เจ้าหญิงดอกไม้ - บุษบากร
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ฝากติดตามผลงานของ "เจ้าหญิงดอกไม้" ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของรีดทุกคนด้วยนะคะ ^^ (ดูนิยายเรื่องอื่น ๆ คลิกที่รูปโปรไฟล์ได้เลยน้า)

ชื่อตอน : CHAPTER 1 50% Internship

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 67.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ส.ค. 2563 22:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 1 50% Internship
แบบอักษร

บทที่ 1 

INTERNSHIP 

 

INGDAW PART : 

 

และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันฝึกงานวันแรก! ขอให้วันนี้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีเถอะนะ ขอให้เจอพี่ใจดีน่ารัก ขอให้ทุกคนเอ็นดูฉัน เพี้ยง!

"ดาวสายแล้วลูก" เสียงของยายออกมาจากห้องครัวชั้นล่าง ฉันจึงรีบตรวจดูความเรียบร้อยในกระจกก่อนจะเดินลงไปด้านล่าง เจอยายกับแม่กำลังเตรียมขนมขนมอยู่ในครัวโดยมีเสียงผู้ประกาศข่าวในโทรทัศน์เป็นเสียงประกอบ

"แม่คะยายคะ ดาวไปก่อนนะ" ฉันบอกแม่กับยายแล้วหอมแก้มท่านคนละฟอดสองฟอด พอยายกับแม่อวยพรเสร็จก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินออกมาจากร้าน มือข้างขวาถือกระเป๋าตังค์ใบเล็กเตรียมล้วงเหรียญสำหรับจ่ายค่ารถเมล์ แขนสะพายกระเป๋าข้าง ส่วนปากก็คาบขนมปัง กินไปเดินไปก็มาถึงป้ายรถเมล์ใกล้บ้านที่ตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คนวัยทำงานและวัยเรียนที่กำลังยืนรอรถโดยสารประจำทาง อ๊ะ นั่นไง สายที่ฉันจะขึ้น! พอมาถึงป้าย รถเมล์ก็มาทันที แต่สุดท้ายก็โดนคนอื่นเบียดจนขึ้นเป็นคนสุดท้ายอยู่ดี ฮือออ

วันนี้วันจันทร์ เป็นเรื่องปรกติที่รถต้องติด กรุงเทพ ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัวสุด ๆ ฉันจึงต้องออกจากบ้านหกโมงครึ่ง ถึงแม้ที่บริษัทจะเข้างานแปดโมงเช้าก็ตาม เราควรต้องเผื่อเวลา และที่สำคัญ เป็นวันแรกของการฝึกงานไม่ควรไปสายเด็ดขาด โดนยายกับแม่ย้ำทั้งคืน

ระหว่างที่รถติดไฟแดง ก็มองออกไปนอกรถ ชอบการที่ได้มองอะไรข้างทางแบบนี้ โชคดีที่ก่อนหน้านี้มีเด็กมัธยมปลายลงพอดี ฉันเลยได้นั่งกับเขา แต่หางตาก็เหลือบไปเห็นคู่รักชายหญิงที่กำลังจูบอยู่หน้าคอนโดหนึ่ง รถที่จอดเทียบฟุตบาทแค่มองผิวเผินก็พอจะเดาราคาออกได้เลยว่าไม่ต่ำกว่าหลักล้าน 

"อ๊าย แกนั่นใช่เจนนี่ปะ นางแบบที่ชอบถ่ายแบบลงนิตยสารเซ็กซี่อะ"

"ใช่ ๆ ที่ชอบแสดงละครบทนางร้ายด้วยปะ"

"เขาจูบกับใคครอะแก ขนาดดูด้านหลังยังหล่อเลยว่ะ"

"กรี๊ดด ดูดดื่มมาก เขินน" เสียงจากนักศึกษาที่ขึ้นรถเมล์คันเดียวกับฉันพูดขึ้น ส่วนฉันนะหรือ…รีบหันหน้าหนีภาพพวกนั้นทันที เห็นแล้วเขินยังไงไม่รู้ ก็น่ะ… แฟนก็ไม่มี ผู้ชายที่เคยมาจีบเท่าที่จำได้ก็ตอนอนุบาลละมั้งเลยไม่ค่อยมีความรู้หรือพบเจอเรื่องพวกนี้เท่าไร

 

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

รถเมล์จอดหน้าป้ายรถเมล์ที่อยู่ข้าง ๆ บริษัทอย่างเฉียดฉิว! เจ็ดโมงสามสิบนาที! กรี๊ดด ยังทัน ยังมีเวลา ฉันจัดการแต่งกายของตัวเองให้เรียบร้อย จัดแว่นให้เข้าที่ก่อนสูดหายใจเข้าออกลึกเพื่อเรียกสติและเรียกกำลังใจให้ตัวเอง ก่อนจะเดินเข้าไปในบริษัทผลิตและนำเข้าซุปเปอร์คาร์สุดหรู

"สวัสดีค่ะ" ฉันยกมือไหว้ทักทาย ตั้งแต่ลุงยาม แม่บ้าน จนมาถึงพี่ที่เค้าท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ 

"น้องอิงดาวที่มาฝึกงานใช่ไหมคะ" พี่คนสวยที่เป็นประชาสัมพันธ์ถามขึน พี่เขาน่าจะอ่านประวัติของฉันมาล่วงหน้าถึงได้เป็นฝ่ายเรียกชื่อตั้งแต่ที่ฉันยังไม่แนะนำตัว

"ใช่ค่ะ"

"พี่ชื่อภัทรลดานะคะ เรียกพี่ภัทรก็ได้"

"ยินดีที่ได้รู้จักนะคะพี่ภัทร" ฉันยกมือไหว้สวัสดีพี่คนสวยที่ชื่อภัทรอีกครั้ง

"จ้ะ ตามพี่มาเลย พี่จะพาไปที่แผนกบัญชี" ฉันพยักหน้ารับแล้วเดินตามพี่ภัทรเข้าไปด้านในตึกจนมาถึงบริเวณรอลิฟต์

"ลิฟต์หกตัวนี้สำหรับพนักงานนะคะ ส่วนลิฟต์ตัวที่เจ็ดห้ามใช้เด็ดขาด"

"รับทราบค่ะ" ฉันพยักหน้ารับอย่างง ๆ เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจแต่ดูเหมือนว่าพี่เขาจะรู้ว่าฉันคิดอะไร

"มันเป็นลิฟต์สำหรับท่านประธานหรือบอสเท่านั้น บอสจะไม่ใฃ้ลิฟต์รวมกับพวกเราเด็ดขาด"

"อ๋ออ...โอเคค่ะ" ฉันพยักหน้าหงึกหงัก แต่ในใจก็คิดและสงสัยต่อไม่หยุดว่าทำไมเขาถึงไม่ใช้ลิฟต์ร่วมกับพนักงาน แต่มันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอสักหน่อยอิงดาว พี่เขาบอกก็ทำตามเถอะน่า หลังจากที่สลัดความคิดไร้สาระของตัวเองออกไปได้ ฉันก็ตามพี่ภัทรจนมาถึงชั้นสิบห้า อาคารนี้มีทั้งหมดสามสิบชั้น

"ชั้นสิบห้าคือชั้นของแผนกบัญชีนะ เวลามาทำงานก็ตรงมาชั้นนี้เลย ส่วนชั้น 30 ห้ามขึ้นไปเด็ดขาดถ้าไม่มีเรื่องจำเป็น เข้าใจนะ"

"เข้าใจค่ะ"

หลังจากนั้นพี่ภัทรก็พาฉันไปที่แผนกทันที ใหญ่มาก กว้างมาก! งั้นถ้ามีทั้งหมดสามสิบชั้น แสดงว่าแต่ละชั้นต้องแยกเป็นแผนกเป็นฝ่ายสินะ ส่วนชั้นสามสิบก็คงจะเป็นชั้นบริหารที่มีแต่ผู้บริหารระดับสูง

"เจ้สวย ฉันพาเด็กฝึกงานมาส่ง"

"อ๋อ น้อง...น้องอะไรนะ" พี่คนที่พี่ภัทรเรียกว่าเจ้สวยหันมาถามฉัน แต่พี่เขาก็สวยตามชื่อ อายุน่าจะสามสิบบวกแล้วแต่ยังสวยหุ่นดีอยู่เลย "สวัสดีค่ะ หนูชื่ออิงดาวค่ะ" ฉันตอบยิ้ม ๆ 

"สวัสดีจ้ะน้องอิงดาว พี่ชื่อสวยนะ หรือจะเรียกเจ้ เจ้สวย พี่สวย สุดสวยอะไรก็ได้จ้ะ ตามที่น้องถนัด พี่เป็นหัวแผนกบัญชี"

"ค่ะ แหะ ๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะพี่สวย"

พี่สวยพาฉันไปแนะนำกับทุกคนในแผนก ทุกคนน่ารัก ดูเป็นกันเองหมดเลย แต่ก็มีพี่บางคนที่มองด้วยสายตาดุ ๆ รวม ๆ คือไม่เป็นมิตรเลย แต่ฉันชินกับสายตายแบบนี้แล้วละ

"นี่โต๊ะทำงานของหนูนะลูก เจ้ต้องไปประชุมละ บอสมาแล้ว ยัยพรีม เจ้ฝากสอนงานน้อวด้วย" พี่สวยบอกก่อนจะฝากฉันไว้กับพี่อีกคนหนึ่งที่ชื่อพรีม 

"ได้เลยเจ้" พี่พรีมที่นั่งถัดจากโต๊ะฉันพูดขึ้น ส่าวนพี่สวยก็เดินกลับไปหยิบแฟ้มที่ห้องทำงานเพื่อเตรียมไปประชุม ทว่าก่อนที่พี่สวยจะไปกหันมาถามกับพี่คนอื่น ๆ ในแผนก 

"ทุกคน ฉันสวยยังจ๊ะ" ถามพร้อมกับโพสท่าประกอบ

"สวยเจ้สวย!"

"ผมให้ผ่าน ไปอ่อยบอสโลด"

"บอสต้องให้งบเราแน่ ๆ อ้อนเยอะ ๆ นะเจ้!" เป็นบทสนทนาที่ทำให้ฉันงงมากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าพวกพี่เขาคุยกันเรื่องอะไร "สวัสดีจ้ะน้องดาวพี่ชื่อพรีมน้าา" พี่พรีมเป็นฝ่ายแนะนำตัวขึ้นมา ทำให้ฉันต้องพักเรื่องที่สงสัยเอาไว่อน

"สวัสดีค่ะพี่พรีม" พี่พนักงานผู้หญิงผู้ชายที่นี่หน้าตาดีกันหมดทุกคนเลยก็ว่าได้

"ไม่ต้องงงนะจ้ะ พนักงานที่นี่เป็นแบบนี้แหละ นาน ๆ ทีบอสเขาจะมาไทยน่ะ มาทีนึงพวกเราทุกคนก็ต้องจัดเต็มกันหน่อย คิก ๆ"

“คะ” ฉันเอียงคออย่างงง ๆ คำตอบของพี่พรีมคือคำอธิบายเหตุการณ์เมื่อสักครู่ใช่ไหมนะ งั้นแสดงว่าตอนนี้บอสหรือท่านประธานของบริษัทเป็นชาวต่างชาติสินะ ตอนแรกคิดว่าเป็นคนไทยเสียอีก ความจริงก็อ่านประวัติของที่นี่มาก่อน แต่อ่านแบบผ่าน ๆ ไม่ได้ลงรายลเอียดอะไรมาก รู้แค่ว่าเป็นบริษัทที่นำเข้าและผลิตรถซุปเปอร์คาร์รายใหญ่ของประเทศ มีอยู่สาขาอยู่ในหลายประเทศ 

"แหม ยัยพรีมจ๊ะ จัดเต็มไปเขาก็ไม่ได้มาเจอพวกเราเหรอกย่ะ" พี่ที่นั่งอยู่ด้านหน้าพี่พรีมพูดขึ้นมา 

"ถึงบอสไม่มา ฉันก็สวยทุกวันอยู่แล้วปะ” พูดจบก็สะบัดผมใส่ผมแบบเชิด ๆ ใส่เพื่อนไปหนึ่งที่ก่อนจะหันมาพูดกับฉันต่อ “มาจ้ะน้องดาว เดี๋ยวพี่สอนงานให้" 

หลังจากนั้นพี่พรีมเริ่มสอนงานฉันทันที มีแต่ตัวเลขหลักล้านทั้งนั้นเลย ของชอบของอิงดาวที่สุด! ให้ทำทั้งวันยังได้ ฮึบ ว่าแล้วก็ตั้งใจทำงานต่อ

เวลาผ่านไปสักพัก ในขณะที่ทุกคนต่างตั้งใจทำงานของตัวเองอยู่นั้น

"เจ้กลับมาแล้วจ้าทุกคน"

"โอโห เจ้ แน่ใจว่าไปประชุม"

"ประชุมแบบสองต่อสองปะ คิก ๆ" เสียงฮือฮาจากพี่ในแผนกทำให้ฉันต้องละสายตาจากตัวเลขในหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปมองที่ต้นเสียง

พี่สวยเดินเข้าแผนกมาพร้อมกับแฟ้มอีกสองสามแฟ้มที่มากกว่าตอนไป แต่เริ่มจะมั่นใจว่าไปประชุมหรือเปล่าเพราะผมเผ้าของพี่เขา… เอ่อ จะยุ่งเหยิงนิดหน่อย คงจะประชุมกันเครียดน่าดูเลย

"น้องดาวไม่ต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้น ฮ่า ๆ"

"หะ คะ..." นี่ฉันเผลอทำหน้าเอ๋อ ๆ ออกไปอีกแล้วเหรอเนี่ย

"เจ้เราเป็นตัวแทนของแผนกไปประชุมเรื่องเพิ่มงบประมาณในการทำกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ในแผนกน่ะ ต้องแย่งกับแผนก ๆ อื่น ๆ ด้วย แต่พี่คิดว่าเมื่อตะกี้คงจะไปไฟท์กับผู้จัดการแผนกอื่น ๆ มาด้วยละมั้ง ฮ่า ๆ"

"อ๋ออออ…ค่ะ" ฉันพยักหน้าหงึกหงัก

"แผนกไหนนำเสนอผลงานได้ดีที่สุดก็จะได้ประชุมสองต่อสองกับบอส!"

"ประชุมสองต่อสองเหรอคะ?" แล้วประชุมสองต่อสองมันแตกต่างกับประชุมปรกติยังไงกัน งั้นเมื่อกี้พี่สวยประชุมรวมหลายคนหรือประชุมสองต่อสอง ฮือ ไม่คิดแล้ว ยิ่งคิดยิ่งสับสน

"พี่ว่าหนูไม่รู้น่ะแหละดีแล้ว ฮ่า ๆ" สรุปฉันไม่ควรรู้ใช่ไหมว่าประชุมสองต่อสองมันเป็นยัวไง เฮ้อ ช่างเถอะ สนใจงานดีกว่า ว่าแล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงานที่ได้รับมอบหมายต่อจวบจนถึงเวลาพักเที่ยง พี่พรีมก็ชวนฉันไปกินข้าวพร้อมกัน ตอนนี้ฉันเองก็เริ่มจำชื่อพี่ในแผนกและรู้จักกับพี่ ๆ บ้างแล้ว ยังมีหลายคนที่น่ารักและนิสัยดีเหมือนพี่พรีมกับพี่สวย 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงเวลาเลิกงาน ห้าโมงเย็น!

"น้องดาวกลับไงจ๊ะ"

"กลับรถเมล์ค่ะพี่พรีม"

"โอเค งั้นพี่กลับก่อนนะ แฟนมารับแล้ว" พี่พรีมพูดพร้อมกับโบกไม้โบกมือให้ฉันก่อนที่จะมีรถบิ๊คไบค์คันหนึ่งมาขับเทียบริมฟุตบาท และใช่… คนขับคือแฟนพี่พรีม พี่เขาเปิดหมวกกันน็อกแล้วสวัสดีฉันด้วย

“กลับบ้านดี ๆ นะน้องดาว ถึงบ้านแล้วไลน์บอกพี่ด้วย” น่ารักทั้งพี่พรีมทั้งแฟนเลย ขนาดซ้อนท้ายแฟนแล้วยังโบกไม้โบกมือแล้วกำชับฉันด้วยความเป็นห่วงทั้ง ๆ ที่พึ่งจะรู้จักกันแค่วันเดียว

 หลังที่พี่พรีมกลับไป ฉันก็เดินยืนรอตรงหน้าม้าย มือล้วงกระเป๋าสตางค์ออกจากกระเป๋าสะพายข้างเพื่อเตรียมเหรียญไว้สำหรับจ่ายค่ารถเมล์ แต่…

“!!!”

แต่ไม่พบ

ฮือออ กระเป๋าหาย ไม่สิ มันหายไม่ได้ ตอนเที่ยงยังใช้จ่ายค่าอาหารอยู่เลย ถ้าไม่ได้หายแล้วมันไปไหนละ คิดสิคิดอิงดาว อยู่ไหนนะ…. 

อ๊ะ! ต้องลืมกระเป๋าไว้ที่โต๊ะทำแน่ ๆ คิดได้ดังนั้นก็รีบวิ่งกลับเข้ามาในบริษัทอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้เริ่มไม่มีพนักงานแล้ว อาจจะเป็นเพราะที่นี่ไม่มีทำโอทีด้วยจึงทำให้เวลานี้มีแค่ฉันกับแม่บ้านและลุงยาม… พี่ ๆ ที่เดินออกมาพร้อมกับฉันและพี่พรีมก็กลับกันหมดแล้ว 

"หนูไปไหนลูก ลุงจะปิดไฟแล้วนะ" จ๊ะกับลุงยามที่เดินถือกุญแจพวงใหญ่มาตรงที่ฉันกำลังยืนรอลิฟต์

"แฮ่ก ๆ เดี๋ยวลุง หนูลืมของที่ชั้น 15 รอหนูก่อนนะ อย่าพึ่งปิดประตู" ฉันพูดไปหอบไปพร้อมกับประตูลิฟต์ที่เปิดออก เมื่อกี้ก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้าบริษัทอย่างไม่คิดชีวิต กลัวจะไม่มีเงินกลับบ้าน

ติ้ง!

ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกับฉันที่รีบก้าวออกมาด้วยความรีบร้อน วิ่งตรงไปเปิดประตูแผนกทันที เป็นแผนกที่ไม่มีคนอยู่เลยสักคน มีเพียงความมืดเท่านั้น ฮือออ ลุงรีบปิดไฟทำไมเนี่ย มันน่ากลัวนะ มองซ้ายมองขวาก็มีแต่โต๊ะและเก้าอี้ทำงานที่ว่างเปล่าไม่มีคนนั่ง ทว่าระหว่างที่ฉันพยายามบังคับขาตัวเองไม่ให้สั่นเพื่อเดินมาที่โต๊ะทำงานของตัวเองก็เห็น…

ใครคนหึ่งยืนอยู่ในห้องประชุมเล็กของแผนก....

เงาดำ ๆ กำลังยืนหันหลังให้ฉัน และกำลังเอื้อมมือไปหยิบของบางอย่างบนโต๊ะประชุม หรือ หรือว่าเงาดำนั้นจะเป็นขโมย! ฉันก็รีบหยิบแฟ้มหนาจากโต๊ะทำงานของพี่คนหนึ่งตืดมือมาด้วย หมายจะทำร้ายและจับขโมยให้ได้คาหนังคาเขาแล้วพาไปให้ลุงยาม ฉันค่อย ๆ เดินย่องเข้าไปที่ห้องประชุมช้า ๆ ประตูเปิดอ้าอยู่ 

ตายซะะเถอะไอ้ขโมย!

ขวับ!

"เฮ้ย!" 

ความคิดเห็น