ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 1 : ยินดีทีไ่ด้พบ 100%

ชื่อตอน : Chapter 1 : ยินดีทีไ่ด้พบ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ต.ค. 2558 23:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 1 : ยินดีทีไ่ด้พบ 100%
แบบอักษร

Chapter 1

“ไม่เคยมีพี่สาวมีแต่พี่ชาย แต่เดี๋ยวคงจะเลิกนับถือเป็นพี่แม่งล่ะชอบนักเมียน้อง!”

 

 

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/129212/1050296290-member.jpg

 

 

 

 

1

ยินดีที่ได้พบ

            ฉันนั่งทำใจอยู่ม้าหินอ่อนหน้าคฤหาสน์หลังโอ่อ่านี่ได้ประมาณสิบนาทีแล้วแต่ฉันก็ยังไม่ได้เดินเข้าไปร่วมงานครบรอบวันแต่งงานของเจ้าสัวสินชัยเลย พ่อกับแม่เป็นคนบังคับให้ฉันมาไม่รู้ไปรู้จักกันตอนไหนปกติพ่อแม่ฉันจะรู้จักแค่พวก

                “มานั่งทำอะไรตรงนี้คะ” ฉันมองหน้าคนมาเยือนคนใหม่อย่าง นนท์ แฟนของฉันเองเขาเป็นลูกของเจ้าสัวสินชัยเราคบกันเมื่อปีที่แล้ว เจอกันตอนอยู่อเมริกา

                “นั่งรอนนท์” ฉันส่งยิ้มหวานหยดให้นนท์ ผู้ชายสูงโปร่งหน้าตาดี แถมยังอ่อนโยนอีกด้วย ฉันชอบที่นนท์เอาใจใส่ฉันไม่นอกใจแถมยังรักฉันมาก

                “นนท์ไม่รู้เลยนะว่าพ่อแม่เราจะรู้จักกันด้วยถ้าอย่างนั้นนนท์คงพา เกล้า มาแนะนำแล้ว จะว่าไปนนท์แนะนำวันนี้เลยดีกว่า”

                พูดจบนนท์ก็จับมือฉันเดินตามหลังเขาไปในงาน แขกเหรื่อในงานต่างก็มองฉันกับลูกชายเจ้าของงานตั้งแต่เดินเข้ามาจนถึงตอนนี้ก็ยังมองเราสองคนอยู่ ตอนนี้เราสองคนก็กำลังยืนอยู่ต่อหน้าเจ้าสัวสินชัย

                “คนนี้รึเปล่าลูกสะใภ้ฉัน” คนเป็นพ่อพูดพร้อมกับตบไหล่ลูกชายเบาๆ เรียกรอยยิ้มให้นนท์ได้เป็นอย่างดี ฉันยกมือไหว้ตามประเพณี เจ้าสัวยืนโอบไหล่ภรรยาของท่านอย่างอ่อนโยน

                “สวัสดีค่ะเจ้าสัว”

                “เรียกพ่อก็ได้ ดีใจจริงๆ ทีได้เจอลูกสาวเพื่อน”

                “เพื่อน?”                

                “ก็พ่อหนูไงเพื่อนพ่อเอง เราเรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็กก็พึ่งแยกย้ายกันไปตอนเรียนจบนั่นแหละ” ท่านเล่าเรื่องราวความหลังอย่างออกรสออกชาติ เราสี่คนเดินไปนั่งที่ที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่าสวยหรูเพื่อเจ้าของงานโดยเฉพาะ

                “ว่าที่ลูกสะใภ้แม่ช่างสวยอะไรอย่างนี้นะ มิน่าตานนท์ถึงได้หลง” ฉันหัวเราะออกมาน้อยๆ ก่อนจะมองหน้านนท์ที่เอาแต่ส่งยิ้มมาให้ไม่ยอมหุบ

                “ผมบอกแล้วป๊ากับม๊าต้องชอบเกล้า”

                “ตาถึงจริงๆ ไอ้ลูกคนนี้” เสียงหัวเราะดังขึ้นมาอีกครั้ง ฉันได้แต่นั่งนิ่งๆ มองดูครอบครัวสุขสันต์เล่าเรื่องราวต่างๆ ท่ามกลางเสียงเพลงผู้คนแห่งนี้อย่าออกรสออกชาติ

                “แล้วนี่น้องชายแกไปไหน” เจ้าสัวสินใจถามขึ้น

                “ไม่รู้สิ” นนท์ตอบส่งๆ ไปดูท่าไมได้ใส่ใจอะไรมากมาย

                “นั่นไงคะตา ไนท์วันนี้หล่อเชียว” ภรรยาเจ้าสัวชี้ไปทางลูกชายของตัวเอง ผู้ชายคนนั้นอยู่ในชุดสูทไปรเวทสีน้ำเงินเข้มสวมทับเสื้อสีขาวด้านไหน เขาเดินมาทางเราสีหน้าท่าทางเบื่อหน่าย

                “ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย” คนเป็นพ่อต้องเอยปรามเมื่อลูกชายตัวเองทำหน้าเหมือนจะตายเดี๋ยวนี้ เขานั่งข้างๆ ฉันก่อนจะเหลือบตามมองเล็กน้อย

                “ผมไม่ได้ทำหน้ามาป๊า ผมหล่ออยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเสียเงิน”

                ฟังแอบเบ้ปากเล็กน้อยเมื่อได้ยินผู้ชายคนนี้พูด ใช่จริงว่าเขาหล่อแต่ขอร้องอย่าชมตัวเองแบบนี้ฉันรับไม่ได้หรอกนะสะเทือนหู!

                “ตาไนท์เรานี่ยังไง นี่รู้จักกับแฟนเฮียเขาหน่อยสิหนูเกล้าน่ารักมั้ย”

                แม่เขาพูดเบี่ยงประเด็นมาสนใจทางฉันแทน  ทั้งฉันและเขาต่างก็มองหน้ากันด้วยสายตาที่เหมือนๆ กัน เขาไม่ชอบฉัน ฉันก็ไม่ชอบเขาเหมือนกันแหละ

                “ก็งั้นๆ ผมหาได้ดีกว่านี้อีก จริงมั้ยเฮีย”

                “ก็แล้วแต่แก”

                “เอ่อ คือเกล้าขอตัวเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ”

                “ตามสบายเลยลูก”

                ฉันรู้สึกปวดฉี่ชะมัดเลย ฉันเดินเลี่ยงจากงานเข้าไปในบ้างเพื่อเข้าห้องน้ำ ฉันอยากจะกลับไปนานจะตายห่าอยู่แล้วเนี่ยทำไมฉันต้องมางานผู้ดีอะไรแบบนี้ด้วยนะ ฉันเดินย่ำเท้าอยู่บนส้นสูงห้านิ้วกับเดรสเกาะอกสีดำแต่สมเสื้อคลุมสีแดงทับไว้ ไม่ต้องพูดถึงหน้าฉันเฉี่ยวอยู่แล้วปากเปิกนี่สีไม่อ่อนต้องแดงส้ม ดำมันจะได้สวยๆ ถึงล้างแม่ล้างหน้าฉันก็เหมือนเดิมอยู่แล้วออกจะสวย รู้สึกตัวเองไรสาระชะมักฉันรีบทำธุระให้เสร็จกดชักโครกตัวความเรียบร้อยว่ากระโปรงเปิดมั้ย โชว์อะไรรึเปล่าก่อนจะเดินออกมา

                ปึงงง!

                แกร๊ก!!

                ฉันชะงักทันทีเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้ อยากจะบ้าตายตกใจหมดเลยแล้วทำไมต้องล็อคประตูห้องน้ำด้วย ฉันเดินผ่านหน้าเขาไปเพื่อออกจากห้องน้ำแห่งนี้แต่ก็โดนเขาจับแขนกระชากกลับไปชิดอ่างล่างหน้าก่อนที่เจ้าตัวจะเข้ามาคร่อมตัวฉันไว้จากด้านหน้า

                “มีความสุขดีนี่”

                “เฮอะ! ก็เรื่อยๆ” ฉันยันตัวเองขึ้นไปนั่งบนกระเบื้องที่ปูรอบอ่างล้างหน้าล้างมือกอดอกมองคนที่ยังใช้แขนค้ำด้านข้างตัวฉันทั้งสองไว้อยู่

                “อวดเก่งดี”

                “ไร้สาระ ฉันจะไปแล้ว”

                “ทำไม อยากไปหาเฮียนนท์เหรอ ตัวสั่น ใจจะขาดว่างั้น เหอะ! เอากันกี่ครั้งแล้วล่ะ” ฉันเบือนหน้าหนีเด็กเวรนี่ คิดได้แค่นี้เหรอเรียนมาทำไม ความรู้ไม่ช่วยให้สมองงั่งๆ คิดอะไรได้ดีกว่านี้เหรอ

                “ก็เยอะนะ โคตรมั้นส์” ฉันประชดออกไปเฉยๆ นี่แหละ ฉันกับนนท์ไม่เคยมีอะไรกันเลยสักครั้ง ฉันเองก็ยังบริสุทธิ์ถึงจะเห็นฉันเป็นแบบนี้ฉันก็หัวโบราณนะ อาจจะแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟัน โชว์นั่นนี่ แต่ฉันก็หวงตัวอยู่ไม่ขึ้นเตียงกับใครง่ายๆ หรอก

                “ปากดี”

                “ก็นายถามฉันนี่ หมดคำถามแล้วใช่มั้ยจะไปละ”

                “ใครให้ไป มีผัวใหม่ลืมผัวเก่า”

                “ขอโทษนะ จำได้ว่าไม่เคยอ้าขาให้นายเอา!!” ฉันพูดแค่นั้นก่อนจะใช้เท้าถีบหน้าอกไนท์จนเซถลาออกห่างจากตัวฉันรีบเดินไปเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำบ้าๆ นั่นซะ

                ให้ตายเถอะ ถึงฉันจะเลิกกับเขามาแล้วสามปีแต่ฉันก็ยังกลัวไนท์อยู่ดี เขาเป็นรุ่นน้องที่น่ารักนะเมื่อก่อนเวลายิ้มก็ยิ้ม สนุกก็สนุกมาก กวนส้นก็พอกันแต่ถ้าเขาได้โมโหขึ้นมาเขาก็น่ากลัวไม้แพ้ใครฉันเคยโดนตอนที่เขาจับได้ว่าฉันแอบคบกับคนอื่นลับหลังเขารอบนั้นก็ทะเลาะกันยาว

 

            3 Years ago!

            ความรักฉันกับไนท์กำลังไปได้สวย ราสองคนเรียนที่เดียวกับแต่ฉันแก่กว่าสามปีเด็กนี่อยากจะปีนเกลียวเลยเสร่อมาจีบแต่ก็แปลกดันจีบฉันติดซะด้วย ฉันกำลังไปหาไนท์ที่คอนโดอยากจะฆ่าหมอนี่ให้ตายบอกให้ฉันรออยู่ที่คณะจะไปทานข้าวตอนเย็นพร้อมกันแต่ก็ไม่ยอมไปรับ

                “ไนท์” ฉันเปิดประตูห้องเข้ามาอย่างง่ายดายเพราะฉันมีกุญแจมีคีย์การ์ดทุกอย่างครบ ฉันเดินวนไปทั่วห้องแต่ก็ไม่เจออะไร สงสัยจะอยู่ที่ห้องนอน ฉันค่อยๆ เดินไปเงียบๆ อยากจะเปิดระตูมาแล้วก็ด่าใส่หน้าแม่ง

                “ทำไมไม่ไปรับ!

                พอฉันเปิดประตูเข้าไปฉันก็กอดอกพิงประตูมองหน้าไนท์อย่างเอาเรื่อง ตอนนี้เขามีแค่ผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวไว้ ฉันมองไปรอบห้องก่อนจะแสยะยิ้มออกมา เขามันก็เหมือนเดิมแต่ก็ช่างแม่งเหอะฉันเองก็ไม่สน รักมันก็รักนะแต่ถ้านอกกายบ่อยๆ ฉันก็นอกใจเหมือนกันแต่ไม่เปลืองตัวเหมือนเค้า ไนท์มีท่าทีร้อนรนแปลกๆ ปกติเขาไม่ค่อยอะไรมากอยู่แล้วเพราะฉันให้อิสระเขาแต่เขาไม่ให้อิสระฉัน แล้วไงล่ะฉันน่ะแคร์ซะที่ไหน

                “ติดหญิงเหรอ อยากรู้จังว่าใครคนไหนอีกที่นายเอาจนเตียงยับแบบนี้” ฉันก็พูดตามปกติไม่ได้ใส่ใจอะไรมามาย ฉันยังยืนอยู่ในชุดนักศึกษากระโรงทรงเอกับช็อปสีน้ำตาสวมทันไว้ ทำไมอ่ะก็จะใส่แบบนี้

                “กลับไปก่อนนะเกล้า”

                “บอกให้เรียกพี่ คบสามเดือนแล้วไม่ฟังเหรอ”

                “ครับๆ พี่กลับไปก่อนนะ” ฉันผลักร่างหนาออก อะไรของหมอนี่จะมาไล่ทำไมฉันก็ไม่ได้วีนไมได้เหวี่ยงใครสักหน่อยก็น่าจะรู้นิสัยฉันนี่ ไอ้คติเสียงทองเท่าหัวไม่ยอมเสียผัวให้ใครมันใช้กับคนอย่างฉันไม่ค่อยได้ไม่อย่างนั้นฉันตามตบคนที่มายุ่งกับไนท์หลายคนแล้วล่ะ

                “ไม่! นายเป็น

                “ไนท์คะ ควีนเปิดน้ำใส่อ่างแล้วนะสบู่เต็มเกล้า!!” เธอมองฉันด้วยความตกใจ ผู้หญิงคนนั้นมีแค่ผ้าแค่ตัวพันรอบตัวเอาไว้เธอเดินออกมาจากห้องน้ำตกใจมากที่เห็นหน้าฉัน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้หญิงหน้าตาไสซื่อเรียบร้อยน่ารัก ลูกคุณมหาเศรษฐีระดับร้อยล้านอย่าง ควีน เป็นคนแบบนี้ ทั้งที่เธอน่ารักมากเวลาอยู่กับเพื่อนเธออ่อนโยนแต่นี่

                “หมายความว่าไง!” ฉันพยายามพูดเสียงนิ่งข่มอารมณ์โมโหไว้แบบสุดๆ ฉันมีกฎของฉันอยู่ว่าถ้าจะเอาใครก็เอาแต่อย่ามายุ่งกับเพื่อนของฉัน แล้วฉันก็บอกเพื่อนฉันไว้หมดทุกคนซึ่งแต่ละคนก็รู้กันดีอีกอย่างเพื่อนฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรไนท์เพราะทุกคนสนใจเพื่อนของเขามากกว่า

                “คือว่าฉันไม่ได้ตั้งใจนะ” ควีนยังพยายามหาคำมาอธิบาย ไมได้ตั้งใจมาก

                “พึ่งรู้ว่าไม่ได้ตั้งใจมันเป็นแบบนี้ ถ้าเธอตั้งใจไม่เอากันจนเตียงพังเลยเหรอ! นายก็อีกคนนะไนท์ฉันบอกไปแล้วว่าอย่ามายุ่งกับเพื่อนของฉัน!! ไอ้สะ” หมดความอดทนได้จริงๆ ฉันกำมือแน่นด้วยความโกรธ ทั้งที่ก็ปล่อยอิสระแล้วแต่ทำไมถึงได้ทำแบบนี้

                “ก็เพื่อนเธออ่อยนี่หว่า” ไนท์พูดออกมาไม่อายปาก เหอะ! เลวฉิบหายเลย “อย่าคิดมากดิคิดว่าขำๆ ปะก็แค่เอาไม่ได้รักเหมือนเธอนี่!

                เพี๊ยะ!

                เสียงมือกระทบแก้มสากอย่างรุนแรงจนหน้าหันไปตามแรงมือ หน้าซีกซ้ายเขามีรอยนิ้วมือค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาช้าๆ ขำๆ เหอะ! ใครมันจะไปขำด้วยไอ้คำว่ารักบ้าบอห่าเหวอะไรนั่นอย่ามาพูดเลยดีกว่า

                “เชิญนายขำไปคนเดียวเถอะ ส่วนเธอถ้าอยากได้ก็เอาไปฉันไม่เอา!

                พูดจบฉันก็เดินออกมาจากห้องนอนของไนท์แต่ยังเดินไปไม่ได้เท่าไหร่ความรู้สึกถูกดึงจากด้านหลังก็ทำให้ฉันหยุดชะงัก ฉันหันกลับไปมองว่าใคร

                “ไม่เอาดิ อย่าเล่นแบบนี้เกล้า” เป็นไนท์เองที่เดินตามฉันมาท่าทางเขาดูหงุดหงิด ตกใจหลายๆ อารมณ์ เหอะ!  ถามว่าเจ็บมั้ยมันก็เจ็บเจ็บทุกครั้งนั้นแหละที่รู้ว่าเขาเอาผู้หญิงมานอนด้วยแต่แค่ไม่พูดไม่อยากมีปัญหาแต่ตอนนี้ยอมรัมว่าเจ็บยิ่งกว่าที่รู้ว่าเขามีอะไรกับเพื่อนฉัน

                “ฉันไม่ได้เล่น นับตั้งแต่วินาทีเราเลิกกัน!

                ฉันสะบัดข้อมือทิ้งแล้วรีบเดินออกมาจากห้องไปขึ้นรถมอไซต์คันเก่าที่สืบต่อมาจากพ่อตั้งแต่มัธยมแล้ว มันเก่ามากแต่ก็ขับได้แค่จะให้ขับเร็วๆ มันก็ยังไงอยู่ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเลิกก็คือเลิกแม้ว่ามันจะเจ็บสามเดือนสำหรับเขามันไม่มีค่าแต่สำหรับฉันมันมีค่ามาก

                ครืนนน!

                ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อเปิดดูว่าใครอะไรมาก

                ‘Queen’

                ขอบใจมากนะ เราขอโทษเรารักไนท์มานานแล้วขอโทษที่ต้องทำแบบนี้แต่เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ใช่มั้ย

            ฉันไม่เข้าใจควีนเลยจริงๆ ใครจะทำใจได้วะ แต่แม่งเอาเถอะอยากเป็นก็จะเป็นให้แต่ขอบอกว่ามันไม่เหมือนเดิมกับหมาหน้าไหนทั้งนั้น!

 

                End Part

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/129212/1050296290-member.jpg

 

              ฉันเลิกใช้รถสัปะรังเคนั่นแล้วนะ อย่าคิดว่าฉันจะใช้ขายไปแล้วมันกลายเป็นเศษเหล็กไปแล้ว ทุกอย่างฉันซื้อด้วยเงิน ทำด้วยเงินของฉันเองไม่แบมือขอพ่อแม่ให้เสียความรู้ที่เรียนมาอย่างแน่นอน บางคนก็ถามฉันว่าทำไมฉันเก่งจัง ทั้งสวยทั้งเก่ง ที่จริงฉันไมได้เก่งอะไรหรอกฉันแค่ขยันเอาก็เท่านั้นเองมันไม่มีอะไรเกินที่เราจะทำได้หรอกจริงมั้ย อ้อ! แล้วที่พีคกว่านั้นคือมีคนถามว่าฉันไปเอาความมั่นใจมากจากไหนกัน จะบอกให้ความมั่นใจไม่ต้องไปเอามาจากไหนหรอกอยู่ที่ตัวเองทั้งนั้น จะว่าฉันโชคดีก็ได้ที่หน้าตาดีแต่แค่หน้าตาดีไม่พอต้องเก่งด้วย สวยมันช่วยอะไรไม่ได้เท่ากับเก่งและมีความรู้หรอกนะ

                “ขับรถดีๆ นะนนท์”

                “ขอรางวัลก่อน”

                “ตลอด”

                “นะครับ นะ”

                “เกลียดจริงๆ คนทำหน้าอ้อน”

                ฉันยื่นหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะบรรจงจูบนนท์เหมือนทุกครั้งเวลาที่เขามาส่งฉันที่บ้านพักตอนอยู่อเมริกา ฉันลงจากรถทันทีที่เราจูบกันเสร็จ ฉันไม่ได้นอนบ้านแต่อย่างใดเพราะฉันเลือกที่จะอยู่ใกล้ที่ทำงานฉันแต่เสาร์-อาทิตย์ฉันต้องกลับบ้านเพื่อนไปหาพ่อกับแม่ ฉันขึ้นลิฟต์มาบนห้องก่อนจะโยนสัมภาระของทุกสิ่งทุกอย่างลงในที่ของมัน ห้องฉันก็ไม่ได้อะไรมากมายนักหรอก โทนสีก็เป็นสีครีม มีหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องครัว ห้องรับแขก และห้องเก็บของ อ้อ! ไม่ใช่สิมีห้องเก็บเสื้อผ้าด้วย

                ไม่อยากจะเมาท์ว่าฉันห้องเก็บของน่ะฉันเอาไปใช้เป็นห้องเก็บรองเท้าแล้วเรียกว่าห้องเก็บรองเท้าก็ว่าได้ ส่วนเสื้อผ้าก็อยู่ในห้องเก็บมันไม่ว่าจะแบรนด์ไหนสไตล์ไหนฉันมีหมดทุกฤดูกาล ค่อนข้างแฟชั่น ตามไอจีฉันมีคนมาฟอลเต็มไปหมดของที่ฉันใส่แล้วเบื่อก็ขายลงในนั้นเลยถือว่าเอาของดีให้คนที่เขาอยากได้จริงๆ ในราคาถูกดีกว่าอยู่กับฉันแล้วมันไร้ค่าไม่ได้ใส่ ฉันใส่แค่สองสามครั้งเองแล้วก็ซื้อใหม่ ดูเปลืองเนอะยัยผู้หญิงคนนี้ แต่ก็เป็นเงินฉันนะที่ซื้อเองไมได้ขอใคร

            “ค่ะพ่อ”

                (ถึงห้องรึยัง)

                “ถึงแล้วครับผม”

                (เป็นไงบ้างสนุกมั้ย)

                “เหนื่อยมากค่ะ ไม่เอาแล้วไม่ไปงานแบบนี้แล้วคราวหน้าพ่อกับแม่ไปเองนะ ธัญนิตา เหนื่อยค่ะ” ฉันมักพูดแบบนี้เสมอเวลาที่ฉันรู้สึกไม่อยากจะได้อะไร หรือไม่อยากจะทำอะไร

                (ยัยลูกคนนี้นี่ นอนได้แล้ว)

                “ค่ะฝันดีนะคะชู๊ฟ!

                (ปวดหัวกับเราจริงๆ)

                “ทนหน่อยค่ะ ลูกสาวสวยก็ต้องมีหนุ่มมาตามจีบเยอะเป็นธรรมดา แต่มีนนท์มาห่วงแทนพ่อแล้วอย่าเครียด”

                (พ่อเครียดเพราะเราพูดนี่แหละ นอนได้แล้ว)

                “ครับท่าน ผบ.

                พ่อหัวเราะก่อนจะวางสายไป ที่ฉันเรียกพ่อแบบนั้นเพราะท่าชอบสั่ง สั่งแล้วก็สั่งไม่มีใครขัดท่านได้สักคนหรอกยกเว้นๆ แม่เมียท่าน ผบ. ฮ่าๆ เรียกได้ว่า ผบ. ทั้งสองเลยก็ว่าได้

                อ๊อดดด!

                ใครมากดกริ่งแถวนี้คนจะหลับจะนอน ฉันมาอยู่ที่นี่ได้หนึ่งอาทิตย์แล้วมาทดลองอยู่ก่อนไปสอนจะบอกให้ว่ามีคนมากดกริ่งหน้าห้องฉันสามสี่คนแล้ว ส่วนใหญ่ก็มีแต่ผู้ชายทั้งนั้นแอ๊บเนียนว่ากดผิดแต่สายตาโลมเลียตั้งแต่เท้าฉันยันหน้าขึ้นมาโคตรกดผิดเลยแถมยังเคยสวยกันตอนอยู่ในลิฟต์ด้วยคนละชั้นอีกต่างหากน่าตบมาก

                ฉันปล่อยผมยาวสีน้ำตาลทิ้งลงด้วยความเคยชิน สวมสลิปเปอร์สีดำเดินไปหน้าห้องที่เลือกสีดำเพราะขี้เกียจซักนะ ฉันส่องดูช่องเล็กๆ ที่เขาเรียกว่าตาหมาตาแมวอะไรนั่นแต่ก็ไม่พบอะไรฉันเลยค่อยๆ แง้มประตูออกไปดู

                ผลัก!

                “อ๊ะ!

                ปึงงง!

                แกร๊ก!

                ฉันเซถลาเมื่อโดนผลักเข้ามาในห้อง ฉันได้แต่ยืนนิ่งอึ้งกับเหตุการณ์เมื่อครู่มันเกิดขึ้นเร็วมากให้ตายสิฉันไม่ทันตั้งตัวเลยสักนิดเดียว

                “ออกไป”

                “ห้องใหม่สวยดีนี่” นอกจากไนท์จะไม่สนใจแล้วเขายังทำหูทวนลมเดินสำรวจทั่วห้อง เขายังไม่ได้เปลี่ยนชุดจากในงานเลยแสดงว่าเขาตามฉันกับนนท์มาอย่างนั้นสินะ

                “หูแตกรึไงบอกให้ออกไปไง”

                ฉันเดินตามไนท์ไปตอนนี้เขาเข้ามาหยุดยืนอยู่ในห้องนอนของฉัน เจ้าตัวไม่สนใจฉันเลยสักนิดไนท์ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงฉันอย่างถือวิสาสะ

                “เธอกับเฮียไปคบกันตอนไหน” ฉันยืนพิงประตูมองหน้าคนที่นอนสบายใจรองเท้าไม่ถอด สกปรกฉันเกลียดที่สุดเลยเชื้อโรค

                “ถอดรองเท้า”

                “คบกันตอนถอดรองเท้า?”

                “ฉันบอกให้นายไปถอดรองเท้า หรือไม่ก็ออกไปเลย”

                ฟิ้ววว! ฟิ้ววว!

                ตุ้บ! ตุ้บ!

                ฉันแทบจะกรี๊ดใส่หัวคนที่มันโยนรองเท้ามาทางฉัน หลบแทบไม่ทันเออให้มันได้อย่างนี้สิวะ!! จะว่าฉันพูดไม่เพราะก็ไม่เป็นไรเพราะฉันเชื่อว่าผู้หญิงเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ต้องพูดแบบนี้

                “นายอย่ามากวนประสาทนะไนท์ออกไปจากห้องฉัน”

                “วันนี้จะนอนนี่ว่ะ”

                “อย่ามาพูดว่ะ วะโว้ยกับฉันนะ นี่พี่แกนะ”

                “ไม่เคยมีพี่สาวมีแต่พี่ชาย แต่เดี๋ยวคงจะเลิกนับถือเป็นพี่แม่งล่ะชอบนักเมียน้อง”

                “ทราม!

                “ขอบคุณครับ มามะมานอนได้แล้วคนสวย” ไนท์กวักมือเรียกฉันไปนอนด้วยเสียใจเถอะฉันไม่ไม่นอนด้วยหรอก ฉันเดินไปคว้าเอาผ้าเช็ดตัวเสื้อผ้าเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ฉันก็เดินออกมาพร้อมกับชุดที่ดูเรียบร้อยก่อนจะหยิบเอาหมอนผ้าห่มมากอดไว้

                “จะไปไหน”

                “นอน!

                “มานอนด้วยกันสิ”

                “ไม่!!

                “มาน่า”

                “ไม่ เชิญนายนอนตายอยู่มนห้องนี้แหละ อย่ามาใกล้ฉัน”

 

                พูดจบฉันก็เดินหอบหมอนหอบผ้าห่มมานอนที่ห้องเก็บรองเท้า ให้ตายสิ! ถ้าจะไปนอนห้องเก็บเสื้อผ้าก็อย่าหวังเลยมันเต็มไปด้วยตู้สามสี่ตู้เสื้อผ้าบวกอีกหนึ่งตู้เครื่องประดับ ที่จะให้นอนก็ไม่มีหรอกเลยต้องมาที่นี่อย่างน้อยก็มีแค่สองตู้ใหญ่ (มาก) พอมีที่ให้นอน ฉันเปิดแอร์! ใช่ในห้องนี้มีแอร์ทุกห้องต้องมีเดี๋ยวเสื้อผ้าฉันพังหมดรักษาเท่าชีพ ฉันเปิดแอร์ปิดไฟล็อคห้องล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อย ไม่รู้ว่าที่ไนท์กลับมาหาฉันแบบนี้เพราะอะไรแต่ที่แน่ๆ ฉันไม่มีทางเดินกลับไปหาเขาอีกแน่นนอนเพราะนนท์ เขาดีกับฉันเกินกว่าที่คนอย่างไนท์จะทำให้ฉันได้

 

Talk

ยังมีคนอ่านอยู่มั้ยเอ่ย ยังไงก็ฝากด้วยนะ ให้กำลังใจกันหน่อยเนอะ ไลค์เพจเราด้วย เม้นท์ โหวตเป็นกำลังใจให้เขียนต่อเรื่อยๆ นะ อย่าลืมไลค์เพจเราถ้าชอบนิยายที่เราเขียน

 

เม้นท์ + โหวต + ไลค์เพจ + พูดคุย = กำลังใจ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว