facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2558 22:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่8
แบบอักษร

แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม้านสีขาวเข้ามาให้รู้ว่าเช้าแล้ว

ด้วยความเคยชินมือบางกวาดไปตามที่นอนฝั่งที่ร่างแกร่งนอนหลับอยู่ข้างๆตน    แต่กับพบเพียงความว่างเปล่า

 

ทิวค่อยๆยันกายขึ้นและกวาดสายตาไปรอบๆห้องนอนแต่ก็ไม่พบร่างของอีกคน

           //ชิ   ช่างมันสิ   มันจะไปตายที่ไหรก็เรื่องของมัน//   ทิวคิดในใจพลางค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง    แต่สายตากับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นนึงเขียนอะไรบ้างอย่างทิ้งไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง

เมื่อลุกจากเตียงเสร็จทิวก็เดินตรงไปที่กระดาษแผ่นนั้นทันที    ทิวหยิบกระดาษที่มีข้อความจากวายุเขียนทิ้งไว้ให้เขาเนื่องจากตอนวายุออกไปทิวยังหลับอยู่เลยไม่อยากปลุก

 

           'ไอ้ทิวกูต้องไปทำงานที่ฮ่องกงอาทิตย์กว่า   ในระหว่างที่กูไม่อยู่กูให้มึงกลับบ้านได้   แต่ต้องโทรมารายงานกูทุกสามเวลาห้ามขาด   ไม่งั้นกูกลับไปมึงอย่างหวังจะได้เห็นเดือนเห็นตะวันเลย' 

 

           "ชิ   ไปแล้วยังมีหน้ามาเขียนข้อความขู่กูอีก   คิดว่าคนอย่างไอ้ทิวเนี่ยจะทำตามมึงหรอ   หึหึ"

           

           ไรท์-(ทิวจะไม่ทำชิมิ_*_)

           ทิว-(ทำ!!!.  ขืนขัดมันนะ ตูก็ตายดิไรท์×∆×)

 

   กรืด~กรืด~

 

หลังจากที่ทิวอาบน้ำแต่งตัวเสร็จกำลังจะออกจากห้องก็มีเสียงโทนศัพท์ดังขึ้นมา

ทิวหยิบโทนศัพท์เครื่องหรูในกระเป๋ากางเกงออกมาดูก็พบว่าเป็นชื่อวายุที่เมมชื่อใส่เครื่องทิวว่า...'ผัวมึง'

พอทิวเห็นชื่อที่วายุเมมไว้หน้าก็เริ่มถอดสีแดงระเรื่องโดยไม่รู้ตัว

           //เชี่ย!   ใครผัวกู   แล้ว...กูจะกดรับสายดีมั้ยวะ//   ทิวคิดในใจ

           //แต่ถ้ากูรับก็แสดงว่ากูกลัวมัน...งั้นไม่รับดีกว่า//   ทิวคิดในใจอีกครั้งและเมื่อได้คำตอบก็เดินออกจากห้องไปจนโทนศัพท์ดับไป    

 

   ติ้ง~

 

เมื่อเข้ามาอยู่ในลิฟต์เสียงโทนศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้งแต่ความนี้มันทำให้ทิวรู้สึกใจไม่ค่อยดียังไงไม่รู้    ยิ่งนึกถึงข้อความที่วายุเขียนสั่งไว้ยิ่งทำให้หวาดหวันเข้าไปอีก

           //เชี่ยเอ้ย.  ถ้าหากกูไม่รับแล้วมันทำอย่างที่เขียนไว้ขึ้นมาจริงๆจะทำไงเนี่ย//   ทิวคิดในใจอีกครั้งเพราะเขารู้ว่าวายุต้องทำอย่างที่เขียนไว้จริงๆแน่

 

   กรืด~กรืด~

 

เมื่อเสียงโทนศัพท์ดังมาเป็นรอบที่สามทิวจึงจำใจเลื้อนนิ้วเรียวรับสายจากคนที่กำลังหงุดหงิดมากในตอนนี้

           "ฮะ ฮันโหล"   ทิวกรอกเสียงลงไปพยายามไม่ให้มันสั่นมาก

           "ทำไมมึงไม่รับโทนศัพท์กู"   เสียงปรายสายถามเสียงเข้ม

           "กะ   กูอาบน้ำอยู่   มึงจะให้กูแก้ผ้าวิ่งออกมารับโทนศัพท์มึงรึไง"   ทิวโกหกกลับ

           "เออ   ถ้ากูรู้ว่ามึงจงใจไม่รับโทนศัพท์กูเมื่อไหร่นะ...มึงเจ็บ!!!"   วายุสถบออกมาด้วยอารมณ์หงุดหงิดที่ทิวมารับสายเขาช้า

           "เออๆ   กูรู้แล้ว"   ทิวตอบกลับ    

           "..."

           "..."

เมื่อสิ่นการสนทนาทั้งสองฝ่ายต่างคนต่างเงียบจนเริ่มอึดอัด

           "เอ่อ   กูจะไปแต่งตัวแล้วนะ"   ทิวโกหกอีกครั้งเพื่อทำลายบรรยากาศหน้าอึดอัดของทั้งสองฝ่าย

           "..."   วายุไม่ตอบอะไรเอาแต่เงียบ

           "วายุ..."   ทิวเรียกชื่อคนปราบสาย

           "กู   กูจะว่างแล้วนะ   จะรีบไปใส่เสื้อผ้า"

           "อืม..."

วายุตอบแค่นั้นและว่างสายไป    ส่วนทางทิวที่พอวายุว่างสายไปก็ถอนหายใจแบบโล่งอก    แต่ในความโลงอกใจกับเต้นไม่เป็นจังหวะแค่ได้ยินเสียงคนที่โทรมาเท่านั้นเขาก็ใจเต้นงั้นหรอเนี่ย(?)

           //นี่กูเป็นอะไรวะ   จะใจเต้นแรงทำมั้ย   กูกะมันไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย//   เมื่อสิ่นสุดความคิดทิวก็หน้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัด

 

หลังจากออกมาจากคอนโดของวายุทิวก็มุ่งหน้ากลับบ้านทันที

 

 

 

ฮ่องกง

 

หลังจากวางสายจากทิวแล้ววายุก็รู้สึกโลงอกอย่างบอกไม่ถูก    คงเพราะเขาเป็นห่วงว่าคนร่างบางจะเป็นอะไร

ตอนที่ทิวไม่รับสายเขา    เขาเป็นห่วงมากกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคนในห้อง    แต่เมื่อได้ยินเสียงแล้วก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

 

วายุนั่งยิ้มอยู่คนเดียวในห้องทำงาน    เนื่องจากวันนี้อารมณ์เป็นพิเศษ

 

   ก็อก~ก็อก

 

ในระหว่างที่วายุกำลังเริ่มต้นทำงานก็มีเสียงเคราะประตูห้องทำงานให้คนในห้องต้องเงยหน้าขึ้นมองก่อนตอบรับ

           "เชิญ..."   วายุตอบแค่นั้นคนที่อยู่ข้างนอกก็เข้ามาทันที    เมื่อประตูห้องทำงานเปิดก็ปราฎชายร่างโปร่งหน้าสวยที่มีชื่อว่าหลิวฟาที่กลับมาจากเมื่อไทยก่อนวายุเนื่องจากมีงานด่วนเข้ามา

           "ฉันคิดว่าถ้าไม่มีงานด่วนนายจะไม่มาฮ่องกง   ใช่มั้ย"   หลิวฟาถามด้วยน้ำเสียงเหน็บๆ

           "อะไรกัน   ทำไมนายพูดแบบนั้นหละ   ฉันเนี่ยนะจะไม่กลับบ้านตัวเอง"   วายุพูดด้วยน้ำเสียงติดขำ

           "...ก็นายหลงเด็กคนนั้นอยู่ไม่ใช่หรอ"   คำพูดของหลงฟาทำให้วายุที่กำลังอ่านเอกสารหยุดชะงักลงแล้วเงยหน้ามามองหลงฟาที่ยืนจ้องหน้าเขาก่อนอยู่แล้ว

           "ทำไมนายถึงคิดอย่างนั้น"   วายุถามออกไป

           "ก็ไม่รู้สิ   ฉันไม่เคยเห็นนายยุ่งวุ่นวายกับเด็กคนไหนเลยเท่าเด็กคนนี้"   หลิงฟาเอ่ยบอก

ซึ่งมันทำให้วายุชะงักไปคู่นึง

           "หึ   ฉันก็แค่ทำไปเพราะความสนุก"   วายุสถบขำในรำคอพร้อมเอ่ยอย่างไม่ใยดีต่อคนที่ถูกพูดถึง

หลิวฟาจ้องหน้าวายุสักพักก่อนเอ่ยให้สติวายุ

           "ก็ดีแล้วที่นายเห็นเด็กคนนั้นเป็นแค่ของเล่น   เพราะถ้านายเห็นเป็นอื่นไปมากกว่านี้พวกมันอาจจะแว้งมากัดนายที่หลังได้นะ"   หลิวฟาบอกกับวายุเพื่อไม่ให้วายุลืมจุดประสงที่แท้จริงก่อนห้องทั้งห้องจะตกอยู่ในความเงียบสงบ

 

 

 

เมืองไทย

 

พอทิวมาถึงบ้านก็รีบเดินขึ้นห้องเพราะกลัวป๊าที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นจะเห็น...แต่ไม่ทันซะแล้ว

ชายสูงวันเห็นหลังลูกชายคนเล็กแว็บๆก็รีบเรียกไว้ทันที

            "ทิว"   เสียงผู้เป็นพ่อเอ่ยเรียก

ถึงทิวจะไม่อยากเจอหน้าตอนนี้แต่เห็นทีคงต้องทำใจ    ทิวหมุนตัวหันกลับมาพะเชิญหน้ากับผู้เป็นพ่อแล้วค่อยๆเดินลงบันใดมาที่ห้องนั่งเล่น

           "ครับป๊า"   ทิวตอบรับเมื่อมาถึงหน้าผู้เป็นพ่อ

           "แกไปทำอะไรที่ไหนมา   ทำไมถึงไม่กลับบ้าน"   ผู้เป็นพ่อยิงคำถามใส่ลูกชายที่พึ่งกลับบ้านวันนี้

           "ผม...ผมไป"   ทิวอ่ำอึ่งอยู่สักพักก่อนตอบ

           "ผมไปอยู่บ้านไอ้กิ่งมาครับป๊า"   ทิวรีบบอกชื่อเพื่อนรักทันทีเพราะคิดออกอยู่ชื่อเดียว

           "..."   ผู้เป็นพ่อเงียบไม่ตอบอะไรถึงทำให้ทิวรู้สึกใจหวิวๆยังไงชอบกร

           "จะไปอยู่กับไอ้กิ่งได้ไง   ในเมื่อพี่พึ่งเจอกิ่งที่อเมริกา"   เสียงของชายหนุ่มผู้มาใหม่เอ่ยขึ้น    ทิวจึงหันไปมองตามเสียง

           "พี่อิฐ!"

ความคิดเห็น