facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 1 ย้อนอดีต

ชื่อตอน : บทที่ 1 ย้อนอดีต

คำค้น : กรุ่นรักไอปรารถนา, กรุ่นกลิ่นอราบิก้า, ใต้มนตร์อินทรา, มิสิ้นใยรัก, กรุ่นรักสลักทรวง, กรุ่นกลิ่นสิเน่หา, กรุ่นกลิ่นไอริส, เผือกร้อนอ้อนรัก, เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก, สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติก, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ย. 2562 09:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 ย้อนอดีต
แบบอักษร

เรื่องราวความรักความผูกพันของ ร็อค เดลสัน สายลับมือดีของหน่วยสืบราชการลับซีไอเอ กับ ราชาวดี คอสต้า หญิงสาวสวยลูกสาวเชฟชื่อดัง ปัจจุบันทั้งสองอายุ 27 ปีเท่ากัน ชีวิตที่เกิดมาก็เป็นเพื่อนกันทันที ด้วยความที่พ่อแม่เป็นสนิทกันแนบแน่นเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน 

ย้อนเหตุการณ์ไปสี่ปีที่แล้ว เป็นการพบกันที่ลาสเวกัส ซึ่งเป็นช่วงก่อนวันแต่งงานของลีย์กับดิรัสยา 

ครอบครัวของเชฟนิคกับจีน่าพร้อมลูกๆ คือ ราฟาเอลกับราชาวดีเดินทางมาพักที่คฤหาสน์คอสต้า ราฟาเอลนั้นแยกมาพักที่กาสิโนแกรนด์คอสต้าเพราะทราบเหล่าหนุ่มๆ ทางฝั่งไทยพักอยู่ที่นั่นกัน 

ราชาวดี คอสต้า หญิงสาววัยยี่สิบสามปี เติบโตมากับการเห็นบิดามารดาอยู่กับสตูดิโอถ่ายทำรายการอาหารมาตลอดชีวิต เวลานี้หญิงสาวจึงเรียนจบด้านการทำอาหารเหมือนผู้เป็นพ่อ เมื่อเรียนจบก็กลับมาดูแลร้านอาหารสาขาแอลเอให้ท่าน รวมถึงดูแลควบคุมการผลิตรายการซึ่งมีสตูดิโออยู่ที่บ้านด้วย 

ร็อคและเรน เดลสัน นั้นเป็นเพื่อนสนิทที่อายุเท่ากัน ทั้งสองถูกส่งไปเรียนมหาวิทยาลัยในแอลเอ แต่เป็นที่ทราบกันภายในและเป็นความลับสูงสุดว่าความจริงนั้นสองหนุ่มฝาแฝดลูกชายอดีตสายลับแห่งหน่วยซีไอเอ รอยด์ เดลสันนี้ได้เจริญรอยตามบิดา ถูกฝึกเข้มทางด้านร่างกาย จิตใจและมันสมองตั้งแต่เล็กแล้ว โดยบิดาได้สร้างสนามฝึกซ่อนอยู่ในป่าหลังบ้านเดลสัน ซึ่งใช้เป็นที่รวมตัวของแก๊งนี้ในเวลาจำเป็น 

ร็อคกับเรนนั้น เบื้องหน้าคือชายหนุ่มนักศึกษาปริญญาโท ประวัติคือมีแต่เรียนกับเรียนมาโดยตลอด แต่ตัวจริงนั้นแทบไม่มีใครได้เห็นหากมีคำสั่งลงมาจากเบื้องบน ยิ่งเวลานี้ได้เรียนจบหลักสูตรทุกอย่างที่สายลับควรรู้หมดแล้ว ก็รับงานอย่างเต็มตัว อยู่กันคนละมุมโลกตามแต่บอสจะส่งไป จนป่านนี้ร็อคกับเรนยังไม่ปรากฏตัวเลย ซึ่งก็ไม่มีใครแปลกใจกับสองคนนี้อยู่แล้ว 

ราชาวดีวิ่งขึ้นคฤหาสน์คอสต้าในลาสเวกัสด้วยความดีใจที่ลุงรอยด์ฝากตุ๊กตาไม้แกะสลักตัวสวยมาให้ จำได้ว่าท่านทำให้ตัวหนึ่งตอนเด็ก แต่นายร็อคขโมยของราชาวดีไปให้แฟนที่โรงเรียน ราชาวดีอยู่ที่แอลเอจึงทำอะไรไม่ได้ นายร็อคร้ายกาจที่สุดตลอดเวลาที่รู้จักกันมา ลุงรอยด์กับป้าไอร่าส่งไปเรียนมหาวิทยาลัยที่แอลเอจึงได้เจอกัน แต่ก็ไม่บ่อยเพราะเขาทำงานอันเดอร์คัฟเวอร์ด้วย แต่เวลาปิดจ๊อบก็มักจะมาพักอยู่ที่บ้านคอสต้าของพ่อนิคแม่จีน่า 

เมื่อวิ่งเข้าไปในห้องโถงก็ต้องชะงักที่เห็นร่างสูงใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครานั่งคุยอยู่กับคุณพ่อและคุณลุงเบิร์น เขามาถึงแล้ว! 

"อ้าว มาพอดี แล้ววิ่งหนีอะไรมาหือ วดีพาร็อคไปหาอะไรกินในครัวหน่อย เพิ่งมาถึง เรนกำลังจะบินตามมาน่าจะถึงคืนนี้" 

เสียงคุณลุงเบิร์นเอ่ย ราชาวดีรับคำคุณลุงเบาๆ แล้วเดินไปยังห้องครัวที่อยู่ติดกัน 

"ถึงบ้านตัวเองหรือยัง ก่อนจะมาบ้านคนอื่นน่ะ" 

ราชาวดีเอ่ยลอยๆ หญิงสาวหอบตุ๊กตาไว้แน่น 

"จะกอดแน่นอะไรขนาดนั้น เราเป็นคนเอามาให้เอง ฝากบัตเลอร์เอาไปให้ เห็นบอกว่าวดีอยู่ในสวนตอนที่ร็อคมาถึง" 

เขาเอ่ยขึ้น ราชาวดีหันขวับมามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าและเท้าจรดหัว พร้อมทำท่าเบ้ปากรังเกียจ 

"รุงรังขนาดนี้ ทนตัวเองได้ยังไง วดีทายว่านายยังไม่ได้เจอคุณป้า เพราะถ้าคุณป้าเห็นสภาพลูกชายที่สกปรกเหม็นสาบแบบนี้ คงไม่ให้ออกมาจากบ้านอย่างแน่นอน" 

ราชาวดีเอ่ยต่อว่าตรงๆ เหมือนเคยทำเป็นประจำ หญิงสาวเดินไปยังตู้เย็นขนาดใหญ่ เปิดออกเพื่อดูว่ามีอาหารอะไรอยู่ในนั้นบ้าง บ้านนี้มีลูกสามคน แต่ไม่มีใครอยู่ที่นี่เลย พี่โรมกับจัสมินอยู่ที่กาสิโนเป็นส่วนใหญ่ จัสมินนั้นอายุอ่อนกว่าราชาวดีไปราวหนึ่งปี แต่คบหากันแบบเพื่อนมากกว่าพี่สาวน้องสาวเพราะอายุห่างกันแค่นี้เอง 

ร็อคไม่พูดมากเดินตรงมาผลักประตูตู้เย็นปิด แล้วจับศีรษะของราชาวดีเอาไปซุกจั๊กรี้ข้างขวา ถูๆๆๆ จากนั้นก็เอาไปซุกข้างซ้ายแล้วขยี้ๆๆ ถูๆๆ ราชาวดีตกใจและร้องโวยวายทันที 

"ว้าย! นายร็อค! ไอ้คนสกปรก ปล่อยวดีนะ คนบ้า!" 

ราชาวดีร้องลั่นยกมือขึ้นผลักอกของเขา ร็อครู้สึกสะใจที่แกล้งยายคนปากดีที่ชอบว่าเขาสกปรกทุกครั้งเวลาเจอกันได้ เขาก้มไปกดจมูกกับผมของเจ้าหล่อน 

"โห...หัวเหม็นขี้เต่าเลยตอนนี้...เอาอีกไหม" 

เสียงไอ้คนทะลึ่งเอ่ยพร้อมกับทำท่าอ้าแขนขึ้น ราชาวดีง้างกำปั้นชกไปที่หน้าท้องของเขา หน้าท้องเต็มไปด้วยกล้ามแข็ง เขาเกร็งมันขึ้นเพราะอ่านใจเจ้าหล่อนออกว่าจะต้องชก 

"โอ๊ย..." 

คนชกร้องเจ็บเสียเอง ราชาวดียกกำปั้นขึ้นทุบไหล่เขาแทนด้วยความโมโหที่ไม่เคยแกล้งเขาคืนได้สักครั้ง 

"สมน้ำหน้า เราเอาตุ๊กตามาให้ยังไม่นึกถึงบุญคุณอีก ปากน่ะหยุดบ่นหยุดด่ามั่ง นานๆ เราจะมาให้เห็นหน้าทีก็บ่นเป็นยายแก่อยู่นั่นแหละ ใครได้ไปเป็นเมียละโคตรซวยเลยแบบนี้" 

ร็อคต่อว่าคนตัวเล็ก เจ้าหล่อนทำหน้าฉุนเฉียวบึ้งตึง ชายหนุ่มจึงขยับออกไปยืนห่างๆ เพราะกลัวคนโมโหจะพุ่งหมัดเข้าใส่อีก 

"ไม่ต้องมาก็ได้นี่! ใครเขาอยากเห็นหน้านายกัน! หน้ารกๆ สกปรกรุงรังแบบนั้นน่ะ" 

ราชาวดีตะโกนใส่เขา ร็อคส่ายหน้าระอา ขยับเพียงก้าวเดียวก็มาถึงตัวราชาวดีอีกครั้ง ชายหนุ่มใช้สองมือกุมใบหน้าเรียวเล็กแล้วเอาหน้าตัวเองกลิ้งเกลือกไปบนแก้มนวลด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ ถูแก้มที่เต็มไปด้วยเคราหนาไปกับแก้มนุ่มผิวบางใส 

"ว้าย! ปล่อยเรา ไอ้นายร็อค! ปล่อยนะ!" 

ราชาวดีร้องโวยวายรู้สึกถึงหนวดเคราที่ครูดไปบนแก้มของหล่อนทำให้ผิวนวลเป็นรอยแดงทันตาเห็น ร็อคถูๆ จนสะใจพอแล้วจึงยอมเอาหน้าออกห่าง จับใบหน้าเรียวหันซ้ายหันขวา ก้มไปดมแก้มแรงๆ ทีหนึ่งทำจมูกฟุดฟิดหากลิ่นแล้วก็แกล้งทำท่าเหม็น 

"อื้อหือ เหม็นมากเลย หัวก็เหม็น แก้มก็เหม็น" 

ร็อคแกล้งพูดแล้วก้มไปดมแก้มแดงอีกครั้ง ก่อนจะผลักร่างบางเบาๆ เป็นการส่งท้าย ราชาวดีหน้าแดงก่ำจนไปถึงใบหู ผมเผ้ายุ่งเหยิงเพราะโดนคนเกเรแกล้งอย่างไม่ออมมือ 

"บ้าที่สุด! ไม่ต้องกงต้องกินมันแล้วข้าวน่ะ! วดีไม่หาให้กินหรอก หาเอาเองก็แล้วกัน เกลียดที่สุดเลยนายร็อค คนผีทะเล!" 

ราชาวดีบ่นเสียงดังไม่นำพาว่าใครจะได้ยิน บิดานั้นชินเสียแล้วกับการเห็นราชาวดีกับร็อคทะเลาะกัน 

"อ้าว มันเป็นหน้าที่ของเจ้าบ้านนะ หาข้าวให้เราเร็ว หิวโคตรๆ ตอนนี้ ให้เวลาห้านาที ก่อนที่เราจะอยากกินวดีขึ้นมาแทน" 

เขาเอ่ยทำท่ายกมือจะบีบคอ ราชาวดีหันมาคว้ากะหล่ำปลีที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ทุบไปบนหน้าผากเขาทีหนึ่ง 

"โอ๊ย! เด็กบ้า" เขาร้องเจ็บยกมือขึ้นลูบหน้าผาก 

"สม! นิสัยเลวจริงๆ" 

ราชาวดีด่าเขาต่อ แต่ก็ยอมเปิดตู้เย็นเพื่อหาของกินให้เขา ร็อคจุดยิ้มสะใจที่หล่อนต้องยอมเขาในที่สุด เพราะอานิคนั่งอยู่ข้างนอก ถ้าหากเขาทำท่าว่ายังไม่ได้กินอะไร อานิคก็จะต้องลุกมาหาให้ ซึ่งราชาวดีเป็นคนที่รักบิดามาก จะไม่ยอมให้บิดาเหนื่อยถ้าช่วยอะไรได้หล่อนจะรีบช่วยทันที ถือเป็นลูกกตัญญูที่ควรแจกเกียรติบัตรให้ทุกปี ชายหนุ่มมองดูผมยุ่งที่ถูกเขาแกล้งยี ขายาวก้าวไปยืนซ้อนข้างหลัง ยกมือขึ้นดึงยางรัดผมออกแล้วรวบมัดให้ใหม่อย่างรวดเร็วก่อนที่จะถูกคนตัวบางหันหน้ามาด่าให้อีก 

"กินแซนด์วิชนะ มีอยู่ถาดหนึ่ง เอาไส้อะไร" 

"เอามาทั้งถาดเลย บอกแล้วไงว่าหิว!" 

คนหน้ารกเอ่ยบอก ราชาวดีจึงยกออกมาทั้งหมด เอาไปวางที่โต๊ะอาหาร ร็อคหยิบน้ำดื่มขวดหนึ่งถือติดมือไปนั่งลง 

"สกปรก...ล้างมือก่อนซิ" 

คนแก่สะอาดด่าชี้นิ้วไปที่ซิงก์ ร็อคจึงลุกขึ้นไปล้างมือ 

"ระวังเถอะสักวันจะตายเพราะเชื้อโรค" 

มีการบ่นตามหลังเขาอีก 

"คนที่สะอาดเกินไปก็ระวังไว้เถอะ ร่างกายไม่มีแอนตี้บอดี้ภูมิคุ้มกันเลยแบบนี้ ตายง่ายกว่าคนอย่างเราอีกนะ จะบอกให้" 

ร็อคเอ่ย เอามือเช็ดกับกางเกงยีนส์อย่างลวกๆ ทำให้อีกคนเบ้ปากรังเกียจ 

"เอ้า รังเกียจกันเข้าไป สักวันเถอะ..." เขาพูดทิ้งท้ายไว้แบบนั้น 

"สักวันเถอะอะไร..." 

ราชาวดีเอ่ยถามอย่างสงสัยใคร่รู้ ปกติเขาจะไม่พูดกั๊กไว้แบบนั้น มีอะไรก็จะสาดใส่กันจนหมดไส้หมดพุงให้เหนื่อยกันไปข้างหนึ่งเลย เมื่อตอนเล็กราชาวดีเรียบร้อยและแพ้เขาตลอดทั้งทางวาจาและทางการต่อสู้ จนเมื่อโตมาก็คิดว่าหล่อนจะแพ้เขาทุกทางไม่ได้ ในเมื่อสู้แรงไม่ได้ก็ต้องสู้ด้วยคำพูดเอา 

"สักวันถ้าเราตายไป เราจะเป็นผีมาหลอกวดีเป็นคนแรก" 

เขาเอ่ย นั่นทำให้คนสะอาดต้องนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เพราะทุกคนทราบดีว่างานของเขานั้นเป็นอันตรายเสี่ยงต่อชีวิตทุกนาทีในยามที่เขาทำงาน 

"ดี! เราจะได้เตรียมเครื่องซักผ้าเอาไว้จับวิญญาณสกปรกของนายปั่นให้สะอาดก่อนจะส่งต่อไปให้ยมบาล เผื่อนายจะได้ขึ้นสวรรค์เหมือนกับคนอื่นเขา" 

"นี่ขึ้นสวรรค์ประจำ ไม่ต้องห่วง" 

เขาโต้ตอบทันที พร้อมกับส่งยิ้มกวนประสาท ยักคิ้วให้แผล็บหนึ่ง ราชาวดีหน้าแดง เข้าใจวาจาเลี้ยวลดสองง่ามสามง่ามของเขาดี พวกผู้ชายจะคิดอะไรได้ไกลกว่าเรื่องใต้สะดือ ถ้าได้รวมกันเมื่อไหร่ละ ก็ ได้รู้ความลับหมดแหละว่าใครไปมั่วกับใครที่ไหนบ้าง ทุกคนจะถูกพรรคพวกแบไต๋บอกออกมาจนหมด นี่จะรอดูคืนนี้ ตอนที่ทุกคนไปทานข้าวรวมกันที่แมนชั่นแม็คเคนซี่ อยากจะรู้ว่านายร็อคมั่วไปถึงไหนแล้ว 

"คนลามกจกเปรต!" 

ร็อคเงยหน้าขึ้นจากจานแซนด์วิชมองคนที่แก้มแดงปลั่งทำหน้าบึ้งตึง นั่งกอดตุ๊กตาไม้ที่บิดาของเขาฝากมาให้เจ้าหล่อน 

"อ้าว พูดงี้เดี๋ยวสวยสิแม่คุณ ตั้งแต่เราเข้ามานี่ยังไม่เคยได้ยินคำพูดดีๆ จากวดีเลยนะ อะไรนักหนากับเรา เกลียดก็เก็บๆ เอาไว้มั่งก็ได้ ไม่ได้ว่าอะไร คนเหนื่อยมาก็อยากเห็นคนยิ้มให้มากกว่าคนทำหน้าเป็นตูดใส่ พฤติกรรมเหมือนเด็กสิบขวบไม่มีอะไรปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง โคตรเซ็งเลยเว้ย" 

ร็อคเอ่ยแล้วยัดแซนด์วิชครึ่งอันเข้าไปในปากจนหมด เคี้ยวสามทีแล้วกลืนอึ่ก! ราชาวดีอ้าปากหวอมองดู ภาวนาว่าให้มันติดคอให้ตายๆ ไปซะ! 

"เสียใจด้วยที่คำภาวนาไม่ได้ผล!" 

รู้ทันอีก! ราชาวดีค้อนให้คนที่ยกขวดน้ำขึ้นดื่มจนหมดไปครึ่งขวด ให้หลังมือเช็ดปากแผล็บเป็นอันเสร็จพิธี มีการตบพุงโชว์อีกต่างหาก 

"อิ่มละ" กล่าวเสร็จก็ลุกขึ้นยืน เอื้อมมือไปขยี้ผมราชาวดีแล้วตบหัวเบาๆ 

"ขอบใจมากวดีที่รัก" 

เขาพูดเสร็จก็ก้มหน้าไปหา เอาแก้มที่เต็มไปด้วยเคราถูกับแก้มของราชาวดี ครืดๆ 

"รักนะ จุ๊บๆ" 

แกล้งเสร็จก็เดินลอยชายออกไปอย่างสบายอารมณ์ ไม่สนใจคำด่าเป็นชุดที่คนตัวบางพ่นใส่ตามหลัง 

************* 

ปลายปีเดียวกันนั้น เขาและเธอก็พบกันที่ไร่รังสิมันต์ในช่วงงานแต่งงานของอัศณวินกับจัสมิน 

ระหว่างที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวกำลังอยู่บนเวทีและให้สัมภาษณ์อย่างสนุกสนาน ณ ที่โรงครัวของไร่ก็มีการทำอาหารเสิร์ฟแขกอย่างขมีขมันเช่นกัน 

"เฮ้ย วดี หิวข้าวโคตรๆ หาอะไรให้กินหน่อย" 

เสียงห้าวดังขึ้นข้างหลังทำให้ราชาวดีสะดุ้ง หันไปมองก็ตกใจที่เห็นใบหน้ารกของคนบางคนโผล่เข้ามาในโรงครัว ราชาวดีกำลังสนุกกับพวกหญิงชาวบ้านที่สอนให้ทำอาหารพื้นเมืองทางเหนือ 

ร็อค เดลสันที่ใครๆ คิดว่าคงจะโผล่มาไม่ได้เหมือนกับเรน น้องชายฝาแฝด เรนนั้นอยู่ไหนก็ไม่มีใครทราบหรือ บางคน อาจทราบแต่ก็ไม่อาจจะเปิดเผยจุดเช็กอินของเรนให้ใครรู้ได้ 

"มาซะดึก มาได้ไง" ราชาวดีเอ่ยถาม หันไปหยิบจานแล้วตักข้าวให้ 

"ไม่ต้องตักข้าวเยอะ แต่เอากับเยอะๆ" คนหน้ารกรีบบอก 

"อ้าว ไหนว่าหิวข้าว" 

คนตักหันมาเลิกคิ้วถาม ร็อคมองดูคนหน้านวล ผิวแก้มโดนแดดเมืองไทยแค่ไม่กี่วัน ร็อคสามารถมองเห็นว่ามันแดงเรื่อใต้แสงไฟสว่าง 

"ฮั่นแน่ พูดจากวนแบบนี้ก็เป็น คิดถึงเราเปล่า นี่คิดถึงวดีมากเลยนะ ไปอยู่รูหนูรูจิ้งหรีดที่ไหนก็คิดถึง ขอขาไก่สองอัน ไม่เอาตีน ขี้เกียจแทะ เอาเนื้อเยอะๆ ไม่เอาอะไรน่ะสีแดงๆ ผักชีเอาออกด้วย" 

คนหิวสั่งเอาสั่งเอา พูดปะเหลาะเพราะหิวนั่นแหละไม่ใช่อะไรหรอก ราชาวดีตักกับข้าวเป็นแกงเผ็ดไก่ราดไปบนข้าวสวยจนพูนจานส่งให้ เขาหันซ้ายหันขวา มองเห็นแคร่ไม้ไผ่ตรงมุมครัวก็ก้าวยาวๆ เข้าไปนั่งแหมะลงตรงนั้น จัดการตักข้าวใส่ปากอย่างไม่เงยมองหน้าใครอีก ราชาวดีส่ายหน้า เดินไปหยิบขวดน้ำดื่มขวดเล็กเอาไปยื่นให้ 

"นั่งลงสิ เล่าให้ฟังหน่อย" 

เขาเงยหน้ามาพูด เคี้ยวอาหารเต็มปาก ราชาวดีมองอย่างตำหนิ หย่อนตัวลงนั่งข้างๆ ไม่รู้ว่าเขาได้เข้าพบกับเหล่าผู้หลักผู้ใหญ่หรือยัง แต่เดาเอาจากนิสัยว่า ร็อค เดลสันมีสายตาโฟกัสส่งเรดาร์หาแหล่งอาหารก่อนอย่างอื่นเสมอ 

"เล่าอะไร" 

ราชาวดีเอ่ยถามงงๆ เพราะก็ไม่รู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องไหน 

"ได้ยินมาว่ามีคนจะมาขอหมั้นวดี จริงเปล่า" 

เขาเอ่ยถาม ราชาวดีทำหน้างงตึ้กต่อไป เพราะเท่าที่ทราบยังไม่มีใครมาขอเป็นแฟนเลย นับประสาอะไรกับการขอหมั้น ราชาวดีอายุเท่ากันไอ้คนที่พูดขณะอาหารเต็มปาก เขาทำงานมานานแล้ว หน้าแก่กว่าอายุไปมาก 

"พูดบ้าๆ อะไร ใครพูด? ไม่เห็นมีใครมาขอหมั้นเรา แฟนยังไม่มีเลยสักคน จะมีคนมาหมั้นได้ยังไง" 

คนหน้าใสเอ่ยมายาว คนถามพยักหน้าหงึกๆ 

"อ๋อ โอเค ตกลงว่ายังไม่มีแฟนนะ...เค" 

คนหิวเอ่ยสรุปง่ายๆ ราชาวดีพยักหน้าว่าใช่ยังไม่มี เพราะไม่ได้สนใจ 

ร็อคจุดยิ้มขำที่ทำให้ใครบางคนหลงกลได้ 

"แสดงว่าการข่าวคนนี้ของเรามันไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ กลับไปนี่ต้องลงโทษให้เข็ด นั่นเขาผัดอะไรกัน เส้นสีช็อกโกเล็ตน่ะ" 

"ผัดซีอิ๊ว" 

"ขอจาน เน้นหมูนะ ไม่เน้นผัก" 

"ยังตะกละเหมือนเดิมนะนายร็อค ไอ้ที่ถือในจานนั่นจะกินหมดหรือเปล่า" ราชาวดีเอ่ยถามให้แน่ใจ 

"หมดสิ เรารู้ความสามารถของตัวเองดี ไปตักมาให้จาน เร็วๆ" 

สั่งแล้วก็ก้มหน้าก้มตากินอย่างจริงจัง ราชาวดีลุกขึ้นไปหยิบจานแล้วขอให้แม่ครัวตักใส่จานให้ 

"เอ้า กินให้หมดนะ" ราชาวดีเดินเอามายื่นให้ตรงหน้า 

"เห็นหรือเปล่าว่ามือไม่ว่าง ปากก็ไม่ว่าง นั่งลงถือไว้ให้ก่อน" 

ร็อคเอ่ย คนตัวบางนั่งลง ราชาวดีได้กลิ่นอาฟเตอร์เชฟลอยมาปะทะจมูก จึงทำท่าฟุดฟิด 

"หอมล่ะสิ เพิ่งถอยมาใหม่" 

เขาเอ่ย วางจานข้าวลงแล้วดึงตัวราชาวดีมากอด กดหน้าให้ซุกซอกคอของเขา 

"ชอบไหมกลิ่นนี้ มันลดราคาตั้ง 75% ไม่รู้ว่าเพราะใกล้หมดอายุหรือยังไง" 

พูดแล้วก็โอบแขนไปรอบไหล่บาง ราชาวดีรีบผลักออกเพราะเกรงว่าชาวบ้านจะมอง พวกคนไทยท้องถิ่นไม่ชินกับการเห็นคนโอบกอดกันในที่สาธารณะแบบนี้ 

"อย่ากอด ชาวบ้านเขาไม่เข้าใจอเมริกัน" 

"เหรอ ใครแคร์ อยากกอดไง นี่พูดจริงนะที่ว่าคิดถึงน่ะ" 

คนหน้ารกเอ่ย 

"โอเค กินจานนี้ซะจะได้หายคิดถึง" 

ราชาวดีกล่าวเพราะถ้าพูดคิดถึงไม่ยอมจบเสียทีก็แสดงว่ายังไม่อิ่มถึงครึ่งท้อง 

"แท้งกิ้ว ขอน้ำส้มคั้นอร่อยๆ หน่อยดิ นี่มันไร่ส้มนะ เอาน้ำเปล่ามาเสิร์ฟอยู่ได้" 

ได้ทีก็สั่งเอาสั่งเอา มือใหญ่รับจานผัดซีอิ๊วไปกินอย่างเอร็ดอร่อย ราชาวดีนั่งมองเพลิน เขากินอะไรก็อร่อยไปเสียหมดจริงๆ เจอกันทีไร นายร็อคมันไม่เคยพ้นเรื่องตะกละกิน 

************ 

เมื่อปีที่แล้ว เขาและเธออายุ 26 ปี ใกล้ถึงงานแต่งงานของจอร์แดนกับอินทิรัศม์ ณ เมืองแอลเอ 

ร้านอาหาร Hot NC Plus สาขาแอลเอ อันเลื่องชื่อของเชฟนิค คอสต้า ซึ่งเวลานี้มีราฟาเอล คอสต้าเป็นเชฟชื่อกระฉ่อนต่อจากผู้เป็นบิดา และมีราชาวดี คอสต้า เป็นผู้จัดการทั่วไป เวลานี้ร้านอาหาร Hot NC Plus มีอยู่หลายสาขาตามเมืองใหญ่ ผู้ดูแลเป็นเชฟที่ได้รับการฝึกอย่างหนักและเข้มงวดทุกขั้นตอนจากเชฟนิค ดังนั้นทุกอย่างจึงเป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นรสชาติอันยอดเยี่ยมหรือจะเป็นการบริการที่สุดพรีเมียมไฮเอ็นด์ 

ราชาวดีกำลังอยู่หลังร้านในส่วนที่เป็นห้องเก็บของจิปาถะ เพราะบางครั้งที่ออฟฟิศก็ยังไม่สงบพอสำหรับราชาวดี หญิงสาวจึงมักจะคว้าโน้ตบุ๊กมานั่งทำงานที่ห้องนี้ ราชาวดีเป็นผู้รวบรวมสูตรอาหารทั้งหมดของบิดาเขียนเป็นหนังสือมาหลายเล่มแล้ว และก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หญิงสาวรักการเขียนเกี่ยวกับอาหาร ในขณะที่ราฟาเอลรักการลงมือปรุง ถือเป็นการจัดสรรปันส่วน แบ่งหน้าที่กันได้อย่างลงตัวระหว่างสองพี่น้อง 

ขณะกำลังนั่งปั่นต้นฉบับที่ได้จดเป็นลายมือเอาไว้ตอนคุยกับคุณพ่อ ประตูห้องเก็บของก็เปิดออก ราชาวดีหันขวับไปมอง ร่างสูงสวมหมวกแก็ป ใบหน้ารกไปด้วยเครา สวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์สีเข้ม รองเท้าคอนเวิร์สที่มอซอเต็มที ตรงเข้ามารวบร่างราชาวดีไปกอดและหอมแก้ม 

"กรี๊ดดด!" หญิงสาวร้องกรี๊ดพร้อมกับเงื้อมปากกาในมือเตรียมจะแทงลูกกะตาของคนร้าย 

"เฮ้ย เราเอง ปัดโธ่ วดี นี่จำกันไม่ได้จริงๆ เหรอ" 

เสียงห้าวเอ่ยออกมาพร้อมกับจับมือที่ถือปากกาของราชาวดีเอาไว้แน่น ราชาวดีกะพริบตารัวๆ จำน้ำเสียงห้าวที่คุ้นชินหูนั้นได้ 

"นายร็อค!" 

หญิงสาวอุทานเรียกชื่อเสียงดัง จ้องมองใบหน้ารกอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เพราะข่าวล่าสุดที่ได้ยินคือร็อคอยู่ใต้ดินแถวเอเชีย! 

ร็อคถือโอกาสที่คนตรงหน้ากำลังตะลึงและงุนงง ฉกหน้าลงมาหอมแก้มอีกครั้ง นั่นทำให้ฝ่ามืออีกข้างที่เป็นอิสระซัดเพียะไปบนไหล่ของเขาอย่างเต็มแรง 

"ไอ้นายร็อค! อย่ามาทำรุ่มร่ามฉวยโอกาสกับเรานะ มาได้ยังไง ไหนว่าอยู่อีกซีกโลกหนึ่งโน่น หน้าตาทำไมเป็นแบบนี้ เราคิดว่าเป็นพวกโจรจากสลัมแถวอินเดียเสียอีก! ปล่อย!" 

เสียงด่าและถามยาวเหยียดพร้อมกับดึงมือออกจากการเกาะกุม 

"เอาทีละคำถามดีไหมแม่คุณ แต่ตอนนี้เราโคตรหิวเลย มีไรกินมั่ง" 

ร่างสูงหย่อนตัวลงนั่งมุมโต๊ะ ก้มมาอ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ว่าคนตัวเล็กกำลังพิมพ์อะไรอยู่ 

"ทำอะไร สูตรรักสูตรลับเหรอ เล่มก่อนเราลองทำตามสูตรของวดี ออกมาเค็มปี๋เลย กินเกลือยังจะดีกว่าอีก" 

เสียงห้าวเอ่ย เอื้อมมือมาขยี้ผมราชาวดี หญิงสาวค้อนให้กับคำพูดเกินจริงของเขา ปัดมือใหญ่ออกจากผมแล้วจ้องมองใบหน้ารก เขามาจริงๆ... มาอย่างไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าเหมือนเช่นทุกครั้งนั่นแหละ 

"เดี๋ยวจะโทรไปสั่งคนให้เตรียมข้าวให้ ทำไมมาเงียบๆ มีอะไรหรือเปล่า" 

ราชาวดีเอ่ยถามคนเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยจำความได้ ก่อนที่เขากับเรน ผู้เป็นฝาแฝดจะถูกส่งตัวไปเข้าหน่วยฝึกใต้ดิน เจริญรอยตามผู้เป็นบิดา 

ร็อคถอนหายใจ เอื้อมมือมาดึงกิ๊บสีทองที่ติดผมสลวยออกมาพิจารณา หญิงสาวใช้มันติดผมเพื่อไม่ให้หล่นมาปรกหน้าตอนพิมพ์งาน 

"กิ๊บที่เราซื้อให้นี่นา คิดถึงเรามากล่ะสิ" 

คนไม่ยอมตอบคำถามพูดไปอีกเรื่อง ราชาวดีดึงกิ๊บจากมือเขา แต่คนตัวโตก็ชูมันขึ้นสุดแขนอย่างแกล้งๆ เหมือนที่ชอบทำเวลาเจอกัน ราชาวดีถอนใจ ไม่เอื้อมตามเพราะรู้ว่าเดี๋ยวเขาก็คืนให้ โตมากับการถูกเขาแกล้งทุกครั้งเวลาเจอกัน ทำให้รู้จักเล่ห์เหลี่ยมและรู้ทุกมุกของคนตรงหน้า 

"ใครคิดถึงนาย ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าในโลกนี้ยังมีคนชื่อร็อค เดลสันอยู่" 

ราชาวดีแกล้งกล่าว ยกหูโทรศัพท์ภายในแล้วสั่งอาหารจากห้องครัว 

"อะไรที่เหลือๆ เอามาเสิร์ฟหน่อย จัดที่โต๊ะทานข้าวนะจ๊ะ" 

หญิงสาวสั่งไปตามสาย ทำเอาคนหิวถึงกับเลิกคิ้ว 

"หือ เห็นเราเป็นรถขยะรึไง ต้องให้กินของเหลือซากทุกทีไป เอาไอ้ที่ดีๆ มาเสิร์ฟสักครั้งจะไม่ลืมพระคุณ" 

เขาทำเสียงประชดแกมบ่น แต่ไม่ได้จริงจังอะไร เพราะรู้ว่าของเหลือของร้านนี้มันก็ยังเป็นอาหารรสเลิศอยู่ดี ดีกว่าที่เขากินมาตลอดหลายปีเวลามุดใต้ดินเสียอีก 

ราชาวดีวางสาย กอดอกเอนตัวไปพิงพนักเก้าอี้ จ้องมองใบหน้าที่ไม่ยอมโกนเครา สภาพครั้งนี้หนักกว่าทุกครั้งที่เห็นหน้าเขา 

"ทำไมหน้ารกเหมือนป่าอเมซอนขนาดนี้ฮึ มีดโกนมันขึ้นราคารึไง หรือว่าขี้เกียจตัวเป็นขนเหมือนเคย" 

หญิงสาวแสร้งเอ่ยเหน็บ ร็อคเอียงคอมองคนที่วิจารณ์รูปลักษณ์ของเขาอยู่ ราชาวดีในวันนี้ วัยยี่สิบปหกปี เป็นสาวสวยสะพรั่ง ใบหน้านวลใสเปล่งปลั่งเต็มไปด้วยเลือดฝาด แก้มสีเรื่ออยู่เป็นนิจถูกเคราของเขาครูดเอาเมื่อครู่ ทำให้ดูสีแดงก่ำกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาโตยาวรี มีแพขนตาดกหนาอย่างไม่ต้องพึ่งขนตาปลอมและมาสคารา ผมสีน้ำตาลหนาดกและปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง กลิ่นหอมกรุ่นอ่อนจางลอยมาปะทะจมูกยามร่างบางเคลื่อนไหว 

"ทุกข้อรวมกัน" 

คนตัวสูงตอบง่ายๆ อย่างไม่แก้ตัว ราชาวดีค้อนให้คนขวางโลกทีหนึ่ง ร็อคจ้องมองใบหน้านวลนิ่งๆ 

"คิดถึงวดีจัง" 

เขาเอ่ยออกมา หญิงสาวหน้าเป็นสีเรื่อ เขาชอบพูดคำนี้ประจำ แต่ราชาวดีคิดว่าระดับความคิดถึงของนายร็อคมันเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับระดับความหิวของกระเพาะเป็นหลัก 

"เดี๋ยวคนก็ยกมาให้แล้ว อดทนหน่อย" หญิงสาวเอ่ยทำหน้ารู้ทัน ร็อคโคลงศีรษะ 

"โธ่ เห็นเราเป็นคนเห็นแก่กินไปได้ นี่พูดจริงๆ คิดถึง ครั้งนี้ไม่ได้เห็นกันนานมาก แต่จำไม่ได้ว่านานเท่าไหร่ เรานอนในรู มีหนูเป็นเพื่อน ไม่ได้โชคดีเหมือนวดี ที่นอนบนเตียงนุ่มมีตุ๊กตุ่นให้กอดอุ่นๆ" 

เขาพูด ทำให้ราชาวดีต้องหัวเราะออกมา ร็อคจ้องมองนิ่ง เรียวปากอิ่มเวลาแย้มยิ้มดูสวยหวาน ดวงตาวาวสดใสน่ารัก เขามองได้ไม่เคยเบื่อ ชายหนุ่มล้วงเอาโทรศัพท์ออกมากดถ่ายรูป ราชาวดีทำตาโต 

"ไหนว่าไม่มีโทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ไงนายร็อค" 

หญิงสาวเอ่ยถาม เพราะนั่นเป็นข้อมูลที่ทุกคนทราบดีว่าคนตรงหน้าติดต่อไม่ได้ นอกจากเขาจะเป็นฝ่ายติดต่อมาเอง 

"ก็มี แต่ใช้พร่ำเพรื่อไม่ได้ และบางทีก็ต้องทำลายทิ้ง เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามสถานการณ์" 

เสียงห้าวเอ่ยเล่า กดถ่ายรูปราชาวดีอีกหลายรูปแล้วก็ก้มมองดู 

"เดี๋ยวก็ต้องลบทิ้งแล้ว" 

เขาพูดเสียงขรึมลง โทรศัพท์ที่ไม่ควรมีรูปใครในนั้นเพราะทุกอย่างรอบตัวเต็มไปด้วยภัยเสี่ยง ถ้าหากฝ่ายศัตรูได้ไปจะเป็นอันตรายมาก 

ราชาวดีถอนหายใจแผ่วเบาออกมา รู้สึกหัวใจบีบคั้นด้วยความสงสารคนหน้ารก ไม่รู้ว่าเขาจะต้องเสี่ยงชีวิตไปอีกนานแค่ไหน แต่คำตอบที่ลอยมาในหัวทันทีก็คือ ก็คงจะอีกนานแสนนาน คนที่ทำหน้าที่ปิดทองหลังพระ ทำงานเสี่ยงภัยทุกอย่างเพื่อให้คนอย่างราชาวดีมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุข 

ร็อคเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนที่กอดอกจ้องมองเขาแล้วทำท่าถอนหายใจเฮือกใหญ่ ชายหนุ่มยักไหล่แล้วยกมุมปากยิ้มนิดหนึ่ง 

"สงสารเราเหรอ ถ้าสงสารก็พูดดีๆ เวลาเรามาหา เลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำ แล้วก็ต้องเลี้ยงหัวใจเราด้วย" 

ถือโอกาสเรียกร้อง ราชาวดีเลิกคิ้ว 

"เลี้ยงหัวใจ? คืออะไร" 

หญิงสาวเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจมุกนี้ คิดว่าเป็นมุกใหม่ ร็อคเอื้อมมือมาคว้ามือเล็กไปกุมแล้วยกขึ้นทาบไปที่อกข้างซ้ายของตัวเอง 

"หัวใจเหงาๆ ของเรา บางครั้งมันก็คิดถึงคนบางคน ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายหรือเปล่าที่จะได้พบกัน ตั้งแต่มานี่ยังไม่บอกเลยว่าคิดถึงร็อคบ้างไหม" 

ร็อคเอ่ยถามทำตาปริบปรอยมอง ราชาวดีหน้าแดงเรื่อ รู้ว่าเขาแกล้ง แต่ก็อดหัวใจเต้นแรงไม่ได้ หญิงสาวค้อนให้เขาแล้วก็ดึงมือออก ร็อคยกขึ้นไปจูบก่อนจะยอมปล่อย เล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องหาเศษหาเลยเอาเองแบบนี้แหละ 

"คิดถึงเหมือนกัน เวลานายไม่อยู่ ไม่มีใครมาขอข้าวกิน เจ้ามูมูที่บ้านมันก็กินไม่หมดเสียด้วย" 

ราชาวดีแสร้งเอ่ย ทำให้คนตัวใหญ่ทำหน้าง้ำทันทีที่ถูกเอาไปเปรียบเทียบกับเจ้ามูมู หมาแคระตัวสีขาวของเจ้าหล่อน ราชาวดีหัวเราะออกมาอย่างพอใจเมื่อเห็นคนทำหน้าไม่ถูกใจ หญิงสาวปิดโน้ตบุ๊กลง ลุกขึ้นยืนแล้วพยักหน้าชวน 

"ไปกันเถอะ กินข้าวก่อน กองทัพนายมันต้องเดินด้วยท้องนี่" 

หญิงสาวพูดแล้วเดินไปยังประตู ร็อคลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวตามไป พาดแขนไปบนไหล่บาง ดึงประตูเปิดแล้วก้าวออกไปด้วยกัน ที่โต๊ะอาหารส่วนตัวของเจ้าของร้าน มีอาหารวางเรียงอยู่เต็ม หน้าตาน่าทานทุกอย่าง ร็อคปล่อยมือจากไหล่คนตัวเล็กทันที ราชาวดีรู้ดีว่าหากมีของกินวางอยู่ตรงหน้า นายร็อคจะสามารถทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างได้หมดอย่างไม่เสียเวลาคิด 

ร่างสูงก้าวไปนั่งแล้วก็ไม่ต้องให้ใครเชิญ ลงมือจัดการมันอย่างหิวโซ ราชาวดีหย่อนตัวลงนั่งตรงกันข้าม มองคนหิวกินเอากินเอาเหมือนอดอยากมานาน หญิงสาวรินน้ำผลไม้ใส่แก้วให้เขา 

"หือ มาทั้งทีเลี้ยงน้ำส้มเนี่ยนะ เอาไวน์หรือเอาเบียร์ดีกว่าน่า" 

คนตะกละเอ่ย ราชาวดีค้อนให้ เรียกบริกรมาสั่งเบียร์ 

"ห้ามดื่มเยอะนะ ขับรถหรือเปล่า แล้วมายังไง เจอราฟหรือยัง พักที่ไหน ถ้าขัับรถห้ามดื่มนะ" 

หญิงสาวพูดยาวเหยียด ร็อคตักอาหารใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ เขากำลังจะอ้าปากพูดแต่ถูกคนตรงหน้ายกมือห้าม 

"อย่าเพิ่งพูดตอนข้าวเต็มปากแบบนั้น เดี๋ยวก็ติดคอตายหรอก!" 

"ผ่านมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ฝ่าดงระเบิดดงกระสุนมานับไม่ถ้วน ถ้าจะมาตายเพราะข้าวติดคอ เราคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้วล่ะวดีจ๋า" 

ชายหนุ่มพูด ราชาวดีค้อนให้คนปากดี แต่ก็เอื้อมมือไปตักอาหารใส่จานให้อีก เขากินได้มากจริงๆ คงเป็นเพราะต้องใช้กำลังมากนั่นเอง เห็นว่าต้องฝึกอะไรต่ออะไรหนักหนาสาหัสไปหมด 

ราชาวดีนั่งมองจนกระทั่งเขาวางช้อนแล้วลูบพุง ยกเบียร์เย็นขึ้นดื่มอึกๆ 

"โอย ค่อยยังชั่ว อิ่มตื้อเลย กินเผื่อวันที่ไม่มีจะกินด้วยน่ะ" 

เขาเอ่ยแล้วยักคิ้วแผล็บให้ ต่างคนต่างนั่งเงียบ ร็อคจ้องมองหน้านวลใสครู่หนึ่ง 

"ไปละ" เขาเอ่ยแล้วก็ลุกขึ้นยืน หันหลังก้าวไปยังประตูหลังเสียดื้อๆ อย่างนั้น 

"เฮ้ย เดี๋ยวสิ อิ่มแล้วก็สะบัดก้นไปแบบนี้เนี่ยนะ" 

หญิงสาวตะโกนและรีบเดินตาม ไปทันเขาที่ประตู ต่างยืนเผชิญหน้ากัน 

"กิ๊บเรา เอาคืนมา" 

ราชาวดีเอ่ย ยื่นมือไปตรงหน้า ไม่ลืมว่าเขายังไม่ได้คืนกิ๊บให้ มือใหญ่จับมือเล็กแล้วยกขึ้นจูบอย่างถือโอกาส 

"ขอไว้ดูต่างหน้าอันหนึ่ง" เขาพูด 

"เอาไปทุกรอบ จนกิ๊บวดีหมดกล่องแล้วนะ" 

หญิงสาวพูด ดึงมือออกจากการเกาะกุม เท้าสะเอวมองหน้ารกๆ นาทีหนึ่งก่อนจะปลดสร้อยที่ห้อยคอออกมา เป็นร็อคเก็ตรูปดอกราชาวดีที่บิดาสั่งทำให้ตอนวันเกิดครบสิบห้าปี 

"ของขลังของเรา เอาติดตัวไว้ ให้ยืมเฉยๆ นะ แล้วรอบหน้าก็เอามาคืนด้วย ห้ามเป็นอะไรเด็ดขาดจนกว่าจะเอาของมาคืนเรา เข้าใจไหม" 

หญิงสาวทำเสียงเข้ม มองหน้าให้รับปาก ร็อคคว้าสร้อยห้อยร็อคเก็ตใส่กระเป๋ากางเกง ชายหนุ่มถอนหายใจแผ่วเบา งานทุกงานไม่เคยมีอะไรการันตีว่าจะมีชีวิตรอดกลับมาอย่างปลอดภัย ร่างสูงคว้าร่างบางมากอดนิ่งอยู่นาทีหนึ่ง 

"ตัวก็ได้ของของเราไว้ตั้งนานแล้ว เราฝากไว้ก่อน ถ้ายังไม่ตายจะมาทวงคืน" 

เขาพูดเสร็จก็จูบแก้มนวลทีหนึ่ง จากนั้นก็ดึงประตูเปิด ก้าวออกไปทันที ราชาวดีรีบดึงประตูให้เปิดออกอีกครั้ง ชะโงกหน้าไปมองด้านหลังของร้าน ลานโล่งที่มีถังขยะเรียงรายไร้เงาของร่างสูงเสียแล้ว 

การพบกันของเขากับราชาวดีที่แทบนับครั้งได้ แต่ถึงกระนั้นราชาวดีจดจำได้ดีเสมอ มันเป็นเวลาและความทรงจำที่มีค่าทุกวินาทีเมื่อได้อยู่กับเขา เพื่อนรักเพื่อนสนิทที่ไม่มีเวลาให้เพื่อน... ร็อค เดลสัน 

ความคิดเห็น