facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.6k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ย. 2558 12:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่7
แบบอักษร

หลังจากเรียนเสร็จวายุให้คนขับรถไปรับทิวกลับคอนโด    ถึงทิวจะทำหน้าเหมือนไม่อยากมาแต่ก็ขึ้นรถมาอยู่ดีโดยไม่รู้ว่าเพราะอะไร

 

เมื่อมาถึงคอนโดทิวก็รีบอาบน้ำเพราะมีเหงื่อยจากการวิ่งไร้แตะกับกิ่ง    ทิวแช่ในอยู่ในอ่างสักพักโดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาใครบางคนจับจ้องมองมาที่เขาอยู่

 

           "มึงจะแช่อยู่ในอ่างอีกนานมั้ย   กูจะได้อาบบ้าง"   เสียงทุ่มต่ำที่ถูกเอ่ยออกมาจากข้างๆอ่างน้ำที่ทิวแช่อยู่

ทำให้ทิวที่กำลังแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์สะดุ่งหันมามองคนข้างๆ

           "มึง...มึงเข้ามาได้ไง"   ทิวถาทด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น

           "ทำไมกูจะเข้ามาไม่ได้   ในเมื่อที่นี่ห้องกู"   วายุตอบด้วยน้ำเสียงรอดไรฟันแต่ตาก็จ้องมองคนที่เปรือยเปล่าอยู่ในอ่าง    เมื่อเห็นแววตาวาวโรจน์ที่มองมาทิวที่แช่อยู่ในอ้างก็เริ่มรู้สึกเสียวสันหลังวาป    ถ้าจะให้บรรยาเป็นคำพูดตอนนี้สำหลับทิวคงพูดได้คำเดียวว่ากลัว    

           "มึง...มึงมองไร   กูจะขี้นแล้วมึงถอยไปดิ"   ทิวบอกด้วยน้ำเสียงสั่นนิดๆติดห้วน

           "...มึงอยากขึ้น   มึงก็ขึ้นสิ"   วายุบอกด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์แฝงไปด้วยความใน

ถึงวายุจะบอกให้ทิวลุก    แต่ในสภาพที่เปรือยเปล่าต่อหน้าคนคนนี้ใครจะไปอยากลุกกัน    ถึงเขาจะเป็นผู้ชายด้วยกัน...แต่พอคิดถึงตอนที่ร่วมรักกันมันก็ทำให้ใบหน้าของทิวร้อนฉ่าอย่างบอกไม่ถูก

           "ตกลงมึงจะลุกดีๆ   รึจะให้กูช่วย   อ้อ   ขอบอกไว้ก่อนนะว่าถ้าให้กูช่วยคืนนี้คงจบที่เตียง"   เสียวเข้มถูกเอ่ยออกมาอีกครั้งพร้อมใบหน้าของคนพูดที่ยื้นเข้ามาใกล้

           "กะ   กูลุกขึ้นเองได้"   น้ำเสียงสั่นๆถูกเอ่ยออกมา

วายุจ้องมองใบหน้าที่แดงระเรื่ออยู่สักพักก่อนเอ่ย

           "ถ้างั้น... มึงก็ลุกสักทีกูจะอาบน้ำ!!!"   วายุบอกเบาๆคำแรกและขึ้นเสียงในคำสุดท้าย

เมื่อคนฟังได้ยินก็รีบลุกออกจากอ่างทันทีโดยไม่รอคำสั่งทั้งที่สอง

 

   ปั่ง!!!

 

ทิวรีบเดินออกมาจากห้องน้ำเพราะกลัวอารมณ์ของวายุ

           "แม่ง   คนอะไรอารมณ์เสียได้ตลอดเวลาวะ   กูก็หงุดหงิดเป็นเหมือนกันนะโว้ย"   ทิวพูดกับตัวเองเบาๆเพราะกลัวคนในห้องน้ำจะได้ยิน

พอแต่งตัวเสร็จท้องที่ว่างก็ร้องขออาหาร    ทิวเดินมาเปิดตู้เย็นดูเพื่อมีของสดมาทำอาหารกินได้บ้าง    ถึงทิวจะเป็นลูกคุณหนูแต่บ่อยครั้งเขาก็เข้าครัวทำอะไรกินเองเพราะเกรงใจคุณป้าแม่บ้านที่อายุมากแล้ว

           "อะไรวะ   มีแต่ตู้เย็นว่างเปล่า  แล้วนี่มันอยู่ยังไงวะ... ซื้ออาหารกินหรอ?   เปลืองเงินเปล่าๆ" 

เมื่อบ่นเจ้าจองห้องเสร็จทิวก็เดินมาเปิดเคาน์เตอร์ห้องครัวดูเจอมาม่าจึงหยิบออกมาสองห่อต้มกิน

 

ทางด้านวายุเมื่ออาบน้ำเสร็จออกมาไม่เจอทิวอยู่ในห้องนอนจึงเดินออกมาดูก็เห็นทิวกำลังต้มมาม่ากินอยู่

           "ทำไมมึงไม่สั่งอาหารมากิน   รู้มั้ยว่ามาม่ามันไม่มีประโยชนอะไรเลยสักนิด"   วายุบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ทิวที่นั่งกินมาม่าอยู่ได้ยินที่วายุบอกจึงหันมามองเคื้อนนิดนึงและหันกลับไปกินมาม่าต่อ

วายุเห็นทิวทำนิ่งจึงเดินเข้าไปแย่งถ้วยมาม่ามาจากทิว

           "อะไร   ปล่อยกู... กูจะกิน"   ทิวบอกด้วยน้ำเสียงถูกขัดใจ

           "แต่กูไม่ให้กิน"   วายุพูดเน้นย้ำคำกับทิว

ทิวมองด้วยความไม่พอใจอยู่สักพักนึงก่อนที่จะเดินไปที่เคาน์เตอร์ครัวเพื่อหยิบมาม่ามาต้มใหม่อีกห่อ    วายุพอเห็นทิวกำลังจะหยิบมาม่ามาใหม่ก็รีบว่างถ้วยที่ถืออยู่แล้วเข้าไปแย่งมาม่าที่อยู่ในมือมา

           "กูบอกว่าไม่ให้กินไง"   วายุพูดอีกครั้ง

           "แต่-กู-จะ-กิน"   ทิวพูดเน้นย้ำที่ละคำเพื่อบอก

ทั้งสองคนยืนจ้องกันแบบไม่ทีใครยอมใคร

แหละคนที่ล่าถอนไปก็เป็นทิว    เพราะกลัวสายตาวาวโรจน์ที่วายุใช้มองมาจึงยอมปล่อยมือจากมาม่า

           "เออ   กูไม่กินก็ได้   แม่งแค่มาม่าก็หวง"   ทิวว่าพร้อมนั่งลงกระแทกเก่าอี้แรงด้วยความไม่พอใจ

           "...กูไม่ได้หวง   แต่ถ้ามึงจะกินมึงก็โทรสั่งข้าวมากิน   ไม่ใช่ต้มมาม่าที่ไร้ประโยชนกิน"   วายุบอกพร้อมโยนมาม่าลงกับเคาน์เตอร์ครัว    ทิวหันมามองด้วยหางตาแบบเคื้องๆก่อนจะหันกับไป

           "แต่กูไม่ชอบเปลืองตัง   แล้วก็อาหารที่สั่งมามันก็ไม่อร่อยด้วย"   น้ำเสียงตอบกลับมาแบบห้วนถูกส่งกลัยมา

วายุถอมหายใจกับความเรื่องมากของทิวก่อนจะเดินเข้าห้องไป    ทิวมองตามหลังวายุเดินเข้าห้องไปจนรับตาก่อนจะทำหน้าบูดหน้าเบียวอยู่คนเดียว

           //ใช่ซี้   กูมันแค่ชะเลยจำเป็นที่ไม่มีความสำคัญอะไรกับมึงนิ//   ทิวคิดใจแบบน้อยใจวายุออกมาโดยไม่รู้ตัว

           "ชิ..."   น้ำเสียงสถบออกมาด้วยความไม่พอที่เจ้าตัวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

           //นี่กูเป็นไรวะ   ทำไมกูต้องน้อยใจมันด้วย   ในเมื่อมันกับกูก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน//    ความคิดมากมายที่พยายามหาเหตุผลมาให้ตัวเองยอมรับกับความรู้สึกนี้    ความรู้สึกที่น้อยใจวายุทั้งๆที่มันไม่เคยมีกับใครมาก่อน   

 เขาค่อนข้างจะเป็นคนมีเหตุผลแต่กับว่าวายุแค่เขาทำเมินใส่กับทำให้เขาคิดน้อยใจงั้นหรอ(?)    ไม่ๆมันคงเป็นไปไม่ได้แน่...ไม่มีทาง   

 ทิวนั่งคิดอะไรไปเรื่อเปื่อยโดยไม่รู้เลยว่าวายุเดินออกมาจากห้องแล้ว

           "...มึงจะนั่งเม่ออีกนานมั้ย   จะแดกมั้ยข้าว...ถ้าไม่กินกูจะได้กลับไปทำงาน"   วายุพูดด้วยน้ำเสียงกดต่ำนิด

ทิวสะดุ้นนิดหน่อยและหันไปมองเจ้าของเสียง

           "เออๆ   กินดิวะกูยังไม่อิ่มเลย"

เมื่อการสนทนาจบลงทั้งสองคนก็พากันเดินลงมาข้างล้าง    โดยวันนี้วายุจะเป็นคนขับรถเอง

 

พอตัวรถเคลื่อนออกจากคอนโดทิวก็นั่งตัวแข็งทื่อเพราะความคิดที่เขานั่งคิดเมื่อกี้ทำให้เขาประหม่า

           "มึงจะกินอะไร"   วายุถามด้วยน้ำเสียงรายเรียบ

           "อะ   อะไรก็ได้"   ทิวตอบมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

           "ถ้าอะไรก็ได้มึงก็กลับไปแดกข้าวที่คอนโด"   เมื่อพูดเสร็จวายุก็เตรียมจะกลับรถกลับคอนโดแต่ทิวร้องห้ามเอาไว้ซะก่อน

           "เออๆ   กูคิดออกแล้ว   ...แม่งขี่ใจน้อยจริงวะ"   ทิวบอกวายุในคำแรก  และบอกกับตัวเองเบาๆในคำหลัง

           "กูได้ยิน"   น้ำเสียงเข้มถูกเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง

ก่อนที่คนพูดจะนั่งตัวแข็งอีกครั้ง

           "...แล้วตกลงมึงจะกินอะไร"   วายุถามน้ำเสียงอ่อนลง

           "กู...กูอยากกินอาหารไทย   แต่ไม่รู้ว่าร้านไหนอร่อย"   ทิวบอก

           "เฮ้อ... มึงนี่แม่งเรื่องมากชิบหาย"   วายุว่า

ถึงแม้ปากจะบอกว่าทิวเรื่องมากแต่วายุก็ขับรถไปยังที่หมายทันที

 

ขับรถไม่กี่ชั่วโมงก็มาถึงที่หมาย

ทั้งสองเดินเข้าไปในร้ายอาหารไทยตามที่ทิวอยากกิน    พอพนักงานเห็นลูกค้าเข้ามาในร้านก็รีบเดินมาตอนรับทันที

           "สวัดดีครับ   มาสองท่านนะครับเชิญทางนี้ครับ"   พนักงานหนุ่มพ้ายมือให้คนทั้งสองเดินตามเข้าไปข้างในร้าน

แหละเมื่อมาถึงโต๊ะอาหารทิวก็ลงมือสั่งทันทีเพราะความหิว

           "อืม... ผมเอาต้มยำกุ่ง     แกงส้มแป๊ะซะปลาช่อน   ปลานึ่งบ๊วย   หมูกระเทียมพริกไทยดำ   ฯลฯ"

 

           ผู้เขียน-(เอื๊อก...อาหารที่ทิวสั่งมาของชอบไรท์ทั้งนั้นเลย) นั่งน้ำรายไหร-..-    กลับเข้าเรื่องดีกว่า

 

ในระหว่างที่ทิวกำลังสั่งอาหารวายุก็นั่งจ้องหน้าพนักงานตอนรับที่ตอนนี้มาทำหน้าที่จดรายการอาหาร    แต่ตากับจ้องหน้าทิวไม่วางตาแทมไม่ได้สนใจว่าวายุจ้องอยู่เลยสักนิด

           "งั้นผมเอาแค่นี้ครับ"   ทิวพูดเสร็จก็ยิ้มให้เพื่อเป็นมารญาต

           "เอ่อ...คือว่า...มีอะไรรึเปล่าครับ?"   ทิวถาม

          "เอ่อ   เปล่าครับ   มีแค่นี้นะครับ"   พนักงานตอบถามพร้อมกับรอยิ้มบางๆให้

           "ครับ"   ทิวตอบกลับ

เมื่อพนักงานจดรายการอาหารเสร็จก็รีบเดินไปบอกพ่อครัวทันที

           "มึงนี่เสน่ห์แรกจริงๆนะ   แม้กระทั้งพนักงานร้านอาหารก็ไม่เว้น"   วานุพูดเน็บ

          "...มึงจะว่ากูแรดใช่มั้ย"   ทิวถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดนิดๆ

วายุยิ้มมุมปากให้แทนคำตอบ    พอทิวเห็นก็ถึงกับเลือดขึ้นหน้า

ทั้งๆที่เขาไม่ได้คิดอะไรกับพนักวานเสริฟคนนั้นสักนิด    ถึงวายุจะไม่พูดอะไรแต่รอยิ้มเมื่อกี้มันก็เป็นตัวบ่งบอกได้ดีว่าร่างแกร่งคิดอย่างที่เขาพูดจริงๆ

 

เมื่ออาหารที่สั่งมาถึงโต๊ะโดยพนักงานคนเดิมมาเสริฟทิวก็คิดอะไรบ้าๆออกมา

           "อาหารมาแล้วครับ"   พนักงานหนุ่มที่ขอเปลี่ยนกับเพื่อนมาเสริฟอาหารโต๊ะนี้แทนเดินมาพร้อมด้วยรอยิ้ม    ทิวยกยิ้มมุทปากนิดๆก่อนเอ่ย

           "ขอบคุณครับ...อ้อ   อาหารร้านคุณน่ากินมากเลยนะครับ   ผมอยากจะขอเบอร์หรือนามบัตรไว้โทรจองโต๊ะที่ร้านนี้จัง    คุณพอจะช่วยผมได้มั้ยครับ"    ทิวบอกด้วยรอยิ้ม

           "..."   วายุนั่งมองการกระทำของร่างบางตรงหน้าโดยไม่พูดอะไร

           "ครับ   ...แต่ผมว่าคุณเอาเบอร์ผมไปดีกว่านะครับ...เพราะผมอยู่ที่นี่ประจำ"  พนักงานหนุ่มบอกพร้อมก้มหน้ามากระซิบข้างๆหูของทิวที่ตอนนี้นั่งอึ่งกับการกระทำของชายหนุ่มที่กว่าม้อลูกค้าในร้าน

           "เอ่อ   ครับ"   ทิวว่าออกมาเสียงเบาพลางลอบมองคนตรงหน้าที่นั่งนิ่งเป็นหิน

           //อะไรวะ   นี่ขนาดกูยั่วโมโหมันขนาดนี้มันยังนิ่งได้อีก   เห็นทีกูต้องรุกให้มาขึ้น//   ทิวคิดในใจก่อนจะค่อยๆขยับเรื่อนมือไปหาพนักงานหนุ่ม

 

   ปึก!

 

เสียงมือของวายุว่างทับลงบนมือของทิวอย่างแรก    ทิวตกใจเล็กน้อยแต่ก็ปรับให้กันมาเป็นเหมือนเดิมก่อนจะเงยมองหน้าเจ้าของมือหนา

สายตาที่วายุมองมามันเริ่มคุ่นนิดๆด้วยอารมณ์ของเจ้าตัว    แรงบีบถูกผ่านมือหน้ามาถึงมือบางจนใบหน้าทิวเหยเกเพราะความเจ็บ

            "โอ๊ย!"   ทิวสถบออกมาเพราะบีบทำให้มือของเขาเจ็บ          

"เอ่อ... มีอะไนกันรึเปล่าครับ"   พนักงานหนุ่มถามด้วยท่าทางกัวงวล

           "ไม่หรอก   แค่อยากจะเตือนเมียอย่างแรดต่อหน้าผัวให้มาก"   วายุบอกเสียงราบเรียบแต่ก็เพิ่มแรงบีบที่มือขึ้นอีก

          "โอ๊ย   กูเจ็บปล่อยกูได้แล้ว"   ทิวบอกด้วยใบหน้าเจ็บปวดพร้อมกับใบหน้าที่แดงเพราะคำพูดของวายุ

           "หึ"   วายุสถบในรำคอพร้อมยกยิ้มมุมปากก่อนปล่อยมือ

เมื่อวายุปล่อยมือทิวรีบดึงมือกลับมาลูบเบาๆเพื่อครายความเจ็บ

พอพยักงานหนุ่มเห็นว่าทิวมีเจ้าของแล้วถึงยอมถอยแต่โดยดี

 

ทั้งสองคนทานอาหารไปโดยเงียบๆโดยมีสายตาของทิวลอบมองวายุเป็นระยะจนทานอาหารตรงหน้าจนหมด

 

   แกร็ก~

 

พอมาถึงห้องทิวก็บิดขี่เกียจทันที

           "นี่   ขอบใจนะที่พากูไปกินข้าวข้างนอก"   ทิวบอกพร้อมมองวายุเดินไปเปิดตู่เย็น

           "หึ   กูไม่ได้ใจดีถึงขนาดต้องพามึงออกไปกินข้าวข้างนอก   แต่ที่กูพามึงออกไปเพราะกูรำคาญเสียงมึงตังหาก"   สายุบอกพร้อมรอยิ้มเยาะ

ทิวหน้าเสียไปแปปนึงก่อนจะปรับให้เป็นปกติ    

 

นั้นสินะ    คนไม่ได้สำคัญอย่างเขาจะหวังให้คนตรงหน้ามาทำดีด้วยทำไม

 

ทิวยืนคิดอยู่สักพักก่อนจะสะบัดหัวไร้ความคิดไร่สาระออกจากหัว

           "เออดิ   กูมันก็แค่ชะเลยของมึงนิ"   ทิวว่าด้วยน้ำเสียงติดน้อยใจ

           "หึ   รู้ตัวก็ดีแล้วนิ"   วายุบอดด้วยน้ำเสียงเย้ย

คำพูดที่วายุตอบกลับมามันทำให้ใจของทิวกระตุกวูบนิดนึง    รู้สึกได้ถึงความชาที่แล่นผ่านทุกส่วนในร่างกาย    ความอุ่นร้อนตรงขอบตากับภาพที่เริ่มพร้ามัว

ทิวตัดสินใจเดินหันหลังเข้าห้องนอนเพราะกลัวตัวเองจะแสดงความอ่อนแอให้คนตรงหน้าเห็น

วายุมองดูอาการของทิวอยู่พักนึงก่อนร่างบางจะเดินเข้าห้องนอนไป

 

ความรู้สึกที่หวั่นไหวในใจนี่มันอะไรกัน    ทำไมเขาถึงรู้สึกใจเสียงที่เห็นสีหน้าของคนตรงหน้าด้วยนะ

 

หลังจากอาบน้ำเสร็จทั้งสองคนก็เข้านอนโดยทิวหันหลังให้วายุที่นั่งพิงหัวเตียงมองแผ่นหลังบาง    ก่อนจะเลื่อนลงมานอนหันหลังเช่นกัน

 

บรรยาในคืนนี้มันเต็มไปด้วยความสับสนในใจ    ทั้งที่ไม่เข้ากันสักนิดแต่ในใจตอนนี้กับรู้สึกหวั่นไหวแปลกๆจนอดคิดไม่ได้ว่าอาจจะเริ่มรู้สึกแล้วก็ได้

 

ทั้งสองนอนคิดอะไรไปเรื่อเปื่อยจนในที่สุดก็เข้าสู่ห้วงนิทรา

ความคิดเห็น