ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 100 แกไม่ใช่คน

ชื่อตอน : บทที่ 100 แกไม่ใช่คน

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 432

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2562 11:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 100 แกไม่ใช่คน
แบบอักษร

  จูไฉ่หงยกชามโจ๊กกลับเข้าไปในครัวนานแล้ว ตอนเธอยกโจ๊กร้อนๆมาให้จูอี้หลงเธอไม่ได้เดินเข้าไปในห้องด้วยซ้ำ แค่แง้มประตูที่ไม่ได้ล็อคไว้แล้วก็ปิดมันลง ยืนทำสีหน้าบูดบึ้งอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเดินกลับไปในครัว ที่ห้องนั่งเล่นเสี่ยวหลาน จางฟง หลินชิงหูกำลังนั่งกินของว่างกับเบียร์กันอยู่ หลินชิงหูสังเกตเห็นสีหน้าของเธอจึงลุกเดินตามมาในครัว 

  "อะไรอีกล่ะ" เขาถาม จูไฉ่หงส่ายหัวเป็นคำตอบ ระยะหลังๆนี่ ดูเหมือนเธอจะพูดน้อยลง ออกความเห็นน้อยลง เอาแต่ทำงานเหมือนจูอี้หลงไม่มีผิด 

  "เล่นเกมส์บนเตียงกันอีกล่ะสิ" หลินชิงหูทาย 

  "เขาเพิ่งกินยานอนหลับเข้าไปจนหมดขวดนะ... " น้ำเสียงจูไฉ่หงฟังดูเหมือนเธอเหนื่อยจนหมดแรง 

  "ช่างเขาเถอะน่า เราคิดแทนเขาไม่ได้หรอก" 

  "นี่เขายอมทะเลาะกับเผิงเหล่าซือเพื่อ... อะไร... แบบนี้เหรอ"  

  "คนเรารัก คนเราชอบ ไม่เหมือนกัน อย่าเอาความคิดเธอไปเป็นมาตรฐานตัดสินคนอื่นสิ" 

  "นี่พี่กำลังพูดให้ฉันฟัง หรือพี่กำลังปลอบใจตัวเองอยู่" จูไฉ่หงย้อนถาม หลินชิงหูไม่ตอบ  

  "ฉันจะอยู่ในครัวนี่แหละ พี่ไปกินอะไรกับพวกนั้นเถอะ" จูไฉ่หงหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้อย่างคนหมดแรง 

  "แล้วคอยเตือนพวกเขาด้วยล่ะ เดี๋ยวก็ตกเครื่องกันหมด" จูไฉ่หงตะโกนตามหลังหลินชิงหูมา ....  

  ไป๋อวี่มีอีเว้นท์ที่เซี่ยงไฮ้ เขาก็แค่แวะมาหาจูอี้หลงก่อนจะไปขึ้นเครื่อง คงกะจะมากินข้าวแล้วพูดคุยกันตามประสา .... ไม่นึกว่าจะมีเรื่องแบบนี้.... 

... 

 

  สักพักใหญ่ๆหลินชิงหูก็เดินกลับเข้ามาในครัว เห็นจูไฉ่หงยังนั่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน มือถือโทรศัพท์ยกแนบหูไว้ พอเห็นหลินชิงหูเธอก็ถอนใจ ลดโทรศัพท์ลงวางบนเค้าเตอร์ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอกำลังพยายามโทรหาเผิงกวนอิง... 

  "เธอยกโจ๊กไปให้เขาเถอะ"  

  "พวกนั้นล่ะ" 

  "ไปกันแล้ว.... กว่าไป๋เหล่าซือจะยอมเปิดประตูออกมา ... แต่คงไม่ถึงกับตกเครื่องหรอก"  

  จูไฉ่หงเปิดเตาอุ่นโจ๊กในหม้อ หลินชิงหูพิงก้นเข้ากับเค้าเตอร์ 

  "ดูเหมือนจูเหล่าซือจะไม่ได้เล่าเรื่องที่บ้านให้ไป๋เหล่าซือฟัง" 

  "เรื่องอะไร?" จูไฉ่หงหันหน้ามาถาม... 

... 

 

  หลินชิงหูเป็นทุกข์กับอาการเศร้าซึมยามอยู่ลำพังของจูอี้หลง กับโรคนอนไม่หลับของเขา เขาฉวยโอกาศตอนที่ต้องเข้าๆออกๆปักกิ่งเพื่อประสานงานเรื่องสัญญาที่จูอี้หลงจะต้องเซ็น ติดต่อไปทางไจ๋เทียนหลิน  

  กรณีเรื่องการคัดลอกผลงานทางวิชาการทำให้ไจ๋เทียนหลินโดนยกเลิกงานหลายรายการ เขาเลยมีเวลาอยู่บ้าน หลินชิงหูได้ทีบุกถึงบ้านนักแสดงมากฝีมือผู้เป็นพี่ใหญ่ของก๊วนหลงกวนเทียน 

  บทสนทนาที่ห้วนๆตามนิสัยของไจ๋เทียนหลินช่วยให้ความกระจ่างกับหลินชินหู ตอนแรกไจ๋เทียนหลินก็ไม่ได้ยึกยักปิดบังอะไร เขาคงเห็นว่าแค่ปัญหาของตัวเขาเองก็ยากจะรับมือแล้ว จะให้มารับมือกับปัญหาของคนอื่นอีก... เขาคงไม่คิดจะหาเรื่องใส่ตัว 

  จูอี้หลงมีปัญหากับที่บ้านเพราะเรื่องไป๋อวี่.... ห๊ะ หลินชิงหูอุทาน เขาบอกที่บ้านแล้วเรอะ? ....เออ ทำเอาแม่เข้าโรงพยาบาล น้องชายตัดขาดไม่อยากเห็นหน้า แถมยังโดนพ่อสั่งให้ขนของออกจากบ้านอย่าได้กลับไปอีก แบบนี้เรียกว่ามีปัญหากับทางบ้านมั้ย.... อ้อ แล้วก็ไม่ใช่จูอี้หลงหรอกนะที่บอกเรื่องนี้ แต่เป็นหานอวี้น้องสะใภ้ของเขา ที่พยายามติดต่อจูอี้หลงแต่เขาไม่ยอมคุยด้วย เธอหมดหนทางเลยนึกถึงไจ๋เทียนหลินคนที่น่าจะเป็นคนที่จูอี้หลงเคารพรักที่สุดคนหนึ่งขึ้นมาได้.... 

 

  "ทำไม ...เผิงเหล่าซือไม่ช่วยพูดให้..." หลินชิงหูกังขา 

  "เคยไปพูดเกริ่นๆให้แล้วมั้ง... " ... อ้อ.. หลินชิงหูพยักหน้ารับ คงจะเป็นตอนนั้น ที่เผิงกวนแวะหาจูอี้หลงก่อนที่จะไปแวะทักท้ายพ่อแม่ของเขา... 

  "ขนของออกจากบ้านมาไว้นี่ ไม่กล้าไปหาเหล่าเผิงเหมือนเคย ...กลัวเหล่าไป๋เข้าใจผิด เขาว่างั้น ...คุณมาก็ดีแล้ว ขนไอ้กระเป๋าพวกนั้นไปที" ไจ๋เทียนหลินชี้มือไปที่กระเป๋าสามใบเขื่องข้างประตู ที่คราวก่อนจูอี้หลงลากแต่ใบที่เล็กที่สุดติดมือไป 

  "แล้ว เอ่อ ... ทำไมเผิงเหล่าซือ... เอ่อ.... ทำเหมือน... ทะเลาะกับจูเหล่าซือเลยละครับ" 

  "ก็ทะเลาะกันจริงๆแหละ ไม่ใช่ดูเหมือน" 

  "เรื่องอะไร.... เหรอครับ?" 

  "ไปถามกันเอง เรื่องส่วนตัวเขา ผมไม่สดวกจะพูด .... อยู่กับอาหลงมาตั้งนาน เดาเองไม่ได้หรือไง" ไจ๋เทียนหลินสะบัดหน้าจบคำพูดแล้วเดินไปลากกระเป๋าออกมาจากข้างฝา ตอนนี้เขาเริ่มมีเรื่องที่อยากจะปิดบังแล้ว หลินชิงหูรีบเข้าไปช่วยลากกระเป๋า แล้วพูดเสียงอ่อย 

  "ผมกลัวจะเดาผิด" ... 

  "เฮ้อ ก็จริงอ่ะนะ มันคงเดายากหน่อย .... ซับซ้อนซ่อนเงื่อนซะเจ้าตัวเค้าเองก็คงจะอธิบายไม่ได้.... มันถึงได้ผะอืดผะอมจนมองหน้ากันไม่ติดทั้งสองฝ่ายไง.." 

  "จูเหล่าซือคงจะไม่ได้รู้สึกกับเผิงเหล่าซือแบบเดียวกับที่รู้สึกกับไป๋เหล่าซือกระมังครับ" หลินชิงหูลองหยั่งเชิงดู ... ก็ ทุกครั้งที่เจอกัน จะเป็นทางจูเหล่าซือที่ดูดีใจมากกว่า ...จะเป็นเขาที่เป็นฝ่ายเดินเข้าหาก่อน จะเป็นเขาที่จะโผเข้าหาอ้อมแขนนั้นก่อน... จะเป็นเขาที่เหวี่ยง ทำหน้างอให้อีกฝ่ายง้อ....นี่นา 

  "อย่ามาหลอกถามผม" ไจ๋เทียนหลินแยกเขี้ยวให้  

  "ก็ไจ๋เหล่าซือบอกเองว่า เผิงเหล่าซือช่วยไปเกริ่นๆเรื่องไป๋เหล่าซือให้ที่บ้านจูเหล่าซือรู้.... เอ่อ นี่จะทำให้จูเหล่าซือน้อยใจไหมครับ ก็ ... แบบว่า ... มันเหมือนกับคนที่เราชอบพยายามจะผลักไสเราไปให้คนอื่น... ?" หลินชิงหูยังไม่ยอมถอย    

  ไจ๋เทียนหลินชะงัก ยืดตัวขึ้นจากกระเป๋าที่เขากำลังก้มผลักมันให้หันล้อตรงกับประตู เขาขมวดคิ้วเหมือนคิดอะไรอยู่ .... เออ มันก็อาจจะจริงแฮะ...?? 

  "ไม่ต้องเดาแล้ว เดาไปก็ปวดหัว" เขาโบกมือ เหมือนไล่ความคิดออกจากสมองตัวเองมากว่าที่จะโบกห้ามหลินชิงหู  

  ตอนนั้นหลินชิงหูแค่ได้ความกระจ่างเรื่องที่บ้านของจูอี้หลง แต่เขากลับรู้เพียงแค่เผิงกวนอิงกับจูอี้หลงทะเลาะกันแต่ไม่รู้สาเหตุของการทะเลาะเบาะแว้ง แต่มันต้องเป็นอะไรที่รุนแรงมากๆ ไม่งั้นโดราเอม่อนที่ไม่เคยละเลยเสียงร้องเรียกของโนบิตะจะทำตัวเหมือนกับว่าไม่เคยมีตัวตนอยู่ได้ยังไง 

... 

... 

  ทุกทีเวลาไปหาจูอี้หลง ไป๋อวี่จะมีท่าทางดีใจทั้งขาไปขากลับ แต่คราวนี้เขากลับเดินลงเครื่องมาแบบหน้างอตาขวาง จางฟงสะกิดเสี่ยวหลานให้เธอเตือนไป๋อวี่ เสี่ยวหลานคนตรงก็ว่าซื่อๆ .... อวี่เกอใส่แว่นใส่มาสก์ซะ หน้าเกอเหมือนกำลังจะไปฆ่าใคร ... ไป๋อวี่หันมาทำตาขวางใส่เสี่ยวหลาน ก่อนจะไปลงที่จางฟง 

  "ติดต่อได้ยัง .... นายทำอะไรอยู่ ทำไมไม่โทร" ...จางฟงรีบล้วงโทรศัพท์ออกมาเปิดเครื่อง กดโทรออกหาเผิงกวนอิง ....โธ่... คุณพี่คร้าบ เพิ่งเดินพ้นงวงช้างมาไม่ถึงห้านาที .... แล้วจางฟงก็ต้องสะดุ้ง 

  "มีอะไร" เสียงเผิงกวนอิงฟังดูหอบๆ จางฟงตะครุบโทรศัพท์ก่อนที่มันจะหลุดมือ กำลังจะตะโกนเรียกไป๋อวี่ที่เดินลิ่วไม่รอใครไปข้างหน้า แต่ก็เปลี่ยนใจเสียก่อน เขาชะลอฝีเท้าลง ชำเลืองมองรอบๆ ไม่มีใครสนใจใคร ต่างก็รีบเดินเหมือนกำลังแข่งเดินเร็วกันอยู่ 

  "ทำไมเกอปิดโทรศัพท์" 

  "ก็เปิดนี่แล้วไง นักข่าวโทรเข้ามาไม่หยุด" เผิงกวนอิงอธิบาย 

  "เรื่องไจ๋เกอ?" จางฟงเดา 

  "จะเรื่องอะไรอีกล่ะ .... นายมีอะไร โทรมาตั้งไม่รู้กี่สาย" เผิงกวนอิงเห็นแล้วว่ามีสายเรียกเข้าหลายสายทั้งจากจางฟงและจูไฉ่หง เขาแค่ไม่อยากจะรับ แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเลือกรับสายของจางฟง 

  "มีอะไรก็รีบพูด พี่อยู่กองถ่าย เดี๋ยวยังต้องเข้าฉากอีก วิ่งไล่กันจนไส้จะกระฉอกออกปากอยู่นี่แล้ว... เทคตั้งไม่รู้กี่เที่ยว" เผิงกวนอิงหยุดพูด กระดกขวดน้ำขึ้นซดด้วยความกระหาย 

  "จูเหล่าซือกลืนยานอนหลับเข้าไปทั้งขวด" เสียงสำลักปนเสียงไอดังมาเป็นคำตอบ จางฟงย่นคอ เผิงกวนอิงพูดกรอกโทรศัพท์ทั้งๆที่ยังสำลัก *#*###!! ฟังไม่เป็นภาษามนุษย์ จางฟงรีบขอโทษ ไม่นึกว่าเผิงกวนอิงจะตกใจขนาดนั้น 

  "ไม่เป็นไร เขาไม่เป็นไร พี่" จางฟงรีบบอก 

  "ทำไม ดูแลกันยังไง ไอ้ผู้จัดการพวกนั้น มันไปตายที่ไหนหมด" เผิงกวนอิงตะคอกใส่โทรศัพท์ เขางุ่นง่านหมุนไปมา มือที่ว่างอยู่ทั้งเสยผมทั้งดึงทึ้งผมที่เปียกเพราะเหงื่อ ขวดที่หลุดจากมือนอนเคเก้ปล่อยให้น้ำไหลออกมานองพื้นหินอ่อน 

  "ไป๋เหล่าซือไปถึงพอดี เลยช่วยกันกับคุณหลิน พอจูเหล่าซืออาเจียน เขาก็โอเคแล้ว" จางฟงอธิบาย ชื่อไป๋เหล่าซือทำให้เผิงกวนอิงได้สติ เขาสูดหายใจลึกๆสามสี่ครั้ง บอกตัวเองว่า ไม่เกี่ยวกับนาย ไม่เกี่ยวกับนาย อย่าได้เสือกเชียว เผิงกวนอิง... 

  "ทำไมเขาถึงมียานอนหลับเป็นขวด" น้ำเสียงเขาสงบลงเยอะ 

  "ได้ยินว่าระยะนี้พี่เขานอนไม่หลับ ต้องอาศัยยาช่วย" 

  "แล้วไป๋เหล่าซือล่ะ เขาไม่ได้แวะไปหาจูเหล่าซือบ้างเหรอ" 

  "ไปสิพี่ ถึงจะมีเวลาให้เจอหน้าไม่ถึงชั่วโมงเขาก็จะไป ไปเองคนเดียวแบบไม่มีใครตามไปประกบ เขาก็ทำมาแล้ว ทำเอาวุ่นไปหมด ที่จู่ๆตอนเช้าตื่นขึ้นมาเจอว่าเขาหายไปไหนก็ไม่รู้ตั้งแต่กลางดึก แล้วสายหน่อยก็โทรมาบอกว่าเดี๋ยวเจอกันที่งานเลย ทำเอาพี่ถังผมร่วงเป็นกระบิๆเลย" จางฟงได้ที บ่นไป๋อวี่เสียยาวเหยียด 

  "แล้วทำไมจูเหล่าซือถึงยังนอนไม่หลับ" 

  "มันเกี่ยวกันด้วยเหรอ" จางฟงงง  

  เผิงกวนอิงกลอกตาขึ้นข้างบน .... เกี่ยวสิวะ ... เกี่ยวสิวะ... เขาเริ่มงุ่นง่านอีก 

  "ไป๋เหล่าซืออยากคุยกับพี่" จางฟงบอก สาวเท้าเดินเร็วขึ้น กะจะไปยื่นโทรศัพท์ให้ไป๋อวี่ 

  "ดี พี่ก็อยากคุยด้วยพอดี" เผิงกวนอิงรับคำ ก่อนจะชะงัก 

  "แต่ตอนนี้ยังคุยไม่ได้ ... เด็กมาเรียกแล้ว พี่ต้องถ่ายต่อ ... เสร็จแล้วจะโทรมา" เผิงกวนอิงรีบกดวางสาย เขาคงยังคุยอะไรกับไป๋อวี่ไม่ได้ ถ้าเขาไม่รู้เรื่องว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ 

  เผิงกวนอิงดูเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ จะตีห้าแล้ว ยังไงก็จะต้องปิดกองก่อนแสงจะจับขอบฟ้า เขาเดินไปชะโงกดูถนนหน้าตึก พอเห็นว่ายังเคลียร์กันไม่เสร็จ เขาก็กดโทรหาจูไฉ่หง ป่านนี้ก็น่าจะตื่นกันแล้วกระมัง ... เขาเองยังไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ 

  จูไฉ่หงรับโทรศัพท์ตั้งแต่เสียงตู๊ดแรก... 

 

 "เผิงเหล่าซือ" เธอขานชื่อเขาทันที ราวกับว่าเธอนั่งจ้องโทรศัพท์รอให้เขาโทรมาอยู่ แล้วเธอก็ปล่อยโฮ เผิงกวนอิงปล่อยให้เธอร้องไห้ไป นักแสดงในความดูแลกลืนยานอนหลับเข้าไปทั้งขวด เป็นใคร ใครก็ช็อค ยังดีที่เขารู้แล้วว่าจูอี้หลงปลอดภัยดี ทำให้เขาสงบลงได้บ้าง พอเสียงสะอื้นเริ่มขาดช่วง เผิงกวนอิงก็เอ่ยปาก 

  "จางฟงโทรมาเล่าให้ฟังแล้ว.... อาหลงกินยานอนหลับเข้าไปหมดขวด" เขายกมือชี้ใส่เหลยลี่ที่กำลังเดินเข้ามาหา ทำสัญญาณมือบอกให้ถอยไปไกลๆ เหลยลี่ชี้มือกลับไปที่ถนน ทำสัญญาณบอกให้รู้ว่าจะถ่ายต่อแล้ว เผิงกวนอิงผงกหัวว่าเข้าใจแต่ก็ยังโบกมือไล่เขา กำลังจะบอกจูไฉ่หงว่าเดี๋ยวจะโทรกลับมา ก็พอดีจูไฉ่หงสะอื้นฮักฮักขึ้นมาอีก 

  "เขาเป็นถึงขนาดนั้นแล้ว ทำไมยังต้องทำร้ายกันอีก... ทำไม"  

  "มีอะไร ใครทำร้ายใคร" เผิงกวนอิงยืนตัวแข็ง 

  "ไป๋เหล่าซือ ... เขาบีบคอจูเหล่าซือจนตอนนี้แทบจะพูดไม่ได้ ไม่มีเสียง" 

  "หา?" 

  "แล้วยัง แล้วยัง....." จูไฉ่หงพูดไม่ออก เธอกลืนก้อนสะอื้นลงท้อง แล้วพยายามพูดทีละคำ 

  "พี่หลิน บอก... ว่ามี รอย ....บุหรี่จี้ด้วย..." เผิงกวนอิงแข็งไปทั้งตัว แม้แต่ลิ้นก็แข็งคับปากจนหายใจไม่ออก 

  "พี่หลินบอก เหมือน เหมือน..." เธอปล่อยโฮอีกแล้ว จูไฉ่หง เรนโบว์วูแม่นผู้แสนจะแข็งแกร่งคนนั้นหายไปแล้ว เธอกลายเป็นพี่สาวที่คับข้องใจ เธอกลายเป็นแม่ที่ทุรนทุรายเพราะลูกชายถูกทำร้าย 

  "เหมือนอะไร..." เสียงของเผิงกวนอิงเบาหวิว 

  "ข่ม ขืน เหมือน ... ดะ โดน... " เผิงกวนอิงไม่ได้ฟังเธอพูดจนจบ มือก็อ่อนจนโทรศัพท์ร่วง รู้สึดปวดหัวจนต้องยกสองมือขึ้นกุม เขาทรุดฮวบลง หูอื้อ  

  เหลยลี่ตะโกนฉิบหายแล้วก่อนจะพุ่งขึ้นบันไดหินอ่อนหน้าตึก ปราดเข้าหาคนที่ทรุดลงคุกเข่ากับพื้น เผิงกวนอิงมีค่าตับค่อนข้างสูง แถมหมอยังบอกให้ระวังอาการหน้ามืดเพราะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ หมู่นี้เขาเครียดมาก ดื่มทุกวัน พักผ่อนก็น้อย ไม่ได้ออกกำลังกายสม่ำเสมออีก หัวใจสูบฉีดเอาเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ เกิดอาการวูบได้ง่ายๆ 

  เผิงกวนอิงพยายามจะยืนขึ้น ....ฉัน...ถนอมของฉันไว้ ไม่กล้าจะทำให้เขาเปรอะเปื้อนแม้แต่เส้นผม ... แกย่ำยีหัวใจของฉัน... ไป๋อวี่ แกไม่ใช่คน ... เผิงกวนอิงเดินลงลานบันไดหน้าตึกไปยืนบนผิวถนน เห็นคนที่ยืนอยู่ใต้เครนยกบูมตะโกนเรียก เขาเดินตรงเข้าไปหา สายตาจับจ้องไปที่กล้องตัวใหญ่ ในหูไม่ได้ยินเสียงอะไร เหมือนกำลังเดินอยู่ในทะเลลึก....  

  เหลยลี่ถลาเข้าหาร่างสูงใหญ่ที่ทรุดลงทั้งตัวเพราะสติขาดผล็อยทั้งๆที่กำลังเดินอยู่ ....เขาทำได้เพียงแค่ใช้ทักษะของนักกีฬาวอลเลย์บอลสไลด์เอาท่อนแขนเข้ารับศรีษะของเผิงกวนอิงไว้ไม่ให้ฟาดพื้น 

... 

  .... ลานขาดเสียแล้ว... จูอี้หลง นาฬิกาของคุณ ลานขาดแล้ว ... 

... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว