facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 - ยิ่งใกล้...ยิ่งเจ็บ

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 - ยิ่งใกล้...ยิ่งเจ็บ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 948

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2562 09:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 - ยิ่งใกล้...ยิ่งเจ็บ
แบบอักษร

ตอนที่ 5 - ยิ่งใกล้...ยิ่งเจ็บ 

สิ่งแรกที่ขวัญแก้วทำเมื่อตื่นขึ้น คือเก็บชุดเครื่องแบบของสามีที่เกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น ถอดเครื่องหมายออกแล้วหย่อนลงไปในตะกร้าผ้าเพื่อเตรียมซัก หลังจากที่โดนสามีขืนใจเธอคืนนั้น เขาก็ไม่เคยกลับบ้านตรงเวลาอีกเลย พอกลับมาถึงก็เป็นเวลาค่อนคืน และเขาทำตามที่พูด...คือเธอต้องทำหน้าที่ “เมียบำเรอ” 

ทุกๆคืนหลังจากเขาปลดปล่อยจนพอใจ สามีหนุ่มใช้ผ้าขนหนูพันตัว กลับไปนอนที่ห้องนอนของตัวเอง

สามีรังเกียจเธอถึงขนาดที่ไม่ยอมนอนร่วมเตียงด้วย ขวัญแก้วเจ็บจนไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว แต่เธอก็สัญญากับตัวเองว่าจะทำหน้าที่ดูแลเขาให้ดีที่สุด และถึงแม้ผู้พันกริชจะร้ายกับเธอมากเพียงใด แต่ขวัญแก้วก็ไม่อาจจะหักห้ามใจตัวเองได้ ยิ่งพยายามหักห้ามใจ เธอก็ยิ่งรักเขามากขึ้นกว่าเดิม

ทุกวันเธอจะเข้าไปทำความสะอาดห้องนอนของเขา วันนี้ก็เช่นกันหญิงสาวกำลังจัดโต๊ะทำงานของสามีให้เป็นระเบียบ เธอหมุนตัวกำลังจะเดินออกไป แต่แล้วมือปัดไปโดนหนังสือเล่มหนึ่งร่วงลงไปกองอยู่บนพื้น เธอก้มลงหยิบหนังสือวางลงบนโต๊ะเหมือนเดิม แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายใบหนึ่งที่แนบอยู่ข้างใน

เธอดึงรูปถ่ายใบนั้นออกมาอย่างช้าๆ คนในรูปเป็นหญิงสาวคนหนึ่งอายุมากกว่าเธอประมาณสองสามปี หน้าตาจิ้มลิ้ม ใบหน้าเล็ก ปากนิด จมูกหน่อย 

“ใครกัน?” เธอพึมพำกับตัวเอง

ด้วยความสงสัยเธอจงพลิกดูหลังภาพ ด้านหลังเขียนว่า “น้องดา” ผู้หญิงคนนี้คือคนที่สามีของเธอมีใจให้อย่างนั้นหรือ?

หัวใจด้านชาของเธอ เจ็บแปลบขึ้นมาอีกหน เธอเป็นเพียง “นางบำเรอ” ของเขาเท่านั้น ถึงจะเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร

ขวัญแก้วเงยหน้าขึ้นมองเพดาน...ให้น้ำตาที่กำลังจะรินไหล ได้ไหลย้อนกลับไปที่เดิม และเป็นจังหวะเดียวกับเสียงรถของสามีแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน เธอจึงแนบรูปถ่ายกลับเข้าไปในหนังสือตามเดิม

หญิงสาวรีบเดินออกจากห้องไปทันที เพราะถ้าเขารู้ว่าเธอเป็นคนทำความสะอาดห้อง ผู้พันกริชอาจจะไม่พอใจ และอาจจะใช้ถ้อยคำรุนแรงกับเธอ

ขวัญแก้วแปลกใจที่เขากลับบ้านตรงเวลา จึงไม่ได้เตรียมอาหารเย็น เธอภาวนาว่าอย่าให้เขาโมโหเลย หญิงสาวรีบเดินกึ่งวิ่งลงไปข้างล่าง

 

“พี่กริชกลับมาไว” เธอยิ้มให้เขาอย่างเอาใจ แต่สายตาหม่นแสงลง“ถ้าขวัญรู้จะได้ทำกับข้าวรอ” รอยยิ้มของเธอไม่สดใสเหมือนเคย คนเป็นสามีรู้สึกผิด แต่เขาก็ไม่ลืมว่าโดนเธอหลอก แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ

“วันนี้เราต้องเข้ากรุงเทพ เตรียมเสื้อผ้าไปสองสามชุดก็พอ” ผู้พันกริชหันไปพูดกับภรรยา

“ไปเก็บเสื้อผ้าตอนนี้เลย...คุณพ่อบอกว่าจะรอทานข้าวเย็น” เธอรับคำแล้วหมุนตัวเดินกลับขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเอง

 

ขวัญแก้วเห็นผู้พันกริชถือชุดขาวใหญ่ที่มีพลาสติคคลุมและกระบี่วางไว้ด้านหลังเบาะรถ เธอเดาว่าเขาคงจะไปร่วมงานสำคัญแน่นอน หญิงสาวเดินอ้อมไปเปิดประตูหลังรถ วางกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กลงข้างกระเป๋าอีกใบของสามี เมื่อคนทั้งสองพร้อมแล้ว จึงออกเดินทางมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวง 

 

“จากคนๆ ที่เคยมีใจกันอยู่

เปลี่ยนไปเป็นไม่มีเยื่อใยต่อกัน

อยากลืมๆ ทุกสิ่ง ลบล้างเรื่องวันวาน

หากเราไม่เห็นกันคงลืมกันได้

หนักใจตรงที่ความจำเป็นบางอย่าง

กดดัน ทำให้เราเจอกันต่อไป

ยิ่งเจอใจยิ่งเจ็บ มันทรมานเกินไป

ห่างกันไปให้ไกลมันยังดีกว่า

คนที่รักร้างไกลนั้นเจ็บไม่นาน

คนไม่รักใกล้กันช้ำใจยิ่งกว่า

แต่ว่าหนทาง ทางของคน

ไม่มีให้เลือกเท่าไหร่ เจ็บสักเท่าไร

ก็ต้องรับมา”

(เพลง:  ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ  ศิลปิน:  อินคา)

 

เสียงเพลงที่ดังขึ้นจากรายการวิทยุทำให้ขวัญแก้วต้องเบือนหน้าหนี...เจ็บแปลบในหัวใจ เธอเคยสงสัยว่าผู้ชายอย่างเขาทำไมถึงไม่มีแฟน และเธอก็ได้คำตอบ ต้องเป็นผู้หญิงที่ในรูปคนนั้นอย่างแน่นอนที่สามีของเธอมีใจให้

ผู้พันกริชเห็นภรรยาหน้าตาหมองเศร้า ไม่มีรอยยิ้มสดใสดั่งเคย เขาอยากจะรวบตัวเธอมากอด ปลอบโยนเธอ แต่คำว่า “ศักดิ์ศรี” ก็ค้ำคออยู่

เหลือเวลาอีกไม่ถึงสามอาทิตย์ เขากับเธอก็ไม่ต้องอยู่ด้วยกันอีกแล้ว และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องพบกันอีก เขารู้สึกใจหายราวกับว่ากำลังจะสูญเสียของรัก

ทั้งคู่ต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเอง จะมีก็แต่เพียงเสียงเพลงที่ดังขึ้นมาจากรายการวิทยุเท่านั้น 

 

เวลาผ่านไปสองชั่วโมง ผู้พันกริชจึงขับรถไปถึงบ้านของบิดาที่อยู่ชานเมืองหลวง เขาหยุดรถที่ป้อมยามหน้าบ้าน พอยามเห็นว่าเขาเป็นใคร จึงรีบทำความเคารพ เปิดประตูให้ทันที 

เมื่อเดินเข้าไปในบ้านหลังโตของคุณนพดล เจ้าของบ้านรู้ว่าลูกชายกำลังจะพาลูกสะใภ้มาพักที่บ้าน เขาจึงตั้งหน้าตั้งตารอ ยกเลิกนัดสำคัญทั้งหมด

“พ่อกำลังรออยู่พอดี...มาหนูขวัญ...มานั่งลงก่อน” ขวัญแก้วพนมมือไหว้บิดาของสามี

“สวัสดีค่ะ...คุณพ่อ”

“กริช...เรามีชุดสวยๆให้น้องไปงานแต่งงานรึยัง” เอ่ยถามบุตรชายที่ทรุดตัวนั่งลง

“ยังเลยครับคุณพ่อ...ผมจะพาน้องขวัญไปเลือกชุดพรุ่งนี้”

“ซื้อแต่ชุดก็พอ...แม่แกฝากชุดเครื่องเพชรไว้ให้ลูกสะใภ้ ก่อนจะไปนอก” คุณแม่ของผู้พันกริชทำธุรกิจกับเพื่อนๆ ทำให้ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ “มาเหนื่อยๆ...พาน้องไปพักผ่อนเถอะ คงไม่ชินอากาศเมืองไทยสิท่าหนูขวัญ”

“ขวัญทนได้ค่ะ” ทำไมเธอถึงจะทนไม่ได้ มากกว่านี้ยังแบกรับไหว

 

ก่อนเวลาอาหารเย็นผู้พันกริชเขียนชื่อรายการอาหารโปรดของภรรยา แอบเอาไปให้แม่ครัวและย้ำกับเธอว่าห้ามบอกขวัญแก้วเด็ดขาด เขาเห็นเธอซูบผมลงไปมากก็อดเป็นห่วงไม่ได้

 

วันต่อมาผู้พันกริชพาขวัญแก้วไปลองชุดที่ห้องเสื้อชื่อดัง ที่มีแต่พวกไฮโซและคนมีเงินเท่านั้นที่เป็นลูกค้า เขาย้ำกับผู้จัดการร้านว่าขวัญแก้วต้องสวยที่สุดและต้องเสร็จภายในสองชั่วโมง เพราะเขามีธุระด่วนต้องไปทำและจะกลับมารับเธอทีหลัง

 

เมื่อถึงวันที่ต้องไปร่วมงานแต่งงาน ผู้พันกริชจัดหาคนมาแต่งหน้าทำผมให้ภรรยาสาวถึงที่บ้าน สองชั่วโมงผ่านไป ขวัญแก้วก็พร้อมที่จะออกงาน ขาดเพียงแต่เครื่องประดับเท่านั้น ผู้พันกริชสาวเท้าเดินเข้ามาในห้อง

ช่างแต่งหน้าและทำผมเดินออกไปเพื่อปล่อยให้หนุ่มสาวได้อยู่ตามลำพัง

ขวัญแก้วลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นสามีเดินเข้ามา เพราะถึงเวลาที่ต้องออกจากบ้าน ผู้พันกริชถึงกับตะลึงในความงามของหญิงสาว เขาไม่คิดมาก่อนว่าผู้หญิงหน้าตาธรรมดาอย่างขวัญแก้วเมื่อแต่งหน้าทำผมแล้วจะสวยมากขนาดนี้

“ขวัญพร้อมแล้วค่ะ” ในที่สุดเธอก็พูดเอ่ยขึ้น เพราะอีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัว “พี่กริชคะ...ขวัญพร้อมแล้วค่ะ” ผู้พันกริชเมื่อได้สติกลับคืน ก็เปิดกล่องกำมะหยี่สีแดง เป็นชุดเครื่องเพชรที่มารดาฝากไว้ให้ลูกสะใภ้ เขาเดินอ้อมไปหยุดยืนอยู่ด้านหลัง บรรจงสวมสร้อยเพชรน้ำงามเข้าชุดกับต่างหู และกำไล...ให้หญิงสาว มือหนาจัดการหมุนตัวขวัญแก้วกลับมา ใบหน้าคมเข้มโน้มลงบรรจงจุมพิตริมฝีปากบางอย่างเผลอไผล นัยน์ตาลุ่มหลง

ขวัญแก้วเลิกคิ้วสูง ไม่เข้าใจว่าเขาทำอย่างนี้ทำไม เพราะหลายวันที่ผ่านมา ผู้พันกริชได้แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่ารังเกียจเธอมากแค่ไหน ผ่านไปสักพักเขาถึงได้รู้สึกตัวปล่อยภรรยาสาวให้เป็นอิสระ เดินออกไปจากห้องทันที

หญิงสาวใช้เวลาสักพักจึงรวบรวมสติให้กลับคืนมา ก้มลงหยิบต่างหูและกำไลที่เข้าชุดกับสร้อยเพชรน้ำงามขึ้นมาสวม เดินตามเขาลงไปข้างล่าง

บิดาของเขาได้เตรียมรถลีมูซีนให้คนทั้งคู่ใช้ไปร่วมงานแต่งงาน เพราะงานนี้แขกที่มาร่วมงานแต่ละคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีชื่อเสียงและมีหน้ามีตาในสังคม และต้องมีนักข่าวไปร่วมงานกันอย่างล้นหลาม เขาจึงอยากจะถือโอกาสนี้เปิดตัวลูกสะใภ้

 

เมื่อมาถึงงานแต่งงานผู้พันกริชก้าวเท้าลงจากรถลีมูซีน ยื่นมือให้ขวัญแก้ว เธอรู้สึกตื่นเต้นมือไม้สั่นเทาเพราะมีนักข่าวมากมายยืนรออยู่ข้างหน้า “ลงมาสิ” เสียงเตือนสติของสามีทำให้เธอต้องกลั้นหายใจก้าวขาลงจากรถ ยื่นมือให้เขา ทันใดนั้นบรรดานักข่าวแย่งกันเก็บภาพของหนุ่มสาว เสียงกดชัดเตอร์ดังระรัว พวกเขาต่างแปลกใจที่เห็นพันเอกคมกริชควงสาวนิรนามออกงาน เพราะเขามีคู่ควงมากมาย แต่ไม่มีใครได้รับเกียรตินี้เลย

ขวัญแก้วรู้ว่าสามีของเธอเป็นลูกชายของนักการเมืองชื่อดัง แต่เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านักข่าวจะให้ความสนใจเขามากมายถึงเพียงนี้ โชคดีที่เธอจะอยู่ที่เมืองไทยไม่นาน ไม่อย่างนั้นคงได้ตกเป็นเป้าหมายของพวกนักข่าวไปด้วย

 

วันนี้ผู้พันกริชแต่งกายด้วยชุดขาวใหญ่ ทำให้คนที่หน้าตาและรูปร่างดีมากเช่นเขาดูมีสง่าราศีเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว และสาวๆคงอยากจะทอดสะพานให้อย่างแน่นอน

ขวัญแก้วไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องมาร่วมงานใหญ่โตนี้ด้วย เพราะผู้พันกริชแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งแล้วว่าไม่เคยเห็นความสำคัญของเธอ หญิงสาวเดาว่าคงจะเป็นเพราะบิดาของเขาขอร้องก็เป็นได้

 

“กริชวันนี้นายควงแฟนออกงานเชียวเหรอ...ใครคือผู้โชคดีคนนี้” พันเอกเอกราชหรือผู้พันเอก เอ่ยทักเพื่อนสนิททันทีที่ทั้งคู่เดินเข้ามาในห้องโถงจัดงาน

“สวัสดีค่ะ...ขวัญไม่ใช่แฟนของพี่กริชหรอกค่ะ ขวัญเป็น...เอ่อ” เธอไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะอยู่ในฐานะอะไร เกี่ยวข้องกับเขาอย่างไร จึงตอบสิ่งที่คิดว่าใกล้เคียงกับหน้าที่ของเธอตอนนี้มากที่สุด “แม่บ้าน...แม่บ้านชั่วคราว...ทำงานแทนแม่บ้านที่ขอลาหยุดค่ะ” ขวัญแก้วคิดว่าสามีของเธอคงไม่อยากจะแนะนำกับใครต่อใครว่าเธอเป็นภรรยาของเขา

พอผู้พันกริชได้ยิน สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว วาววับอย่างยากที่จะเก็บอารมณ์ได้

“โอ้โห...กริช...นายหาแม่บ้านได้สวยขนาดนี้เชียว” เขาหันไปถามเพื่อนสนิท ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้พันกริชแสดงท่าทางฮึดฮัด ไม่พอใจเช่นนี้

“พี่มีบ้านอยู่ที่นครสวรรค์เหมือนกัน...แต่ไม่มีคนอยู่ ถ้าอย่างนี้น้องขวัญจะเป็นแม่บ้านให้พี่ได้รึเปล่าครับ ช่วงนี้มีรายการโปรโมชั่น...ถ้าน้องขวัญดูแลบ้านพี่ก่อนสิ้นเดือนนี้...มีแถมหัวใจเจ้าของบ้านฟรี” ผู้พันเอกได้โอกาสเกี้ยวสาวน้อยก็ไม่รอช้า

“ไม่ได้!” ตอบเพื่อนสนิทเสียงแข็ง นัยน์ตาลุกเป็นไฟ

“เฮ้ย...นายกริช ฉันถามน้องขวัญ...ไม่ได้ถามนาย แล้วนายเป็นเจ้าชีวิตของน้องเค้าเหรอ” เขาไม่ตอบแต่กลับจูงมือภรรยาสาวเดินหนีเพื่อนเกลอทิ้งให้ผู้พันเอกเกาศีรษะ...ไม่เข้าใจว่าเพื่อนสนิทเป็นอะไร

 

“ขอบใจนะกริชที่มางานแต่งฉันกับน้องดา” พันเอกราชไพศาล หรือผู้พันราช เจ้าบ่าวเอ่ยทักคนทั้งคู่ เขาเป็นบุตรชายคนเดียวของผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน ทำให้แขกเหรื่อที่มาร่วมงานแต่ละคนเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม

ถึงแม้เจ้าบ่าวจะมีแววตาและใบหน้าออกดุดัน แต่เขาก็เป็นคนที่หน้าดีมากคนหนึ่ง ผิวสีแทน รูปร่างสูงใหญ่ และบุคลิกที่น่าเกรงขาม

“แล้วนี่แฟนนายเหรอ?”

“ขวัญเป็นแม่บ้านของพี่กริชค่ะ” เธอยกมือไหว้เพื่อนของสามี ส่วนคนได้ยินทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ เพื่อนของเขาเนี่ยนะควงแม่บ้านมาออกงาน เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเห็นผู้พันกริชควงสาวที่ไหนออกงานใหญ่เช่นนี้มาก่อน มันต้องมีอะไรในกอไผ่แน่ๆ เขาจะลองหยั่งเชิงเพื่อนร่วมรุ่นดู

“กริชไปหาแม่บ้านสวยขนาดนี้จากไหนกัน...ฉันอยากได้ซักคน”

“พี่ราช!” เสียงณธิดาเจ้าสาวคนสวยของเขาเอง

“โอ๊ย!” เจ้าบ่าวโอดครวญเพราะโดนเจ้าสาวหยิกที่ต้นแขน

“น้องดา...พี่เจ็บนะ”

“เมื่อตะกี้พี่ราชบอกว่าอะไร...ดาได้ยินนะคะ” ขวัญแก้วจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้เองที่อยู่ในรูป คนที่เธอคิดว่าสามีมีใจให้ หญิงสาวหันไปมองผู้พันกริช สายตาของเขาที่ทอดมองเจ้าสาวของเพื่อนเต็มไปไปด้วยความชื่นชม ขวัญแก้วเสมองไปอีกทางเจ็บแปลบตรงกลางหัวใจขึ้นมาทันที

“พี่แค่พูดเล่น น้องดาดุอย่างนี้แล้วพี่จะกล้าเหรอครับ นี่น้องขวัญเป็นแม่บ้านของกริช” ขวัญแก้วยกมือไหว้ณธิดาเพราะเธออายุน้อยกว่า

“สวัสดีค่ะพี่ดา...ขวัญยินดีด้วยนะคะ” ณธิดารู้สึกถูกชะตากับสาวน้อยคนนี้มาก

“น้องขวัญอยู่ที่นครสวรรค์เหรอ...ว่างๆมาเที่ยวที่คอนโดพี่สิ จะได้มีเพื่อนคุย แต่ต้องหลังจากกลับมาจากฮันนีมูนนะ”

“พี่ขวัญไปฮันนีมูนนานแค่ไหนคะ”

“เดือนนึง”

“กว่าพี่ดาจะกลับมาขวัญก็ไม่ได้อยู่ที่นครสวรรค์แล้วล่ะค่ะ” “อ้าว! ทำไมเหรอ?”

“ขวัญจะกลับไปเรียนต่อค่ะ”

“น้องขวัญเรียนที่ไหน”

“นิวซีแลนด์ค่ะ” เจ้าสาวถึงกับหูผึ่งเพราะเธอใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นสิบกว่าปี เรียนจบจากมหาวิทยาลัยที่นั่น

“จริงเหรอ!” เสียงณธิดาตื่นเต้น “เรียนที่ไหน? เรียนอะไร?” เมื่อสอบถามกันแล้วได้ความว่ามหาวิทยาลัยที่ณธิดาเรียนจบเป็นมหาวิทยาลัยเดียวกันกับขวัญแก้ว เมื่อสองสาวได้เพื่อนคุยถูกคอ สองหนุ่มจึงยืนดูเงียบๆ เพราะไม่อยากขัดคอ

สายตาที่ผู้พันคมกริชทอดมองแม่บ้านนั้นช่างมีความหมายลึกซึ้ง ไม่เหมือนแค่คนที่รู้จักกันธรรมดา และไม่อาจรอดพ้นสายตาของผู้พันราชที่ลอบสังเกตอยู่อย่างเงียบๆ เขาไม่เข้าใจว่าเพื่อนร่วมรุ่นนั้นมีเหตุผลอะไรกันแน่ เพราะขวัญแก้วเรียกได้ว่าเป็นเด็กสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง มารยาทก็ดี การศึกษาก็ดี แล้วเพื่อนเขาจะปกปิดคนอื่นไปทำไมกัน 

 

เมื่อถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวต้องลอดซุ้มกระบี่ ผู้พันกริชซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของเจ้าบ่าว ร่วมพิธีนี้ด้วย เขาเป็นคู่แรกที่อยู่แถวหน้า อีกคนหนึ่งที่คู่กับเขาคือเพื่อนเจ้าบ่าว...พันเอกกล้าณรงค์

ขวัญแก้วเหมือนกับสาวๆทุกคน ที่อยากจะมีโอกาสได้ลอดซุ้มกระบี่ที่มีเกียรตินี้บ้าง เธอคิดว่าณธิดาโชคดีที่มีสามีที่รักใคร่และดูแลเอาใจใส่เธอมากถึงเพียงนี้ เพราะถึงจะรู้จักกัน แต่เธอก็ดูออกว่าผู้พันราชรักภรรยาของเขามาก

หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบกับตัวเอง เธอคงไม่มีวาสนาถึงเพียงนั้น 

 

จากนั้นก็เป็นเวลาที่คู่บ่าวสาวเปิดฟลอร์เต้นรำ ก่อนที่แขกเหรื่อจะร่วมสนุกด้วย

“คุณครับให้เกียรติเต้นรำกับผมซักเพลงนะครับ” หนึ่งในแขกที่มาร่วมงานส่งสายตาหวานซึ้งให้หญิงสาว ยื่นมือออกไปให้เธอ

“น้องขวัญต้องเต้นรำกับฉันเท่านั้น!” เสียงแข็งๆของสามี

เขามองผู้ชายคนนั้นด้วยสายตาเอาเรื่อง จากนั้นก็รวบมือขวัญแก้วกึ่งลากกึ่งจูงเธอไปยังฟลอร์เต้นรำ หญิงสาวหันมาขอโทษชายหนุ่มที่กำลังยืนงงกับเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้น

“หยุดหว่านเสน่ห์ซะที ทุกคืนที่ฉันทำให้เธอมีความสุขมันยังไม่พออีกเหรอ” เขากระซิบข้างหูเธอ มือแกร่งโอบเอวเธอให้เต้นรำไปกับเสียงเพลง ถ้าไม่ติดว่ามีสายตาหลายร้อยคู่มองมาที่ฟลอร์เต้นรำ ขวัญแก้วคงจะเดินออกไปจากที่นั่นแล้ว เพราะตอนนี้มีเพียงสี่คู่ที่เต้นรำกับคู่บ่าวสาว

“พี่กริชรู้อยู่แล้วว่าขวัญจะทำแบบนี้...แล้วพาขวัญมาออกงานทำไมคะ?”

“ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าหลังจากเราหย่าขาดจากกันแล้ว เธอจะโปรยเสน่ห์ให้ผู้ชายกี่คน จะนอนกับใครบ้าง แต่ว่าตอนนี้เธอยังเป็นภรรยาของฉันอยู่ จะทำอะไรก็ให้เกียรติกันบ้าง...ขอให้จำไว้ด้วย!”

คำพูดที่ดูถูกของเขาทำให้เธอตวัดสายตา มองสบตาสามีตรงๆ “เรื่องนั้นขวัญรู้ดีค่ะ จะไม่ทำอะไรให้พี่กริชต้องเสียชื่ออย่างแน่นอน”

“เดี๋ยวนี้เธอรู้จักเถียงฉันแล้วเหรอ หวังว่าพอครบกำหนดหนึ่งเดือน เธอจะไม่ขออยู่ต่อ เพราะไม่อย่างงั้น...ฉันไม่ยอมแน่ๆ” แววตาที่จ้องมองเธอแข็งกร้าว ลุกวาวอย่างเอาเรื่อง

“เรื่องนั้นพี่กริชไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ ขวัญจองตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว จะไม่อยู่ต่อแม้แต่วันเดียว” ขวัญแก้วไม่อยากสบสายตาคนที่จ้องมองเธอ สายตาที่บอกว่าไม่ต้องการเธอ...เธอไม่มีความสำคัญกับเขาแม้แต่น้อย

ทั้งคู่ต่างปั้นหน้ายิ้ม เต้นรำต่อไป เพราะไม่อยากให้ใครจับผิดได้ เมื่อเพลงที่บรรเลงจบลง คนอื่นๆเดินเข้ามายังฟลอร์เต้นรำ ขวัญแก้วจึงใช้โอกาสนี้เดินจากไป ทิ้งให้สามีหนุ่มหัวเสียเพราะคำพูดของเธอ ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมรู้สึกหงุดหงิดที่เธอไม่อยากอยู่กับเขาต่อไป

 

ขวัญแก้วเดินออกมาจากฟลอร์เต้นรำเดินกลับไปที่โต๊ะที่มีผู้พันเอกและเพื่อนร่วมรุ่นของผู้พันกริชอีกสามสี่คนร่วมโต๊ะด้วย

เวลานี้จิตใจของเธอบอบช้ำเหลือเกิน แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

“น้องขวัญเป็นอะไรรึเปล่าครับ หน้าซีดเชียว” ผู้พันเอกที่สังเกตเห็นความผิดปกติ เอ่ยถามด้วยความห่วงใย

“ขวัญไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ขอบคุณพี่เอกมากค่ะ...เดี๋ยวขวัญขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ” 

 

เมื่อเดินไปถึงห้องน้ำขวัญแก้วเอามือปิดปากร้องไห้ออกมาสะอึกสะอื้น พยายามกลั้นเสียงเอาไว้ไม่ให้ใครได้ยิน

“เธอเห็นผู้หญิงคนที่ผู้พันกริชควงมาไหม ฉันว่าหน้าตาเธอก็งั้นๆ สู้คุณมายาก็ไม่ได้ รายนั้นสวยจริงๆ” เสียงสนทนาของใครบางคนทำให้หัวใจของขวัญแก้วบอบช้ำไปมากกว่าเดิม

“โอ๊ย! ฉันว่าหน้าตาธรรมาดาแบบนั้นไม่ถึงอาทิตย์ก็คงโดนผู้พันกริชทิ้งแน่ๆ รูปหล่อ พ่อรวย แถมหน้าที่การงานก็ดีอย่างงั้น คงมีผู้หญิงมาต่อแถวให้เลือกเป็นร้อย ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นแซงคิวคนอื่นได้ยังไง ฉันว่าเธอคงเป็นเด็กเส้น ผู้พันกริชคงโดนทางบ้านบังคับให้พามาแน่ๆ”

“อืม...มีเหตุผล ฉันว่าคงอย่างงั้น” อีกคนเออออไปด้วย พวกเธอไม่รู้จักแม้แต่ชื่อของผู้หญิงที่ผู้พันกริชควงมาในงาน ก็ด่วนสรุป พูดเอง เออเอง 

ขวัญแก้วทราบฐานะของตัวเองดีว่าไม่เหมาะสมกับผู้พันกริช เธอโง่เองที่แอบรักเขาข้างเดียว เวลาที่ต้องอยู่กับเขาก็เหลือไม่มาก เพราะฉะนั้นเธอต้องเข้มแข็งและอดทน ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะอย่างน้อยผู้พันกริชจะตำหนิเธอไม่ได้

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว