนต้องเดินต่อ เขาเองก็ต้องเดินต่อเหมือนกัน 

  

ติวเตอร์ไม่รู้หรอกว่าทางข้างหน้ามันจะลำบากมากกว่านี้ไหม จะได้งานใหม่ในเร็วๆ นี้หรือเปล่า บางทีอาจจะต้องรอเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน แต่มันก็ถอยไม่ได้แล้วไง 

  

เพราะเขาไม่ได้มีเหมือนคนอื่น ไม่ได้เป็นเหมือนคนอื่นที่เพียบพร้อมและมีทุกอย่างคอยซัพพอร์ตในทุกๆ ทาง เขาก็เป็นแค่คนๆ นึงที่ต้องดิ้นรนมากกว่าคนอื่นหน่อย 

  

มันก็แค่นั้น 

  

“ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มจากการหางานใหม่ก่อนละกัน” ติวเตอร์พูดพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันไปค้นแฟ้มเอกสารสมัครงานในกระเป๋าเพื่อที่จะเริ่มหางานอีกครั้ง 

  

จริงๆ เมื่อคืนติวเตอร์มองหางานในอินเตอร์เน็ตมาบ้าง แต่ส่วนใหญ่รับแต่ฟูลไทม์ทั้งนั้น ยิ่งแถวมหา’ลัยหรือแถวหอเขายิ่งไม่ค่อยมีลงประกาศงานพาร์ทไทม์เลยด้วยซ้ำ ไอ้ที่ลิสายการมาก็เต็มหมดแล้ว เพราะงั้นสิ่งที่ติวเตอร์ทำได้ตอนนี้ก็คือเดินดูป้ายสมัครงานหรือไม่ก็ walk in เข้าไปถามร้านค้าในแต่ละร้านแทน 

  

แน่นอนว่าการหางานในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้มันก็ยากแหละ นี่เดินหาในซอยถัดจากร้านเค้กพี่เก๋มาได้สักพักใหญ่ๆ แล้วนะ แต่ทุกๆ ร้านที่เดินเข้าไปมีแต่ให้ฝากประวัติไว้หรือไม่ก็บอกว่ารับแต่ฟูลไทม์เท่านั้น 

  

ซึ่งถ้ามันหางานใหม่แถวมหา’ลัยไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องหาที่มันไกลจากที่นี่ไปอีกนิด อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่ก็หวังว่าคนบนฟ้าจะเลิกแกล้งเขาสักที 

  

ซ่า ซ่า!!!! 

  

เสียงเม็ดฝนห่าใหญ่ตกลงมาอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง ฟ้าที่ตอนแรกสว่างสดใส จู่ๆ ไม่รู้มาจากไหนตกลงมาอย่างกับไม่เคยตกมาก่อน ติวเตอร์วิ่งไปหลบที่หน้าร้านๆ นึงแล้วมองสายฝนตรงหน้าด้วยความรู้สึกว่างเปล่า 

  

เขาไม่รู้ว่าตัวเองต้องรู้สึกยังไงอีก 

  

ไม่รู้ว่าควรจะต้องท้อไปมากกว่านี้ 

  

เฮ้อออ 

  

เสียงถอนหายใจดังยาว ติวเตอร์มองปรายฝนที่ตกโปรยปรายด้วยใจที่ดำดิ่งลงลึกไปเรื่อยๆ เขามองสายฝนนิ่งแล้วหลับตาลงช้าๆ อีกครั้ง ในใจภาวนาอีกรอบว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป 

  

เดี๋ยวมันก็ผ่านไป 

  

 

  

20.15 

  

ฝนตกอีกแล้ว... 

  

มันเป็นวันที่น่าเบื่ออีกครั้งกับการที่ต้องมาติดแง็กอยู่บนถนนท่ามกลางฝนที่กำลังโปรยปรายแบบนี้ 

  

ไฟท์เตอร์มองดวงไฟท้ายรถหลายสิบดวงที่อยู่ตรงหน้าอย่างเบื่อหน่าย เขาเอื้อมมือไปเปิดวิทยุให้คลอไปกับเสียงฝนก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเกมส์ฆ่าเวลา 

  

ซ่า ซ่า 

  

แม้สายฝนที่กำลังเทลงมาจะไม่ได้สาดกระหน่ำเหมือนในช่วงแรก แต่แค่นี้มันก็มากพอทำให้คนใช้ท้องถนนอย่างเขาหงุดหงิด ไฟท์เตอร์เงยหน้าขึ้นมองกระจกหลังเพื่อจะขยับรถให้เบี่ยงไปเลนฝั่งซ้าย แต่ภาพๆ หนึ่งที่สะท้อนกลับมาทำให้เขาอดไม่ได้ที่หันกลับไปมองด้วยตาตัวเองอีกรอบ 

  

ไฟท์เตอร์เห็นใครบางคนที่กำลังเดินอยู่ท่ามกลางละอองฝน 

  

ใครบางคนที่โคตรคุ้นตา ไม่ว่าจะขนาดส่วนสูงหรือท่าเดิน 

  

ใครบางคนที่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมาเดินตากฝนในช่วงเวลาแบบนี้ 

  

เพิ่งเลิกงานเหรอหรือว่าอะไร 

  

ความคิดแรกที่แว่บเข้ามาในหัวคือความรู้สึกหงุดหงิดนั่นแหละ สุดท้ายพอเบี่ยงรถมาเลยฝั่งซ้ายแล้วก็ยังติดแง็กไม่ขยับอยู่ดี ไฟท์เตอร์มองคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้รถเขาเรื่อยๆ ในหัวกำลังคิดว่าเขาควรจะตะโกนเรียกให้คนที่เดินตากฝนอยู่ตรงนั้นขึ้นมาบนรถตอนที่เจ้าตัวเดินเข้ามาใกล้หรือปล่อยให้มันเดินเปียกปอนไปทั้งอย่างนั้นดี 

  

แน่นอนว่าไอ้ความคิดแบบหลังมันเกิดขึ้นเพราะไฟท์เตอร์กำลังหงุดหงิด เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนตัวบางกว่าถึงมาเดินตากฝนแบบนี้ แม้ในมือข้างหนึ่งจะมีแฟ้มเอกสารปิดหัวไว้ก็เถอะ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรอยู่ดี่ 

  

ท้ายที่สุดเขาเลยเลือกที่จะเงียบมองดูคนที่กำลังเดินผ่านรถตัวเองไปช้าๆ ปลายนิ้วที่เคาะลงบนพวงมาลัยเป็นจังหวะเดียวกับเพลงในรถ สายตายังไล่มองไปยังคนที่กำลังจะเดินผ่านไปอยู่ 

  

ไม่เห็นจะอยากเรียก 

  

ไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ 

  

ปล่อยให้แม่งเดินหนาวตายอยู่แบบนั้นก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอวะ 

  

แต่ว่า... 

  

  

  

“ไอ้เตอร์!!” สุดท้ายเขาก็ลดกระจกข้างคนขับแล้วตะโกนเรียกติวเตอร์อยู่ดี 

  

“...” 

  

“ติวเตอร์!!!!!” เจ้าของชื่อได้ยินเสียงแรกจากใครสักคน เขาหันกลับมาก่อนจะหรี่ตาเล็กมองไปยังรถคันหนึ่ง ภาพที่เห็นคือไฟท์เตอร์เอี้ยวตัวมาทางกระจกฝั่งที่นั่งจข้างคนขับแล้วมองตรงมายังเขา 

  

“พี่ไฟท์” 

  

“ขึ้นรถ” 

  

“...” 

  

“เร็ว” เจ้าของรถพูดย้ำอีกครั้งก่อนจะเปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับเพื่อบอกให้คนน้องรีบขึ้นมาบนรถ ติวเตอร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่ก็ยอมทำตามที่ไฟท์เตอร์สั่ง 

  

ติวเตอร์ขึ้นมาบนรถ เสียงถอนหายใจของคนเป็นน้องดังยาวแล้วพิงเข้ากับเบาะอย่างหมดแรง 

  

เจ้าตัวไม่ได้พูดอะไร เขาเองที่ตอนแรกอยากเอ่ยปากด่าเรื่องที่มาเดินตากฝนเหมือนคนบ้าแบบนี้ ก็เลือกที่จะเงียบเหมือนกัน อาจเพราะเห็นสภาพเปียกปอนของคนที่เพิ่งขึ้นรถมาล่ะมั้งเขาเลยเลือกที่จะเงียบและเอื้อมมือไปเพิ่มอุณหภูมิแอร์ให้แทน 

  

ไม่มีเสียงพูดคุย มีแค่เสียงเพลงกับบรรยากาศรถติดและวุ่นวายจากภายนอก 

  

แต่มันก็เป็นอยู่แบบนั้นได้ไม่นาน เพราะใจของเขาก็อยากถามอยู่ดีว่าติวเตอร์ไปเดินตากฝนทำไม 

  

“มึงไปทำอะไรแถวนั้นวะ” 

  

“...” นอกจากจะไม่ได้คำตอบแล้ว สิ่งที่ได้กลับมาก็คือความเงียบที่จมหายไปเหมือนกัน พอหันกลับไปดูถึงรู้ว่าคนอายุน้อยกว่าไม่ได้สนใจในสิ่งที่เขาถามสักนิด เจ้าตัวยกมือข้างนึงขึ้นท้าวแขนเข้ากับประตูฝั่งข้างคนขับ สายตามองออกไปด้านนอกอย่างเหม่อลอย ใบหน้าคนตัวเล็กเหมือนมีเรื่องบางอย่างให้คิดวุ่นวายเต็มไปหมด 

  

ไฟท์เตอร์มองสำรวจคนที่อยู่ข้างกายแล้วขมวดคิ้วไม่เข้าใจ เนื้อตัวเปียกปอนยังไม่น่าสงสัยเท่ากับแฟ้มเอกสารที่มีบัตรประชาชนขีดคร่อมว่าใช้สำหรับสมัครงานอยู่บนตัก 

  

ไหนหว่าหวาบอกว่าทำงานร้านเค้กไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมยังหางานใหม่อยู่อีก 

  

มันเป็นความคิดที่อยู่ในหัว และพอเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าขาวซีดอีกรอบ ไฟท์เตอร์กลับพบว่าคนตัวเล็กกว่าหลับตาลงแล้วเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ... ที่หางตาของติวเตอร์มันเหมือนมีร่องรอยของอะไรบางอย่างอยู่ในนั้น 

  

มันไม่ใช่ละอองฝน แต่เหมือนจะเป็นน้ำตาเสียมากกว่า 

  

ไฟท์เตอร์ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เขาเดามันเป็นแบบที่เขาคิดไหม แต่ถ้าเป็นน้ำตาจริงๆ เขาไม่เข้าใจว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกับคนตรงหน้ากันแน่ อะไรที่แย่มากขนาดที่ต้องกลั้นความรู้สึกตัวเองขนาดนี้ 

  

มันเกิดอะไรขึ้นกับมึงวะเตอร์ 

  

มีอะไรที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้กัน 

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

TBC 

  

ชีวิตเศร้ามาก อิพี่ไฟท์จะช่วยน้องยังไงคะ 

  

มันเป็นเรื่องที่ค่อยเป็นค่อยไปอ่ะ55555 

  

ฝากติดสองแท็กนะคะ #whyrutheserises #whyrunovel 

  

จริงๆ แท็กใดแท็กนึงก็ได้อยากอ่านฟีดแบค 

  

ขอบคุณนะคะ เจอกันวีคหน้านะ ขอปั่นแบบยาวๆ คำผิดบอกด้วยน้า 

  

  

  

  

  

ความคิดเห็น