ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Dirty Suekrob :: Episode.04 [200%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ต.ค. 2558 18:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Dirty Suekrob :: Episode.04 [200%]
แบบอักษร


เครดิตภาพ tumblr , weheartit , pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate



 

EPISODE 04

  {Hello Liar. I'm Liar too.}

สวีสดีพวกเดียวกัน

 

  

 

 

 

 

 

“หอมแรงเกินไปมั้ย แก้มฉันช้ำยังไม่รู้?”

แต่ศึกรบกลับยิ่งกอดฉันแน่นกว่าเดิมจนอึดอัด ส่วนเพื่อนของเขาก็เอาแต่ก้มมองเราสองคนอยู่ได้ เจริญ คำพูดนั่นมันบ้าอะไร

“ก็ไม่ได้อยาก” ฉันบอกศึกรบ หวังลึกๆ ว่าความเย็นชาจะทำให้หมอนี่ปล่อย

“นี่ขนาดไม่อยากยังจัดซะฉันเขิน” ใช่ไง หมอนี่หน้าแดงไปหมด แต่แล้วไง มาพูดต่อหน้าคนอื่นนี่อยากจะพรีเซ้นท์อะไรอีก

“ต้องแสดงให้ดูมั้ยว่าเวลาฉันอยากมันเป็นไง” ฉันกัดฟันพูดเพราะรู้ว่าดิ้นไม่ได้ ขณะที่ศึกรบจ้องฉันอยู่

“อยากเห็นเป็นขวัญตาอยู่เหมือนกัน” ประโยคบ้าๆ นี่ถูกส่งผ่านริมฝีปากของศึกรบ เขาพูดมันออกมาโดยไม่สนใจว่าจะมีใครฟังอยู่บ้าง ทำเหมือนไม่แคร์สื่ออยู่ได้

ศึกรบคงคิดว่าฉันจะแสดงมันกับเขาล่ะมั้งถึงได้พูดแบบนี้ แต่รู้มั้ย เขาคิดผิด

เพราะฉันยกมือขึ้นเกี่ยวนิ้วเข้ากับคอเสื้อของเพื่อนเขา เลือกเอาสักคนหนึ่งนี่แหละ จะเป็นใครก็ได้ฉันไม่ถือ

“ทำไร ใจเต้นหมด” เจ้าของเสียงนั่นคือมังกร... ใช่มั้ยนะ ช่างเถอะ คนอื่นพูดฉันไม่สน ฉันสนแต่ศึกรบ สนแค่สิ่งที่จะทำและการแสดงออกต่อจากนี้ของเขามากกว่า

และเมื่อทำสำเร็จ ฉันก็ใช้แรงรั้งคอเสื้อผู้ชายคนนั้นลงมาจนต่ำอย่างรวดเร็ว แค่อยากจะขู่ไง

แต่มังกรดันเอียงหน้ามาทางฉันพอดี นั่นทำให้ริมฝีปากของเราสองคนสัมผัสกันไปโดยปริยาย ทุกอย่างหยุดนิ่งไปพร้อมกับสัมผัสเย็นชืดแต่อ่อนนุ่มจากริมฝีปากของเราสองคน กลิ่นและสัมผัสที่ไม่คุ้นเคยทำให้ฉันใจสั่นแปลกๆ เพราะศึกรบกำลังมองตอนที่ฉันจูบกับเพื่อนเขา

เหตุการณ์ซ้ำๆ เดิมๆ ทว่าแค่ตอนกับเพชรฉันตั้งใจ แต่นี่ไม่ใช่... 

และทันทีที่ริมฝีปากของฉันกับมังกรสัมผัสกัน...

เคล้ง!

“พวกนายเล่นไรกันวะ มังกร... นายทำแบบนี้อีกแล้วนะ” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากตรงไหนสักที่พร้อมทั้งเสียงเดินตรงเข้ามาทางนี้

“...”

“เซ็กซ์หมู่กันอยู่เหรอ ผู้หญิงคนนี้มันเป็นใคร!!

“เจ๊สายฟ้าลงมาจากห้องนอนแล้ว เวรมั้ยล่ะทุกคนครับ” เสียงเรย์ดังขึ้นต่อจากนั้น

“ไอ้รบทำไรสักอย่างสิวะคนนี้ของมึงนะ ไอ้เฉื่อยอย่าเอาแต่อึ้งดิเฮ้ย สายฟ้าวิ่งลงมาจากบันไดแล้วนั่น” ส่วนนี่เป็นเสียงของทัพพ์

“สงสัยคงอยากเจ็บตัว”

นั่นคือสิ่งที่ศึกรบที่ยังนอนอยู่ใต้ร่างฉันพูดขึ้น สายตาและสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง วินาทีต่อมาเขาก็มองผ่านไปยังด้านหลังของฉัน ดังนั้นฉันจึงตั้งท่าจะมองตาม แต่...

พรึบ!

ศึกรบล่ะมั้งที่ใช้มือปิดตาฉันไว้ ก่อนจะกระชากฉันลงจากตัวเขาด้วยความรุนแรงจนเข่ากระแทกกับพื้น เจ็บเป็นบ้า...

“ทำบ้าอะไร นังนั่นมันเป็นใคร!!

“ไม่ได้ตั้งใจ”

“แต่เจตนาใช่มั้ยมังกร นายมันห่วยแตก!

“ฟัง...”

เสียงโต้ตอบของมังกรกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันยังไม่เห็นหน้าของเธอดังขึ้น ก็คงเป็นยัยสายฟ้าสายฝนอะไรสักอย่างมั้ง

เพี๊ยะ!!!

“เออ ฟังอยู่ ก็พูดมาสิ!

และแล้วเสียงเหมือนใครสักคนโดนตบก็ดังขึ้นพร้อมทั้งเสียงก่นด่าของผู้หญิงคนเดิม ฉันคิดว่าอาจจะเป็นมังกรล่ะมั้งที่โดนตบ ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนของเขาล่ะก็นะ

ศึกรบไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้ฉันหันไปมองหน้าผู้หญิงที่ชื่อสายฟ้า เขากระชากฉันออกมาจากห้องนั่งเล่นด้วยความรุนแรงพร้อมทั้งสบถด่าฉันด้วยถ้อยคำหยาบคายจนใบหน้าฉันชาไปหมด

“เธอแม่งระยำ” เขาลากฉันไปพลางพูดตะคอกไปพลาง

“ต่างจากนายตรงไหน” ฉันนิ่วหน้าจากแรงบีบเคล้นนั่น เห็นแว๊บๆ ว่ามังกรอุ้มผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นไปชั้นสองของตัวบ้าน

“เห็นเธอบอกว่าตัวเองร่าน” ศึกรบหันมามองฉันวูบหนึ่งด้วยสายตาที่บ่งบอกชัดเจนว่าไม่พอใจ ก่อนจะหันไปทางอื่น “แต่นั่นก็เกินไป”

“นั่นแหละฉัน ทีนี้ก็เลิกยุ่งสักที” ฉันยอมรับง่ายๆ ถึงจะเจ็บตัว แต่ได้เห็นเขาดีดดิ้น มีปฏิกิริยาด้านลบแล้วมันรู้สึกดีบอกไม่ถูก

ฉันจะไม่บอกเขาว่ามันเป็นอุบัติเหตุ เพราะฉันก็ไม่ได้อยากจะจูบเพื่อนของหมอนี่ ไม่ได้อยากจะจูบใครหน้าไหนทั้งนั้น ฉันแค่แสดงให้เห็นว่าการที่คนเรามันจะสัมผัสกัน... ไม่จำเป็นต้องมีความรู้สึกพิเศษ ไม่จำเป็นต้องตั้งใจทำมันก็ทำได้

ที่สำคัญ ใครจะไปรู้ว่าไอ้คนชื่อมังกรมันมีแฟนแล้ว

“อยากกลับไปหาไอ้เพชรจนตัวสั่นเลยไง?” ศึกรบมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า เขามองเห็นว่าฉันสั่นเพราะอาการไม่สบาย

“ใช่” ฉันตอบโดยไม่ลืมบิดต้นแขนออกจากมือศึกรบ แต่ก็เท่านั้น... เพราะไม่นานเขาก็เปิดประตูหน้าบ้านออก

“เออ ดี เดี๋ยวบอกให้!” ว่าจบศึกรบก็ใช้มืออีกข้างล้วงเอามือถือขึ้นมากดอะไรบางอย่าง ไม่นานเขาก็ยื่นจอมือถือมาตรงหน้าฉัน เขาให้ฉันดูข้อความทางไลน์ที่คุยกับเพชร

 

 

 

ศึกรบ :: เพื่อน กูหาน้องเพื่อนเจอแล้ว เห็นมั่วผู้ชายอยู่

เพชร  :: หมายความว่าไงวะ เธออยู่ที่ไหน

ศึกรบ :: บ้านกู

เพชร  :: ขอเวลาสิบนาที

 

มั่วผู้ชายงั้นเหรอ อ้อใช่ ขนาดฉันมั่ว หมอนี่ยังไม่ยอมปล่อยไปเลย นี่ถ้าฉันนิสัยดี คงถูกเขาขังไว้เลยมั้ง

“ขอบใจ ทีหลังไม่ต้อง... อื้อ!

เร็วกว่าจะตั้งรับทัน!

ศึกรบผลักฉันให้แผ่นหลังติดกับบานประตูที่เพิ่งเปิดออกพร้อมกับตรงเข้ามาแนบชิดอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากร้อนระอุของเขาทาบทับแนบติดกับริมฝีปากฉันโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างฉันถูกบดเบียดให้ถอยออกไปด้านนอก

รสจูบเผด็จการและรุนแรงทำให้ฉันสะบัดหน้าหนีด้วยแรงทั้งหมดจนกระทั่งเราทั้งคู่น่าจะออกมานอกบ้าน

ซ่า

เสียงฝนตกฟ้าร้องดังเข้ามาในโสตประสาท ทั้งที่ตอนอยู่ในบ้านไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยแท้ๆ แล้วรู้มั้ยว่าสิ่งที่ฉันทำต่อหลังจากถอนจูบที่รุนแรงป่าเถื่อนนั่นออกคืออะไร

ผั่วะ!

“เรื่องจูบ มันเป็นเรื่องธรรมดาของนายรึไง” ฉันอยากจะใช้หลังมือฟาดใส่หน้าเขาให้แรงกว่านี้ แต่ร่างกายมันไม่ไหวไง

“แล้วเรื่องมักง่าย มันเป็นเรื่องธรรมดาของเธอว่างั้น” ศึกรบหันหน้ากลับมา ดวงตาของเขามองริมฝีปากฉัน เขาทำเหมือนอยากจะเผาริมฝีปากฉันด้วยการมองอย่างไรอย่างนั้น

เหอะ ด่าว่าฉันมักง่ายไม่ดูตัวเอง

“ปล่อยได้ยัง ฉันจะได้ไป” ฉันปรายตามองมือข้างหนึ่งของศึกรบที่กำแขนไว้ เม็ดฝนกระหน่ำเทลงมาบนตัวฉันจนเปียกอีกรอบ

“เดี๋ยวมันก็มา รีบอะไรนักหนา” ฉันรู้ว่าศึกรบพูดถึงเพชร แต่ก็เท่านั้น... แม้จะแค่สิบนาที ฉันก็ไม่อยากยืนอยู่ใกล้หมอนี่ให้เปลืองพลังงาน

“แล้วไง จะเอาไรอีก” เพิ่งเคยรู้เหมือนกันว่าการจะหนีผู้ชายสักคนมันยากมากขนาดนี้ ยังไงดีล่ะ ศึกรบเป็นอันดับหนึ่งของคนที่ฉันไม่คิดจะข้องแวะด้วยเลยในตอนนี้ แล้วนี่อะไร

“เธอมันน่าหงุดหงิด ช่วยรู้ตัวหน่อย” น่าขำกับสิ่งที่หมอนี่พูด มันฉันต่างหากที่หงุดหงิด

“น่าหงุดหงิดแล้วไง” สิ่งที่ฉันทำคือจ้องหน้าหมอนี่ ต่อปากต่อคำกับเขาทั้งที่เสียงตัวเองยังแหบแห้งอยู่

“แรดไรเยอะแยะ หวง” เขาลูบน้ำออกจากใบหน้าด้วยมือข้างที่ว่างอยู่ ส่วนมืออีกข้างยังบีบต้นแขนฉันไว้เหมือนเดิม

“ได้สิทธิ์ในตัวฉัน แล้วค่อยแสดง” ใช่ อย่าหวังเลยว่าเกิดเหตุการณ์บนเตียงนั่นขึ้นแล้วฉันจะแคร์ ถ้าฉันจำไม่ได้ ไม่รู้สึกตัว ฉันก็ไม่เดือดร้อนด้วยหรอก

“ได้แน่ไม่ต้องปากดี” ว่าจบเขาก็ก้มหน้าลงมาเหมือนจะจูบกันซ้ำสองจนฉันต้องยกมือขึ้นจิกใบหน้านั่น

“จะจูบอีกว่างั้น” ฉันพูดและจ้องมองเขาด้วยสีหน้ารังเกียจ ก่อนจะไอออกมาติดๆ กันหลายที

โอเค... ฉันเริ่มรู้สึกว่ามันไม่เวิร์คแล้วถ้าจะมายืนเถียงกันท่ามกลางสายฝนโดยที่ตัวฉันเองก็ไม่ได้สบายดีแบบนี้

“สักหน่อยก็ดี ถือว่าล้างปากเธอ” ศึกรบปัดมือฉันที่กำลังจิกหน้าออก

“พอกันที... อื้อ” เป็นอีกครั้งที่ฉันโดนหมอนี่สุ่มสี่สุ่มห้าจูบ เขาใช้จังหวะนั้นตวัดแขนรวบตัว ออกแรงเกร็งจนฉันขยับไม่ได้

ณ วินาทีนั้นทั่วทั้งร่างของฉันเต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ทั้งร้อนทั้งหนาวในคราวเดียว

สิ่งที่เลวบัดซบที่สุดคงเป็นเรียวลิ้นของศึกรบที่ดึงดันจนสามารถเข้ามาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของฉันได้ แรงขบกัดจนเลือดซิบ สัมผัสดูดดึง ริมฝีปากที่บดขยี้อย่างหนักหน่วงทำให้ฉันเบิกตาโพลงทั้งที่น้ำฝนกำลังทำให้แสบตาสุดๆ

มองอยู่ตลอดเลยงั้นเหรอ...

ความคิดบ้าๆ วิ่งพล่านเข้ามาในหัวเมื่อเห็นว่าศึกรบที่ก้มหน้าบดเบียดเสียดสีริมฝีปากไม่หยุดกำลังจ้องหน้ากัน ฝ่ามือข้างหนึ่งของเขาสอดเข้ามา นิ้วใดนิ้วหนึ่งแตะลงตรงใจกลางเนินอกของฉัน

เขาวาดวนนิ้วตรงแถวๆ นั้น... ขณะที่ฉันรู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรงจนต้องหลับตาลงและขยำมือกับไหล่หมอนี่ไว้

กึก!

นั่นทำให้ฉันกัดริมฝีปากของเขาด้วยความรุนแรง ร่างกายฉันกำลังต่อต้านหมอนี่ทำไมจะไม่รู้ แต่คนที่มันดื้อดึงก็ยังคงดื้อดึงต่อไป

จนเมื่อใบหูของเราสองคนได้ยินเสียงรถยนต์คันหนึ่งมาแต่ไกล รวมถึงสัมผัสได้ว่ามีแสงไฟสาดส่องมาทางนี้ ศึกรบก็กัดริมฝีปากฉันคืนด้วยความแรงพอๆ กันก่อนจะยินยอมถอนริมฝีปากออกโดยง่าย

“มาพอดี” เขาปรายตามองรถของเพชรที่กำลังขับเข้ามาด้วยสีหน้าเสียดาย

“อึก...” ฉันสะอึกเพราะหายใจไม่ทัน รู้สึกเหมือนจะล้มลงเพราะขาดอากาศจนต้องก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวเพื่อตั้งหลัก

พรึบ!

ก่อนจะถูกศึกรบดึงเข้าไปใกล้ชิดมากกว่าเดิม เมื่อเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาเย็นชา เขาก็หลุบตามองฉันด้วยสายตาหงุดหงิดพร้อมทั้งใช้ข้อนิ้วขยี้ริมฝีปากที่คงบวมช้ำและห้อเลือดของฉัน ก่อนจะพูดขึ้นในวินาทีที่รถของเพชรหยุดลงทางด้านหลังเราสองคนซึ่งเปียกด้วยกันทั้งคู่

“ฝากบอกไอ้เพชรด้วยว่าฉันกำลังสมัครเป็น น้องเขย มันอยู่” ว่าจบเขาก็ยิ้มเยาะ เรื่องหยามหน้าฉันล่ะเก่งจริง... เรื่องข่มฉันล่ะถนัดนัก

ใครจะยอม... ฉันคิดในใจพร้อมทั้งตั้งสติอีกครั้ง ถ้าหลังจากนี้จะแรงขึ้นก็โทษศึกรบแล้วกัน เพราะถ้าเขาออกปากขนาดนั้น ฉันคงมีแต่เสียกับเสีย อย่างน้อย... ฉันจะไม่ยอมเสียมายาไปแน่

แควก!!

สิ่งที่ฉันทำต่อไปคือการจ้องหน้าเขาตอบพร้อมทั้งฉีกเสื้อตัวเองออก มันทำให้ฉันหนาวก็จริง แต่ศึกรบก็ทำให้ฉันร้อนเหมือนกัน

“ปากก็เอาแต่พูดว่าได้ทำนู่นนี่นั่น... แต่ไม่เห็นจะทำสำเร็จสักที” ฉันพูดกับศึกรบ และข่มอาการของตัวเองไว้พร้อมทั้งพุ่งตัวเข้าไปหาเขา “ดีแต่ปาก”

“...” ศึกรบไม่ได้พูดอะไรโต้ตอบกลับมา เขาทำแค่หลุบตามองเรือนร่างฉันที่ยังคงมีรอยจูบจากริมฝีปากเขาเท่านั้น

“แก้มฉัน ปากฉัน ตัวฉัน... มันทำนายคลั่งใช่มั้ย”

ส่วนฉันก็ใช้มือดึงมือข้างหนึ่งของศึกรบขึ้นมาแนบแก้มตัวเอง กดจนแน่นให้เหมือนกำลังถูกฝ่ามือเขาขยี้ผิว พร้อมทั้งใช้หางตามองเพชรที่กำลังเดินลงจากรถ และในวินาทีเดียวกันนั้นเอง... ฉันก็กำมือศึกรบแน่น ก่อนจะใช้กำลังที่มีอยู่น้อยนิดดันมือเขาออกให้ห่างจากผิวแก้มแล้วบังคับให้เขาปะทะฝ่ามือลงกับแก้มฉันด้วยแรงของตัวฉันเอง

เพี๊ยะ

เสียงของมันไม่ได้ดังมากนัก แต่แอ็คติ้งฉันก็มีอยู่พอตัว เพราะฉันกำลังหน้าหันไปตามแรงตบทั้งที่ความจริงมันก็ไม่ได้เจ็บเท่าไหร่ ร่างฉันโรยตัวไปทางด้านหลังที่มีเพชรกำลังวิ่งมาทางนี้

หมับ!

“ไอ้รบ ทำอะไรลูกพีชวะ ตบเธอทำไม”

ฉันอยู่ในอ้อมกอดของพี่ชายต่างสายเลือดในเวลาต่อมา ท่ามกลางสายฝน อาการป่วยของฉัน สีหน้าตกใจของเพชรตอนที่เห็นสภาพของฉัน และท่าทางที่นิ่งสงบของศึกรบ

“ฮึก... พี่ศึกรบ... อย่าทำฉัน ฉันกลัวแล้ว” ฉันพูดเสียงสั่นเครือพร้อมทั้งกอดเพชรไว้ ฝังใบหน้าลงกับซอกคอเขา หลังจากนั้นจึงกระตุกยิ้มมองศึกรบเมื่อทั้งฉันและเพชรนั่งลงกลางถนน

เพราะพวกเราตากฝนด้วยกันทั้งหมดทุกการกระทำถึงเป็นไปอย่างง่ายดาย ท่าทางฉันคงน่าสงสารมาก ฉันคงกลายเป็นสาวน้อยที่ถูกเพื่อนของพี่ชายฉีกกระชากเสื้อผ้าและทำร้ายร่างกายด้วยการตบหน้าไปแล้ว

โลกนี้มันสีเทาเสมอ ไม่ใช่ว่าจะมีแค่หมอนี่ที่เสแสร้งเป็นคนเดียว เขาทำได้ ฉันก็ทำเป็น ไอ้คำว่า เกมแก้เกม ที่จริงฉันทำได้มากมาย แต่ฉันไม่เคยคิดจะงัดมันมาใช้สักที

เพื่อนกันใช่มั้ย เกรงใจกันมากนักใช่มั้ย แล้วอยากยุ่งกับฉันนักใช่มั้ย... ได้ ถ้าอย่างนั้นก็แตกคอกันซะเลยสิ

ศึกรบจะได้รู้ไงว่าถ้ายังดึงดันจะยุ่งกับฉัน เขาจะต้องสูญเสียอะไร ให้มันรับรู้กันไปล่วงหน้าว่าถ้าเขาทำลายความสัมพันธ์ของฉันกับมายาลง ความรู้สึกมันจะเป็นยังไง

“ไอ้เพื่อนชาติชั่ว” เพชรที่เห็นเหตุการณ์กัดฟันพูดกับศึกรบด้วยน้ำเสียงกรุ่นโกรธ เท่านี้ก็รู้แล้วว่าเขาเชื่อในสถานการณ์ที่ฉันสร้างขึ้น

สถานการณ์ของผู้หญิงที่ถูกผู้ชายคนหนึ่งตบหน้าไง...

“ชั่วแล้วยังไง” ศึกรบถามเพื่อนของตัวเอง สายตาเขามองไปทางเพชรก่อนจะเดินมาใกล้เราสองคนพี่น้องที่ยังนั่งอยู่บนพื้นถนน

“กูเคยบอกแล้วว่าอย่ายุ่งกับเธอ เคยบอกแล้วว่าขอไง ทำได้ยังไงวะ” เพชรมองสภาพของฉันพร้อมทั้งถลาเข้าไปคว้าคอเสื้อของศึกรบไว้ ในขณะที่ฉันนั่งปิดปากร้องไห้อยู่ตรงถนนท่ามกลางสายฝน

ทว่าไม่กี่วินาทีต่อมา... ศึกรบก็เหยียดตาลงมองฉันด้วยสีหน้าที่แสดงออกว่าพึงพอใจสุดๆ เขายกยิ้มพร้อมทั้งพูดเรื่องโกหกเหมือนที่ฉันเพิ่งทำกับเพชรโดยที่ยังจ้องหน้าฉันเช่นกัน

“ทำได้ยังไง?” ศึกรบทวนคำพูดของเพชรโดยยังจ้องตาฉัน สายตาที่เขามองมานั่น... แม้แต่เม็ดฝน มันก็ยังร้อนในความรู้สึกของฉัน ยิ่งได้ยินที่เขาพูดด้วยยิ่งแล้ว “ก็ทำบนโต๊ะ บนเตียง หรือนอกสถานที่ก็ไม่รู้เหมือนกัน...”

“...”

 

 

“คนมันช่ำชองน่ะก็พูดยาก...”

“เฮ้ยไอ้รบ มีอะไรกันวะ” ทว่าก่อนที่เพชรจะง้างหมัดใส่หน้าศึกรบ ทัพพ์ก็เปิดประตูแล้วชะโงกหน้าออกมาเสียก่อน

ศึกรบที่โดนเพชรกระชากคอเสื้ออยู่หันไปมองเพื่อนตัวเอง เขาขยับตัวเดินถอยหลังพลางใช้มือดันหัวทัพพ์ให้กลับเข้าไปในบ้านพร้อมทั้งพูดขึ้น

“เรื่องของคนนอก คนในอย่าเสือก” หลังจากนั้นเขาจึงปิดประตูบ้านด้วยมือของเขาเอง พร้อมทั้งหันมาพูดกับเพชร “แค้นยัง แค้นมากมั้ย อกแตกตายยัง?”

“มึงหยามหน้ากู” เพชรแค่นเสียงใส่ เขาผลักศึกรบด้วยความแรงในระดับหนึ่ง คือคนพวกนี้ทะเลาะกันอยู่ไม่ห่างจากฉันนี่แหละ

“เออกูหยาม อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าน้องมึงมีผัวเป็นกูแล้วใครมันจะตาย”

“...”

“มึงรึไง?” สิ่งที่ศึกรบทำคือการปั่นประสาททำไมฉันจะไม่รู้ คำพูดของเขามันไม่ได้ส่อแววเกรงกลัวเพชรเลย

“ไอ้...” เพชรตะคอกใส่ศึกรบและง้างหมัดใส่ใบหน้าเขา ส่วนฉันยังนั่งอยู่ที่เดิม แสร้งทำตัวเป็นสาวน้อยน่าสงสารต่อไป จนกระทั่งเพชรหันมาพูดกับฉัน “ลูกพีชเข้าไปรอในรถเฮียไป”

“หึ...”

นี่คงเป็นการแค่นหัวเราะที่สะใจที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้สึก ฉันทำเหมือนที่เขาชอบทำ พยุงตัวลุกขึ้นปรายตามองศึกรบที่โดนเพชรทำร้ายพร้อมทั้งเข้าไปนั่งรอในรถด้วยท่าทีเฉยชา ทว่าสายตาฉันเหลือบไปเห็นว่ามีรถอีกประมาณสองสามคันจอดอยู่ไม่ไกลออกไป

ผัวะผัวะผัวะ!

ฉันไม่ใส่ใจ... หันกลับมาจ้องศึกรบซึ่งโดนเพชรต่อยท่ามกลางสายฝนผ่านกระจกรถ ฉันมองเห็นทุกอย่างในระยะใกล้

แปลก...

เออสิ มันแปลกตรงที่ศึกรบไม่ต่อต้าน เขายอมให้เพชรต่อยง่ายๆ ตอนนี้เพชรกำลังคร่อมศึกรบอยู่ พี่ชายต่างสายเลือดของฉันต่อยหน้าเขาไม่ยั้งหลายที จนมีจังหวะหนึ่งที่ใบหน้าของเขาหันมาทางนี้ 

ตึกตัก...

เราสบตากัน... ริมฝีปากของศึกรบยกยิ้มทั้งที่มีเลือดปริ่ม ฉันเห็นภาพนั้นและยกมือขึ้นกอดตัวเอง หัวใจเต้นแรงอย่างน่าประหลาด สีหน้าของเขาเหมือนพอใจที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

“สู้สิวะ ทำไมไม่สู้!!” 

เสียงของเพชรดังขึ้น เขากระชากคอเสื้อศึกรบที่นอนอยู่ใต้ร่างขึ้นมา ส่วนศึกรบน่ะมองมาทางฉัน ริมฝีปากของเขาขยับ ที่ฉันเห็นชัดเพราะไฟหน้ารถมันส่องพวกเขาอยู่ ฉันถึงได้รู้ว่าศึกรบพูดอะไร

“ฉันชอบเธอ...” เขาพูดกับฉันแน่ๆ ถึงจะไม่ได้ยินเสียง แต่ฉันก็รู้ว่าเขาพูดแบบนี้

เสแสร้ง แกล้งทำ ตอแหล อย่าไปเชื่อมัน อย่าทำแบบนี้...

สมองฉันบอกแบบนี้ แต่มันเหมือนเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ทันทีที่ได้อ่านประโยคนั้นจากปากศึกรบ ขาของฉันก็วิ่งออกมาจากรถของเพชร ฉันมองเห็นเพชรกำลังจะง้างหมัดต่อยศึกรบ

“อย่าทำเขา!!” สิ่งที่ฉันทำคือผลักเพชรออกแล้วนั่งลงกอดศึกรบตามสัญชาตญาณ ร่างกายมันเป็นไปเอง ฉันไม่ได้อยากทำแบบนี้ ไม่ได้อยากมองเพชรด้วยสายตาของศัตรู ไม่ได้อยากปกป้องศึกรบ

นี่มันตลกชะมัด ฉันทำอะไร... ทำบ้าอะไร ฉันอยากให้หมอนี่โดนต่อย แล้วทำไมถึงได้...

“ลูกพีช... เธอทำไรน่ะ ไปกอดคนที่มันทำร้ายเธอเพื่อไรวะ” เพชรเองก็อึ้งไม่แพ้กัน

"ฉัน..." พูดไม่ออก...

คุณเคยรู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายไม่เชื่อฟังสมองมั้ย ฉันกำลังเป็นแบบนั้น เพราะเมื่อได้ยินคำนั้นของศึกรบ ได้เห็นสภาพของเขา ฉันก็รู้สึกว่าต้องทำแบบนี้ เหมือนเป็นเรื่องที่ฉันเคยทำอยู่บ่อยๆ

เพียงไม่นาน ศึกรบที่โดนเพชรต่อยจนน่วมก็ดึงคางฉันให้เงยหน้าขึ้นไปสบตาเขา และริมฝีปากที่เต็มไปด้วยคราบเลือดก็กระซิบพูด...

“ฉันยังเจ็บไม่ถึงใจ เธอก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอลูกพีช”

ผลัก!!

“สารเลวเอ๊ย” นั่นทำให้ฉันได้สติและผลักเขาออก ร่างกายฉันชาไปหมด แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ จู่ๆ ก็มีรถหลายสิบคันมาจอดอยู่ตรงนี้

Shit!” ศึกรบสบถออกมาในทันที เขาลุกขึ้นและตรงเข้ามาคว้าแขนฉันไว้ข้างหนึ่ง ก่อนจะใช้มืออีกข้างกระชากคอเสื้อเพชรไว้ “มาทางไหนกลับไปทางนั้น กูขี้เกียจเล่นกับพวกมึงสองพี่น้องแล้ว”

“นี่มึงเห็นสิ่งนี่กูทำเป็นเรื่องเล่นๆ เหรอวะ มันไม่ใช่เว้ย” เพชรชักสีหน้าใส่พร้อมทั้งปัดมือออก

“ปล่อยฉัน” ส่วนฉันก็แกะมือเขาออกเมื่อถูกยัดใส่รถของเพชร แต่ศึกรบไม่สนใจฉันอีกเลย เขาปิดประตูรถแล้วพูดอะไรสักอย่างกับเพชรที่ฉันไม่ได้ยิน

หลังจากนั้นเพชรจึงเข้ามาในรถและออกตัวทันที ในขณะที่ผู้มาเยือนใหม่อีกสี่ห้าคนเริ่มทยอยกันออกมาจากรถ พร้อมทั้งเข้ามาล้อมศึกรบไว้ ส่วนเพื่อนๆ ที่อยู่ในบ้านของศึกรบก็ออกมาเช่นกัน รวมถึงได้ยินเสียงตะโกนของใครสักคนด้วย

“ไงไอ้ศึกรบ ไหนๆ ก็น่วมแล้วนี่ กับพวกกูอีกสักทีคงไม่ตายหรอก”

เมื่ออยู่ในรถ... เพชรก็เอาแต่สบถด่าศึกรบว่าเขางี่เง่าอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่นานก็หันมาต่อว่าฉัน

“เฮียมีหลายอย่างจะเคลียร์กับเธอลูกพีช”

“แต่ฉันไม่มี และถ้ามี... ต้องไม่ใช่ตอนนี้” ฉันบอกอย่างเด็ดขาด ก่อนจะเบือนหน้าหนี ในหัวก็คิดซ้ำๆ ว่าเมื่อครู่นี้ทำไปได้ยังไง

“ต้องพูดเว้ย เมื่อกี้นี้เห็นไหม” เพชรแย้ง “พวกที่ไม่ชอบขี้หน้าไอ้รบเห็นกันหมดว่ามันปกป้องเธอ แถมก่อนหน้านี้เธอก็เข้าไปกอดเหมือนจะปกป้องมันอีก”

“...” และสิ่งที่ฉันทำคือเงียบ คนมันอยากจะพูด ห้ามให้ตายยังไงก็พูดออกมาอยู่ดี

“ถามจริง เข้าไปกอดมันนี่คิดบ้าไรอยู่วะลูกพีช” แล้วหมอนี่ก็ถามเรื่องที่ไม่น่าถามออกมาจนได้ "เธอกอดมันทั้งๆ ที่มันทำหน้าตัวเมียใส่เนี่ยนะ ให้ตาย... เธอไปโผล่หัวอยู่ที่นั่นได้ไงวะ"

“หยุดพูดถึงมันสักที” ฉันออกปากห้าม คิดบ้าอะไรอยู่ ใช่... ฉันก็อยากรู้เหตุผลของการกระทำตัวเองเหมือนกัน

“เรื่องเมื่อกี้... มันทำให้ทุกคนคิดว่าเธอสำคัญ แล้วรู้มั้ย อะไรที่สำคัญกับไอ้รบจะโดนเล่นหมดเพราะมันเป็นคนที่มีศัตรูมากกว่ามิตรเว้ย”

“...” เหอะ... คนบอกไม่ให้พูด แต่เขาก็ยังรั้น สมเป็นเพชรจริงๆ

“ต่อไปนี้อย่าไปยุ่งกับมัน ห้ามเจอกันได้ยิ่งดี” ว่าจบเพชรก็เหยียบคันเร่งจนมิด

“รอบตัวฉันมีแต่พวกดีแต่ปากทั้งนั้น” ฉันถึงกับแค่นหัวเราะทันทีที่เพชรพูดจบ ไม่นานก็พูดต่อ “ไม่อยากให้เจอกัน ขังฉันเลยสิ หมอนั่นจะได้เจอไม่ได้ไง”

“ลูกพีช เธอกวนประสาทมากเกิน...” เขาตั้งท่าจะต่อว่าฉันอีก แต่ฉันก็ขัดไว้ด้วยประโยคหนึ่ง ซึ่งในตอนนี้ฉันคิดแบบนั้นจริงๆ

“พาฉันไปโรงพยาบาลด้วย”

ใช่... ฉันต้องการหมอเพราะรู้สึกว่าป่วยมาก นี่ถ้าไม่เกรงใจ ฉันคงจะขอพบจิตแพทย์ด้วยแน่

 

หลายวันผ่านไป

“เหมือนคุณจะเมาแล้วนะครับ”

เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านในเคาน์เตอร์บาร์ เราไม่รู้จักกัน เขาเป็นบาร์เทนเดอร์น่ะ

“...” ฉันไม่ตอบ สภาพร่างกายเป็นแบบไหนรู้ดีอยู่ จริงๆ แล้วฉันไม่คิดว่าจะคออ่อนขนาดดื่มอะไรเบาๆ แล้วเมาหรอก ค็อกเทลแก้วสองแก้วเมาเฉยเลย

บ้าบอคอแตก...

ฉันคิดในใจ ก่อนจะยกมือขึ้นคลึงขมับพร้อมทั้งลุกขึ้นจากเก้าอี้ทรงสูงตรงเคาน์เตอร์บาร์ทางด้านหลังสุดของคลับ ก่อนหน้านี้พี่ชายต่างสายเลือดของฉันโทรมาหา พอรู้ว่าฉันออกมาเที่ยวก็บ่นยกใหญ่

แต่ฉันไม่เถียงด้วย แค่บอกไปว่าอยู่ไหน แล้วก็ปิดเครื่องหนีซะ จบ

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เพชรทำตัวเหมือนพ่ออีกคนของฉันไม่มีผิด เขาไม่ให้ฉันออกจากห้อง ไม่ให้ไปไหนจนกว่าจะหาที่เรียนให้ฉันได้

ที่จริงก่อนจะมาอยู่กับเพชร ฉันเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง คณะวิศวะน่ะ ตอนที่หนีมาเป็นช่วงที่ฉันจบปีสองพอดี เอาตรงๆ คือมันไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ เพราะฉันความจำเสื่อมช่วงก่อนเข้าปีหนึ่ง ความรู้ทุกอย่างเลยหายหมด

ฉันเกลียดการอยู่คนเดียว เกลียดความหดหู่ พอเพชรไม่อยู่ฉันก็เหมือนถูกทิ้ง พออยู่คนเดียว ฉันก็เอาแต่นึกคำพูดของศึกรบและท่าทางของเขาในคืนนั้น

ฉันชอบเธอ...

วิธีแก้ปัญหาของฉันคือขับรถของเพชรออกมาเที่ยว

ที่จริง... ฉันคิดว่าตัวเองขับรถไม่เป็น แต่สัญชาตญาณมันพาไป คล้ายกับเป็นเรื่องที่เคยทำประจำ

เมาเหรอ หรือแค่มึน...

ฉันถามตัวเองเมื่อพบว่าลุกขึ้นยืนแล้วพื้นโคลงเคลงจนแทบทรงตัวไม่อยู่ สายตามองเห็นลางๆ ว่าผู้ชายโต๊ะข้างๆ มองมาทางนี้ ที่จริงคิดว่าคนพวกนั้นมองฉันมาสักพักแล้ว

ช่างหัวมัน แค่มอง ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย...

คิดได้แบบนั้นฉันจึงเดินไปทางพวกเขา ต้องผ่านทางนั้นถึงจะไปห้องน้ำได้ แต่ไอ้ชุดที่ใส่มาคืนนี้ทำให้เดินลำบากเกินไป ถ้าฉันมีเพื่อนมาด้วยคงดี แต่อย่างว่า... นอกจากมายากับเพชรฉันก็ไม่มีใครแล้ว แถมวันนี้มายาดันไม่ว่างอีก

หลังจากวันนั้นเธอก็ทำเหมือนไม่พอใจที่ศึกรบเอาตัวฉันไป ปากเธอบอกเข้าใจ แต่การกระทำขัดแย้งสิ้นดี

“ว้าว สาวน่ารักเมาซะแล้ว” เสียงแซวดังขึ้นข้างหูเมื่อเดินผ่านโต๊ะนั้น ที่จริงแล้วฉันไม่ได้แต่งตัวหวือหวาโป๊เปลือยอะไร ติดจะธรรมดาด้วยซ้ำ

“...” แน่นอนว่าฉันไม่จำเป็นจะต้องสนใจ ไม่รู้เหมือนกัน พวกเขาอาจจะพูดถึงคนอื่น และตอนที่กำลังมึนๆ อยู่ ฉันก็รู้สึกเหมือนโดนใครสักคนกอดไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต

“ไงน้องสาว เมามากแล้วใช่มั้ย” เสียงหนึ่งกระซิบใกล้ผิวแก้ม ปลายจมูกคมสันจรดลงบนแก้มฉันต่อจากนั้น

“ปล่อย!” ฉันชักสีหน้าพร้อมออกแรงผลักหมอนี่ จนเมื่อถูกลากให้ขึ้นไปนั่งตักผู้ชายคนเดิม และฉันต่อต้านด้วยการดิ้นเท่าที่ทำได้

“แรงน้อยขนาดนี้ ดิ้นให้ตายก็ไม่หลุดหรอก” มันพูด ก่อนจะป้ายอะไรสักอย่างลงบนจมูกฉัน ขณะที่ฉันพยายามจะดิ้นให้หลุดจากตักของมัน “ฉันชื่อยีสต์ เธอชื่อไร”

“สกปรก ลามปาม ปล่อยด้วยไม่ชอบ” ฉันใช้หลังมือเช็ดน้ำอะไรสักอย่างตรงที่โดนป้ายพร้อมทั้งกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ เผื่อโดนป้ายยาไง

“หาอะไรทำกับพวกเรามั้ย เผื่อจะหายปากดี” ผู้ชายอีกคนพูด ก่อนจะก้มหน้าลงมาดมเนินอกฉัน ฝ่ามือของเขากำรอบคอฉันไว้พร้อมทั้งออกแรงบีบ

“แค่กๆ” 

ฝ่ามือฉันจิกลงบนมือของใครสักคน การสู้และขัดขืนคือสิ่งที่ฉันทำ แต่เหมือนยิ่งรั้นอากาศก็ยิ่งหมด จนฉันไอโขลกใหญ่เขาถึงได้ปล่อยมือที่บีบคอฉันออก และเมื่อเป็นอิสระฉันก็หอบหายใจเข้าปอดหนักๆ

“ดีมาก สูดเข้าไปเยอะๆ เลยยิ่งดี” หนึ่งในนั้นพูด ขณะที่ฉันเม้มปากจนแน่น

ฝ่ามือฉันโดนล็อกไว้ แล้วผู้ชายพวกนี้ก็เข้ามารุมไว้ ฉันตกอยู่ในวงล้อมของพวกเขา ในสมองเริ่มมึนงงมากขึ้นกว่าเดิม สถานการณ์อยู่ในระดับไหนแล้ว... นึกไม่ออกจริงๆ

ท่ามกลางแสงสี อาการมึนเพิ่มมากขึ้นจนฉันต้องกัดริมฝีปากแรงๆ เพื่อให้เลือดไหลออกมา

ปลุกสติกันหน่อย พวกนี้ป้ายยาฉันแน่ ฉันรู้ตัวว่าปฏิกิริยาในร่างกายเริ่มเปลี่ยนไปยังไงบ้าง แต่มันดิ้นไม่หลุดให้ทำไง

“เฮ้ยไอ้ยีสต์ ไปเหอะว่ะเดี๋ยวพลาด” หนึ่งในพวกมันพูดขึ้น หลังจากนั้นเจ้าของคำพูดก็หันมาจ้องหน้าฉัน “พวกเราเล็งเธอไว้นานแล้วรู้ตัวมั้ย”

ผัวะ!

“ฉันไม่ไป อย่ามายุ่ง... อึก!” แต่แล้วฉันก็โดนใครสักคนต่อยเข้าที่ท้องจนตัวงอ

ฉันทำอะไรไม่ได้เลย จนตอนนี้กำลังถูกหิ้วปีกออกจากคลับก็ทำอะไรไม่ได้ ร่างกายฉันอ่อนแรง จุกที่ท้อง สมองสับสน ผู้ชายกลุ่มนี้แทบจะหิ้วฉันออกมาจากคลับได้สบายๆ โดยไม่มีใครใส่ใจ

จนกระทั่งฉันกำลังจะถูกยัดใส่ในรถคันหนึ่ง...

“เดี๋ยว จะรีบไปไหนกันครับ” ทว่าในจังหวะนั้นก็มีเสียงของใครคนหนึ่งมาขัดขวางการกระทำของคนพวกนี้ไว้จนพวกเขาหยุดเคลื่อนไหว ส่วนฉันก็นั่งกำมือและหอบหายใจอยู่ในรถ

ผู้ที่มาใหม่คือบาร์เทนเดอร์คนที่ทำค็อกเทลให้ฉันไง

“ช่วยด้วย...” ฉันเอ่ยเสียงแผ่ว ความรู้สึกตอนนี้มันอธิบายไม่ถูก ใครไม่โดนไม่เข้าใจหรอก ตลอดเวลาฉันพยายามขัดขืนแล้ว แต่พวกมันไม่ปล่อย จนถึงตอนนี้ที่อยู่ในรถฉันก็ยังถูกพวกๆ ของมันขนาบข้างไว้

แล้วรู้มั้ยว่าสิ่งที่ฉันได้ยินต่อไปคืออะไร การสนทนาของพวกที่คิดไม่ซื่อกับฉันและบาร์เทนเดอร์...

“ลืมอะไรไปรึเปล่า” บาร์เทนเดอร์หันมายิ้มให้ฉันก็จริง แต่เขากลับแบมือไปทางไอ้สารเลวที่ชื่อยีสต์

“เออๆ พลาดไม่ได้เลยนะ เอ้านี่เงิน แล้วก็ไสหัวไปได้แล้ว” ยีสต์ควักเงินให้บาร์เทนเดอร์คนนั้น และเมื่อได้รับเงิน เขาก็เดินออกไปทันที

หมายความว่าไง บาร์เทนเดอร์ที่ทำค็อกเทลให้ฉันเป็นพวกเดียวกับคนพวกนี้ว่างั้น? ที่เมาเร็วเกินไปเพราะโดนมอม? ที่รู้สึกว่าโดนมองก็ไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเอง?

“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่พวกนายอยากได้หรอก พอเหอะ” ฉันพูดพร้อมทั้งเบนสายตาลงต่ำเนื่องจากไม่อยากมองหน้าคนพวกนี้ และแล้วก็ไปสะดุดเข้ากับเสื้อช็อปตัวหนึ่งที่คิดว่าคงเป็นของนักศึกษาช่าง

โอเค ฉันอยากจะพูดให้ยาวกว่านี้ แต่มันไม่ได้ไง ความเสียหายที่ได้รับมันมีมากเกินไป

“ไม่หรอก แบบเธอนี่แหละที่พวกเราอยากได้”

“ทำไปเพื่อ...?” ฉันออกปากถามพร้อมทั้งพยายามสะบัดหัวเพื่อไล่อาการแปลกๆ แต่ยิ่งทำกลับยิ่งแย่ และยิ่งแย่เข้าไปอีกเมื่อได้ยินยีสต์ตอบคำถามของฉัน

“ไม่รู้สิ สงสัยจะมีคนอยากให้เธอเสียตัวจนไม่เป็นผู้เป็นคนมั้ง ไปทำอะไรขัดคอใครไว้รึเปล่าล่ะ”

อะไรกัน... สมองฉันรับไม่ทัน จู่ๆ ร่างกายก็รู้สึกแปลกๆ มากขึ้นด้วย และคำพูดที่เพชรเคยบอกฉันเมื่อหลายวันก่อนก็ดังขึ้นในหัวด้วยเช่นกัน

พวกที่ไม่ชอบขี้หน้าไอ้รบเห็นกันหมดว่ามันปกป้องเธอ แถมก่อนหน้านี้เธอก็เข้าไปกอดเหมือนจะปกป้องมันอีก

ถามจริง เข้าไปกอดมันนี่คิดบ้าไรอยู่วะลูกพีช

เรื่องเมื่อกี้... มันทำให้ทุกคนคิดว่าเธอสำคัญ แล้วรู้มั้ย อะไรที่สำคัญกับไอ้รบจะโดนเล่นหมดเพราะมันเป็นคนที่มีศัตรูมากกว่ามิตรเว้ย

ต่อไปนี้อย่าไปยุ่งกับมัน ห้ามเจอกันได้ยิ่งดี

แล้วถ้าคำพูดพวกนั้นเป็นเรื่องจริง ถ้าคนพวกนี้เป็นศัตรูของศึกรบ งั้นแปลว่าฉันโดน เล่น’ เข้าให้แล้วว่างั้นเถอะ

ในที่สุดฉันก็ได้แต่นั่งหอบหายใจจนกระทั่งรถหยุดตัวลง คนพวกนี้ลากฉันมาที่คอนโดไหนสักแห่งหนึ่ง เมื่อฉันเริ่มตั้งสติและขัดขืน พวกเขาก็เริ่มใช้ความรุนแรง จนในที่สุดฉันก็ถูกพาเข้ามาในห้องๆ หนึ่งที่มีผู้ชายอีกคนยืนพิงหน้าต่างอยู่

ไม่รู้จัก... แต่หน้าตาดูดุใช้ได้ ทว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องสนใจ ที่ควรจะทำตอนนี้คือหาทางหนีไม่ก็พูดอะไรสักอย่างมากกว่า

“อ้าวไอ้เซิน ทำไมอยู่ดีๆ ก็โผล่หัวมาได้วะ ปกติเห็นไม่ค่อยชอบเรื่องแบบนี้นี่หว่า” ยีสต์กระชากคอฉัน ริมฝีปากเขาพูดกับผู้ชายคนที่อยู่ในห้องตั้งแต่แรก ก่อนจะเหวี่ยงฉันให้ลงไปนอนจุกอยู่ตรงโซฟาตัวหนึ่ง

“พอดีว่าง” เซินตอบยีสต์ ก่อนจะปรายตามองฉันด้วยสายตาน่ากลัวพร้อมทั้งพูดต่อ “สวยดีนี่หว่า ไปขุดมาจากไหนวะ”

“อึก...” 

ส่วนฉันก็สะอึกและจุกที่ลำคอขึ้นมา ร่างกายฉันแปลกไปมาก... ไม่รู้หรอกว่าโดนมอมยาอะไร แต่มันแย่จริงๆ ไม่อยากจะคิดเรื่องต่อจากนี้เลย

“แถวๆ ข้างทางนั่นแหละ เห็นนั่งอ่อยอยู่เลยกระชากมาซะเลย” ยีสต์ตอบเซิน ก่อนจะล้มตัวลงนั่งบนโซฟาพร้อมทั้งกระชากร่างกายที่อ่อนปวกเปียกของฉันให้ขึ้นไปนั่งบนตักเขา

“อย่ามาแตะตัวฉัน จะทำบ้าอะไร” ปากฉันพูด และมันได้แค่พูดด้วยน้ำเสียงสับสน น่าสมเพชสิ้นดี 

“เซ็กซ์หมู่ไง เธอสู้กับพวกเรา หนึ่งต่อสิบไหวมั้ย” ยีสต์ตอบฉัน ฝ่ามือของมันบีบขยำเนินอกฉัน และคนอื่นๆ ก็เริ่มเข้ามาล้อมโซฟาไว้ พวกเขาแตะต้องร่างกายฉัน ฝ่ามือนับสิบมือนี่ที่กำลังกระชากชุดฉันก็ด้วย

“ไร้สาระ อย่า...” ฉันปัดป่ายมือไปทั่ว ขนอ่อนในร่างกายลุกชันเพราะกำลังถูกกระชากเสื้อผ้าออกจากร่างกาย สายตาของคนพวกนี้มองเหมือนฉันไม่รอดแน่

เออ ฉันก็คิดว่าตัวเองไม่รอดเหมือนกัน...

ตลกดี สายตาฉันฝ้าฟางก็จริง ร่างกายไร้เรี่ยวแรงก็จริง ขยะแขยงก็จริง แต่ไม่รู้ทำไมริมฝีปากถึงได้หอบหายใจออกมา ร่างกายฉันตอบสนองสัมผัสของคนพวกนี้มากกว่าที่คิดไว้ แทบจะทุกคนเลยที่ลูบไล้ฝ่ามือไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายฉัน

"อย่าดิ้นเลยเสียเวลา!" ยีสต์ตะคอกฉันก่อนจะหันไปพูดกับเซิน "ไอ้เซิน เอาด้วยมั้ย ไหนๆ ก็มาแล้ว น่าจะลองสักหน่อยนะเว้ย"

จะมีก็แค่เซินเพียงคนเดียวที่เดินไปตั้งกล้องไว้ตรงมุมหนึ่ง ไม่นานเขาก็หันมามองทางฉันด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะพูดออกมา...

“ไม่ดีกว่าว่ะไม่ใช่แนว ขอถ่ายคลิปเก็บไว้ศึกษาก็พอ”

“ไอ้เซินไม่เอา แล้วใครจะเปิดเป็นคนแรกวะ ไอ้ยีสต์เอาก่อนเลยมั้ย ท่าทางมันแลจะว้อนท์สุด” หนึ่งในพวกมันพูด และยีสต์ที่บังคับให้ฉันนั่งตักก็ยกยิ้มชั่วร้าย

แต่...

ตึง!!

ยังไม่ทันที่ใครจะได้เป็นคนเปิดฉัน เสียงเหมือนใครสักคนพังประตูก็ดังขึ้น หลังจากนั้น... มือของผู้ชายคนหนึ่งกระชากต้นแขนฉันไว้แล้วบีบด้วยความรุนแรง เขาทำเหมือนจะดึงฉันออกไป และนั่นทำให้ร่างฉันเกือบจะหลุดออกจากหน้าตักของยีสต์

“เฮ้ยๆ อะไรวะ!

แต่ยีสต์กลับรั้งไว้ด้วยการกดมือลงกับทรวงอก จึงกลายเป็นว่าตอนนี้ฉันนั่งตักของยีสต์เหมือนเดิม แต่นั่งแบบหลังซ้อนแผ่นอกแทน เช่นเดียวกัน... สภาวะทางอารมณ์ทำให้ฉันเริ่มมองไม่ออกว่าใครเป็นใคร ทว่าเมื่อลองกระพริบตาถี่ๆ ก็รู้ได้ทันที

ศึกรบมาที่นี่ด้วยสภาพที่ไม่ค่อยดีนัก... เขาพังประตูเข้ามา ในมือเขาถือไม้หน้าสามอยู่ด้วย เมื่อเราจ้องตากัน ศึกรบก็ทำสีหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจน หลังจากนั้นเขาก็กวาดตามองทุกคนในห้องด้วยสายตาแบบเดียวกัน

คล้ายกับว่าเขามาช่วยฉัน เพราะสีหน้าของเขาดูเหนื่อยใช่เล่น

“พังประตูห้องชาวบ้านแบบนี้หมายความว่าไง รีบมาก?” ผู้ชายที่ชื่อเซินถามศึกรบ เขายังยืนอยู่ตรงมุมหนึ่งของห้องโดยไม่ขยับ

“ถึงว่า... ทำไมไม่มีหมาสักตัวเปิดประตูต้อนรับ” ทว่าไม่นานศึกรบก็เปลี่ยนสีหน้า เขาโยนไม้ในมือไปทางอื่น ก่อนจะใช้มือเลื่อนเก้าอี้มานั่งตรงหน้าฉันที่โดนบังคับให้นั่งตักยีสต์ “ที่แท้ก็ติดสัดกันอยู่”

“ศะ...” ฉันตั้งท่าจะพูด แต่ศึกรบใช้ปลายนิ้วแตะลงบนริมฝีปากล่างของฉันก่อนและฝ่ามือของยีสต์ยังขย้ำค้างไว้ที่เดิม

ขณะที่ผู้ชายเกือบสิบคนมองศึกรบ แต่ก็ไม่มีใครกล้าแตะตัวเขาสักคน ไม่มีใครเอ่ยขัด ยกเว้นเซินกับคนที่บังคับให้ฉันนั่งอยู่บนตักอย่างยีสต์

“เออ ติดสัดกันอยู่ ขอร้องอย่าสอด! ยีสต์ปัดมือศึกรบออก ขณะที่ฉันเริ่มปัดป่ายมือไปข้างหน้าเพราะรู้สึกว่าอยากจะหลุดออกจากตรงนี้เหมือนกัน

หมับ!

สิ่งที่ฉันคว้าไว้ได้คือท้ายทอยของศึกรบ เขาไม่ได้ออกแรงต้าน... ใบหน้าของศึกรบอยู่ใกล้กับใบหน้าฉันมาก ฉันจ้องมองริมฝีปากสีส้มอ่อนของเขาและมีความคิดบ้าๆ เกิดขึ้น

ได้กัดให้เลือดซิบสักทีคงดี...

แต่เพียงเสี้ยววินาทีศึกรบก็เอียงใบหน้าไปทางด้านข้าง คางที่มีไรเคราประปรายวางทาบกับบ่าฉันเพื่อมองสบตากับผู้ชายอีกคนที่ซ้อนอยู่ทางด้านหลังอีกที ไม่นานเสียงพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดก็ดังขึ้น

“กำลังของขึ้น ขอก่อนไม่ได้?”

และเพราะประโยคนี้ทำให้ฉันเข้าใจ ศึกรบไม่ได้มาช่วย แต่เขาเป็นหนึ่งในคนพวกนี้ต่างหาก... คนพวกนี้ไม่ใช่ศัตรูของเขา แต่อาจจะเป็นเพื่อน รุ่นน้อง หรืออะไรก็ช่างมันเถอะ

“แปลกนะ คิดไงครั้งนี้ถึงอยากแจมด้วยวะ ปกติเห็นนานๆ ทีจะมีเอี่ยว” ยีสต์พูดกับศึกรบ แต่ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาทำสีหน้าแบบไหน ฝ่ามือฉันขยำจิกลงบนเสื้อของหมอนี่ไม่คลาย

“ให้ๆ มันไปเถอะน่า นานๆ มันจะอยากเปิดสักที” ส่วนนี่เป็นเสียงเซิน เขาหันไปพยักหน้าให้ศึกรบพร้อมทั้งจ้องหน้าฉันที่เหมือนถูกผู้ชายสองคนกอดไว้อยู่ “ไอ้รบเสร็จ กูอาจจะต่อ”

หัวใจฉันร้อนเมื่อได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูด... มันรู้สึกต่อต้านยิ่งกว่าตอนที่โดนคนอื่นแตะต้องร่างกายเสียอีก และเหตุหลักศึกรบเข้ามาแนบชิดกับฉันมากเกินไปจนช่วงอกของเราเบียดเสียดกัน

"ไหนว่าไม่เอาไงไอ้เซิน" เสียงหนึ่งถามเซิน และมีแค่เสียงหัวเราะแผ่วๆ กลับมา

“เร็วๆ นะเว้ย จะได้เวียนๆ กันไป เสร็จจะได้เอาไปปล่อยไว้ข้างทาง” เสียงใครอีกคนว่า...

คนพวกนี้เอาความเลวมาจากไหน ทำไมทำแบบนี้กับฉัน นั่นคือสิ่งที่ฉันคิดทั้งที่ร่างกายสั่นไปหมด และเพราะตอนนี้ศึกรบวางมือข้างใดสักข้างลงบนเอวฉัน การต่อต้านถึงมีมากขึ้น

ตั้งสติได้แล้วลูกพีช... ฉันบอกตัวเองเพราะรู้ดีว่าเป็นฝ่ายเริ่มทำเหมือนจะกอดศึกรบก่อน

“น้ำหน้าอย่างนาย ฉันไม่เอา” ฉันพูดและรวบรวมแรงฮึด ก่อนจะสะบัดตัวจนหลุดออกจากทั้งศึกรบและยีสต์ แต่นั่นกลับทำให้ฉันล้มลงกับพื้นแทน 

"ยัยนี่บอกไม่เอาว่ะไอ้รบ งั้นนี่ขอก่อนนะ" เสียงหนึ่งดังขึ้น

"ไม่ได้นี่ขอก่อน สวยๆ แบบนี้อยากได้มานานแล้ว" เสียงที่สองตามมา

"นี่ดีกว่า คนนี้แลงานดี อยากเปิดบ้าง" เสียงที่สามว่าต่อ

ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ตรงแทบเท้าของศึกรบ แน่นอน... ฉันเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ และเห็นว่าศึกรบเหยียดตาลงมอง นัยน์ตาทั้งสองข้างของเขาตอนที่จ้องมองฉันคล้ายมีประกายไฟซ่อนอยู่

สายตาแบบนี้... สายตาที่ออกแนวดูถูก สายตาไม่พอใจ สายตาที่แสดงออกว่าฉันมันงี่เง่า... ฉันเคยเห็นมันมาก่อน

อึก...

จู่ๆ ฉันก็รู้สึกร้อนผ่าวตรงขอบตาหน้าตาเฉย จู่ๆ ก็รู้สึกหายใจไม่ออกทั้งที่ร่างกายเริ่มสะบัดร้อนสะบัดหนาว ดวงตาทั้งสองข้างของฉันเบิกโพลงโดยอัตโนมัติ ความรู้สึกปวดตุบๆ เหมือนหัวจะระเบิดก็เข้ามาแทนที่ด้วย นั่นทำให้ฉันยกมือขึ้นทึ้งหัวตัวเองแทนที่จะปกปิดชุดแซกที่ขาดวิ่นแทน

ศึกรบ... กลับมาได้มั้ย

จนฉันได้ยินเสียงในหัว ปัจจุบันฉันอยู่ในห้องนี้กับผู้ชายแปลกหน้านับสิบชีวิตที่คิดจะเวียนเทียนกัน แต่ในหัวฉันกลับเห็นภาพตัวเองนั่งร้องไห้อยู่ เป็นช่วงเวลาไหนสักเวลาหนึ่ง ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน ที่ไหน ยังไง...

เพราะฉันเห็นศึกรบตอนที่ผมยาวกว่านี้ ดูเป็นคนดีกว่านี้ในหัว... เขายืนเหยียดตามองฉันทั้งที่ข้างกายเขามีผู้หญิงอีกคน ฉันนั่งร้องไห้อยู่ตรงแทบเท้าเขาโดยที่ในมือกำที่ตรวจครรภ์อยู่ ผู้หญิงอีกคนก็ยืนร้องไห้อยู่ตรงข้างกายเขาเช่นกัน ฉันเห็นภาพนั้นและได้ยินเสียงพูดของตัวเองในหัว

ฉันท้องกับนายนะ อย่าทิ้งฉัน...

เกิดขึ้นตอนไหน พูดด้วยความรู้สึกแบบไหน ท้องกับหมอนี่งั้นเหรอ

“ไม่...” ฉันปฏิเสธมันและยังจ้องตากับศึกรบอยู่อย่างนั้น ฉันรู้ว่านัยน์ตาของตัวเองสั่นระริกมากขนาดไหน และใช่...

เหมือนศึกรบจะเห็นท่าทางของฉัน เขาถึงได้ค้อมตัวลงมานั่งตรงหน้าฉัน ดวงตาทั้งสองข้างของเขาจ้องลึกเข้ามา และเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนเหมือนว่าเขากอดฉันไว้

แต่ไม่ใช่... หมอนี่ไม่ได้กอดฉัน เพราะฝ่ามือเขากำลังไต่ระดับจากแผ่นหลังจนสอดเข้ามาในกลุ่มผมของฉันเอง ไม่นานเขาก็ออกแรงขยำเส้นผมของฉันเบาๆ พร้อมทั้งกระซิบข้างหู

“เลือกได้แล้วลูกพีช น้ำหน้าอย่างฉัน... เธอจะเอาหรือไม่เอา”

TO BE CONTINUED…

 


  










 
 
 
 
 
 

.:: WARNING ::.

อัพครบค่ะ

ปล. ติดต่อสอบถาม พูดคุยกับเราได้นะเออ ในเพจเนอะ <3

 

ปกติตาลเมนชั่นเรื่องนี้ในเด็กดีค่ะ คลิกลิ้งค์ล่าง


เพจนักเขียน

 

 

 

ในทวิตติดแท็ก #ฟิคผู้ชายสายอ่อย เนอะ

 
















 
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว