facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 - สามีที่แสนดี

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 - สามีที่แสนดี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2562 09:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 - สามีที่แสนดี
แบบอักษร

ตอนที่ 2 - สามีที่แสนดี 

พันเอกคมกริชพาภรรยาสาวที่เพิ่งจดทะเบียนสมรสไปพักที่คอนโดมิเนียมของเขาใจกลางเมืองหลวง เพราะบิดาซึ่งเป็นนักการเมืองชื่อดัง มักจะมีคนมากหน้าหลายตาแวะเวียนมาที่บ้านไม่ขาดสาย เขากลัวว่าเธอจะอึดอัดที่ต้องบอกใครต่อใครว่าเป็นภรรยาของเขา

ขวัญแก้วซึ่งนอนไม่หลับเพราะเจ็ทแลค (Jet Lag) สาเหตุเพราะนั่งเครื่องบินข้ามโซนเวลาจากประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งมีเวลาห่างกับเมืองไทยถึงหกชั่วโมง

เมื่อพยายามเท่าไหร่ก็นอนไม่หลับ เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นมาใช้คอมพิวเตอร์ที่อยู่ในห้องรับแขก ขวัญแก้วต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของบิดาที่ล้มละลาย ซึ่งเป็นธุรกิจส่งออกของตกแต่งบ้านที่ทำจากไม้สัก และสิ่งนี้ก็เป็นแรงผลักดันให้เธอเรียนจบเร็วๆ เพื่อที่จะได้กอบกู้ธุรกิจที่บิดาลงทุนลงแรงสร้างสมมาเกือบยี่สิบปี

“น้องขวัญทำอะไรอยู่ ดึกป่านนี้แล้วทำไมไม่หลับไม่นอน” ผู้พันหนุ่มคอแห้งผากจึงลุกขึ้นมาหาน้ำดื่มกลางดึก เมื่อเห็นหญิงสาวที่กำลังนั่งอ่านอะไรบางอย่างอยู่ข้างหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็อดสงสัยไม่ได้

“ขวัญนอนไม่หลับค่ะ กลับมาเมืองไทยทีไรต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์กว่าจะหายเจ็ทแลค” ขวัญแก้วหันมาตอบผู้พันกริชที่ชะโงกหน้าข้ามไหล่เธอ สายตาคมจับจ้องอยู่ที่จอคอมพิวเตอร์ ใบหน้าของคนทั้งคู่ใกล้กันจนเธอต้องผงะตัวออกห่าง เขาพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้แล้วเดินผละออกไป

สักครู่ผู้พันกริชก็เดินกลับมาพร้อมกับแก้วน้ำในมือ “ดื่มให้หมดเลยนะ” เขาวางแก้วน้ำให้ภรรยาแล้วเดินกลับไปที่ห้องของตนเอง

เมื่อเดินกลับออกมาในมือของเขามีผ้าห่มผืนโต ดวงตาคมหันไปมองขวัญแก้วแวบหนึ่งก่อนจะก้าวขายาวๆเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาในห้องรับแขก

“น้องขวัญปิดคอมพิวเตอร์ซะ แล้วมานั่งตรงนี้” น้ำเสียงแกมบังคับ ทำให้ขวัญแก้วไม่กล้าปฏิเสธ

“นอนลงสิครับ...หนุนตักพี่แล้วพี่จะนวดขมับให้...น้องขวัญจะได้หลับสบายไง” เสียงพูดอ่อนโยนจนคนฟังสัมผัสได้ เธออ้าปากจะปฏิเสธด้วยความเกรงใจ แต่จำได้ว่าเขาสั่งไม่ให้พูดคำนี้เด็ดขาด ขวัญแก้วลังเลเล็กน้อย แต่พอสบสายตาคมเอาเรื่อง เธอก็หลบตาเขาแล้วล้มตัวนอนหนุนตักคนร่างแกร่ง ผู้พันกริชคลี่ผ้าห่มออกคลุมร่างเธอ แล้วนิ้วเรียวยาวก็นวดขมับให้คนที่นอนหนุนตักอย่างเบามือ

“หลับซะนะ” น้ำเสียงของเขาช่างเต็มไปด้วยความห่วงใย ขวัญแก้วซาบซึ้งกับสิ่งเล็กน้อยที่เขาตั้งใจทำให้ พลันคิดถึงบิดาที่ล่วงลับไปแล้วขึ้นมาจับใจ เธอถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

“น้องขวัญเป็นอะไรครับ” เขาตกใจคิดว่าเธอเป็นอะไรไป ผู้พันกริชพยุงตัวเธอให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วนิ้วเรียวก็ซับน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ขวัญคิดถึงคุณพ่อ พี่กริชดูแลขวัญเหมือนกับคุณพ่อไม่มีผิด” ผู้พันกริชเห็นแล้วก็สงสารขวัญแก้วขึ้นมาจับใจ รวบตัวเธอไปกอดแล้วลูบผมเธอไปมาอย่างแผ่วอ่อนโยน

“พี่จะดูแลน้องขวัญให้ดีเท่ากับคุณพ่อของน้องเอง และพี่สัญญาว่าจะทำหน้าที่สามีให้ดีที่สุด พี่จะทำให้น้องขวัญมีความสุขและจะปกป้องน้องขวัญเท่าที่พี่จะทำได้” 

เขาคิดย้อนไปเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เธออยู่ในอ้อมกอดของเขา ตอนนั้นเธออายุเพียงแค่ห้าวัน ความรู้สึกอยากจะปกป้องเธอให้พ้นภัยในตอนนี้ ช่างเหมือนกับในตอนนั้นเหลือเกิน

“หลับซะนะ...พี่จะอยู่ตรงนี้จนกว่าเราจะหลับ” สามีหนุ่มค่อยๆขยับตัวเธอให้นอนลงหนุนตักเขาเหมือนเดิม แล้วนิ้วเรียวก็นวดขมับให้เธออย่างอ่อนโยน สายตาที่ทอดมองเธอนั้นช่างเต็มไปด้วยความห่วงใยและหวังดี ราวกับว่าเธอเป็นสิ่งล้ำค่าที่เขาต้องการจะปกป้องมากที่สุดในชีวิต

เวลาผ่านไปไม่นานหญิงสาวก็หลับไป เขาลูบไล้เส้นผมดกดำนุ่มมืออย่างทะนุถนอม แล้วช้อนร่างเธอขึ้นอย่างช้าๆ ก้าวขาเดินตรงไปยังห้องนอนของเธอ มือแกร่งค่อยๆวางขวัญแก้วลงบนเตียงอย่างเบามือ จัดการดึงผ้าห่มที่อยู่ปลายเตียงคลุมร่างบอบบางที่หลับอยู่ ก่อนทรุดตัวนั่งลงบนเตียงนุ่ม 

ผู้พันกริชมองหน้าภรรยาที่หลับตาพริ้ม นิ้วเรียวลูบไล้ใบหน้าเนียนอย่างอดใจไว้ไม่อยู่ สุดท้ายก็หยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มอมชมพู แล้วใบหน้าคมก็โน้มตัวลงประทับริมฝีปากอิ่มของคนที่หลับอยู่ สามีหนุ่มคลี่ยิ้มออกมาอย่างพอใจ จากนั้นเขาจึงเดินกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง

 

กว่าที่หญิงสาวจะตื่นขึ้นมาก็เป็นเวลาสาย เธอจึงลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

เมื่อเดินออกมาจากห้อง ขวัญแก้วก็ได้กลิ่นขนมปังปิ้งกับไส้กรอกทอดที่ผู้พันกริชลงไปซื้อจากร้านสะดวกซื้อด้านล่าง ตั้งใจทำอาหารเช้าให้ขวัญแก้วโดยเฉพาะ

อาหารที่มีพ่อครัวหน้าตาเหมือนนายแบบสเปนเป็นคนทำ ส่งกลิ่นหอมฉุยเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี ภาพของผู้พันกริชสวมผ้ากันเปื้อน กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารเช้า ทำให้เธอฉีกยิ้มกว้าง

“ทำไมพี่กริชไม่ปลุกขวัญล่ะคะ ขวัญจะได้ทำอาหารเช้าให้พี่ทานเอง” เมื่อเธอเดินไปถึงห้องครัวก็เอ่ยถามเชฟคนสำคัญ

“พี่ไม่กล้าปลุกน้องขวัญหรอกครับ เพราะเมื่อคืนพี่ต้องนวดอยู่ตั้งนานกว่าเราจะหลับ” เขาคลี่ยิ้มที่แสนอบอุ่นให้ภรรยา

“ขวัญเป็นแม่บ้านที่ไม่ได้เรื่องเลยนะคะ” เธอทำหน้าเหมือนคนรู้สึกผิด จนคนที่มองอยู่ยื่นมือออกไปขยี้ผมเธอด้วยความเอ็นดู

“พี่แค่ล้อเล่น ทำไมน้องขวัญต้องทำหน้าอย่างนี้ด้วย แค่เราหลับได้พี่ก็ดีใจแล้ว” เขาคลี่ยิ้มอบอุ่นให้เธอเหมือนเคย

“น้องขวัญช่วยหยิบน้ำผลไม้ในตู้เย็นออกมาหน่อย พี่ว่าเรารีบทานกันดีกว่า เพราะเดี๋ยวสายแดดจะร้อน...น้องขวัญคงยังไม่ชินกับอากาศเมืองไทย” เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับหยิบจานขนมปังปิ้งกับไส้กรอกทอดวางลงบนโต๊ะ ก่อนหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้

“น้องขวัญอยากไปเที่ยวที่ไหนเป็นพิเศษรึเปล่า” เอ่ยถามขวัญแก้วที่ทรุดตัวลงนั่งตรงข้าม เธอทำท่าครุ่นคิดพลางเทเหยือกน้ำผลไม้รินใส่แก้วสองใบ

“ขวัญอยากไปเที่ยวตลาดน้ำค่ะ คุณพ่อบอกว่าจะพาไปตั้งหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่เคยไปถึงที่นั่นซักที” สายตาเธอเศร้าสร้อยทันทีที่เอ่ยถึงบิดา ผู้พันกริชคลี่ยิ้มอ่อนโยนอย่างให้กำลังใจ

“ตลาดน้ำอยู่ไม่ไกลหรอก วันนี้เราไปเที่ยวที่นั่นก็แล้วกัน”

“จริงเหรอคะ? ขวัญขอปั่นจักรยานเล่น...ได้รึเปล่าคะ?” น้ำเสียงเธอตื่นเต้นราวกับเด็กน้อย ผู้พันกริชหัวเราะออกมาเพราะความไร้เดียงสาของสาวน้อยตรงหน้า

“ได้...แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนะ” คนพูดคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ ก็ภรรยาสาวน้อยน่ารักเสียจนเขาอดที่แกล้งเธอไม่ได้

“แล้วขวัญทำต้องอะไรคะ?” เธอทำหน้าใสซื่อไร้มารยา จนผู้พันหนุ่มนึกเอ็นดูเธอขึ้นมาไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ ตั้งแต่พบกับเธอ

“พี่ขอคิดดูก่อน”

 

หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ผู้พันกริชขับรถพาภรรยามุ่งหน้าไปยังตลาดน้ำดำเนินสะดวกจังหวัดราชบุรี

เมื่อมาถึงยังที่หมาย ทั้งคู่จึงนั่งเรือชมวิวทิวทัศน์สองข้างทาง และเรือขายสินค้าหลากชนิดที่แล่นผ่านไปมา สิ่งที่ขวัญแก้วสนใจมากเป็นพิเศษคือขนมพื้นบ้านที่หารับประทานไม่ได้ง่ายๆ 

กว่าจะกลับมายังท่าเรือ คนทั้งคู่ต่างก็หอบหิ้วของกินพะรุงพะรัง จนผู้พันกริชได้แต่ส่ายหน้า ขวัญแก้วอยากได้อะไรเขาก็ตามใจเธอทุกอย่าง พอเขาเห็นเธอยิ้มได้...มีความสุข เขาก็พลอยมีความสุขไปด้วย 

 

หลังจากนั้นผู้พันหนุ่มพาภรรยาสาวเช่าจักรยานปั่นเล่นอย่างที่เธอต้องการ ทั้งคู่ปั่นจักรยานชมทิวทัศน์สะพานเก่า บ้านเรือนและสวนไม้ที่อยู่สองข้างทาง

ขากลับจู่ๆมีรถบรรทุกคันใหญ่ขับตามหลังขวัญแก้ว เบียดรถจักรยานจนเธอต้องหักหลบล้มลงข้างทาง ผู้พันกริชหันกลับมาดูว่าเธอเป็นอะไรมากหรือเปล่า

“น้องขวัญเป็นอะไรรึเปล่า” สายตาคมกวาดไปทั่วร่างภรรยา มองเห็นหัวเข่าของเธอถลอกจนมีเลือดไหลออกมา ผู้พันหนุ่มล้วงมือหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อ ซับเลือดให้เธออย่างเบามือ

“น้องขวัญรอพี่อยู่ตรงนี้แหละ พี่จะไปเอารถมารับเรา...รอแป๊บนึง” ผู้พันกริชไม่รอช้ารีบปั่นจักรยานจากไปทันที เธอนั่งรอเขาอยู่สักพักก็มีชายหนุ่มหน้าตาดีมีน้ำใจเข้ามาถามไถ่ 

“คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ?” เสียงทุ้มเอ่ยถาม

“ขอบคุณนะคะ ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ” ขวัญแก้วพูดกับชายหนุ่มที่ทรุดตัวลงนั่ง เขายังไม่ทันได้พูดอะไรเธอก็ได้ยินเสียงคุ้นหูตะโกนเรียกชื่อตัวเองเสียงดังลั่น

“ขวัญแก้ว!” ดวงตาวาววับแสดงความไม่พอใจของผู้พันกริช ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่จับน้ำเสียงได้ เขาจึงเอ่ยลาหญิงสาวแล้วเดินจากไป

“ใครกัน?”

“ขวัญไม่รู้จักหรอกค่ะ คงเห็นขวัญบาดเจ็บก็เลยเข้ามาถาม” เธอขยับตัวจะลุกขึ้น แต่ก็ช้ากว่าคนตัวโตที่เข้ามาช้อนร่าง อุ้มเธอไปยังรถที่จอดอยู่ข้างทาง ขวัญแก้วรู้สึกถึงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เสียงดังมากเสียจนเธอเกรงว่าเขาจะได้ยิน หญิงสาวรู้สึกถึงอกกว้างที่แสนจะอบอุ่น และอ้อมแขนแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า ใบหน้าคมสันอยู่ใกล้เสียจนเธอมองอย่างเผลอไผล

พอรู้ตัวว่าขวัญแก้วกำลังจ้องมอง ผู้พันหนุ่มจึงก้มลงสบตาเธอ จนสาวน้อยต้องเบือนหน้าหนี เพราะสายตาคมกริบพราวระยับที่ทำให้หัวใจดวงน้อยของเธอไหวหวั่น อีกฝ่ายแอบอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

 

เมื่อกลับมาถึงคอนโดมิเนียมของผู้พันหนุ่มในกรุง เขาจัดการทำแผลที่หัวเข่าให้ภรรยาสาว ย่อตัวนั่งลงบนพื้นข้างหน้าหญิงสาวที่อยู่บนโซฟา ทำให้สาวน้อยลอบมองใบหน้าของสามีตนเองในระยะใกล้ชิดอย่างหักห้ามใจตัวเองไว้ไม่อยู่

“น้องขวัญจะนั่งมองหน้าพี่อีกนานไหมครับ” เงยหน้าขึ้นถาม พร้อมกับส่งสายตาเจ้าชู้มาให้ ใบหน้าของคนทั้งคู่ชิดกันจนเธอรู้สึกถึงลมหายใจของเขาได้ สาวน้อยลนลานหันหน้าหนี 

ผู้พันหนุ่มคลี่ยิ้มออกมาเพราะรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งภรรยาตัวเอง ไหนๆได้โอกาสดี เขาจึง “แกล้ง” เธอต่อทันทีไม่มียั้ง

“พี่รู้แล้วล่ะว่าอยากได้อะไรเป็นข้อแลกเปลี่ยน” หลังจากทำแผลให้เธอเสร็จ เขาจึงลุกขึ้นนั่งบนโซฟา ผู้พันหนุ่มเอียงแก้มให้เธอทันที สาวน้อยทำหน้างุนงง 

“เฮ้อ...น้องขวัญรังเกียจพี่ก็ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ” เขางอนเล็กน้อยที่ภรรยาไม่ยอมให้ “ของแลกเปลี่ยน” ทำท่าขยับตัวลุกขึ้น

ขวัญแก้วตกใจคว้าต้นแขนสามี “เปล่านะคะ...ขวัญ...ขวัญไม่ได้รังเกียจพี่กริช แม้แต่นิดเดียว” เธอกลัวเขาจะเข้าใจผิด ละล่ำละลักอธิบายออกไป แล้วใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดง เพราะความเขินอาย ยิ่งทำให้อีกฝ่ายชอบอกชอบใจ เพราะเวลาที่เธอกระเดียดอาย ช่างน่ารัก ถูกใจเขาเหลือเกิน

“งั้นก็เร็วๆสิครับน้องขวัญ” เขาเอียงหน้าเข้ามาเกือบชิด

ขวัญแก้วรวบรวมความกล้าอยู่หลายอึดใจ ก่อนหลับตาพริ้มฝังจมูกลงบนแก้มสากอย่างรวดเร็ว ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เขินอายที่ถึงเนื้อถึงตัวชายหนุ่มหน้าตาดี คนเป็นสามีทางนิตินัย

“โอ้โห! น้องขวัญทำไวซะจนพี่ตั้งตัวไม่ทัน เอาเถอะ...คราวหน้าพี่จะขออะไรที่มันยากกว่านี้ก็ละกัน แบบที่ต้องใช้เวลานานหน่อย” ผู้พันหนุ่มลุกขึ้น เดินจากไป ทำให้คนฟังได้แต่คิดว่าเขาหมายถึงอะไร

 

ขวัญแก้วนั่งหวีผมที่ยาวประบ่าอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง พลางคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนหัวค่ำ นิ้วเรียวสวยยกขึ้นแตะริมฝีปาก คิดถึงจุมพิตที่มอบให้ผู้พันกริช แล้วเธอก็ฉีกยิ้มออกมาหน้าบาน ดวงตาเปล่งประกายแห่งความสุข ขวัญแก้วรู้สึกว่ากำลังฮันนีมูนกับผู้พันหนุ่มก็ไม่ปาน

สาวน้อยขอบคุณสวรรค์ที่บันดาลให้ได้พบกับผู้พันกริช คนที่สัญญาว่าจะเป็นสามีที่ดี จะดูแลเธอ และจะทำให้เธอมีความสุขตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว