ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 97 อยากเป็นเผิงเกอ

ชื่อตอน : บทที่ 97 อยากเป็นเผิงเกอ

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 345

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2562 18:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 97 อยากเป็นเผิงเกอ
แบบอักษร

  เดือนกุมภาพันธ์คงเป็นเดือนที่แสนทรมานสำหรับทีมงาน จูอี้หลงขาดการติดต่อกับทั้งทางบ้านและเพื่อนฝูง งานที่ไหลเข้ามาเป็นเพียงเลือดหล่อเลี้ยงชีวิตของเขาแต่เพียงสายเดียว มันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ช่วยทำให้จูอี้หลงผ่านแต่ละวันไปได้ งานทำให้เขามีสมาธิ มีจุดมุ่งหมาย พอมีสมาธิมีจุดมุ่งหมายเขาก็ลืมความทุกข์ไปชั่วขณะ ได้เห็นเขายิ้ม เห็นเขาหัวเราะ เห็นเขาปรึกษาหารือกับผู้กำกับหรือตากล้องอย่างใจจดใจจ่อ ทุกคนในทีมของจูอี้หลงก็พอผ่อนคลายลงบ้าง  

  ที่พึ่งพิงของจูอี้หลงที่เคยเป็นเผิงกวนอิงเสมอมาก็กลับกลายเป็นไป๋อวี่ แต่ถึงอย่างนั้นความหดหู่ที่เขาฝืนซ่อนไว้ก็ไม่ได้ลดลง มันมีผลกระทบต่ออารมณ์ของทุกคนในทีมงานทุกคราวที่เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ การปรากฏตัวที่บ่อยขึ้นของไป๋อวี่กลับกลายเป็นเหมือนโมงยามที่ทุกคนกำลังค่อยๆย่องเดินไปบนทะเลน้ำแข็ง ไม่รู้ว่าจะเผลอเหยียบลงไปบนน้ำแข็งที่เปราะบางจนรับน้ำหนักไม่ไหวเมื่อไหร่ 

  จูอี้หลงยังคงไม่ยอมเปิดโทรศัพท์ เขาจะเปิดมันขึ้นมาก็ต่อเมื่อจะนอนเพื่อเข้าไปตอบข้อความแฟนๆตามคำสัญญา บางครั้งเหนื่อยจนทำได้เพียงแค่พิมพ์จุดจุดจุด หรือเครื่องหมายต่างๆโดยคงจะไม่ได้อ่านข้อความของแฟนๆที่ตัวเองพิมพ์ตอบเสียด้วยซ้ำ  

  ทางน้องสะใภ้ก็ติดต่อมาเป็นระยะๆแต่จูอี้หลงไม่ยอมคุยด้วยเลย .... เมียอาหวู่ฝากมาบอกว่าคุณพ่ออยากให้โทรกลับ ... หลินชิงหูบอก แต่จูอี้หลงก็เพียงพยักหน้ารับ เลยต้องเป็นจูไฉ่หงที่โทรกลับไปรายงานที่บ้านว่าจูเหล่าซืองานยุ่งมาก.... 

  ทำไมจะไม่รู้ว่าที่จูเหล่าซือรออยู่คือเผิงกวนอิง .... ถึงเขาจะปิดโทรศัพท์เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่แอบเปิดเป็นช่วงๆเพื่อเช็คดูว่ามีข้อความหรือมีใครโทรเข้าบ้าง แต่ไม่เห็นเขาโทรกลับหาใคร แม้กระทั่งไป๋อวี่ก็ยังต้องเป็นฝ่ายโทรมาหาเขาก่อน โดยจะเป็นเยี่ยหลานที่โทรเข้าเครื่องของจูไฉ่หง แล้วจึงส่งต่อให้เขาสองคนคุยกัน แบบนี้ทางทีมงานก็คิดว่าปลอดภัยจากพวกซื้อขายข้อมูลดีกว่าปล่อยให้พวกเขาโทรหากันเอง 

  ส่วนทางไจ๋เทียนหลิน สถานการณ์ของเขาก็ไม่สู้ดีนัก จูอี้หลงกลับเป็นคนใจดำ เขาไม่ยอมโทรหาไจ๋เทียนหลินแม้แต่น้อย ดูเหมือนเมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมาไจ๋เทียนหลินจะบีบคั้นจูอี้หลงในเรื่องอะไรบางอย่าง หลินชิงหูก็แค่ปะติดปะต่อจากคำพูดของไจ๋เทียนหลินที่เอ่ยตอนที่เขาไปรับจูอี้หลง  

  นายเหลยลี่ ผู้จัดการส่วนตัวของเผิงกวนอิงก็บล็อกทุกเส้นทางการติดต่อ ขนาดจูไฉ่หงแอบขอเสี่ยวหลานโทรไป เสี่ยวหลานก็ยังโดนบล็อก 

  "ใช้หัวเธอตรองหน่อย...." ถังซันบอกจูไฉ่หง 

  "จูเหล่าซือออกมายอมรับไป๋เหล่าซืออย่างนี้ เผิงเหล่าซือจะยืนตรงไหน" 

  "ก็แค่มีแฟน ใครที่ไหนเขามีแฟนแล้วต้องเลิกคบเพื่อนกัน" 

  "แล้วคิดว่าจูเหล่าซือกับเผิงเหล่าซือเป็นแค่เพื่อนกันเรอะ" 

  "นายอย่ามาซี้ซั้ว" หลินชิงหูโมโหใส่สปิ้กเกอร์โทรศัพท์ 

  "ไม่งั้นไป๋เหล่าซือจะของขึ้นเพราะเผิงเหล่าซือเรอะ..." ถังซันสวนมา เสียงสูง 

  "ตอนแรกฉันก็ว่าไป๋เหล่าซือคิดมาก แต่ตอนนี้ ... ก็เห็นๆอยู่ว่าเขาไม่ได้คิดมาก" ถังซันกระแทกเสียง 

   

   

  "ตอนนี้เกอไม่มีใครแล้ว เสี่ยวไป๋ไม่ทิ้งเกอใช่ไหม" ...ขอแค่เกอไม่นอนละเมอชื่อเผิงเกอ ผมขอแค่นั้น.... ไป๋อวี่ทำได้เพียงแค่คิด เขาไม่กล้าเอ่ยออกมาจริงๆ แม่ยังย้ำกับเขาเป็นนักเป็นหนา ว่าอย่าได้เอ่ยถึงเผิงกวนอิง ไป๋อวี่โอบร่างที่นับวันจะบางลงเข้ามา จูอี้หลงยันหัวเข้ากับอกไป๋อวี่ 

  "นายกล่อมเกอนอนได้ไหม"  

  "ได้สิ เกอนอนหนุนตักผมไหม"  

  "ไม่ จะหนุนอกนี่แหละ"  

  "อืม" ไป๋อวี่เอนนอนหงาย จูอี้หลงซบลงกับอกไป๋อวี่ กลิ่นผมที่หอมอ่อนๆ ทำเอาใจไป๋อวี่เต้นแรงและเร็วขึ้น จูอี้หลงพลิกตัวไปมา ในที่สุดเขาก็ขยับลงไปหนุนหมอน แล้วพลิกตะแคงหันหลังให้ไป๋อวี่ ไป๋อวี่ขยับตาม ไซร้จมูกเข้าหลังใบหู แขนขยับจะรั้งร่างที่หันหลังให้เข้ามากอดไว้ในอก แต่จูอี้หลงก็สบัดตัวออกแล้วลุกพรวดขึ้นนั่ง 

  "เกออยากนอน อย่ากวนได้ไหม" พูดจบเขาก็คว้าหมอนลุกไปนอนที่เก้าอี้ยาว 

  จูอี้หลงนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาพนัก น้ำตาดันไหล.... คิดถึงเผิงกวนอิง... สองมือปิดหู พยายามนับในใจ พยายามนึกถึงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของเผิงกวนอิง อีกพักใหญ่กว่าเขาจะเริ่มเข้าสู่พวังค์ รู้สึกเหมือนเผิงกวนอิงมาขยับตัวเขา กระซิบบอกให้ไปนอนที่เตียง ....ไม่อ่ะ นอนนี่แหละ นายก็นอนตรงนี้สิ แขนรั้งคนที่โน้มตัวลงหาให้นอนลงมา.... กวนอิง... ก่อนจะจมดิ่งสู่ความหลับไหลไปเพราะความอ่อนเพลีย 

 

  "ฉันควรจะทำยังไง ถ้าคนที่นอนอยูข้างๆกลับร้องเรียกหาผู้ชายคนอื่น" 

  "เลิก" เพื่อนคนนึงบอกก่อนจะหันไปใส่ใจเกมส์ที่กำลังเล่นอยู่บนจอมอนิเตอร์ใหญ่เบิ้มตรงหน้า  

  "นายหมายถึงจูอี้หลง?" เหล่าหยางลุกมานั่งลงข้างๆ มือยื่นกระป๋องเบียร์ให้ไป๋อวี่ 

  "อือ"  

  "เขาเอ่ยชื่อเผิงเหล่าซือ?"  

  "อือ" 

  "ให้เวลาเขาอีกหน่อย อย่าลืมสิว่านายมาทีหลัง จะให้เขาลืมคนที่อยู่ข้างกายมากว่าสิบปีง่ายๆได้ยังไง ถ้านายรักเขาจริง นายก็ต้องยอมให้เวลาเขาหน่อย พิสูจน์ตัวนายเองว่านายดีกว่าคนคนนั้น พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่เขาเลือกนาย เขาไม่ได้ตัดสินใจผิด" เหล่าหยางไม่เคยทำให้ไป๋อวี่ผิดหวัง เขามีคำแนะนำดีๆให้เสมอ 

  "ฟังดูง่ายจังนะ...." ไป๋อวี่ส่งยิ้มขมขื่นก่อนยกเบียร์ขึ้นจิบ 

  "นายก็มีดีของนาย อย่าคิดจะทำอะไรตามอย่างคนอื่นล่ะ ..." 

  "ฉันอยากจะแทนที่เขาให้ได้" ไป๋อวี่กอดเข่า จับกระป๋องเบียร์ด้วยปลายนิ้ว หมุนข้อมือช้าๆเป็นวง 

  "นายคิดผิดแล้ว" เหล่าหยางไม่เห็นด้วย 

  "ผิดตรงไหน ฉันรักหลงเกอ ฉันอยากให้เขามีแต่ฉันคนเดียว" ..... 

 

  "งั้นตอนนี้จูอี้หลงก็เข้ามาแทนที่เหมิงเหมิงได้ 100 เปอร์เซนต์แล้วสิ" เหล่าหยางถามหลังจากที่ทั้งคู่เงียบไปอึดใจใหญ่ 

  "จะเหมือนกันได้ยังไง เหมิงเหมิงก็ส่วนเหมิงเหมิง" 

  "นั่นไง ... นายก็ใช่ว่าจะไม่รู้ เผิงกวนอิงก็ส่วนเผิงกวนอิง นายก็ส่วนนาย เพราะงั้น นายไม่ต้องคิดที่จะเข้าไปแทนที่เขา" 

  "........." 

  "จูอี้หลงคงไม่อยากให้นายเหมือนเผิงกวนอิงหรอก เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น เขาก็ไม่เห็นจะจำเป็นต้องมีนายเลย มีเผิงกวนอิงแค่คนเดียวก็พอแล้ว" คำพูดของเหล่าหยางทำเอาไป๋อวี่ลุกพรวดขึ้นยืน 

  "นึกว่าไม่เข้าใจหรือยังไง .... หลงเกอไม่จำเป็นต้องมีฉัน แต่จำเป็นต้องมีเผิงเกอ อันนี้ต่างหากที่ฉันต้องการจะเปลี่ยน ฉันอยากให้เกอมีแค่ฉันก็พอแล้ว" 

  "แล้วที่เขาเลือกนายนี่ ไม่ใช่เพราะว่าเขาจำเป็นต้องมีนายเรอะ" ไป๋อวี่เงียบไป ... หลงเกอบอกแม่ว่าเขาต้องการความเร่าร้อนอย่างไป๋อวี่... 

  "เขาแค่ต้องการอยู่กับฉัน... แกไม่เข้าใจหรอก...." 

  "แล้วมันไม่ดียังไง มีคนต้องการแก" 

  "แค่ต้องการ แต่ไม่จำเป็น" น้ำเสียงขมขื่นจนเหล่าหยางต้องหันมาจ้อง 

  "อะไรวะ" 

  "วันไหนที่ไม่ต้องการขึ้นมา นายจะให้ฉันทำยังไง" ไป๋อวี่ก้มดูปลายเท้าตัวเอง 

  "แล้วนายล่ะ เคยนึกในมุมกลับกันบ้างไหม" 

.... 

 

  "เกิดวันไหน นายไม่ต้องการเขาขึ้นมา..." 

  "ฉันจะไม่ต้องการเขาได้ยังไง" เขาเบนสายตามามองตอบเหล่าหยางที่ยังนั่งชันเข่าอยู่ที่พื้น 

  "เหมือนที่นายไม่ต้องการเหมิงเหมิง" 

  "ก็บอกแล้วไง ว่าไม่เหมือน ไม่เหมือน" ไป๋อวี่ตะโกน ทำเอาเพื่อนที่นั่งเล่นเกมส์อยู่ข้างๆยกเท้ามาถีบที่ขาเขาเพื่อเตือนสติ 

..... 

  "แล้วนายอยากจะเป็นใคร ไป๋อวี่ หรือเผิงกวนอิง นายอยากเป็นคนที่เขาต้องการหรืออยากเป็นคนที่จำเป็นสำหรับเขา คนที่แม้เขาจะไม่ต้องการแต่ก็จำเป็นต้องมีน่ะ ขนาดเผิงกวนอิงก็ยังไม่อยากเป็นคนคนนั้นเลย" เหล่าหยางเสียงดังบ้าง 

  "นายรู้ไหม เผิงกวนอิงบอกยกเลิกงานจนหมด อันไหนที่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาก็ดีไป ที่เซ็นไปแล้วแต่ปิดโปรเจคได้ภายในช่วงที่เขายังถ่ายละครอยู่เขาก็ทำให้ แต่นี่เขาต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับงานนิตยสารไปแห่งนึง นายรู้ไหม" 

  "ทำไม" ไป๋อวี่ไม่รู้เรื่องเผิงกวนอิงจริงๆ 

  "หลังงานละครที่กำลังถ่ายอยู่นี่ เขางดรับงานอย่างไม่มีกำหนด" 

  "อะไรนะ!" 

  "นายอยากเป็นอย่างเผิงกวนอิงไหมเล่า คนที่จูอี้หลงไม่ต้องการน่ะ ..."  

  "นายไปรู้มาจากไหน" 

  "เจ้าเหลยลี่นั่นฟาดหัวฟาดหางใส่ฉันด้วย พอรู้ว่าฉันเป็นเพื่อนแกแค่นั้นแหละ พอโทรมายกเลิกรายการวิทยุ คุยกันรู้เรื่องเสร็จแล้ว หมอนั้นก็บล็อคฉันทันทีเลย พี่ที่ทำงานด้วยกันบอกว่า มันแค้นจูอี้หลงกับไป๋อวี่มาก ขนาดสินค้าที่พวกนายเป็นพรีเซนเตอร์มันยังห้ามคนในทีมงานซื้อ" เหล่าหยางหยุดพูด แหงนหน้าดูไป๋อวี๋ เอื้อมมือไปรั้งให้เขานั่งลง  

  "มันไม่เก็บอาการจนคนวงในเขารู้กันทั่ว ว่าที่มันเหวี่ยงนี่คงเพราะจูเหล่าซือเลือกไป๋เหล่าซือ ถึงจะไม่มีใครพูดออกมาก็เถอะ" 

  "ถ้าเลือกฉันแล้วทำให้หลงเกอเป็นทุกข์ถึงขนาดนั้น..." ไป๋อวี่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นข้างๆเหล่าหยาง คิ้วยังขมวดเป็นก้อนกลม 

  "ทำไม นายจะถอยออกมาเรอะ นายจะบอกเขาว่าเขาเลือกผิดเรอะ" 

  "ปะ เปล่า ฉันไม่ถอย ฉัน ฉันอยากจะพยายามเป็นเผิงเกอ นายเข้าใจมั้ย" 

  "เออ เข้าใจแล้ว นายอยากเป็นทั้งคนที่เขาต้องการแล้วก็คนที่จำเป็นสำหรับเขา.... มันคงต้องใช้เวลา กว่าเขาจะละเมอเรียกแต่ชื่อนาย นายคงต้องอดทน"  

  "อืมม" 

.... 

  "เหล่าไป๋" 

  "หือ?" 

  "นายเปลี่ยนไปนะ" 

  "ฉันก็เป็นของฉันอย่างนี้" 

  "นายเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะ" 

  "......." 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว