ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : - 00 -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 39.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ต.ค. 2562 09:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
- 00 -
แบบอักษร

ไฟท์เตอร์ติวเตอร์ 

  

 

  

- Chapter 00 - 

  

  

  

ห้องสมุดเปรียบเหมือนแหล่งรวบรวมความรู้ มันถูกสร้างขึ้นเพื่อให้บุคคลที่สนใจได้เข้ามาค้นหาในสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน แม้ตอนนี้จะมีอินเตอร์เน็ตหรือกูเกิ้ล แต่หนังสือก็ยังจำเป็นสำหรับบางคนอยู่ดี 

  

ติวเตอร์ มักเข้ามาที่นี่เพื่อหลบหลีกความวุ่นวายภายนอก 

  

ยิ่งช่วงที่ไม่มีสอบแบบนี้ ห้องสมุดยิ่งเปรียบเหมือนสมบัติล้ำค่าสำหรับเขา เพราะมันทั้งเงียบ สงบ และรู้สึกปลอดภัย มันไม่มีความวุ่นวายจากภายนอกในแบบที่เขาเห็นแล้วรู้สึกรำคาญ 

  

ต่างจากอีกหลายคนที่เลือกมาหลบมุมในห้องสมุดเพียงเพราะต้องการจะนอนเท่านั้น 

  

เหมือนกันกับ ‘เดย์’ คนตรงหน้าเขาตอนนี้ที่เลือกมาห้องสมุดเพียงเพราะอยากหาที่นอนเท่านั้น 

  

“ทำไมมึงไม่กลับหอวะเตอร์ ไม่มีเรียนแล้วไม่ใช่เหรอ” คนที่นอนฟุบหน้าอยู่ในตอนแรก เงยหน้าถามเขาที่เพิ่งเดินกลับมานั่งที่ตัวเอง “เป็นกูนะกลับไปนอนตีพุงที่ห้องแล้ว” 

  

“รอหวาน่ะ” 

  

“หวาจะมาเหรอ” เดย์ขยับลุกขึ้นด้วยความยินดี มุมปากยิ้มนิดๆ อย่างที่เจ้าตัวปกปิดมันไม่อยู่ 

  

ติวเตอร์พยักหน้าบอก เขาเปิดหนังสือตรงหน้าโดยไม่ได้ใส่ใจว่าคนข้างตัวจะทำหน้าแบบไหน แม้ใจจริงก็รู้แหละว่าคนตรงหน้าคิดแบบไหนกับหว่าหวา 

  

“ว่าแต่หวามาทำไมวะ” 

  

“นัดกันไปกินข้าว เห็นบอกจะไถ่โทษเรื่องที่ผิดนัดครั้งก่อน” 

  

“อ๋อ” เดย์พยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ติวเตอร์บอก ก่อนที่เจ้าตัวจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าศรีษะแล้วมองตรงไปยังติวเตอร์อย่างสงสัย สายตาของเดย์ที่มองตรงมามันมากพอให้เขารู้ตัว ท้ายสุดเลยเลิกคิ้วราวกับถามเพื่อนตัวเองว่ามีอะไร 

  

“ว่า?” 

  

“กูถามอะไรมึงหน่อยได้ป่ะวะ” 

  

“ถามดิ” พูดจบเขาก็ก้มหน้าลงไปดูหนังสือตรงหน้าต่อ 

  

“มึงชอบหว่าหวาหรือเปล่าวะ” คนโดนถามชะงักไปหนึ่งจังหวะ เขาไม่คิดว่าเดย์จะถามคำถามนี้ เพราะสิ่งที่เดย์ถามมันเป็นสิ่งที่เขาเคยถามตัวเองเหมือนกัน แต่ทุกครั้งที่จะหาคำตอบความรู้สึกบางอย่างก็บอกออกมาว่ามันไม่ใช่ 

  

“ทำไมถึงคิดว่าชอบอ่ะ” 

  

“ก็มึงไม่มีแฟน ที่ผ่านมาอยู่แต่กับหว่าหวา ตามใจทุกอย่าง ดูแลก็ดี หวาอยากได้อะไรก็ทำให้หมด จนกูอดคิดไม่ได้ว่าจริงๆ แล้วมึงอาจจะแอบรักเพื่อนตัวเองหรือเปล่า” 

  

“...” ติวเตอร์เงียบเขามองตรงไปยังเบื้องหน้า ในหัวคิดย้อนไปถึงการกระทำที่ตัวเองมีให้หว่าหวาเสมอ สิ่งที่เขาทำให้มันก็แค่อยากทำเท่านั้น ส่วนเรื่องความรู้สึกอย่างที่บอกไปว่าเขาไม่อยากลงรายละเอียดว่ามันเป็นแบบไหน 

  

เพราะสำหรับเขาแล้วการเป็นเพื่อนกับหว่าหวามันคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว 

  

“เงียบไมวะ หรือมึงชอบหวาจริงๆ” 

  

“เปล่า ไม่ได้ชอบ ไม่ได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เดย์เข้าใจหรอกน่า” 

  

“แน่ใจเหรอวะเตอร์” 

  

“อื้อ” 

  

เดย์ยังมองตรงมายังเขาเพื่อจับผิดอยู่แต่สุดท้ายพอติวเตอร์เลิกคิ้วราวกับถามเดย์เลยถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ แทน 

  

“เฮ้อออ เพื่อนที่แสนดีสินะ... แต่ก็ดีแล้วที่มึงไม่ได้ชอบหว่าหวาในรูปแบบนั้น เพราะถ้าชอบขึ้นมาจริงๆ คงเจ็บปวดไม่น้อยเลยว่ะที่เห็นคนที่ตัวเองชอบมีแฟนไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่เคยถูกเลือกสักที” 

  

“...” ก็คงอย่างนั้น 

  

 “ไงพวกมึง คุยอะไรกันอยู่วะ” สายฟ้า... เพื่อนอีกคนในกลุ่มเขาเดินมาหยุดอยู่ที่โต๊ะแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขากับเดย์ 

  

“ก็คุยไปเรื่อยเปื่อยแหละ” เป็นเดย์ที่ตอบคำถาม “ว่าแต่มึงเหอะสายฟ้า ทำไมถึงไม่มาเรียนเช้าวะ กูอุตส่าห์จองที่ไว้ให้” 

  

“โทษทีว่ะ ตื่นสายไปหน่อย” สายฟ้าตอบเดย์ก่อนจะหันหน้ามาทางเขา “แล้วนี่ไม่กลับหอวะ ไม่มีเรียนแล้วไม่ใช่เหรอ หรือมีสอน” 

  

“เปล่าหรอก... มันรอหวาน่ะ” เดย์เป็นคนตอบคำถามอีกครั้ง 

  

“อ่าวเหรอ เออๆ” สายฟ้าพยักหน้าเข้าใจแล้วหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาเล่นเกม 

  

“ว่าแต่มึงเห็นข่าวในเพจคิ้วบอยหรือยังวะสายฟ้า” เดย์เอ่ยปากถามเพื่อนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สายฟ้าทำหน้างงๆ เพราะเจ้าตัวไม่ได้ตามเพจพวกนี้เท่าไหร่ 

  

“ยัง ทำไมอ่ะ” 

  

“ใช่โปรเจ็คของชมรมฟุตบอลที่โคกับเพจ cute ป่ะ” ติวเตอร์ที่นั่งอยู่ข้างกันพูดแทรกขึ้นมา 

  

“เออนั่นแหละ ขนาดคนไม่ค่อยเล่นโซเชียลอย่างไอ้เตอร์ยังรู้เลย มึงนี่เคยรู้อะไรบ้างป่ะเนี่ย” 

  

“อ๋อไอ้โปรเจ็คหาเงินซื้ออุปกรณ์กีฬาให้เด็กๆ ด้อยโอกาสนั่นอ่ะเหรอ กูรู้จากพี่เจแล้ว ทำไมอ่ะ” สายฟ้าเองก็เพิ่งนึกได้ว่าโปรเจ็คของชมรมฟุตบอลปีนี้ทางชมรมเขาโคกับเพจคิ้วบอย 

  

“ก็ไม่ทำไมหรอก กูแค่รู้สึกว่าปีนี้ดูจัดใหญ่จังวะ มีวงมีโหวตอะไรด้วย ทั้งๆ ที่ปกติก็แค่ร้องเพลงกลางสนามบอลได้เงินเท่าไหร่ก็เอาไปซื้ออุปกรณ์กีฬาไม่ใช่เหรอ” 

  

“ก็ปีก่อนๆ คนบริจาคน้อย หักลบต้นทุนแล้วเหลือเงินซื้ออุปกรณ์ได้ไม่เท่าไหร่ พวกพี่เจมันเลยไปปรึกษากับเพจคิ้วล่ะมั้ง พี่ๆ เขาเลยเสนอเรื่องโหวตนี้ขึ้นมา” 

  

“โหวตแบบไหนอ่ะ” ติวเตอร์เองก็ไม่ได้ตามโซเชียลเท่าไหร่ แค่ในแต่ละวันหาเวลาพักผ่อนให้ได้ยังยากเลย 

  

“กูเองก็ไม่รู้” แต่คำตอบที่ได้จากสายฟ้ากลับทำเอาเขาปวดหัวขึ้นมาอีกครั้ง 

  

“สรุปว่ามึงเป็นคนในชมรมฟุตบอลจริงๆ ป่ะเนี่ยยยยไอ้สายฟ้า เคยรู้อะไรกับเขาบ้างป่ะวะ” เดย์อดบ่นเพื่อนสนิทไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าทำไมสายฟ้ามันถึงไม่ค่อยจะสนใจอะไรเท่าไหร่นัก 

  

“แต่เดย์รู้ใช่ป่ะ ว่าโหวตที่สายฟ้าบอกมันเป็นแบบไหน” ติวเตอร์ถามด้วยหน้าตาสงสัย 

  

“ก็อย่างที่ไอ้สายฟ้าบอกแหละว่าชมรมฟุตบอลโคกับเพจคิ้วแต่มันมีเพิ่มตรงโหวตคนให้มาร้องเพลงเล่นกีต้าร์เปิดงานในวันนั้นด้วย โดยจะเลือกคนนอกชมรมหนึ่งคนและคนในชมรมอีกหนึ่งคน” 

  

“อ๋อ” 

  

“แต่มึงก็รู้ว่าเพจคิ้วบอยเป็นเพจผู้ชายเขาเลยโหวตผู้ชายให้มาร้องคู่กัน ซึ่งคนในชมรมคะแนนไอ้สายฟ้าอ่ะนอนมาอยู่แล้วแต่คะแนนคนนอกชมรมเนี่ยแหละที่แม่งอย่างพีค” 

  

“คนนอกชมรมงั้นเหรอ ใครอ่ะ” 

  

“ก็ไอ้ซนไง เพื่อนโรงเรียนเก่ามึงเลย” 

  

“หา ซนเนี่ยนะ” น้ำเสียงติวเตอร์ที่แสดงออกมามันเต็มไปด้วยความแปลกใจ เพราะเขาเองรู้จักนิสัยเพื่อนสมัยมัธยมของตัวเองดีว่าเป็นคนไม่ค่อยอยากยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ เท่าไหร่ เพราะซนเป็นประเภทที่ชอบเก็บตัวและวุ่นวายแค่กับการแต่งนิยายไปวันๆ เท่านั้น 

  

“เออ ไอ้ซนที่เรียนนิเทศอ่ะแหละ” 

  

“แต่สายฟ้ากับซนไม่ถูกกันอ่ะดิ แล้วแบบนี้จะทำงานร่วมกันได้ยังไง” ติวเตอร์พูดจบเดย์ก็พยักหน้าราวกับเข้าใจขึ้นมาทันที 

  

“เออว่ะ นี่คนโหวตเขาจะรู้ป่ะเนี่ย ว่ามึงสองคนไม่ถูกกัน แม่งถ้าได้ขึ้นมาจริงๆ ไม่ตีกันตายห่าหรือไง” 

  

“นั่นดิ” ติวเตอร์เห็นด้วย ก่อนจะเงยหน้ามองเพื่อนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตัวเองอีกรอบ “ถ้าสมมติได้ร่วมงานกันจริงๆ สายฟ้าโอเคป่ะเนี่ย” 

  

“ถามกูเหรอ” 

  

“เออถามมึงนั่นแหละ” เดย์พูดแทรกขึ้นมา 

  

“ถ้าพูดกันตามตรงก็ไม่ได้โอเคนักหรอก ไม่ค่อยอยากทำงานกับมันเท่าไหร่ว่ะ แต่ถ้าต้องทำจริงๆ... กูอ่ะไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ส่วนคนที่ติดปัญหาไม่ใช่ว่าจะเป็นเพื่อนมึงหรอกเหรอเตอร์” 

  

“เราก็คิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้น ดูท่าแล้วไอ้ซนมันคงไม่รับงานนี้หรอกมั้ง” 

  

“รับไม่รับก็ไม่เกี่ยวกับกูอยู่ดี” 

  

“ติวเตอร์!!!” เสียงเรียกจากใครบางคนดังมากพอให้คนที่นั่งอยู่ในห้องสมุดหันมาค้อนและทำตาขวางใส่ 

  

“หวา... เสียงดังไปแล้ว” ติวเตอร์พูดกับหว่าหวาจบเขาก็หันไปผงกหัวขอโทษขอโพยคนที่หันมามองแทนหว่าหวา เพื่อนสนิทเขานั่งลงข้างๆ อย่างรู้สึกผิดที่โดนติวเตอร์ดุ 

  

หว่าหวายู่ปากน่ารักจนติวเตอร์ส่ายหัวให้เพื่อนตัวเองอย่างเหนื่อยใจ 

  

ซึ่งเดย์ที่มองภาพนั้นอยู่ก็อดคิดไม่ได้ว่าติวเตอร์ตามใจหว่าหวามากขนาดนี้ไม่ได้ชอบหว่าหวาจริงดิ 

  

แล้วอีกทางหนึ่งเดย์ก็อดคิดไม่ได้ว่าที่ติวเตอร์ไม่ยอมมีแฟนเป็นเพราะหว่าหวาหรือเปล่า 

  

หวาได้พูดอะไรเพื่อฉุดรั้งเพื่อนเขาเอาไว้ไหม 

  

แต่ช่างเถอะ ก็ในเมื่อติวเตอร์ยืนยันด้วยตัวเองแล้วว่าไม่มีอะไรมากไปกว่าเพื่อนไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกหรือการกระทำต่างๆ เขาก็จะเชื่อมันตามอย่างที่ติวเตอร์บอก 

  

เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าติวเตอร์หรือเดย์จะชอบหว่าหวาแค่ไหน ยังไงคนที่ได้หัวใจหว่าหวาไปก็ไม่ใช่พวกเขาอยู่ดี 

  

“อ่าวพี่ไฟท์” สายฟ้าเอ่ยปากทักคนที่อยู่ด้านหลังติวเตอร์พร้อมๆ กับเดย์ที่หันไปทักทายเหมือนกัน 

  

“หวัดดีพี่” 

  

“ไม่มีเรียนกันแล้วเหรอวะ” ไฟท์เตอร์ถามด้วยน้ำเสียงสบายๆ แม้จะไม่ได้หันไปมอง เขาก็พอจะรับรู้ถึงบรรยากาศที่คนด้านหลังแผ่รังสีออก 

  

ใช่... ติวเตอร์ไม่ชอบไฟท์เตอร์ ไม่ชอบมาตั้งแต่รับน้องวันแรกจนกระทั่งวันนี้ก็ยังรู้สึกไม่ชอบ ไฟท์เตอร์เป็นผู้ชายที่ตัวไม่ได้สูงไปกว่าเขามากนัก จริงๆ ถ้าเทียบกันแล้วก็แค่ไม่กี่เซ็น แต่ไม่รู้ทำไมเวลายืนข้างกันเขามักกลายเป็นคนตัวเล็กไปโดยปริยาย ซึ่งมันไม่ค่อยแฟร์กับเขาเท่าไหร่นัก 

ไฟท์เตอร์มีใบหน้าคมคาย พี่มันที่มักมองมาที่เขาด้วยสายตานิ่งๆ ราวกับหาเรื่องตลอดเวลา 

เอาจริงติวเตอร์เองก็ไม่ได้คิดจะไปวุ่นวายอะไรนักหรอก แต่ปัญหาที่ทำให้ชีวิตเขาต้องมาวนเวียนยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้เพราะไฟท์เตอร์เป็นพี่รหัสและก็เป็นคนที่หว่าหวากำลังคบอยู่ตอนนี้ 

  

“ผมกับไอ้เดย์มีพี่ ส่วนไอ้เตอร์ไม่มีแล้ว” 

  

ไฟท์พยักหน้าแล้วขยับนั่งลงข้างๆ หว่าหวา 

  

“คิดว่าเราจะไปกันแค่สองคนซะอีก” ติวเตอร์เอ่ยปากถามหว่าหวาที่มีสีหน้ารู้สึกผิด เพราะตอนแรกที่ตกลงกับหว่าหวาคือมีแค่เขากับเธอเท่านั้น 

  

“ขอโทษ” 

  

“...” ติวเตอร์ไม่ตอบแค่เลิกคิ้วถามคนที่เพิ่งเอ่ยปากขอโทษเขา 

  

 “เตอร์อ่ะ หวาก็แค่คิดว่าถ้าไปกินหลายๆ คนน่าจะอร่อยกว่า นี่ถ้าไม่ติดว่าเดย์กับสายฟ้ามีเรียน หวาก็จะชวนทั้งคู่ไปเหมือนกันแหละ เพราะงั้นให้พี่ไฟท์ไปด้วยเถอะนะ” 

  

“...” 

  

“น้าเตอร์” น้ำเสียงหว่าหวาอ้อนขึ้นมาอีกระดับ “ให้พี่ไฟท์ไปกินด้วยเถอะ... นะ” 

  

“อืม... อยากไปก็ไป” 

  

“เย้” 

  

“แต่เราไม่ไปนะ” ติวเตอร์ปฏิเสธแล้วหันไปหยิบเอกสารและชีทเรียนของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะยัดเข้ากระเป๋า 

  

“อ่าว” 

  

 “จริงๆ เรามีงานที่ยังทำไม่เสร็จอยู่เหมือนกัน ว่าจะกลับไปทำต่อ” 

  

“เตอร์... งอนหวาป่ะเนี่ย” 

  

“เปล่างอน” 

  

“ถ้าไม่งอนก็ไปกินกันสามคนเถอะนะ เนี่ยไปกินอาหารญี่ปุ่นอย่างที่เตอร์ชอบก็ได้ เดี๋ยวให้พี่ไฟท์เลี้ยง” 

  

“เรามีงานที่ต้องกลับไปทำให้เสร็จจริงๆ นี่ถ้าไม่ติดว่านัดหวาไว้เราก็คงกลับหอแล้ว” 

  

“พูดแบบนี้หวายิ่งรู้สึกผิด” 

  

“จะรู้สึกผิดทำไมล่ะหวา เรามีงานจริงๆ” 

  

“จริงนะ” 

  

“อืม” 

  

“โอเคๆ เอางั้นก็ได้” หว่าหวายอมในที่สุด “แต่ถ้าเตอร์จะกลับหอ ให้พี่ไฟท์ไปส่งนะ” 

  

“เฮ้ยไม่ต้อง...” 

  

“ห้ามปฏิเสธ เอาตามนี้แหละ ไถ่โทษที่หวาผิดนัดหลายรอบ” หว่าหวามัดมือชกเสร็จก็ทำท่าจะลุกขึ้นยืนแต่เหมือนเจ้าตัวจะนึกบางอย่างได้ก่อน “เออพี่ไฟท์ ไหนบอกว่าจะคุยกับเตอร์เรื่องงานเลี้ยงสายรหัสไม่ใช่เหรอคะ” 

  

ติวเตอร์ขมวดคิ้วก่อนจะมองเลยหว่าหวาไปยังคนที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ คนถูกมองเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วสบตาด้วยใบหน้านิ่งๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่มันจะพูดอะไร แต่สายตาที่ใช้มองกันมันทำให้เขารู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ 

  

“งานเลี้ยงสายรอบนี้พี่บัณฑิตเขาอยากให้ทุกคนไป... ใครไม่ไปไม่ได้” ติวเตอร์กลอกตาเบาๆ เมื่อได้ยินประโยคเมื่อกี้ออกจากปากไฟท์เตอร์ เพราะปกติแล้วคนที่ไปงานเลี้ยงสายตลอดก็คือเขา และคนที่ไม่ไปก็ผู้ชายตรงหน้าเสียมากกว่า 

  

“พี่บอกตัวเองก่อนเถอะ เพราะผมไปทุกปีอยู่แล้ว” ติวเตอร์ตอบกลับไปด้วยเสียงนิ่งๆ ไม่ต่างกัน 

  

บรรยากาศจากคนทั้งคู่ทำเอาคนรอบตัวเริ่มรับรู้ถึงอะไรบางอย่างที่มันไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ท้ายที่สุดก็เป็นหว่าหวาที่รีบพูดบางอย่างขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง 

  

“สรุปว่าเตอร์ก็ไปด้วยสินะ ดีจัง หวาจะได้มีเพื่อน” 

  

“อ่าว นี่หวาจะไปด้วยงั้นเหรอ” 

  

“อื้อ พี่ไฟท์ชวน หวาไปด้วยกันได้ใช่ไหมอ่ะ” 

  

“ไปได้” ติวเตอร์พยักหน้าบอก “แต่ปีนี้เรายังไม่แน่ใจว่าจะได้ไปหรือเปล่านะ เหมือนจะติดงาน” 

  

“มีสอนงั้นเหรอ” 

  

“อื้อ...” ติวเตอร์พยักหน้าบอกเพื่อนสมัยเด็กเบาๆ 

  

“แย่จัง... ถ้าเตอร์ไม่ไป หวาก็ไม่มีเพื่อนอ่ะดิ” น้ำเสียงหว่าหวาดูสลดลงอย่างเห็นได้ชัด แน่นอนว่าทั้งน้ำเสียงและหน้าเศร้าๆ ของเธอทำเอาใครบางคนที่นั่งอยู่ด้วยกันพูดแทรกขึ้นมาแทบจะทันที 

  

“แต่สอนพิเศษก็เลื่อนได้ไม่ใช่เหรอวะ” ซึ่งคนที่พูดแทรกเข้ามาก็คือเดย์ “คราวก่อนกูยังเห็นมึงเลื่อนสอนอยู่เลย” 

  

“เลื่อนได้จริงเหรอเตอร์” สีหน้าหว่าหวาที่แสดงออกมาดูมีความหวังจนเขาแทบอยากจะหันไปเขกกระโหลกเดย์เสียเดี๋ยวนั้น “ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะหวาเข้าใจอยู่” 

  

“มึงก็ไปเป็นเพื่อนหวาหน่อยดิวะเตอร์ เขารู้จักมึงแค่คนเดียวเนี่ย” เดย์พูดสำทับมาอีกรอบ ส่วนหว่าหวาแม้จะไม่พูดกดดันอะไรแต่แค่สีหน้ากับสายตาอ้อนๆ ที่ส่งมาให้ก็มากพอให้เขาใจอ่อนอยู่ดี 

  

“เออๆ ไปก็ได้” 

  

“เย้ เตอร์น่ารักที่สุดเลย งั้นเรากลับกันเลยเถอะ หวาหิวแล้ว” 

  

“อืม” ติวเตอร์พยักหน้าเบาๆ แล้วหันไปหยิบกระเป๋าตัวเองก่อนจะลุกขึ้น เขาหันไปบอกลาสายฟ้ากับเดย์ก่อนจะเดินตามไฟท์และหว่าหวาออกจากห้องสมุดไป 

  

ระหว่างทางที่จะไปยังลานจอดรถ จู่ๆ หว่าหวาก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน ตอนแรกก็คิดว่าจะรออยู่หน้าห้องน้ำนั่นแหละ แต่เจ้าตัวไม่ยอม บอกให้เขาทั้งคู่มานั่งรออยู่ในรถ ซึ่งบรรยากาศในรถตอนนี้ไม่มีทั้งเสียงเพลงหรือเสียงพูดคุยของเขากับเจ้าของรถด้วยซ้ำ พี่ไฟท์แค่นั่นเคาะนิ้วลงบนพวงมาลัยด้วยจังหวะที่หงุดหงิด ในขณะที่เขาก็แค่ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ในมือ 

  

“เดือนหน้าวันเกิดหวา” ใครบางคนที่นั่งอยู่เบาะหน้าเอ่ยปากขึ้นท่ามกลางความเงียบ ไฟท์เตอร์มองหน้าติวเตอร์ผ่านกระจกหลังด้วยสายตาเรียบเฉย “มึงพอจะรู้ป่ะว่าหวาชอบอะไร” 

  

นี่พี่มันถามจริงๆ หรือต้องการจะกวนตีนเขากันแน่วะ 

  

“...” 

  

“เงียบทำไม กูถามว่าหวาชอบอะไรมึงไม่ได้ยินเหรอ” 

  

“ได้ยิน” 

  

“แล้วทำไมไม่ตอบ” 

  

“ก็ผมไม่คิดว่าพี่จะไม่รู้” 

  

“นี่กูจำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องของหวาเลยรึไงวะ” 

  

“ก็พี่เป็นแฟนเขา ไม่รู้มันก็ไม่ใช่เรื่องป่ะ” 

  

“...” 

  

“ทั้งๆ ที่อยู่กับเพื่อนเราเกือบทุกวันแต่ดันไม่เคยสังเกตว่าเขาชอบอะไร คนเราถ้าหัดใส่ใจกันสักนิดมันต้องรู้ดิว่าแฟนเราชอบอะไร ไม่ใช่แบบนี้” นอกจากคำพูดที่บ่งบอกว่าติวเตอร์กำลังรำคาญเจ้าของรถแล้ว สีหน้าของเจ้าตัวยังแสดงอาการไม่พอใจเป็นอย่างมาก จนไฟท์ที่ตอนแรกกะว่าจะถามดีๆ กลับกลายเป็นตอนนี้เริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาซะอย่างนั้น 

  

 “นี่ไอ้เตอร์กูก็แค่ถามดีๆ ทำไมต้องตอบกวนตีนกูด้วยวะ” 

  

“ผมเปล่าตอบกวนตีน ผมก็แค่พูดความจริง แต่พี่แม่ง...” 

  

“กูทำไม?!!” 

  

“ก็พี่!!” 

  

แกร๊ก 

  

ประตูข้างคนขับถูกเปิดออกพร้อมกับใครบางคนที่สอดตัวเข้ามานั่งในรถ 

  

“ขอโทษที่ให้รอนะคะ พอดีคนเข้าห้องน้ำเยอะมาก” 

  

หว่าหวาเข้ามาก็รีบขอโทษขอโพยทั้งเขาและไฟท์ แต่อาจเพราะบรรยากาศที่คุกกรุ่นมันเลยทำให้เธอรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติไป 

  

“ตีกันอีกแล้วเหรอ” 

  

“...” 

  

“เงียบแบบนี้แสดงว่าใช่สินะ” หว่าหวาถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ “ตีกันมาจะสองปีแล้ว ไม่เบื่อบ้างเหรอคะ นี่ขนาดหวาพยายามหาทางให้ทั้งคู่มาเจอหน้ากันบ่อยๆ แทนที่มันจะดีขึ้น สนิทกันมากขึ้น แต่ทำไมกลับยิ่งแย่ลงแบบนี้อ่ะ” 

  

ถึงแม้หว่าหวาจะบ่นมากมายแค่ไหนทั้งไฟท์เตอร์และติวเตอร์ก็ยังไม่ตอบคำถามเธออยู่ดี โดยเฉพาะคนที่เป็นเจ้าของรถอย่างไฟท์เตอร์ เขาไม่ได้ใส่ใจด้วยซ้ำว่าเธอพูดอะไรออกมาบ้าง เพราตอนนี้เจ้าตัวดูจะสนใจกับการขับรถออกจากลานจอดรถมากกว่า 

  

หว่าหวาถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ ไม่ต่างจากติวเตอร์ที่หันหน้าออกไปนอกหน้าต่างแล้วมองผู้คนที่อยู่ข้างทางด้วยใจเหม่อลอย 

  

ไม่ใช่ติวเตอร์ไม่รู้ เขารู้ตลอดแหละว่าหว่าหวาพยายามจะสานสัมพันธ์ให้เขากับพี่ไฟท์เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าตอนนี้ ซึ่งสำหรับเขามองว่ามันยากเต็มทีเพราะที่ผ่านเรื่องราวของเขากับพี่มันเป็นเหมือนเส้นขนานไม่มีวันบรรจบ ทั้งไม่ชอบขี้หน้าและไม่ถูกชะตาตั้งแต่วันแรกที่รับน้อง จนถึงวันนี้ก็ยังรู้สึกแบบนั้น 

  

แต่นั่นแหละ... โชคชะตามักเล่นตลกอยู่เสมอ ติวเตอร์จำได้ว่ามันเกิดขึ้นหลังจากที่เขาเรียกหว่าหวามาเอาของที่ใต้คณะ วันนั้นพี่ไฟท์เดินผ่านมาเห็นพอดี ช่วงจังหวะที่สบตากัน รอยยิ้มเล็กๆ ของไฟท์เตอร์ผุดขึ้นที่ริมฝีปาก ในตอนนั้นเขารับรู้ได้แทบจะทันทีด้วยซ้ำว่ากำลังจะมีเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นในไม่ช้า 

  

และใช่เขาเดาถูก... เพราะไม่กี่อาทิตย์หลังจากนั้นหว่าหวาก็พาพี่ไฟท์มาแนะนำในฐานะคนที่กำลังคุยๆ กัน แน่นอนว่าการที่สองคนนั้นจะตกลงคบกันหรือคุยกันมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาอยู่แล้ว แต่ที่มันน่าอึดอัดก็เพราะหว่าหวาพยายามทำทุกทางให้เขากับไฟท์เตอร์สนิทกันมากขึ้น... แต่เอาเถอะ เพราะถึงแม้จะอึดอัดและไม่ชอบขี้หน้า ‘คนๆ นั้น’ มากแค่ไหน เขาก็ไม่ค่อยอยากขัดใจหว่าหวาสักเท่าไหร่ เพราะรายนั้นถ้าได้โกรธใครขึ้นมาก็ยากมากที่จะทำให้เย็นลง 

  

ความคิดเห็น