ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : - 03 -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2562 11:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
- 03 -
แบบอักษร

 ไฟท์เตอร์ติวเตอร์ 

  

 

  

- Chapter 03 - 

  

 “โอเควันนี้พอแค่นี้ก่อน เลิกคลาสได้ค่ะ” 

  

“หลังจากที่อาจารย์พูดจบ นักศึกษาบางส่วนก็เริ่มทยอยกันออกจากห้อง จะเหลือแค่ไม่กี่กลุ่มที่ยังเก็บของไม่เสร็จ หนึ่งในนั้นคือกลุ่มของติวเตอร์ 

  

“วิชาของอาจารย์ศุแม่งยากเกินไปป่ะวะ ตั้งแต่เรียนมาจนถึงตอนนี้กูยังไม่เข้าใจที่อาจารย์สอนเลย” เดย์พูดด้วยความรู้สึกหงุดหงิด 

  

“เอาน่า เดี๋ยวถ้าใกล้สอบมิดเทอมให้สายฟ้าช่วยสอนดิ เก่งวิชานี้ไม่ใช่เหรอ” ติวเตอร์ยักคิ้วให้ใครอีกคนที่กำลังยืนหาวอยู่ 

  

“ตลกแล้วครับพ่อ คนอย่างกูเนี่ยนะจะสอนคนอย่างไอ้เดย์ไหว ผลักภาระเก่งนะมึงอ่ะ มีแต่มึงอ่ะแหละที่จะช่วยสอนพวกกู” ติวเตอร์ยิ้มขำ 

  

“เออเตอร์ กูว่าจะถามมึงเรื่องงานเลี้ยงสายเมื่อคืน เป็นไงบ้างวะ โอเคหรือเปล่า” เดย์ถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น ต่างจากติวเตอร์ที่ไม่ได้อยากให้เพื่อนตัวเองมารับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานนั้นสักเท่าไหร่ 

  

“...” 

  

“เอ้าเงียบ ทำไมอ่ะมีเรื่องเหรอ” 

  

“เปล่าๆ งานก็โอเคแหละ” แต่ที่เห็นจะไม่โอเคสำหรับเขา... ก็คงมีแต่เรื่องนั้น 

  

เรื่องที่ทำให้เขาคิดว่ามันควรจะลืมๆ มันไปซะ แต่ท้ายที่สุดติวเตอร์ก็ไม่สามารถสลัดภาพนั้นออกไปจากหัวได้เลย มันชัดเจนแม้กระความรู้สึกตอนที่ริมฝีปากของเราสองคนแตะกัน 

  

ถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกถึงสัมผัสนั้นอยู่... 

  

“เอ้าเป็นไรวะ” 

  

“ห๊ะ” 

  

“เช็ดปากตัวเองทำไม” 

  

“อ๋อ... เอ่อเปล่าๆ” ติวเตอร์ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเผลอเอามือเช็ดปากตัวเองตอนนึกถึงสิ่งที่ไฟท์เตอร์ทำกับเขาไปเมื่อคืน 

  

“ว่าแต่วันนี้มึงไปทำงานร้านพี่เก๋ใช่ไหม” 

  

“อื้อ” ติวเตอร์พยักหน้าพลางเก็บของยัดใส่กระเป๋าตัวเองไปด้วย “เออลืมบอก พรุ่งนี้หวาจัดงานวันเกิด เขาชวนสายฟ้ากับเดย์ไปด้วยนะ ไปด้วยกันดิ” 

  

“ได้เหรอวะ” เดย์พูดออกมาด้วยสีหน้ายินดี “จริงๆ กูเตรียมของขวัญให้เขาแล้วนะเว้ย แต่ไม่คิดว่าเขาจะชวน” 

  

“ได้ดิ ไปด้วยกันนี่แหละ ว่าแต่สายฟ้าจะไปไหม ว่างหรือเปล่า” 

  

“ไม่อ่ะ กูขี้เกียจ” 

  

“ขี้เกียจก็ไม่เป็นไรหรอก แล้วของขวัญอ่ะ ไปซื้อวันนี้แล้วฝากพวกกูไปให้ก็ได้” เดย์ถาม 

  

“ไม่อ่ะ” สายฟ้าก็ยังคงเป็นสายฟ้า พอมันพูดจบคนที่ทำหน้าเหนื่อยใส่ทันทีก็คือคนข้างๆ เขาอย่างเดย์ 

  

“มึงนี่ตลอดอ่ะสายฟ้า” 

  

“ก็กูไม่ได้สนิทกับเขา” 

  

“ไม่สนิทก็ควรจะมีของเล็กๆ น้อยๆ ให้เขาบ้าง” 

  

“จำเป็นเหรอวะเดย์ เปลืองตังค์กูเปล่า” 

  

“เชี่ยสายฟ้า” 

  

“พอ” ถ้าเขาไม่ห้ามทัพตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าวันนี้จะเถียงกันจบไหม “เอาเถอะ ไม่มีก็ไม่เป็นไร หวาไม่ได้ซีเรียสอะไรอยู่แล้ว” 

  

ติวเตอร์พูดจบสายฟ้าก็ยักไหล่ราวกับผู้ชนะ ส่วนเดย์ก็ส่ายหัวอย่างเซ็งๆแล้วหันมาคุยกับติวเตอร์ต่อ 

  

“ว่าแต่มึงซื้ออะไรให้หวาวะเตอร์” 

  

“ไม่ได้ซื้อ” 

  

“อ่าว” 

  

“แต่คิดเอาไว้ว่าจะยืมเตาอบร้านพี่เก๋ทำเค้กให้หวาน่ะ ไม่รู้ว่าพี่เขาจะให้ยืมหรือเปล่า” 

  

“ให้อยู่แล้ว พี่เขาเอ็นดูมึงจะตาย” 

  

“ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่าไง” เพราะถึงแม้พี่เก๋จะเอ็นดูติวเตอร์แค่ไหน แต่ร้านนั้นไม่ใช่ของพี่เก๋แค่คนเดียว หุ้นส่วนคนอื่นๆ ก็อยู่ด้วย ถ้าสมมติเขาขอพี่เก๋ไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องไปหาซื้ออะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้หว่าหวาแทนล่ะมั้ง 

  

“เมื่อคืนมึงได้ดูบอลกันป่ะ” เสียงจอแจดังขึ้นพร้อมกับคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง ภาพที่พวกเขาเห็นคือพวกนักศึกษาชั้นปีสี่กำลังเดินเข้ามา 

  

“ฉิบหายล่ะ พวกปีสี่เรียนต่อจากห้องเราว่ะ ไปเถอะ กูไม่อยากเจอหน้พวกรุ่นพี่เท่าไหร่ เดี๋ยวแม่งใช้งานกูอีก” สายฟ้าพูดจบก็รีบหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วเดินนำหน้าออกไปทันที ในขณะที่เดย์เองก็เดินตามไปเหมือนกัน จะเหลือก็แต่เขาเนี่ยแหละที่ยังเก็บของไม่เสร็จ 

  

สุดท้ายเลยต้องรีบยัดทุกอย่างใส่กระเป๋าตัวเองก่อนจะเดินตามสายฟ้ากับเดย์ออกมา แน่นอนว่าพอรีบมากๆ ติวเตอร์ก็เผลอลืมบางอย่างทิ้งเอาไว้ในห้องเรียนจนได้ ยังดีที่รู้ตัวตอนกำลังเดินลงบันไดมาแล้ว 

  

“หาไรวะเตอร์” เดย์ถามขึ้นตอนที่หันไปเห็นว่าติวเตอร์กำลังค้นหาบางอย่างในกระเป๋าตัวเองอยู่ 

  

“เหมือนจะลืมโทรศัพท์ไว้ในห้อง เดย์กับสายฟ้ากลับไปก่อนก็ได้” 

  

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวกูสองคนไปรอข้างล่าง” ติวเตอร์พยักหน้าแล้วรีบวิ่งขึ้นบันไดกลับไปยังห้องเรียนที่เขาเพิ่งออกมาเมื่อกี้ แต่เพราะใครบางคนที่ยืนพิงกำแพงอยู่หน้าห้องทำให้ความเร็วในการวิ่งลดระดับลงช้าๆ 

  

ในมือของชายนั้นก็มีโทรศัพท์ของเขาถืออยู่ 

  

มันจะไม่รู้สึกอะไรเลยถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่พี่ไฟท์ 

  

เฮ้อ... แค่คิดว่าจะต้องเดินไปขอมือถือตัวเองจากไฟท์เตอร์ เขาก็รู้สึกอยากหันหลังกลับเสียเดี๋ยวนั้น 

  

แต่แหงล่ะติวเตอร์ทำแบบนั้นได้ซะที่ไหน ก็ในเมื่อโทรศัพท์เครื่องนั้นมันเป็นเครื่องเดียวที่เขามี 

  

“พี่ไฟท์ นั่นโทรศัพท์ผมหรือเปล่า” 

  

“คิดว่าไงล่ะ” 

  

“พี่ไฟท์...” 

  

“ก็แค่ถามดู แล้วมันใช่ของมึงหรือเปล่า” 

  

“ใช่” 

  

“ถ้าใช่แล้วทำไมเหรอ...” 

  

กวนตีน 

  

นอกจากสีหน้าที่ยียวนกวนประสาทแล้ว ไฟท์เตอร์ยังเลิกคิ้วถามราวกับหาเรื่องตลอดเวลาด้วย ไม่รู้ทำไมคนแบบนี้ถึงได้จับพลัดจับพลูมาเป็นสายรหัสของเขาได้ 

  

โลกไม่ยุติธรรม 

  

“ว่าไง... ถ้าใช่แล้วทำไมเหรอ” 

  

“ผมขอคืน” ติวเตอร์พูดพร้อมกับเอื้อมมือไปจับโทรศัพท์ตัวเองแต่คนตรงหน้ากลับไม่ยอมปล่อยมือจากโทรศัพท์ของเขา และพอเจ้าตัวออกยื้อ ไฟท์เตอร์ก็ยังไม่มีทีท่าว่ายอมปล่อยอยู่ดี 

  

"พี่ไฟท์” 

  

“เรียกบ่อยจัง” 

  

“ปล่อยโทรศัพท์ผม” 

  

“...” 

  

อ๊ะ มันเป็นจังหวะนั้นเองที่คนอายุมากกว่าขยับใบหน้าเข้ามาใกล้เขามากเกินกว่าปกติ ภาพในหัวตอนริมฝีปากแตะกันมันแว่บขึ้นมาจนเขาสะดุ้ง ยิ่งพอไฟท์เตอร์ขยับเข้ามาใกล้เท่าไหร่ก็กลายเป็นว่าเขาเองนั่นแหละที่เริ่มรู้สึกเกร็ง 

  

แถมไอ้ลมหายใจร้อนๆ ที่รดอยู่ตรงใบหูตอนนี้ก็ยิ่งทำให้เขาทำตัวไม่ถูก 

  

ท้ายที่สุดติวเตอร์จึงทำทำได้แค่ยืนนิ่งๆ เขากลัวว่าถ้าขยับมากกว่านี้ ปลายจมูกโด่งของใครบางคนจะเฉียดเข้าที่แก้มของตัวเอง 

  

“ติวเตอร์” 

  

“อะไรเล่า” 

  

“หึ” เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบาๆ ไฟท์เตอร์อดขำกับท่าทางของคนตรงหน้าไม่ได้ แต่เอาเถอะที่เขามายืนรอเอาโทรศัพท์คืนคนตัวเล็กกว่าก็เพราะมีเรื่องอย่าจะเตือนเจ้าตัว แม้ไม่ได้สำคัญอะไรแต่ก็ไม่อยากให้ใครมารับรู้ว่าเขาเคยเผลอจูบคนตรงหน้าไปครั้งนึง “ถ้ากูรู้ว่ามึงเอาเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนเลี้ยงสายไปบอกคนอื่นละก็...” 

  

“...” 

  

“มึงโดนแน่” 

  

ติวเตอร์ขยับเอียงคอหนีไฟท์เตอร์เพราะรับรู้ได้ถึงริมฝีปากกับปลายจมูกที่เฉียดเข้าตรงใบหู 

  

ลมหายใจร้อนพ่นออกมาอีกรอบเพราะไฟท์เตอร์หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กับท่าทีและสีหน้าหงุดดหงิดของสายรหัส 

  

และเป็นตอนนั้นเองที่ติวเตอร์ขยับหันหน้ามาเผชิญกับไฟท์เตอร์ตรงๆ คนตัวเล็กมีสีหน้าไม่พอใจนักแต่ก็ยังพยายามแสดงออกมาด้วยสายตาท้าทาย 

  

“พูดบ่อยขนาดนี้ ผมว่ามันไม่ปกติแล้วป่ะวะ” 

  

“ที่บอกว่าไม่ปกติเนี่ยคืออะไร” 

  

“...” ติวเตอร์เงียบ 

  

“คิดว่ากูชอบมึงหรือไงเตอร์” 

  

“...” ติวเตอร์ไม่ตอบ แต่สีหน้าที่แสดงออกมาเหมือนท้าทายว่าเป็นเขานั่นแหละที่ชอบติวเตอร์แน่นอน 

  

“ตลก” ไฟท์เตอร์พูดพร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งดันเข้าที่หัวติวเตอร์เต็มแรง ส่วนมือที่เคยยื้อโทรศัพท์อยู่ก็ยอมปล่อยให้เจ้าของเครื่องคืน ก่อนที่เจ้าตัวจะส่ายหัวเบาๆ แล้วเดินเข้าห้องเรียนไป 

  

“เฮ้อออออ” ติวเตอร์ถอนหายใจยาวออกมาอีกรอบ เขารู้แหละว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่คนอย่างไฟท์เตอร์จะมาชอบตัวเอง คนอย่างพี่มันมีทางเลือกเยอะแยะ ขนาดกับหว่าหวายังเลือกที่จะไม่คบเป็นแฟนเลย 

  

แต่ที่ท้าทายพี่มันไปเมื่อกี้เพราะความรู้สึกหมั่นไส้และอยากเอาชนะล้วนๆ จำไม่ได้ว่ากี่ครั้งแล้วที่ติวเตอร์ต้องโดนสายรหัสตัวเองแกล้งแบบนี้ 

  

พอจะหลบเลี่ยงการเจอหน้าทีไรก็โดนหว่าหวาลากให้มาอยู่ด้วยกันตลอดฃ อย่างพรุ่งนี้ที่เป็นวันเกิดหว่าหวา ไฟท์เตอร์ก็น่าจะไม่พลาดงานสำคัญแบบนี้แน่ๆ 

  

เสียงถอนหายใจดังออกมาอีกรอบพร้อมกับติวเตอร์ที่เดินเรื่อยเปื่อยลงบันไดตึกเรียนไป 

  

ในใจเขาตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้ไฟท์เตอร์ติดธุระสักอย่างแล้วไปงานไม่ได้ก็พอ 

  

 

  

ร้านเค้ก XX 

  

“พี่ๆ หวัดดีครับ” ติวเตอร์ผลักประตูเข้ามาในร้านเค้กที่เขาทำงานอยู่พร้อมกับยกมือไหว้พี่พนักงานที่อยู่หลังเคาเตอร์ พี่เก๋ยิ้มทักทายแล้วดันตัวเขาไปหลังร้านเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดยูนิฟอร์มของร้าน 

  

พี่เก๋เคยบอกว่าเขาเหมาะกับชุดของร้านจนถูกเอาไปโปรโมทในเว็บอยู่หลายรอบ แรกๆ ก็ไม่ชินเท่าไหร่เวลามีคนเข้ามาในร้านแล้วแอบถ่ายรูปเขา แต่ช่วงหลังๆ มาก็ไม่ค่อยมีแล้ว 

  

 “กินดีๆ สิน้องสอง ดูพี่หนึ่งเป็นตัวอย่าง” ภาพครอบครัว ครอบครัวหนึ่งกำลังนั่งกินเค้กกันอย่างมีความสุข แม่ที่นั่งข้างลูกชายคนเล็กกำลังเอ็ดลูกให้นั่งกินขนมตรงหน้าดีๆ แน่นอนว่าข้างๆ กันมีพี่สาวคอยบอกและทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ส่วนคนพ่อที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังมองภาพนั้นด้วยสายตาเอ็นดู 

  

ติวเตอร์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกบิดเบี้ยว มันไม่ใช่ว่าไม่ดีหรอก 

  

แต่มันเป็นความคิดถึงในช่วงเวลาที่ได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้ 

  

จริงๆ ตัวเขาเองก็นึกอยากจะไปหาพ่อ แม่ และพี่ต้องตาที่ต่างจังหวัดอยู่เหมือนกัน แต่อีกใจก็อยากทำงานเก็บเงินเอาไว้ เผื่อมีเหตุฉุกเฉินจะได้ช่วยทางนั้นได้บ้าง 

  

คิดถึงแหละ... 

  

มากๆ ด้วย 

  

แต่จะให้ทำยังไงได้ ในเมื่อสิ่งที่สำคัญสำหรับครอบครัวเขาตอนนี้ก็คือ... เงิน 

  

“เตอร์ฝากเก็บโต๊ะสามแล้วเอาขยะหลังร้านไปทิ้งด้วยนะ” 

  

“ครับบบ” ติวเตอร์ละสายตาจากภาพที่กำลังมองอยู่แล้วหันไปยิ้มรับคำสั่งจากพี่คนนึงในร้าน 

  

แม้สิ่งที่แลกมาคืองานที่ค่อนข้างหนัก แต่เพราะมันเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจปฏิเสธหรือเลือกได้ 

  

ช่างเถอะ แค่มีความสุขกับสิ่งที่เป็นก็พอแล้ว 

  

 

  

22.00 

  

“พี่ฝากปิดร้านด้วยนะเตอร์” พี่เก๋ส่งกุญแจร้านให้ติวเตอร์ตอนที่กำลังจะออกจากร้าน 

  

“ได้ครับ เดี๋ยวไงอุปกรณ์กับวัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้ไปทั้งหมด พี่เก๋หักจากเงินเดือนได้เลยนะครับ” 

  

“เฮ้ยไม่ต้องเลยเตอร์ อยากใช้อะไร ใช้ไปเลย แค่นี้เตอร์ก็รับภาระหนักจะตายอยู่แล้ว ยังไงพี่ไปก่อนนะ ฝากปิดร้านด้วยล่ะ” 

  

“ครับ ขอบคุณมากๆ นะครับพี่เก๋” ติวเตอร์ยิ้มให้เจ้าของร้านแล้วเดินไปส่งที่หน้าร้าน ถึงค่อยปิดประตูล็อคแล้วย้อนกลับไปที่ครัว 

  

แต่ก่อนตอนที่บ้านยังไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน ติวเตอร์จะรับหน้าที่เป็นคนทำเค้กวันเกิดให้ทุกคน จริงๆ คือถ้าใครอยากกินก็เป็นเขาเนี่ยแหละที่เป็นคนทำให้ 

  

ไม่ใช่ว่าชอบทำหรอก ไม่เคยคิดจะมาทำอะไรแบบนี้ด้วยซ้ำแต่เพราะถูกขอร้องแกมบังคับจากพี่ต้องตาที่ช่วงหนึ่งเห่อการกินเค้กนั่นแหละ กรรมเลยมาตกที่เขา 

  

แน่นอนว่าตอนแรกติวเตอร์ปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ด้วยความเป็นพี่ต้องสุดท้ายเลยกึ่งลากกึ่งจูงเขาเข้าโรงเรียนทำขนมซะอย่างนั้น แต่พอลองคิดย้อนกลับไป... มันก็ดีแล้วที่พี่ต้องให้เขาไปเรียนเค้กในตอนนั้น 

  

ส่วนหนึ่งเพราะมันสามารถเอาไปใช้ประกอบวิชาชีพได้ในอนาคตได้ แต่อีกส่วนก็เพราะที่พี่เก๋เลือกเขาเข้ามาทำงานที่นี่ในตอนแรกเนื่องจากลูกมือเชฟทำขนมลาออก ถึงตอนนี้เชฟจะไม่ได้ต้องการผู้ช่วยแล้วแต่มันก็รู้สึกขอบคุณที่ตัวเองมีวิชาตรงนี้ติดตัวเสมอ 

  

“เอาล่ะ เริ่มจากตรงไหนก่อนดีนะ” ติวเตอร์พูดพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินไปหยิบอุปกรณ์ทำเค้กออกมาวางที่เคาเตอร์ครัว 

  

ความสุขเล็กๆ จากการได้ทำอะไรที่คุ้นชินในสมัยก่อนมันก็สนุกดีเหมือนกัน ก็ได้แต่หวังว่าคนรับจะมีความสุขไม่ต่างจากคนให้ 

  

 

  

18.30 

  

“ทำไมนานจังวะ” เดย์บ่นไม่เลิก ทั้งๆ ที่เพิ่งกดออดหน้าบ้านหว่าหวาไปแค่สองรอบเองด้วยซ้ำ “พ่อแม่หวาไม่อยู่เหรอ” 

  

“ไม่อ่ะ เห็นหวาบอกว่าไปสัมมนาต่างจังหวัด” 

  

“แล้วเขาชวนใครมาบ้าง ไอ้พี่ไฟท์มาป่ะ” 

  

“ที่คุยล่าสุดเหมือนจะไม่มานะ ส่วนคนที่มาก็น่าจะเป็นพวกเพื่อนๆ ที่คณะหวามากกว่า” 

  

“อ๋อ” เดย์พยักหน้าเข้าใจก่อนจะเอื้อมมือไปกดกริ่งอีกครั้ง แต่กดได้ไม่นานก็มีใครบางคนเดินออกมาจากบ้าน เดย์ทำหน้าอึ้งๆ ไปแป๊บนึงก่อนจะขยับหน้ามากระซิบที่ข้างหูเขา “ไหนมึงบอกว่า...” 

  

“เราเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” 

  

เดย์มีสีหน้าเซ็งๆ ไม่ต่างจากติวเตอร์ที่ถอนหายใจเหนื่อยออกมา เข้าใจแหละว่ามันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่ไฟท์เตอร์จะมางานนี้ ทั้งๆ ที่มีหวังว่าพี่มันจะไม่มาแล้วแท้ๆ 

  

"พี่ไฟท์หวัดดีครับ” เดย์ยกมือไหว้พร้อมกับยิ้มให้คนที่เดินมาเปิดประตู ต่างจากติวเตอร์ที่แค่เงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวสูงกว่าด้วยความรู้สึกไม่พอใจนัก และพอไฟท์เตอร์หันไปสบสายตาเข้า เจ้าตัวก็กวนตีนด้วยการเลิกคิ้วใส่เขา 

  

“ประสาท” ติวเตอร์บ่นออกมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิด พร้อมๆ กับเดินกระแทกไหล่คนตรงหน้าไปทีนึงก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ เดย์ยืนมองอย่างด้วยความรู้สึกงงๆ แต่สุดท้ายก็รีบวิ่งตามติวเตอร์เข้ามา 

  

“มึงไม่ควรไปกระแทกไหล่พี่เขาแบบนั้นนะเตอร์” 

  

“ก็พี่มันขวางทางเรา” 

  

“ขวางก็ขอทางพี่เขาดีๆ ได้” 

  

“ขี้เกียจ” 

  

“มึงนี้น้า โดนกระทืบขึ้นมากูไม่ช่วยนะเว้ย” เสียงบ่นพึมพำของเดย์ดังมาตลอดเส้นทาง เขาฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เพราะคิดว่ามันไม่ได้สำคัญอะไร 

  

“พี่ไฟท์ไม่กล้าทำอะไรแบบนั้นหรอก” ขนาดแค่จะคบกับใครสักคนนึงยังไม่กล้าคบเลย ป๊อดจะตาย 

  

ความคิดเห็น