facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 - เธอ...ผู้หญิงหลอกลวง

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 - เธอ...ผู้หญิงหลอกลวง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 885

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2562 09:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 - เธอ...ผู้หญิงหลอกลวง
แบบอักษร

ตอนที่ 4 - เธอ...ผู้หญิงหลอกลวง 

เสียงโทรศัพท์ของผู้พันกริชที่อยู่บนโต๊ทำงานดังขึ้น

“ป้าสายภรรยาผมเป็นอะไร” ผู้พันหนุ่มใจไม่ดีกลัวขวัญแก้วจะเป็นอะไรไป ถึงขนาดที่แม่บ้านโทรศัพท์มาตามตัว

“เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ แฟนของผู้พันมาตบตีคุณขวัญถึงที่บ้าน ดิฉันขอร้องยังไงเธอก็ไม่ฟัง ตอนนี้เธอก็ยังอยู่นะคะ ดิฉันสงสารคุณขวัญค่ะ ไม่ค่อยสบายแล้วยังมาเจอเรื่องพวกนี้อีก” เสียงตกอกตกใจของแม่บ้าน ทำให้เขาใจไม่ดีไม่ด้วย 

ผู้พันกริชใจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้หญิงที่แอบอ้างเป็นแฟนคือใคร เพราะเขามีคู่ควงและคู่นอนมากมาย เรื่องนั้นเขาไม่สนใจ แต่ถึงขนาดที่มาตบตีขวัญแก้วที่บ้าน เขาก็อภัยให้ไม่ได้เหมือนกัน 

“ผมจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้แหละ ป้าช่วยดูแลคุณขวัญให้ดีด้วย” ผู้พันหนุ่มวางสาย มือแกร่งคว้ากุญแจรถเดินกึ่งวิ่งไปยังลานจอดรถของค่ายทหาร

เขาขับรถกลับบ้านด้วยจิตใจอันร้อนรุ่มเหมือนมีกองไฟสุมอยู่ในอก ได้แต่ภาวนาขอให้เขากลับถึงบ้านทันเวลา และอย่าให้ขวัญแก้วเป็นอะไรไปเลย  

 

เมื่อกลับถึงบ้าน ผู้พันกริชมองเห็นรถสปอร์ตสีแดงราคาหลายล้านจอดอยู่หน้าบ้าน แสดงว่าคนก่อเหตุยังอยู่ ดีเหมือนกันเขาอยากรู้ว่าเธอเป็นใคร จะได้สั่งสอนให้เข็ดหลาบ

พอแม่บ้านมองเห็นเจ้านายหนุ่มขับรถมาจอดนิ่งสนิท ก็รีบเดินไปรับเขาที่รถ พร้อมกับรายงานสถานการณ์ให้เขาฟัง ผู้พันกริชยิ่งกระวนกระวาย รีบเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในบ้าน 

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงตะวาดดังลั่น ผู้พันกริชโกรธจนลมออกหูกับภาพที่เห็น

ผู้หญิงหน้าตาสะสวยในชุดเดรสรัดรูปสีแดง กำลังกระชากผมขวัญแก้วสุดแรงเกิด อีกมือหนึ่งเงื้อออกหมายจะตบไปลงบนใบหน้าซีดเซียวของคนที่ไม่สู้คน พอได้ยินเสียงคุ้นหู คนที่หมายจะทำร้ายจึงชะงักเล็กน้อย มองไปยังเจ้าของเสียง

“พี่กริช แอบเอานังนี่มากกที่บ้านได้ยังไง ลิซ่าไม่ยอมนะคะ”

“ผู้หญิงที่คุณกำลังดูถูกคือภรรยาผม” ผู้พันกริชเอ่ยด้วยเสียงเย็นเฉียบ ทำเอาคนฟังถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ ก้าวขาไปยังผู้หญิงสองคนอย่างช้าๆ ดึงตัวภรรยาให้หลบไปอยู่ข้างหลัง รอยนิ้วมือแดงบนใบหน้าของขวัญแก้วทำให้ผู้พันหนุ่มรู้ว่าเขามาช้าไป เจ็บใจที่เป็นต้นเหตุให้เธอต้องเจ็บตัวเช่นนี้ ถ้าหากคนที่ทำร้ายเธอเป็นผู้ชายเขาคงจะซัดหมัดสุดแรงเกิดไปที่หน้าหลายที บังอาจมาทำให้ภรรยาของเขาได้รับบาดเจ็บ

“พี่กริชหมายความว่ายังไงคะ”

“ก็หมายความว่าผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาของผม จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผมเห็นว่าคุณเป็นผู้หญิงเลยไม่อยากเอาเรื่อง ถ้ามีครั้งต่อไปรับรองว่าผมไม่ปล่อยคุณแน่ และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปห้ามเหยียบเข้ามาในบ้านหลังนี้เด็ดขาด! ถือว่าผมเตือนคุณแล้ว! อย่าบังคับให้ผมต้องใช้วิธีรุนแรงเลย!” เขาแทบจะระงับอารมณ์ไม่อยู่

“พี่กริชพูดยังงี้กับลิซ่าได้ยังไงคะ ลิซ่าก็เป็นเมียพี่กริชคนหนึ่งเหมือนกัน” อดีตคู่นอนของผู้พันหนุ่มส่งสายตาตัดพ้อ ขอความเห็นใจ เธอเป็นคู่นอนของเขามาตั้งนานจะให้ผู้หญิงคนอื่นมาชุบมือเปิบ หุบเอาสมบัติของเขาไปได้อย่างไรกัน งานนี้เธอขอสู้สักตั้ง

“ถ้าผู้หญิงทุกคนที่ผมนอนด้วยจะนับเป็นเมียล่ะก้อ ป่านนี้ผมคงมีเมียทั้งเมือง คุณออกไปเดี๋ยวนี้! อย่ามายุ่งกับภรรยาผมอีก!”

“ลิซ่าไม่ยอมเด็ดขาด”

“ถ้าคุณดื้อดึง ไม่ยอมกลับก็ตามใจ ผมจะโทรให้คุณพ่อของคุณมารับก็แล้วกัน และโทษฐานที่คุณเข้ามาทำร้ายภรรยาผมถึงที่บ้าน ผมก็จะถอนหุ้นจากบริษัทคุณทั้งหมด!” ลิซ่าถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเขาจะตัดความสัมพันธ์ที่ดีทางธุรกิจ เพราะต้องการปกป้องผู้หญิงหน้าตาธรรมดาคนนี้ 

“ถ้าคราวหน้าคุณทำร้ายภรรยาผมอีกล่ะก็ คราวนี้ผมจะใช้วิธีรุนแรงแน่ อยากจะลองก็เชิญ!” ดวงตาที่ลุกเป็นไฟ ใบหน้าแดงก่ำ และกรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นนูนสูง บ่งบอกถึงอารมณ์คุกรุ่นของผู้พันกริชได้เป็นอย่างดี จนคนที่มาหาเรื่องถึงที่ยอมตัดใจ ล้มเลิกความตั้งใจเดิม

“ก็ได้ ก็ได้ ลิซ่าไม่ยุ่งกับเมียพี่กริชก็ได้” เธอสะบัดหน้าเดินออกจากบ้านไป 

 

ขวัญแก้วเดินขึ้นห้องของตัวเองอย่างเงียบๆ มือบางยกขึ้นลูบใบหน้าตนเองแผ่วเบา รู้สึกปวดตุบๆป่านนี้หน้าเธอคงบวมฉึ่งเพราะแรงตบอย่างสุดแรงเกิดของคนตบ

หญิงสาวหมุนตัวกำลังจะปิดประตู ร่างแกร่งของผู้พันกริชก็แทรกเข้ามาเสียก่อน เขาจูงมือเธอให้นั่งลงบนเตียง ช้อนคางให้หันกลับมา สำรวจรอยบวมฉึ่งบนใบหน้า นิ้วเรียวยาวสัมผัสใบหน้านวลอย่างแผ่วเบา ราวกับจะให้ความเจ็บปวดมลายหายไป

“เดี๋ยวพี่จะลงไปหยิบถุงน้ำแข็ง รอแป๊บนึง” พูดเสร็จเขาก็เดินกลับไปยังชั้นล่าง สักพักสามีของเธอก็กลับมาพร้อมกับถุงน้ำแข็งในมือ

“ขวัญทำเองได้ค่ะ ขอบคุณพี่กริชมาก” เธอรับถุงน้ำแข็งจากมือหนา ไม่ยอมสบตาของคนหวังดี 

“พี่เต็มใจทำ เพราะพี่เป็นต้นเหตุ...ต้องรับผิดชอบถึงจะถูก” เขาดึงถุงน้ำแข็งไปจากมือเธอ บรรจงประคบบนหน้านวลที่เป็นรอย ขวัญแก้วต้องเสมองไปทางอื่น ใกล้ชิดกับผู้พันกริชทีไร เธอแทบจะไม่เป็นตัวของตัวเอง ใจเต้นระรัว มือไม้วางไม่ถูกที่ นึกโทษตัวเองที่ใจง่าย แอบชอบสามีตัวเอง ทั้งๆที่รู้ว่าจะอยู่กับเขาเพียงแค่หนึ่งเดือน เธอก็ยังตกหลุมรักคนตรงหน้าไปแล้ว

“ขวัญไม่โทษพี่กริชหรอกค่ะ ขวัญผิดเองที่ไม่สู้ใครเค้า ปล่อยให้คนอื่นเอาเปรียบอยู่เรื่อย”

รอยแดงที่เป็นรูปฝ่ามือไม่มีทีท่าว่าจะจางหาย ผู้พันหนุ่มสงสารเธอจับใจ รู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้เธอเจ็บ นึกโกรธและโทษตัวเองที่ไม่ดูแลขวัญแก้วให้ดี ทำได้แค่เพียงกอดเธอไว้ในอ้อมแขน 

 

วันถัดมา ผู้พันกริชให้คนมาติดตั้งระบบที่ต้องใช้รหัสผ่านเปิดประตูบ้าน เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ เพราะคาดไม่ถึงว่าจะมีคู่ควงคนไหนกล้าตามมาถึงที่บ้าน แล้วเธอรู้เรื่องของขวัญแก้วได้อย่างไร

เขามั่นใจว่าผู้หญิงที่มาหาเรื่องถึงที่บ้านต้องรู้เรื่องของขวัญแก้วจากมายา...อดีตคู่ควงของเขาแน่นอน ทำไมผู้หญิงทุกคนที่เขารู้จักถึงไว้ใจไม่ได้

แล้วขวัญแก้ว...เขาไว้ใจเธอได้รึเปล่า?

 

หลายวันต่อมารอยบวมบนใบหน้าขวัญแก้วก็จางหายไป ตอนบ่ายเธอรีบร้อนเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวออกจากบ้าน เพราะเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนของบิดา ซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเดียวกับที่เธอศึกษาอยู่ที่นิวซีแลนด์ บอกว่ากำลังจะผ่านมาทางนี้ และอยากจะพบเธอก่อนเดินทางต่อไป

ขวัญแก้วนั่งรถสองแถวไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางเมือง เธอส่งยิ้มให้อาจารย์ที่นั่งรออยู่ชั้นล่างของโรงแรม เธอนับถืออาจารย์คนนี้ราวกับบิดาคนหนึ่ง และเขาเองก็ให้ความเอ็นดูเธอราวกับลูกสาวแท้ๆ

หลังจากพูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบ ชายสูงอายุก็โน้มตัวลงมาใกล้ๆเธอ หญิงสาวเลิกคิ้วเป็นเครื่องหมายคำถาม

“ขวัญ...เธอไปเล่นซนที่ไหนมา ดูซิใบไม้ติดผมอย่างนี้ ขยับมาใกล้ๆ เดี๋ยวผมจะดึงออกให้” เขายิ้มให้เธออย่างเอ็นดู ส่ายหน้าให้กับความไร้เดียงสาของสาวน้อย

“จริงเหรอคะ...ขวัญนี่แย่จริง ตอนคุณโทรมาขวัญกำลังทำสวนครัวอยู่น่ะค่ะ” ขวัญแก้วตอบกลั้วหัวเราะ เธอขยับตัวไปใกล้ๆเขา

พันเอกคมกริชซึ่งมีนัดกับญาติผู้น้องเจ้าของโรงแรม บังเอิญเดินผ่านมาเห็นภาพที่ชวนให้คิดไปในทางชู้สาว ทำให้เขาถึงกับตัวชา นัยน์ตาลุกโชนดั่งไฟ มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น ภาพที่เห็นคือภรรยาของตนเองกับผู้ชายฝรั่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับบิดา เขากำลังโน้มตัวลงเหนือศีรษะของเธอ ราวกับว่ากำลังจะจุมพิตที่หน้าผากมน ส่วนเธอยิ้มออกมาหน้าบานราวกับว่ามีความสุขหนักหนา

“ขวัญแก้วนี่เธอหลอกฉัน! ที่แท้เธอก็ไม่ต่างไปจากผู้หญิงคนอื่น! ฉันอุตส่าห์ไว้ใจเธอ...มีความรู้สึกดีๆให้...ดูแลเธอ ทะนุถนอมเธอ นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะใช้เธอให้คุ้มกับเงินหนึ่งล้าน! คืนนี้เธอก็เป็นเมียฉันจริงๆก็แล้วกัน!” เขาเอ่ยขึ้นมาอย่างอาฆาตมาดร้าย นัยน์ตาลุกเป็นไฟ

 

ขวัญแก้วทำอาหารเย็นเสร็จจึงนั่งรอสามีอยู่จนดึกดื่น เขาก็ไม่กลับมาสักที เธอเริ่มเป็นกังวลจึงโทรศัพท์ไปถามไถ่ แต่เป็นเพียงเครื่องตอบรับ ขวัญแก้วคิดแง่ดีว่าเขาอาจจะติดธุระสำคัญก็ได้ เธอจึงเดินขึ้นไปยังห้องนอน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

 

เมื่อเดินออกมาจากห้องอาบน้ำเป็นเวลาเดียวกับที่ผู้พันกริชเปิดประตูเข้ามาพอดี เธอสบตากับสามีหนุ่มแต่ก็ต้องใจหายวาบ เพราะแววตาอ่อนโยนของเขายามทอดมองเธอ ถูกแทนที่ด้วยความรังเกียจ ขยะแขยง และความสมเพช รอยยิ้มอันอบอุ่นที่มีให้เธอ มีเพียงแสยะยิ้มหยัน ดูถูก ดูแคลน

หญิงสาวพยายามทำใจดีสู้เสือ ถ้าเขาร้อนมาเธอต้องเย็นไป ต้องอดทนอดกลั้นเอาไว้ เธอคลี่ยิ้มสดใสให้เขาเช่นทุกครั้ง

“พี่กริชกลับมาแล้วเหรอคะ ขวัญนั่งรอพี่อยู่ตั้งนานก็เลยขึ้นมาอาบน้ำก่อน พี่กริชรอขวัญเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บนึงนะคะ เดี่ยวขวัญจะลงไปอุ่นกับข้าวให้”

ผู้พันกริชก้าวขายาวๆประชิดตัวหญิงสาว จับต้นแขนเธอบีบตามแรงโทสะ ภรรยาสาวถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวดได้กลิ่นแอลกอฮอล์โชยมา เขากระชากร่างบอบบางอย่างไม่ปราณี โน้มตัวลงขยี้จูบอย่างรุนแรง มือหนาลูบไล้ใต้ชุดคลุมอาบน้ำที่ไม่มีเครื่องปิดกั้น ขวัญแก้วเบิ่งตาโต ดิ้นรนผลักสามีออกห่าง เธอคิดว่าเขาคงเมามากจึงทำลงไปเพราะขาดสติ

“พี่กริชเมาแล้ว ขวัญว่าไปอาบน้ำก่อนดีกว่านะคะ”

“ดื่มแค่นี้ฉันไม่เมาหรอก! เธอชอบไม่ใช่เหรอที่ฉันทำแบบนี้!” เสียงตะโกนเกรี้ยวกราด มือแกร่งรวบตัวเธอขึ้น เดินตรงไปยังห้องนอนของตัวเองทันที ขวัญแก้วพยายามดิ้นรนขัดขืน ถึงแม้เธอจะไม่เคยกับเรื่องแบบนี้แต่ก็พอจะเดาออกว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น

“พี่กริชทำยังงี้กับขวัญทำไมคะ ขวัญทำผิดอะไร...พี่กริชบอกว่าจะดูแลขวัญ จะทำให้ขวัญมีความสุขไงคะ พี่ลืมคำสัญญาไปแล้วเหรอ” เธอหวังว่าคำสัญญาจะช่วยเตือนสติของเขาให้กลับคืน

“ฉันไม่ได้ลืม!” ตะคอกเสียงดังลั่น “แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ผู้หญิงอย่างเธอไม่สมควรที่จะได้รับเกียรตินั้นหรอก!” 

เขาทุ่มภรรยาสาวลงบนที่นอนกว้าง นั่งคร่อมร่างเธอ มือแกร่งกระตุกสายผ้าคลุมอาบน้ำของคนใต้ร่างออก กระชากชุดคลุมทิ้งลงข้างเตียง เผยให้เห็นทรวงอกสล้างอวบอิ่ม ทำเอาเลือดในกายแล่นพล่าน ร้อนรุ่มเหมือนจับไข้

มือหนาจัดการรวบมือทั้งสองข้างของขวัญแก้วที่พยายามผลักตัวเขาออกไว้เหนือศีรษะ โน้มตัวลงบดริมฝีปากกับคนใต้ร่างอย่างรุนแรงและหนักหน่วง ริมฝีปากร้อนซุกไซ้ลำคอเนียนละเอียด มือหนาบีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มอย่างไร้ความปราณี เธอพยายามดิ้นรน ขัดขืน แต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงของเขาได้

สามีหนุ่มไม่เชื่อว่าภรรยาสาวยังบริสุทธิ์อยู่จึงทำรุนแรงกับเธอ แต่แล้วก็รู้สึกถึงความคับแน่นและเยื่อบางกั้นขวาง

 

อย่าบอกนะว่าเธอยังไม่เคยผ่านมือผู้ชายมาก่อน จะเป็นไปได้ยังไง? เขาได้แต่รำพึงกับตัวเองในใจ แต่มันก็สายเกินกว่าที่จะหยุดอยู่แค่นี้

 

เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจ เขาสอดส่ายสายตาหาหลักฐานยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของคนที่อยู่ใต้ร่างทันที คราบเลือดที่ติดอยู่บนผ้าปูที่นอน ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกถึงความผิดชอบชั่วดี เขาอาจจะเข้าใจเธอผิดก็ได้ แต่ภาพที่เห็นในวันนี้อธิบายได้หลายๆอย่าง

เธอหลอกทั้งเขาและบิดา ไม่มีทางที่เขาจะอภัยให้เธอง่ายๆ และในฐานะของสามีเขาก็มีสิทธิ์ทำเช่นนี้

...และแล้วเขาก็ปฏิบัติภารกิจของสามีต่อไปจนถึงเช้า โดยไม่สนใจว่าคนร่างเล็กจะเจ็บปวดทรมานเพียงใดกับความรุนแรงที่ได้รับ ความเจ็บปวดทางกายเธอยังทนได้ แต่ความเจ็บปวดทางใจมันมากเสียจนหัวใจของเธอเจ็บปวด รวดร้าว มันบอบช้ำมากเสียจนเกินกว่าเธอจะรับไหว

 

ขวัญแก้วตื่นขึ้นมาพร้อมกับร่างกายที่ระบมไปทั้งตัว แต่เธอก็ต้องฝืนลุกขึ้น เพราะถือสัจจะที่ให้ไว้กับบิดาของสามีว่าจะดูแลเขาให้ดีที่สุดในระยะเวลาหนึ่งเดือน และตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกเพียงแค่สามอาทิตย์ เธอหันไปมองคนที่นอนหลับอยู่ข้างกาย พยายามคิดว่าเพราะสาเหตุใดเขาจึงได้เปลี่ยนไปในเวลาเพียงชั่วข้ามคืนเช่นนี้ และมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดแน่นอน

เธอคว้าผ้าห่มคลุมร่างตัวเองอย่างลวกๆ ก่อนเดินกลับไปยังห้องนอนของตัวเองที่อยู่ถัดไป 

 

ขวัญแก้วสำรวจเรือนร่างของตัวเองตรงหน้ากระจกบานโต ลำคอและเนินอกมีรอยแดงช้ำเต็มไปหมด เธอได้แต่ถอนหายใจ ไม่อาจทำให้สิ่งที่สูญเสียไปแล้วกลับคืนมาได้

หลังจากอาบน้ำชำระร่างกาย ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า หญิงสาวเดินลงไปยังห้องครัวด้านล่าง ลงมือทำอาหารเช้าให้สามีเหมือนเช่นทุกๆวัน ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆที่เธออยากจะร่ำไห้ให้กับสิ่งที่สูญเสียไป แต่เพราะสัจจะและหน้าที่ ทำให้เธอต้องฝืนทน

ผู้พันกริชเดินลงบันไดมายังชั้นล่างในชุดเครื่องแบบ เตรียมพร้อมออกไปทำงาน เขาไม่มองหน้าเธอด้วยซ้ำ ขวัญแก้วพยายามไม่ใส่ใจในท่าทีที่เปลี่ยนไปของสามี เธอยกข้าวต้มกุ้งวางลงตรงหน้าเขา ทำท่าจะเดินผละออกไป

“จะไปไหน!” เอ่ยถามเสียงกระด้าง “ไปตักข้าวต้มมานั่งลงข้างๆฉัน” เสียงแข็งพูดแกมบังคับ สายตาคมกริบแข็งกระด้าง ไม่เหลือความรู้สึกดีๆให้เธออีกต่อไป หญิงสาวได้แต่ทำตามคำสั่ง

ทั้งคู่นั่งรับประทานอาหารเช้าเงียบๆ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขวัญแก้วอยากจะถามถึงสาเหตุที่เขาทำรุนแรงกับเธอ แต่ก็ต้องรอจนถึงตอนเย็น เมื่อเขาเลิกงานกลับมา

หลังจากสามีออกจากบ้านไปแล้ว ขวัญแก้วก็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้อยู่บนเตียง เธอสัญญากับตัวเองว่าวันนี้เธอจะร้องจนน้ำตาหยดสุดท้าย...เพียงแค่วันนี้เท่านั้น เพราะวันพรุ่งนี้เธอจะเข้มแข็งและอดทน เวลาเพียงแค่สาม อาทิตย์ แลกกับการที่จะได้เรียนจบ มีใบปริญญาจากต่างประเทศ และกอบกู้ธุรกิจของบิดา ผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่เข้มแข็งอย่างเธอทำได้อยู่แล้ว

เมื่อไปถึงที่ทำงาน ผู้พันกริชแทบไม่มีสมาธิจะอ่านเอกสารปึกใหญ่ที่อยู่บนโต๊ะ เพราะเฝ้าคิดถึงแต่ร่างนุ่มนิ่มของภรรยา ยิ่งรู้ว่าเธอไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนและเขาคือผู้ชายคนแรกของเธอ ความรู้สึกภาคภูมิใจและความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของก็เกิดขึ้นพร้อมๆกัน แต่แล้วใบหน้าเศร้าสร้อยของขวัญแก้วเมื่อตอนเช้า ก็ทำให้เขาเป็นห่วงเธอขึ้นมาทันที และหงุดหงิดตัวเองที่เป็นห่วงเป็นใยผู้หญิงหลอกลวงคนนั้น

แต่แล้วก็ยอมแพ้หัวใจตัวเอง โทรศัพท์ไปสอบถามแม่บ้านว่าภรรยาเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าเธอนอนซมเพราะพิษไข้ เขาแทบจะขับรถกลับบ้าน แต่เพราะติดประชุมสำคัญ ผู้พันหนุ่มจึงกำชับแม่บ้านว่าให้ดูแลขวัญแก้วให้ดี และถ้ามีเหตุฉุกเฉินให้โทรศัพท์หาเขาทันที

เลิกงานแล้วผู้พันกริชขับรถตรงกลับบ้านทันที เมื่อไปถึงก็ก้าวขายาวๆตรงไปที่ห้องของภรรยา พอเห็นเธอนอนซมอยู่บนเตียง หัวใจที่แข็งแกร่งก็เจ็บแปลบขึ้นมาทันที ผู้พันหนุ่มทรุดตัวนั่งลงข้างเตียง หลังมือแกร่งสัมผัสกับหน้าผากมนรู้สึกถึงความร้อน เขาจึงลุกขึ้นเดินเข้าห้องอาบน้ำ เอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้ภรรยา

ขวัญแก้วที่นอนสลึมสลือเพราะพิษไข้ ค่อยๆลืมตาขึ้นมองสามีหนุ่ม สายตาที่ทอดมองเธอนั้นช่างเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างที่เขาเคยทอดมองเธอเสมอ แต่ก็เพียงชั่วครู่ เพราะตอนนี้สายตาที่อบอุ่นเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว แสดงความรังเกียจเดียดฉันท์

“เธอไม่ต้องทำหน้าซาบซึ้งถึงขนาดนั้น ฉันกลัวว่าจะใช้เธอไม่คุ้ม ถ้าเธอเป็นอะไรไปก่อนจะครบหนึ่งเดือน แล้วรู้ไหมว่าเงินตั้งล้าน ฉันมีนางบำเรอได้ทุกคืน! ได้ทั้งปี!” วาจาคมกริช เชือดเฉือน ช่างเหมือนกับชื่อของคนพูด

คำพูดของเขาช่างเหมือนกับมีดที่แหลมคม กรีดลงตรงกลางหัวใจของเธอ ขวัญแก้วเบือนหน้าหนี ไม่อยากให้เขามองเห็นน้ำตาที่แสดงความอ่อนแอของเธอ

เมื่อถึงเวลาอาหารเย็นแม่บ้านทำโจ๊กให้ขวัญแก้ว แต่เธอปฏิเสธ เพราะความเจ็บปวดในใจที่มีมากกว่า จึงไม่รับรู้ถึงความต้องการทางร่างกาย เมื่อแม่บ้านรายงานผู้พันกริชว่าหญิงสาวปฏิเสธอาหารเย็น เขาจึงเดินตรงไปที่ห้องของเธอพร้อมกับถาดอาหาร

“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้! หรือว่าทำสำออยอยากจะให้ฉันเอาใจ!” ขวัญแก้วพยายามจะชินกับคำพูดของเขาโดยเร็วที่สุด เธอจะได้เจ็บปวดน้อยลง หญิงสาวฝืนยิ้มให้เขา

“ขวัญไม่กล้ารบกวนพี่กริชหรอกค่ะ ขวัญทานเองได้” เธอยื่นมือไปรับถาดอาหารจากชายหนุ่ม ผู้พันกริชใจหายกับน้ำเสียงของเธอ มันช่างห่างเหินราวกับว่าเขาเป็นคนอื่นไกล

“ได้ยังงั้นก็ดี...ฉันไม่ว่างดูแลเธอหรอก!” เขาหมุนตัวเดินกลับออกไป รู้สึกสับสน ยิ่งทำให้เธอเจ็บ เขาก็ยิ่งเจ็บแปลบไปด้วย แต่ว่าเขาก็เกลียดคนหลอกลวงมากที่สุด และได้ประกาศสงครามกับเธอไปแล้ว จะให้หยุดแค่นี้มันเป็นไปไม่ได้แน่!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว