facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Regain Control : Part 13 [50%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.1k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ค. 2562 23:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Regain Control : Part 13 [50%]
แบบอักษร

13

คำเตือน : ตอนนี้หน่วงนะ ทุกคนไหวมั้ย

 

แม้เลียมจะกลับไปแล้วแต่ในใจมาคัสไม่ได้สงบลงเลยสักนิด

สองคนนั้นจะทำอะไรกันหรือเปล่า หรือโยฮันแค่หาทางเอาคืนเขาเฉยๆ ช่วงเวลาชั่วโมงกว่าๆ ภายในห้องปิดตายพวกเขาทำอะไรได้บ้าง ยิ่งคิด ในอกยิ่งบีบรัดจนเจ็บ ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ใช่มาคัสอย่างทุกทีเลย

คนถูกปล่อยทิ้งไว้กลางห้องโถงเดินตัวลอยกลับห้องของตัวเอง แม้ลูอิสอยากเดินตามไปด้วยก็รู้ว่าเวลานี้คงไม่เหมาะ เจ้านายคงต้องการเวลาคิดทบทวนด้วยตัวเอง อีกอย่างถึงตามไปเขาก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก ทำได้เพียงมองตามด้วยสายตาเป็นห่วงเท่านั้น

ร่างโปร่งทิ้งตัวลงปลายเตียงช้าๆ ตอนนี้คำถามที่กำลังกระเด้งกระดอนอยู่ในใจกระแทกเขาซ้ำๆ คือความรู้สึกที่เป็นอยู่ตอนนี้คืออะไร

หวง?

ทำไมต้องหวง ในเมื่อไม่ได้รู้สึกอะไร 

...ไม่เคยเลยต่างหาก มาคัสไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร

แล้วหวงใครล่ะ?

คำถามนี้มาคัสตอบตัวเองได้ทันที ยิ่งได้ยินเสียงสะท้อนด้วยชื่อนั้นในหัว คนสับสนยิ่งลนลานเข้าไปใหญ่

ไม่มีทาง! ไม่มีทาง!!

จะเป็นไปได้อย่างไร ทำไมต้องหวงคนพรรค์นั้นด้วย 

ถ้าไม่ได้หวงแล้วทำไมถึงโกรธเลียม?

คนที่เคยฉลาดเป็นกรดยกมือขึ้นกุมขมับที่ปวดจนแทบระเบิด ยิ่งคิดยิ่งตอกย้ำว่าเขาอ่อนหัดเรื่องแบบนี้ขนาดไหน จนสุดท้ายก็ทิ้งร่างลงนอนแผ่หลาอย่างอ่อนแรง

พอที

เลิกคิดได้แล้ว หากเป็นปกติเขาคงสลัดเรื่องแบบนี้ทิ้งได้ภายในสองวินาที แทบไม่เสียเวลาคิดด้วยซ้ำ ครั้งนี้ก็แค่ทำแบบเดิม 

ทิ้งไปมาคัส... ก็แค่ทิ้งไป

ลืมมันซะ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลประโยชน์อะไรกับตัวนายเลย ก็แค่โยฮันนอนกับเลียม...

โยฮันนอนกับเลียม....!!

"โอ๊ยยยยยยยย" มือคว้าหมอนบนเตียงเขวี้ยงออกไปโดยแรง หวังในเรื่องบ้าๆ ในหัวลอยตามออกไปด้วยแต่ก็ไม่ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย

แม้ว่าจะนอนพลิกกลับไปกลับมาอีกหลายตลบก็ไม่สามารถดับความร้อนรนกระวนกระวายได้เสียที

 

คืนนั้นทั้งคืนมาคัสนอนหลับไม่สนิท ครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่อย่างนั้น จวบจนเมื่อยามแสงตะวันเยี่ยมเยือนท้องฟ้าเจ้าตัวจึงตัดสินใจออกมาหาอะไรดื่มให้สมองโล่ง ในขณะที่กำลังชงกาแฟอยู่นั่นเอง เสียงใครบางคนเดินเข้ามาดังขึ้น มือที่กำลังยกแก้วขึ้นดื่มชะงักค้าง

ดวงตาสีอ่อนเหลือบมองร่างสูงในชุดสูทเนี้ยบอย่างทุกที ใบหน้าเรียบเฉยเป็นปกติแม้ว่าตอนนี้จะยังเช้าอยู่มากก็ตาม ซึ่งทำให้คิดได้สองอย่าง

หนึ่ง เขามีงานเร่งด่วน

สอง เขารีบออกไปทำงานเช้าขนาดนี้เพราะรู้ว่ามาคัสยังไม่ตื่นแน่ๆ

ซึ่งเจ้าตัวก็กลัวเหลือเกินว่าจะเป็นอย่างหลัง 

ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันด้วยความลังเลใจ มองเจ้าของห้องเดินหยิบของอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบเห็นว่ากาแฟในเครื่องที่เขาชงไว้ยังมีเหลืออยู่ เหตุการณ์เหมือนโลกพลิกตะแคงกลับด้านจึงเกิดขึ้น เมื่อมาคัสรินกาแฟอีกแก้วให้ใครบางคน

ไม่รู้เป็นเพราะอารมณ์ไม่มั่นคงจากเรื่องเมื่อวานหรือเปล่า วันนี้จึงอยากเห็นว่าคนที่คอยเจ้ากี้เจ้าการกันยังเป็นเหมือนเดิม 

แต่ทว่า ยังไม่ทันที่มาคัสจะได้เอ่ยปากบอกถึงกาแฟ ใครคนนั้นกลับเดินผ่านหน้าเขาไป ออกจากห้องราวกับไม่เห็นกัน เฉียดทั้งที่ห่างเพียงไม่กี่ก้าว ...โดยไม่ชายตาแล

ดวงตาสีอ่อนไหววูบด้วยอารมณ์ไม่มั่นคง อารมณ์โกรธพลันแล่นขึ้นสู่สมอง ตวัดมือเพียงครั้งเดียวแก้วกาแฟใบน้อยทั้งสองใบก็ล่วงลงสู่พื้นดังเพล้ง แตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อยเต็มพื้น

กระทั่งน้ำร้อนหกกระเซ็นลงบนหลังเท้าเกือบครึ่งมาคัสยังไม่สนใจ

เวลานี้เจ็บตรงไหนก็ไม่เจ็บเท่าในอกอีกแล้ว

ลมหายใจฮึดฮัดด้วยความกรุ่นโกรธ ทั้งไม่ได้นอน ทั้งสภาวะไม่ปกติทางด้านอารมณ์ส่งผลให้ในสมองตื้อไปหมด คิดอะไรไม่ออกสักนิด ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะโวยวาย เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน เขาย่อมไม่เข้าใจว่าต้องหาทางออกอย่างไร 

มาคัสต้องการที่ปรึกษา ...แต่ใครล่ะ?

ใครที่เขาจะพูดคุยเรื่องนี้ด้วยได้อย่างเปิดใจ

ลูอิส? ตัดไปได้เลย หมอนั่นอยู่กับเขามาตลอด ไม่เคยเห็นมีใครสักที กับเลียมยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้ใหญ่ เพราะเหตุผลอะไรรู้ดีอยู่แล้ว

ตอนนั้นเองที่อยู่ๆ ในหัวกลับปรากฏใบหน้าของใครคนหนึ่งขึ้นมา

"นายก็รู้ว่าโลกสีเทาใบนี้ความรักมันไม่มีจริง”

นี่คือสิ่งที่เขาบอกควินตันในวันนั้น แต่ดอกไม้ในสวนเอเดนเขาของบัดนี้ถูกคนอื่นเด็ดไปเชยชมเสียแล้ว

ควินตันบอกว่าสิ่งนั้นคือ...ความรัก

ร่างโปร่งชาวาบไปทั้งตัว

รัก...งั้นหรือ?

มาคัสอยู่ห่างไกลจากคำนั้นยิ่งกว่าพระอาทิตย์กับพระจันทร์เสียอีก จะเป็นไปได้อย่างไร

ร่างโปร่งตัดสินใจเดินกลับเข้าห้องตัวเองอีกครั้ง อาบน้ำเพื่อหวังให้ความเย็นเรียกสติกลับมา เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบและคว้ากุญแจรถติดมือมาด้วย

เวลานี้ยังเช้าอยู่มาก หากรีบออกเดินทางคงไปถึงทันก่อนมืด

เจ้าตัวไม่เสียเวลาหาเที่ยวบินด้วยซ้ำ ไม่ได้ต่อสายหาลูกน้องคนสนิทเหมือนเคย ทำเพียงกำกุญแจรถไว้แน่นและเดินออกจากห้องมาเท่านั้นเอง

ทั้งที่คิดหาวิธีเตรียมรับมือกับคนของโยฮันไว้แล้ว แต่ครั้งนี้กลับไม่มีใครขวางหรือเข้ามาถามอะไรสักคำ ทางสะดวกจนกระทั่งมาคัสเดินมาถึงรถส่วนตัวคันหรู

ได้แต่พึมพำเบาๆ ย้ำความทรงจำ

"จะไปไหนก็ไป...สินะ"

เสียงล้อบดพื้นลานจอดรถดังลั่นเสียดหูจนพนักงานในบริเวณนั้นตกอกตกใจวิ่งออกมาดู แต่กว่าจะรู้ว่าใครเป็นคนขับรถคันหรูก็แล่นออกไปแล้วด้วยความรวดเร็ว

มือสองข้างกำพวงมาลัยแน่น ดวงตาเพ่งมองถนนตรงหน้านิ่ง หยุดความคิดในหัวที่พันกันยุ่งเหยิง เขาจำเป็นต้องเรียบเรียงมันให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอีกครั้ง หากอยากถึงเป้าหมายด้วยความปลอดภัย

...ดีทรอยต์

 

เกือบสิบชั่วโมงบนท้องถนนที่ขับด้วยตัวคนเดียวทั้งที่เพิ่งอดหลับอดนอนมา บัดนี้ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำด้วยความเหนื่อยล้า อยากแวะจอดนอนเสียข้างทางให้รู้แล้วรู้รอดหลายทีแต่ก็ต้องแข็งใจไว้ แวะเพียงเข้าห้องน้ำและหาอะไรดื่มให้ตื่นตัวเท่านั้น กระทั่งบุหรี่ที่ห่างหายไปนานมาคัสยังหยิบขึ้นมาสูบ 

ยืนพิงด้านข้างรถปล่อยควันสีขาวฟุ้งกระจาย นิโคตินช่วยให้จิตใจสงบ แต่มาคัสรู้ดีว่ามันไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ถูกกดข่มให้อยู่ลึกลงไปเท่านั้น

หลังจากจัดการความคิดของตัวเองในรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ของวันเรียบร้อยก็กลับขึ้นรถอีกครั้ง

อีกไม่ไกลแล้ว อีกแค่นิดเดียว

เฝ้าบอกตัวเองอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเห็นป้ายยินดีต้อนรับไกลๆ ในที่สุดก็ถึงเสียที พร้อมกับความมืดมิดที่กำลังกลืนกินแสงสว่างสุดท้ายของวัน

มาคัสคลำเส้นทางตามป้าย พลางจอดถามผู้คนบนถนนไปเป็นระยะ จนความกว้างของถนนแคบลงเรื่อยๆ กระทั่งรถจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าร้านสักร้านหนึ่ง ซึ่งเวลานี้หน้าร้านปิดไฟไปแล้ว

เดินวนรอบอยู่ไม่นานก็เจอประตูบานเล็กที่คงเชื่อมไปยังบ้านของเจ้าของ

มาคัสเคาะประตูแรงๆ สามครั้ง รอฟังเสียงขลุกขลักจากด้านใน จนแว่วได้ยินเสียงร้องถามอันคุ้นเคย

"ใคร"

"ฉันเอง" 

ด้านในเงียบไปครู่หนึ่งทั้งที่มาคัสรู้ดีว่าใครคนนั้นอยู่หลังบานประตูแล้วแน่ๆ เขาพยายามนึกถึงใบหน้าเหลอหลาที่ควินตันกำลังทำอยู่ตอนนี้จนอดยิ้มบางออกมาไม่ได้

"จะให้ยืนบริจาคเลือดตรงนี้อีกนานแค่ไหน เปิดสักทีเถอะน่า"

บานประตูเปิดผลัวะออกมาทันควัน ก่อนร้องทักเสียงดังเมื่อเห็นหน้าผู้มาเยือนชัดๆ

“มาคัส!” 

เจ้าของชื่อเพียงส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เช่นเคย

“มาได้ยังไง” เจ้าของบ้านยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูกเมื่ออยู่ๆ เขาก็โผล่มาปรากฏตัวแบบนี้ แน่ล่ะ หลังจากเรื่องราววุ่นวายต่างๆ นานา เขาก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย มีเพียงข่าวคราวที่ได้ฟังจากดีแลนที่ทำให้รู้ว่ามาคัสยังสบายดี

"ขับรถมาสิถามได้"

"ขับรถ!? จากแมนฮัตตันมาถึงที่นี่เนี่ยนะ บ้าหรือเปล่า!"

จะว่าไปเมื่อลองคิดย้อนดูแล้วมันก็บ้าจริงๆ นั่นแหละ ระยะทางตั้งขนาดนั้น 

"หรือว่ามีอะไรเกิดขึ้น" ไม่ถามเปล่าเมื่อเจ้าตัวชะโงกหน้ามองข้ามไหล่เขากวาดตามองโดยรอบอย่างตื่นตัว "ฉันรู้มาว่ามีคนตามหานาย แต่มันก็พักหนึ่งแล้วนะ หรือว่าคนพวกนั้นยังไม่เลิกราอีก"

แววกังวลเจือปนอยู่ในน้ำเสียงยิ่งทำให้มาคัสหุบรอยยิ้มไม่ลงเสียที 

"ใจคอจะให้ยืนคุยกันอยู่ตรงนี้จริงๆ เหรอ"

คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ายังไม่ได้เชิญแขกเข้าบ้านรีบเบี่ยงตัวหลบ และปิดประตูตามหลังด้วยความรวดเร็ว เพราะการที่อยู่ๆ มาคัสมาปรากฏตัวที่นี่ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่

“แค่อยากหาที่เงียบๆ คิดอะไรหน่อย ไม่มีอะไรหรอก” 

มาคัสกวาดตามองโดยรอบด้วยความสนใจ ส่วนนี้คงเป็นโซนห้องนั่งเล่นของตัวบ้าน ไม่ได้ใหญ่โตกว้างขวางเหมือนอย่างบ้านเขาแต่กลับมีกลิ่นอายบางอย่างที่บ้านเขาไม่มี แม้จะไม่เห็นตัวใครอีกคน แต่เครื่องเรือนหลายอย่างเป็นคู่ ทำให้รู้ว่าเขามีตัวตนอยู่ 

ทำให้รู้สึกว่าที่นี่คือ...บ้าน

“หมอนั่นไม่อยู่หรือไง” 

“ออกไปซื้อของ เดี๋ยวคงกลับ” 

“แย่จริง ออกไปนานๆ หน่อยก็ดีสิ”

คำพูดหยอกล้อทำให้ได้รับแววตาทิ่มแทงกลับมา ในขณะยื่นแก้วน้ำดื่มส่งให้

“นายควรโทรบอกฉันก่อนที่จะมา”

“ฉันมีเบอร์ติดต่อนายที่ไหน อีกอย่างบอกก่อนก็ไม่เรียกว่าเซอร์ไพรส์สิ”

“ดีแลนคงไม่ค่อยชอบเซอร์ไพสร์ของนายเท่าไหร่ แต่โยฮันมีเบอร์ติดต่อกับดีแลนอยู่แล้วนี่ ทำไมไม่ถามจากเขาล่ะ"

คิวเรียวขมวดยุ่งทันทีเมื่อได้ยินชื่อที่ไม่อยากได้ยิน ในตอนนั้นเองที่ควินตันมีเวลาสังเกตเพื่อนเก่าของเขาอย่างจริงจังเสียที รีบปรี่เข้ามาจับตัวมาคัสเพื่อดูใกล้ๆ

"นายดู... แย่ชะมัด เหมือนคนไม่ได้นอนมาเป็นอาทิตย์เลย"

แค่ไม่ได้นอนคืนเดียวทำให้เขาดูแย่จนควินตันเป็นห่วงมากขนาดนั้นเลยหรือไง 

"คืนนี้ฉันนอนที่นี่ได้หรือเปล่า ขี้เกียจออกไปหาโรงแรมที่อื่นแล้ว" 

มาคัสเมินคำถามที่แสดงความห่วงใยนั้น ทำเป็นเดินสำรวจไปรอบๆ และทิ้งตัวลงบนโซฟา ยามเมื่อร่างกายสัมผัสความอ่อนนุ่ม อาการเหนื่อยล้าก็พุ่งจู่โจมไปตามร่างกายอย่างรวดเร็ว

เหนื่อยจริงๆ เพิ่งเคยรู้สึกเหนื่อยขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลย

แทบฝืนลืมตาต่อไปไม่ไหวแล้ว 

"ฉันไม่ใช่เจ้าของบ้าน นายต้องถามดีแลน... มาคัส เฮ้! มาคัส!!" เสียงควินตันเหมือนลอยมาจากที่ไกลๆ ร่างกายปฏิเสธการรับรู้ไม่ว่าจะทางใดทั้งสิ้น ก่อนความมืดมิดจะค่อยๆ กลืนกินสติเขาทีละนิดจนมืดดำ

...

 

เพราะความเมื่อยขบทำให้ร่างโปร่งพลิกกายหาพื้นที่ที่นอนสบายมากที่สุด แต่กลับพบว่าอะไรก็ตามที่เขานอนอยู่แคบมากเหลือเกิน มือคว้าสะเปะสะปะหวังควานหาความอ่อนนุ่มบนเตียงกว้าง แต่ด้านข้างกลับว่างเปล่าแถมยังเกือบกลิ้งตกลงมาอีกด้วย

ดวงตาสีอ่อนลืมขึ้นมองความมืดมิดตรงหน้าด้วยอาการงุนงง ก่อนความคิดจะค่อยๆเรียงตัว

อ้อ... ตอนนี้เขาอยู่ที่ดีทรอยต์ และกำลังนอนอยู่บนโซฟาในบ้านของดีแลน คนที่เขายิงเกือบปางตาย 

คนนอนทอดถอนใจยาวเหยียด

ยกนาฬิกาขึ้นมองใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นเวลากลางดึกแล้ว บนตัวเขามีผ้าห่มผืนหนาที่ควินตันคงจัดการให้ แขกผู้ไม่ได้รับเชิญจึงขยับตัวลงนอนตามสบายอีครั้ง เขาไม่เรื่องมากเรื่องที่นอนหรอก แต่โซฟาก็ออกจะแคบไปเสียหน่อย อย่างน้อยก็ควรปลุกเขาไปนอนในห้องรับแขกดีๆ สิ

อาการแสบท้องเกิดขึ้นเป็นระยะแต่มาคัสไม่รู้สึกอยากอาหารสักนิด จะว่าไปวันนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเขาเลย นอกจากกาแฟแก้วเมื่อเช้าที่ดื่มไปเพียงอึกเดียว นึกมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกได้ถึงอาการปวดแสบปวดร้อนที่หลังเท้า

ยาไม่ได้ทา แทบเหยียบคันเร่งมาตลอดทั้งวันมันคงระบม

ป่านนี้... จะเป็นยังไงบ้างนะ

จะรู้แล้วหรือยังว่าเขาหายไป

แต่ใครคนนั้นอาจไม่สนใจก็ได้ ในเมื่อเป็นฝ่ายเอ่ยปากไล่เขาเอง

ประโยคที่ไม่รู้ว่าคนพูดตั้งใจจะสื่ออย่างไร แต่คนฟังตีความหลายได้แบบนี้

แต่น่าแปลกที่ระยะทางหกร้อยกว่าไมล์ ทำให้จิตใจสงบลง

ในตอนที่กำลังจ้องเพดานนิ่งอยู่นั่นเอง หูแว่วได้ยินเสียงเปิดประตูเบาๆ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าก่อนร่างคุ้นตาจะเดินมาหยุดอยู่ข้างโซฟา เห็นเป็นเงาตะคุ่มๆ

"แต่งตัวแบบนี้ออกมา ตั้งใจจะยั่วกันหรือเปล่าเนี่ย" 

มาคัสเหล่มองเสื้อโอเว่อร์ไซส์ที่ควินตันใส่อยู่ด้วยสายตาหยอกล้อ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่เสื้อของเจ้าตัวหรอก แถมข้างล่างยังมองไม่เห็นอีกต่างหากว่าใส่อะไรอยู่หรือเปล่าทำไมเจ้าของถึงยอมปล่อยให้ออกมาทั้งสภาพแบบนี้

"นึกว่าหลับอยู่ แค่จะออกมาดูว่าหนาวตายไปหรือยัง"

"ผ้าห่มหนาขนาดนี้จะหนาวตายได้ไง"

มาคัสดันตัวลุกขึ้นนั่งเพื่อเว้นที่ว่างให้ควินตันนั่งข้างกัน

"หมอนั่นว่าอะไรหรือเปล่าที่ฉันมา"

ใบหน้าหล่อเหลาพยักพเยิดหน้าไปทางห้องที่ควินตันเพิ่งเดินออกมา มาคัสได้ยินเสียงบ่นอุบอิบในลำคอควินตันแต่ฟังไม่เข้าใจ 

"ก็บ่นไปตามเรื่อง"

"บ่นแบบไหนทำไมคอแดง"

คนร้อนตัวรีบยกมือขึ้นตะปบลำคอตัวเองด้วยความตกใจทันที เรียกเสียงหัวเราะร่วนที่มาคัสไม่คิดว่าจะมีได้ในเวลานี้ออกมา

"นายนี่ยังโกหกไม่เก่ง แถมหลอกง่ายเหมือนเดิม"

คนฟังจิจ๊ะด้วยความขัดใจ แต่ก็เถียงอะไรไม่ได้ เพราะมันคือเรื่องจริง เพิ่งถูกดีแลนซักฟอกเสียจนสะบักสะบอม เจ้าตัวถึงได้ยอมปล่อยเขาออกมาดูมาคัสนี่ไง 

“ไม่โกรธหรือไงที่ฉันยิงแฟนนาย ตอนนี้มาให้เอาคืนถึงที่แล้วนะ” คนฟังพ่นลมหายใจออกมาดังหึ

“เอาคืนกันไปเอาคืนกันมาแล้วได้อะไร มีแต่จะหาเรื่องปวดหัวไม่จบไม่สิ้น”

“หมอนั่นพูดงั้นเหรอ”

“เรื่องนั้นมันจบแล้วมาคัส ไม่จำเป็นต้องพูดถึงขึ้นมาอีก นายยิงเขาเพราะเขาติดค้างนาย ส่วนคนที่สมควรรับผิดชอบจริงๆ ก็ตายไปแล้ว ไม่มีเหตุผลต้องขุดคุ้ยขึ้นมาอีก”

“ไม่คิดว่าดีแลนจะเป็นคนดีขนาดนั้น”

“มาคัส!” เสียงข่มขู่ที่ไม่น่ากลัวสักนิดทำให้มาคัสยกมือทั้งสองข้างขึ้นอย่างยอมแพ้ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าดีแลนยอมเพราะอะไร ถ้าให้บอกก็คงเป็นเพราะคนที่นั่งอยู่ข้างเขานี่แหละ หากมีใครสักคนที่อยากปกป้องเราคงยอมได้ทั้งนั้น ไม่มีใครอยากให้คนสำคัญตกอยู่ในอันตราย เขาเองก็ไม่ได้มาเพราะอยากขุดคุ้ยเรื่องนี้

"สรุปว่ามีเรื่องอะไรถึงถ่อมานี่"

"มีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อย เลยอยากมาปรึกษา" 

คราวนี้ควินตันเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

"คนอย่างนายเนี่ยนะ มีเรื่องจะปรึกษาฉัน"

"อืม ทำไม ไม่ได้หรือไง"

"คนที่ไม่เคยเห็นหัวคนอื่นแบบนาย มีเรื่องจะปรึกษาคนอื่นด้วยหรือไง"

ทำไมจุกๆ เหมือนโดนด่าชอบกล

"อย่าทำให้ฉันเสียใจที่ขับรถมาร่วมสิบชั่วโมงได้มั้ย"

"หึ"

มาคัสยิ้มให้กับเสียงไม่สบอารมณ์ของคนข้างตัว ควินตันก็แบบนี้ ปากพูดท่านู้นท่านี้แต่ก็ยอมออกมาดูเขากลางดึก

"มีเรื่องอะไร"

"ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองเท่าไหร่"

"ยังไง"

"มัน...แปลกๆ ไม่รู้สิ อึดอัด ไม่ชอบใจ โมโห เป็นทุกอย่างเลย"

คนฟังหลุดเสียงขำออกมาน้อยๆ ขณะหันมองหน้ากัน

"เป็นเยอะนะ ทำไม โยฮันนอกใจหรือไง"

คราวนี้ถึงคิวมาคัสตาเบิกโพลง คนปากเก่งอ้ำๆ อึ้งๆ มองอดีตคู่นอนที่เดาแม่นราวกับเห็นด้วยตา

ควินตันถึงกับหุบยิ้มฉับ เพราะตั้งใจหยอกเล่นเท่านั้นเอง แต่ดูอาการของมาคัสสิเหมือนโดนผีหลอกอย่างไรอย่างนั้น

"จริงเหรอ!?"

"ไม่! จะจริงได้ยังไง แบบนั้นไม่ได้เรียกว่านอกใจสักหน่อย ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับหมอนั่นนี่!" เสียงละล่ำละลักตอบทำให้ควินตันพอเดาอะไรบางอย่างได้รางๆ

"อ้อ...."

"อ้ออะไรของนาย อย่ามาเข้าใจอะไรผิดๆ นะ!"

"แล้วจะโวยวายทำไมเนี่ย เดี๋ยวก็ไม่อยู่ให้ปรึกษาซะหรอก"

คนที่เพิ่งรู้ตัวว่าเริ่มไม่เป็นตัวของตัวเองอีกแล้วขยุ้มหัวตัวเองอย่างขัดใจ 

"โยฮันทำอะไรล่ะ เห็นกับตาหรือใครพูด" 

มือที่ขยำอยู่บนหัวปล่อยลงช้าๆ พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ จะว่าเห็นเองกับตาก็ไม่ได้หรอก แต่เป็นชั่วโมงๆ เลยนะที่สองคนนั้นอยู่ด้วยกัน นั่งเล่นจ้องตากันหรือไง

"ก็...เห็น"

"เห็นอะไร"

คนฟังคำถามจิ๊ปากหงุดหงิด แต่ก็ยอมตอบ

"หายเข้าห้องนอนไปด้วยกันเป็นชั่วโมง"

"เขาอาจจะคุยงานกัน หรือปรึกษาเรื่องอะไรก็ได้"

"ใช่ที่ไหนเล่า" หมอนั่นไม่มีเรื่องต้องคุยกับเลียมเสียหน่อย

"รู้ได้ไง คนรู้จักเหรอ"

สุดท้ายมาคัสก็ต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้ควินตันฟัง เริ่มจากตอนที่เขาเรียกเลียมมานะ ส่วนเหตุผลที่เรียกมานั้นไม่ได้บอกว่าเพราะอะไร ควินตันเป็นผู้ฟังที่ดีไม่ขัดจังหวะการเล่าจนจบ

"ถ้าโยฮันไม่เข้ามาขัด จะเกิดอะไรขึ้น"

มาคัสเตรียมตัวตั้งรับคำถามอะไรก็แล้วแต่ที่ควินตันจะยิงเข้ามา แต่คำถามนี้ไม่ใช่หนึ่งในนั้นเลย

"นายบอกว่าเรียกเลียมมาเพื่อเอาคืนโยฮัน อย่างนั้นถ้าโยฮันไม่ได้เข้ามาห้ามนายล่ะ จะทำยังไงต่อ"

มาคัสไม่ได้คิดคำตอบสำหรับคำถามนี้

"นายจะนอนกับเลียมหรือเปล่า"

เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย คิดแต่ว่าหากโยฮันรู้เข้าต้องร้อนรนกระวนกระวายรีบมาห้ามเขาแน่ จังหวะนั้นมาคัสจะได้พูดจาเจ็บแสบให้ฝ่ายนั้นสำนึกที่เล่นพิเรนทร์กับเขาบ้าง 

แล้วถ้าโยฮันไม่เข้ามาห้ามล่ะ?

นั่นสิ...เขาจะนอนกับเลียมได้หรือเปล่า

"ฉัน...ไม่รู้"

ความรู้สึกยามเมื่อเลียมยื่นหน้าเข้ามาใกล้มาคัสยังจำได้ดี เพราะจู่ๆ วินาทีนั้นใบหน้าของโยฮันดันโผล่ขึ้นมาเสียเฉยๆ เป็นเหตุให้มาคัสดันมีความคิดแปลกๆ ขึ้นมาว่าปากนุ่มนิ่มของเลียมไม่น่าจูบอย่างที่คิด

ทั้งที่เป็นคนโปรด

ในหัวตอนนั้นมีแต่ความคิดอยากประชดประชันโยฮันเท่านั้นเอง

ควินตันจึงช่วยเฉลยคำตอบข้อนี้ให้

"นายรู้"

คนสมองตื้อหันมองควินตันด้วยความไม่เข้าใจ

"เพราะถ้าทำได้ นายคงตอบคำถามฉันไปแล้ว ถ้าเป็นมาคัสคนเก่า คำถามนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาคิดสักนิด"

"...."

"จริงๆ เรื่องนี้ไม่ต้องถามฉันหรอก คนที่ตอบได้ดีที่สุดก็คือตัวนายเอง"

 

 

 

 

 

50%

>>>>

ตอนนี้น้องกับน้องมาเจอกันนน

กอดควินท์ งื้อออ คิดถึงง

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว