ขอฝากติดตามเรื่องใหม่กันด้วยะนะค ทุกคอมเม้น ทุกกำลังใจ เราอ่านตลอดค่ะ ถ้าชอบมาเม้ามอยกันน้า ขอบคุณค่า

ตอนที่ 1 : อาถรรพ์รักเจ็ดปี

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 : อาถรรพ์รักเจ็ดปี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.3k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ค. 2562 18:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 : อาถรรพ์รักเจ็ดปี
แบบอักษร

ตอนที่ 1 

อาถรรพ์รักเจ็ดปี 

  

ผมถือรูปถ่ายใบหนึ่ง 

เพราะเป็นรูปซูมไกลๆ ภาพจึงเบลอ แต่ก็เห็นอย่างแจ่มแจ้งว่าชายหญิงคู่หนึ่งกำลังจุมพิตกันอย่างลึกซึ้งในรถยนต์ 

คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกหากผู้ชายในภาพนั้น...ไม่ใช่แฟนผม 

นายตวัน ใจภักดี แต่ตอนนี้คงไม่ภักดีแล้วล่ะมั้งในเมื่อความรักเจ็ดปีไม่อาจสู้นางแบบสาวที่ชื่อพาฝัน... 

พาไปฝันหวานกันสองต่อสองสมใจเลยทีเดียว! 

น่าแปลกที่ผมยังหัวเราะออก อาจเพราะสังหรณ์บางอย่างบอกเตือนถึงความเหินห่างของคนรัก สายตายามทอดมองที่แฝงความรู้สึกผิด ไม่ได้รักใคร่หวานซึ้งเหมือนเคย แต่ทั้งๆ ที่รู้ว่าผิดแล้วทำไมถึงทำ! 

“ฮะๆๆ...ฮ่าๆๆ!” เสียงแค่นหัวเราะเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ หากใครมาเห็นคงเข้าใจผิดว่าผมเป็นบ้า และใช่ ผมคงกำลังจะเป็นบ้า เพราะคงไม่มีคนปกติที่ไหนหัวเราะไปร้องไห้ไปอย่างนี้ 

แม่งเอ๊ย! 

ผมขยำรูปถ่ายในมือ ในใจเจ็บปวด แต่ความไม่เข้าใจมีมากกว่า ความสัมพันธ์ของผมกับตวันไม่ใช่ความรักฉาบฉวยแม้พวกเราจะเป็นเพศเดียวกัน พวกเรา...เติบโตมาด้วยกัน 

ผมกับตวันเกิดเดือนมกราคมเหมือนกัน เขาเกิดวันที่สิบเจ็ด ส่วนผมเกิดวันที่ยี่สิบเจ็ด เขาเป็นลูกคนใช้ในบ้าน ส่วนผมเป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลดาราลัย ด้วยความที่อายุใกล้กัน แถมผมยังร่างกายอ่อนแอ ป่วยกระเสาะกระแสะเพราะคลอดก่อนกำหนด ทำให้ไม่เคยได้ออกไปเล่นนอกบ้านกับเด็กคนอื่น ตวันเลยเป็นเพื่อนคนแรกรวมถึงคนเดียวที่ผมไว้ใจ ภายใต้สายตาของผู้ใหญ่และความปลาบปลื้มของนางช้อย แม่ของเขาซึ่งไม่ได้แต่งงานกับสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพราะสามีของนางช้อยเจ้าชู้ ชอบหลอกฟันสาวไปเรื่อย พอรู้ว่าแม่ของเขาท้องก็รีบทิ้งไม่อยากมีภาระ แม่ผมนึกสงสาร เห็นแก่ที่นางช้อยมาจากต่างจังหวัดตัวคนเดียว โดนหนุ่มชาวกรุงหลอกจึงรับทำงาน รวมถึงช่วยส่งเสียค่าเล่าเรียนทั้งหมดให้ตวันได้ศึกษาในโรงเรียนดีๆ เป็นเพื่อนผม  

ผมกับตวันจึงตัวติดกันตลอดเวลา เป็นภาพคุ้นตาทำให้ทุกคนต่างเรียกเราว่าปาท่องโก๋ 

ผมอยู่ไหน ตวันอยู่นั่น แต่ความจริงแล้วเป็นผมต่างหากที่ติดตวัน เพราะเขามักช่วยเหลือผมตลอดเวลา 

อย่างตอนที่ผมเป็นลมล้มพับ ตวันก็จับผมขี่หลังวิ่งร้องขอความช่วยเหลือ ตอนที่ผมไข้ขึ้นไปเรียนไม่ไหว ตวันก็ช่วยจดสรุปให้ตลอด ตอนที่ทำการบ้านไม่ทัน ตวันก็ช่วยปั่นให้ ตอนที่เผลอทำเครื่องเพชรสุดรักสุดหวงของคุณแม่เป็นรอยร้าว ตวันก็ช่วยรับผิดแทน ตอนที่ผมโวยวายงอแง ตวันก็ตามอกตามใจ 

พวกเราเคยหนีเที่ยวด้วยกัน เล่นซนด้วยกัน แกล้งคนด้วยกัน เรียกว่าเป็นทุกอย่างของกันก็ไม่ผิด 

จุดเปลี่ยนอยู่ตรงไหนน่ะเหรอ 

วันนั้น...ครอบครัวของผมรวมถึงแม่ของตวันตั้งใจมาเยี่ยมพวกเราที่หอพัก ที่เลือกอยู่หอเพราะผมและตวันชอบอยู่เป็นส่วนตัวมากกว่า สาเหตุคือถ้าอยู่ที่บ้านตวันจะวางตัวไม่ค่อยถูก เขามักโดนมองว่าเป็นลูกคนใช้ แม้พ่อกับแม่ผมจะนึกเอ็นดูแต่คนอื่นๆ ในบ้านไม่ค่อยชอบใจนักหากต้องทำอาหารเผื่อตวัน ซักเสื้อผ้าให้ตวัน หรือทำอะไรให้เขาทั้งที่มีฐานะเท่ากัน 

...ความสูญเสียเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ผมยังจำได้ดี วันนั้นผมกับตวันนั่งเล่นเกมกันในห้อง รอให้พ่อแม่มาหาเหมือนที่มักมาเยี่ยมเยียนทุกสุดสัปดาห์ แต่กลับได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลว่ามีคนขับรถบรรทุกหลับในขับรถพุ่งชนรถพวกเขา ผลคือ...ตายยกคัน 

ผมช็อกค้าง กว่าจะตั้งสติได้ก็เป็นตอนตวันแย่งโทรศัพท์ผมไปคุย เมื่อพวกเราสบตากัน ผมก็ร้องไห้โฮ พวกเรากอดกัน ร่ำไห้จนแทบไม่มีน้ำตา ก่อนจะจูงมือพากันไปโรงพยาบาลเพื่อดูหน้าผู้ให้กำเนิดเป็นครั้งสุดท้าย 

ผมกับตวันกลายเป็นเด็กกำพร้า  

ตอนนั้นพวกเราอายุสิบหก...โชคดีคือผมมีพี่ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาโทอยู่ที่ต่างประเทศ ไม่อย่างนั้นเขาคงนั่งรถคันนั้นด้วย ตอนรู้ข่าว พี่ชายรีบนั่งเครื่องบินกลับจากอเมริกา ถึงจะรีบแค่ไหนก็เสียเวลาทั้งวัน ช่วงเวลาแห่งความสูญเสียนั้นมีเพียงผมและตวันที่ช่วยกันติดต่อญาติ ดูแลงานศพ รวมถึงปลอบใจกันและกัน 

พวกเราจับมือกันตลอดเวลา 

ในงานศพพ่อกับแม่ของผมมีคนมาร่วมงานเกือบพันคน งานจัดอย่างยิ่งใหญ่ พวงหรีดเต็มศาลา แต่แม่ของตวันซึ่งจัดแยกออกไปศาลาข้างๆ นั้น...ถ้าไม่นับคนใช้ในบ้าน ก็แทบไม่มีใครจุดธูปไหว้ 

เพราะอยากสงบใจ ผมเลยปล่อยพี่ชายรับหน้า ส่วนตัวเองนั่งอยู่ในศาลาของนางช้อยเป็นเพื่อนตวัน ผมจุดธูปไหว้เธอ บอกขอบคุณที่มาที่บ้านของผม ขอบคุณที่ให้กำเนิดตวัน ขอบคุณที่มอบเพื่อนที่ดีที่สุดให้ ขอบคุณที่ทำให้ได้เจอกับตวัน อยู่เคียงกันในวันนี้ และไม่ต้องห่วงเพราะผมจะดูแลตวันอย่างดี  

ตอนนั้นตวันค่อนข้างเคว้งคว้าง เพราะครอบครัวผมช่วยชุบเลี้ยงมาตลอด เมื่อพ่อกับแม่ผมรวมถึงแม่ของเขาเสีย สถานะของตวันเลยยุ่งยากนิดหน่อย แต่ผมพูดเรื่องนี้กับพี่ชายแล้ว พี่ซึ่งรับมรดกสืบทอดกิจการของตระกูลยินดีจะดูแลตวันเหมือนเดิม 

‘จะดีเหรอครับ ผม...ผมเกรงใจ’ กับคนที่อายุมากกว่าแปดปี ตวันไม่กล้าเห็นแก่ตัวขนาดนั้น 

‘ดีสิ!’ ผมยืนยัน ยังคงจับมือตวันไม่ปล่อย ‘ถ้าไม่มีตวัน ใครจะปลุกให้ไปเรียนตอนเช้า ใครจะบอกให้ทำการบ้าน ซื้อของกินที่ชอบให้ คอยดูแลตอนไม่สบาย บ่นเรื่องทำห้องรก แล้วก็...แล้วก็...’ 

ผมร้องไห้  

‘หน้าที่ของตวันคืออยู่ข้างๆ วาก็พอแล้ว!’ 

ภาพของผมที่ร้องไห้จับมือเขาแน่นในศาลางานศพของแม่เขาเองคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ตวันมองผมในแง่รักใคร่ลึกซึ้งมากขึ้น 

จากนั้นไม่กี่ปีตวันก็สารภาพรักและขอผมคบ ผมแปลกใจนิดหน่อย อาจเพราะพวกเราสนิทกันมากเกินไปเลยไม่เคยคิดในด้านนั้นมาก่อน ถึงอย่างนั้น...ผมก็ตอบตกลง 

ผมไม่เคยรังเกียจตวัน ไม่เคยสักนิดเดียว 

หลังเรียนจบพี่ชายมอบกิจการจิวเวลรี่ให้ผมดูแล เพราะเขาไม่ถนัดด้านแฟชั่นและของสวยงามเท่าไหร่ ตอนนั้นผมอยากให้ตวันมีความมั่นคงมากขึ้น ไม่ต้องขอเงินจากคนอื่นเลยโอนหุ้นครึ่งหนึ่งให้คนรัก มอบอำนาจแล้วให้ตวันบริหารงานเต็มที่ ส่วนตัวเองนอนตีพุงอยู่บ้าน  

ผมถูกเขาเอาใจจนกลายเป็นคนเอาแต่ใจเต็มขั้น! 

ตวันอยากพิสูจน์ความสามารถ ผมจึงเชื่อใจและไว้ใจให้เขาบริหารงานแทน เพราะถ้าผมโผล่หน้าไปที่บริษัทบ่อยๆ หลายคนจะวางตัวลำบาก นามสกุลผมบ่งบอกถึงความเป็นเจ้าของ แล้วตวันล่ะคืออะไร แม้จะมีหุ้นเท่ากัน แต่ก็มีคำนินทาบ่อยครั้งว่าตวันเกาะผมกิน... 

คนในบริษัทหลายคนไม่ค่อยสนับสนุนตวัน ถือหางผมมากกว่า ผมเลยตัดปัญหาด้วยการไม่ไปซะเลย ตวันจะได้กุมอำนาจ ถือสิทธิ์ขาดที่สุดซึ่งก็ได้ผล หลังบริหารงานอยู่สามปีความพยายามของตวันก็ประสบผลสำเร็จ ยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นของดาราลัยจิวเวลรี่ทำให้พี่ชายผมถึงกับออกปากชมเชย 

ตอนวิ่งมาบอกว่าทำได้แล้วเป็นวันแรกที่ผมเห็นเขาดีใจขนาดนั้น เพราะเขามักมีสายตาหม่นเศร้าเสมอ ตวันพาผมไปเลี้ยงข้าว ไปเที่ยว ช็อปปิ้งด้วยเงินที่เขาเป็นคนหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงตนเอง ไม่ใช่ได้จากคนอื่น  

พวกเรามีความสุขกันมาก... 

ปีนี้เป็นปีที่เจ็ดที่เราคบกัน อาถรรพ์เจ็ดปี? เฮอะ คนจะนอกใจ อาถรรพ์ก็แค่ข้ออ้าง! 

เอ๊ะ...จะว่าไปผมเพิ่งอายุยี่สิบห้า หรือจะเป็นอาถรรพ์เจ็ดปีผนวกกับวัยเบญจเพสกันนะ? 

“ทำไมที่รักโง่จัง โดนหลอกใช้ยังไม่รู้ตัวอีก” 

“เงียบน่า!” 

ผมหันไปตวาดคนข้างตัว...ผู้นำหลักฐานการนอกใจมาแฉด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่มน่าหมั่นไส้ หมอนี่ชื่อศศิน แทนที่จะสุขุมเยือกเย็นดั่งพระจันทร์ตามชื่อดันเป็นคนบ้าแถมหน้าด้าน ตามจีบผมแบบนี้มาหลายปี แม้จะโดนปฏิเสธรอบที่ล้านว่าผมมีแฟนแล้วและพวกเรารักกันดี ไม่มีวันเลิกกันง่ายๆ เขาก็ทำหูทวนลม บอกว่าขอแค่เทียวไล้เทียวขื่อให้ผมอารมณ์เสียอาละวาดก็พอใจแล้ว ไม่เป็นแฟนได้ ขอแค่เป็นคนที่จีบเธอ... 

ยิ่งกว่าคนบ้าคือคนบ้ารัก 

น่าขำชะมัดที่ผมเองก็กำลังจะเป็นแบบนั้น หน้ามืดตามัว ศศินพยายามบอกว่าทุกอย่างที่ตวันทำทั้งหมดไม่ใช่ความจริงใจ แต่คือการหลอกใช้เพื่อจะได้มีฐานะ มีเงิน มีอำนาจ แต่ผมไม่เชื่อคำยุยงของคนบ้าหรอก ผมอยู่กับตวันตั้งแต่เกิด เขาเป็นคนยังไงทำไมจะไม่รู้ ถึงผมจะบ้ารักก็ไม่ถึงขนาดโง่ดูคนแกล้งรักไม่ออก 

ตวันรักผมจริง  

แต่รักนั้นจืดจางลงเมื่อเขามีทุกอย่างดีพร้อมและเจอคนที่ตรงสเป็กมากกว่า 

ตวันเป็นผู้ชายแท้ๆ...เขาชอบผู้หญิง แต่ตวันบอกว่าผมจะเป็นผู้ชายคนเดียวที่เขารัก 

แล้วผมก็เชื่อไง! 

แต่ความรักของเราคงไม่เท่ากันล่ะมั้งถึงทรยศหักหลังได้ลงคอ 

“โอ๋ ที่รัก ไม่โมโหนะไม่โมโห ถ้าโกรธมากๆ คิ้วขมวดเยอะๆ จะหน้าเหี่ยวนะ” 

ผมชักหัวเราะไม่ออกเพราะไอ้คนหน้าด้านข้างตัวเนี่ยแหละ 

ผมเจอกับศศินตอนเข้ามหา’ลัย ตอนนั้นผมเพิ่งเริ่มคบกับตวัน ความรักกำลังหวานชื่นทีเดียว ตวันไม่ชอบขี้หน้าศศิน ผมเลยพยายามไม่ยุ่งกับหมอนี่ แม้จะถูกนัด โดนดักเจอก็พยายามหนีหน้าตลอด นี่เป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดปีที่ผมยอมมาเจอเขา...เพียงเพราะอีกฝ่ายบอกว่าตวันกำลังนอกใจ 

แต่ถ้าศศินทำสีหน้าเห็นอกเห็นใจสักนิด ตีหน้าเศร้าสักหน่อย ผมคงรู้สึกขอบคุณกว่าไอ้สีหน้ายียวนอย่างดีใจฉิบหายนี่! 

‘ที่รักจะโสดแล้ว เย้!’ 

ถ้าเขียนประโยคนี้บนหน้าผากได้เขาคงทำแล้ว โคตรไม่ปิดบังความรู้สึกเลย  

อย่าประหลาดใจว่าทำไมผมไม่ขัดเมื่อโดนเรียกว่าที่รัก ผมขัด! ทั้งแย้งทั้งเถียง สาปแช่งด่ากราด แต่ศศินไม่สนใจ ลอยหน้าลอยตายังไงก็ยังเหมือนเดิม...เอาจริงๆ ผมก็ไม่เข้าใจว่าเขาจะรักปักใจอะไรขนาดนั้น พวกเราไม่ได้สนิทกัน แทบไม่เคยคุยกันดีๆ ด้วยซ้ำไป 

แต่ถึงสนิทสนมรู้อกรู้ใจแล้วยังไงล่ะ 

ขนาดคนที่รู้จักมาทั้งชีวิตยังเชื่อถือไม่ได้!! 

“นายมีภาพพวกนี้อีกมั้ย” ผมถามศศิน พวกเรานัดพบกันลับๆ ที่ไนต์คลับแห่งหนึ่งซึ่งศศินเป็นเจ้าของ ครับ หมอนี่หน้าตาเหมือนวายร้าย นิสัยชั่วช้าไม่พอยังทำการค้าด้านอบายมุข แถมยังเป็นเจ้าพ่อเงินกู้ แล้วก็ชอบวางมาดมาเฟียอีกต่างหาก 

ต่อหน้าลูกน้องก็เป็นผู้เป็นคนดีหรอกนะ แต่พอเจอผมทีไร เป็นไอ้บ้าทุกที 

“มีสิ ที่รักอยากได้เยอะแค่ไหนล่ะ ตั้งแต่สองคนนี้เริ่มนัดพบกันเลยมั้ย” 

“นี่นายรู้มานานแล้วแต่เพิ่งมาบอกฉันเนี่ยนะ!” ผบตบโต๊ะดังปัง ลูกน้องข้างหลังศศินขยับตัวนิดหน่อย หมายจะตักเตือน สงสัยจะเป็นหน้าใหม่เพิ่งทำงาน ไม่รู้ซะแล้วว่า... 

“เจ็บมือมั้ยครับที่รัก มา ฉันตบโต๊ะทำโทษให้ที่ทำที่รักเจ็บมือ นี่แน่ะๆ” 

...เจ้านายแม่งเพี้ยนขนาดไหน! 

“อย่าจ้องเขม็งกันอย่างนั้นสิ ถ้าจู่ๆ ฉันบอกว่าไอ้ตวันนัดเจอผู้หญิงที่รักก็คงไม่ฟังอยู่แล้ว แต่ไหนแต่ไรที่รักก็เชื่อแต่คำของไอ้ตวันมากกว่า ถ้าไม่มีหลักฐานชัดๆ คาตาขนาดนี้ ฉันก็ไม่กล้านัดมาเจอหรอก ปกติสองคนนั้นระวังตัวดีมาก คนของฉันก็ตามไปถ่ายถึงในห้องนอนไม่ได้ด้วยสิ เฮ้อ...นี่เป็นนัดครั้งที่หนึ่งหมื่นสามพันเจ็ดร้อยห้าสิบสามครั้งสินะ ฉันจะจดวันนี้ไว้ในปฏิทิน ที่รักรับนัดครั้งแรก ปลื้มใจจัง” 

คุยกับมันแล้วผมล่ะปวดหัว 

“นายให้คนตามจับผิดตวันมาตลอดเลยเหรอ” 

“ที่รักน้อยใจเหรอ ไม่ต้องห่วงนะ ฉันให้คนตามที่รักจ๋าเหมือนกัน” 

“ศศิน!” ผมตะโกนลั่นอย่างหมดความอดทน ต้องมาพึ่งคนหวังเคลมตัวเองไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีนักหรอก 

“ไม่เล่นแล้วครับ” ศศินกลับเป็นมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องด้านหลัง ไม่นานกล่องกระดาษขนาดกลางก็ถูกยกวางบนโต๊ะ ผมมือสั่นเล็กน้อยขณะเปิดดู ก่อนจะพบอัลบั้มรูปห้าเล่มใหญ่ บรรจุภาพแอบถ่ายจำนวนมากเรียงลำดับเวลาชัดเจน 

ไม่เพียงแค่วันที่ ยังระบุสถานที่และระยะเวลาที่ห่างกันของแต่ละภาพด้วย แถมมีลูกศรลากเป็นแกตเชื่อมโยงอีกต่างหากว่าถึงจะไม่เจอกันแต่พวกเขาลอบติดต่อกันยังไง ละเอียดยิบบ่งบอกความใส่ใจของผู้ทำ 

เมื่อเห็นน้ำตาก็เริ่มคลออีกครั้ง แต่ที่มีมากกว่าคือความโกรธ! 

เยอะขนาดนี้...ผมถูกตวันนอกใจนานแค่ไหนกัน!! 

“ที่รักจะฟ้องชู้เหรอ” 

“ฟ้องได้ที่ไหน ฉันกับมันไม่ได้แต่งงานกัน!” ผมเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ข้อเสียของรักร่วมเพศคือจดทะเบียนสมรสไม่ได้ และเมื่อจดทะเบียนสมรสไม่ได้ จะฟ้องว่าอีกฝ่ายมีชู้เรียกคืนทรัพย์สินก็ไม่ได้จริงมั้ย ขณะเดียวกันถ้าฝ่ายนั้นจดทะเบียนสมรสแล้วฟ้องว่าผมคือชู้ล่ะก็... 

ฉิบหาย 

ทำไมชีวิตมันน่าเศร้าแบบนี้วะ 

“ที่รักอย่าทำหน้าจะร้องไห้อย่างนั้นสิ เห็นแล้วใจไม่ดีเลย โกรธเยอะๆ แบบเมื่อกี้ดีกว่านะ เอ้า ฉันยกแก้วให้เลย อยากจะขว้าง จะปา จะกระแทกโต๊ะจนบุบก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันซื้อใหม่เอง” 

เอ่อ...ไม่ล่ะ ผมไม่เชื่อว่าตวันจะใจกล้าขนาดนั้น ถ้าเป็นศศินก็ไม่แน่ 

“นายนี่มันช่างสปอยล์จริงๆ” ผมประชด หลายปีที่ผ่านมาผมว่าตวันเอาใจผมเก่งแล้วนะ มาเจอศศิน...หมอนี่เอาอกเอาใจแบบไม่ลืมหูลืมตา ไม่ว่าจะถูกหรือผิดก็ตามอวยตลอด  

“ที่รักจะทำยังไงต่อ ถ้าอยากได้ความช่วยเหลือ บอกฉันได้เลยนะ” 

“ไม่ต้อง แค่รูปพวกนี้ก็พอแล้ว” 

“จะเอาไปบอกเลิกเหรอ!”  

...ช่วยทำหน้าดีใจให้มันน้อยๆ หน่อยได้มั้ย ทำอย่างกับว่าพอผมบอกเลิกตวันแล้วก็พร้อมเสียบทันทีอย่างนั้นล่ะ! 

“ไม่ ความรักเจ็ดปีจะให้จบง่ายๆ ได้ยังไง” ผมแค่นยิ้ม แม้จะเป็นรอยยิ้มที่ขมขื่นไปสักหน่อย แต่ประกายตาแข็งกร้าวพร้อมเผชิญหน้า “ฉันจะทำให้ตวันรู้ซึ้ง...อะไรที่ฉันเคยให้ก็ทวงคืนได้เหมือนกัน!!” 

 

-------------------- 

สวัสดีค่าทุกคน ไม่ได้เปิดเรื่องใหม่นานเลย ตื่นเต้นมากเลยค่ะ! 

ก่อนอื่นขอแนะนำตัวลูกชายคนใหม่ของเราก่อน #นาวาสไตล์ แฮชแทคนี้มีที่มาแน่นอนค่ะ เพราะตาหนูนาวาเป็นคนที่มีความเป็นตัวเองสูงปรี๊ดๆๆๆ ชนิดที่ยากจะหาคนเลียนแบบ เอาแค่แฟชั่นการแต่งตัวก็กินขาดแล้วค่ะ แม้ตอนแรกจะยังไม่อธิบายลงลึก แต่ตอนต่อๆ ไปเตรียมใจได้เลย! รับประกันความแซ่บสิบกะโหลก !! อ่านแล้วชอบหรือไม่ชอบยังไงคอมเม้นเป็นกำลังใจกันด้วยน้า รักทุกคนที่กดเข้ามาอ่านเรื่องนี้ค่ะ จุ๊บๆ 

 

ตัวอย่างตอนตอนไป  

"ตวันนอกใจวาเหรอครับ..ตวันกล้านอกใจวาด้วยเหรอครับ"  

 

เพจ : มาจะกล่าวบทไป 

Twitter : MajaYnaja 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว