facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.6k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ย. 2558 12:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่6
แบบอักษร

อย่าลืมเม้น   ถูกใจหรือโหวด   ให้เป็นกำลังแก่ไรท์กันด้วยนะคะ

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-

 

ลังจากลงมือจัดการกับอาหารบนโต๊ะเสร็จ    ทิวก็พาตัวเองมานอนลงบนเตียงนุ่ม    วันนี้ก็เหนื่อยอีกเช่นเคยทั้งเรียนทั้งเรื่องของพ่อที่คาใจในจะร่างแกร่งที่เอาเขามาเก็บไว้ที่นี่อีก

พอทิวร้องของกลับบ้านวายุก็ตอบปติเสดตลอดจนเบื่อที่จะขอออกไป

 

   แกร็ก~

 

วายุเปิดประตูห้องนอนเบาๆเพราะกลัวว่าร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงจะตื่น    เมื่อเห็นว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงหลับไม่รู้สึกอะไร    วายุก็เดินไปหยิบผ้าเช็ตตัวเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายที่เหนื่อนล้าหลังจากการทำงาน

 

เมื่อทำธุระเสร็จหมดทุกอย่างร่างกายก็ต้องการพักผ่อน    เตียงนุ่นๆขนาดคิงไซส์    วายุดึงร่างบางที่นอนหันหลังให้เข้ามาไว้ในอ้อมกอด    จุมพิตเบาๆที่หน้าผากบางอย่างอ่อนโยนเพื่อเป็นการบอกหลับฝันดี

 

 

++++++++++++++++++++++++

 

 

เช้ารุ่นขึ้นวายุขยับตัวเพื่อจะกอดคนที่เขากอดเอาไว้เมื่อคืน    แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า

 

ร่างแกร่งรีบดีดตัวลุกจากที่นอนเดินเข้าไปดูในห้องน้ำแต่ก็ไม่พบ    เมื่อจะเดินออกมาจากห้องก็ได้ยินเสียงอะไรข้างนอกจึงเดินออกมาดู    ร่างบางของคนที่เขาตามหานืนชงกาแฟอยู่หน้าเคาน์เตอร์ห้องครัว

           "ทำมะ   กลังกูจะหนีรึไง"   ทิวว่าด้วยน้ำเสียงกวนประสาด

           "หึ   ก็แหงอยู่แล้วมึงชอบเล่นไม่ซื่อกับกูอยู่ด้วย"   วายุว่าออกมาด้วยน้ำเสียงกวนไม่แพ้กัน

           "ก็มึงเล่นไม่ซื่อใส่กูก่อน   กูก็ต้องทำแบบนี้แหละ"

           "...แต่กูเห็นมึงครางชอบใจทุกครั้งเลยนะ   ไม่เห็นบ่นสักคำ"   วายุยิ้มมุมปากอย่างกวนประสาดคนตรงหน้า

ทิวเองก็ไม่ได้ตอบอะไรเพราะเริ่มรู้สึกหน้าร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้ากับคำพูดของวายุที่พูดออกมาไม่อายปากเลยสักนิด

           "มึง...มึง... ช่างแม่งเถอะ   กูจะกลับบ้าน!"

           "กูไม่ให้กลับ"   น้ำเสียงกวนประสาดยังคงถูกส่งออกมาจากริมฝีปากหนาของวายุ

            "แล้วมึงจะขังกูไว้ทำไม   ไหนบอกกูดิว่ากูมีประโยชนอะไร"   ทิวถามด้วยน้ำเสียงเหลืออด

วานุนิ่งเงียบไปพักนึงก่อนรอยิ้มร้ายจะถูกส่งออกมา    มันทำให้คนเห็นรู้สึกหวาดหวันไม่น้อยกับรอยิ้มนี้

           "มึงก็มีประโยชนที่ทำให้พ่อมึงคลั้งได้ไง   แล้วก็...มีประโยชนเวลาอยู่บนเตียงกับกูด้วย"   เมื่อวายุพูดเสร็จก็หันหลังเพื่อจะเดินเข้าห้อง    แต่ก็มีเสียงถามทำให้ต้องหยุดซะก่อน

           "แค่นั้นหรอ..."   คำพูดเบาๆที่ถูกเอ่ยออกมา    หากแต่คนฟังได้ยินชัดเจนว่าพูดอะไร

ทิวที่ยืนทำหน้าเศร้าโดยที่เจ้าตัวไม่รู้สึก    ไม่รู้ส่าเหตุว่าพูดอะไรออกไป    ไม่รู้ว่าทำไมถึงพูดแบบนั้น    แต่วายุกลับทำไม่สนใจและเดินเข้าห้องไป

 

นี่มันต้องบ้าแน่ๆ    ทำไมเขาถึงพูดออกไปแบบนั้นกันนะ    หวังว่าคนตรงหน้าจะไม่ได้ยินที่เขาพูด

 

ไม่กี่นาที่ต่อมาหลังจากทำธุระจนเสร็จทั้งคนเดินลงยังลานจอดรถของคอนโด    วันนี้ทิวมีเรียนส่วนวายุก็มีงานที่บริษัทต้องจัดการ    ระหว่างทางทั้งรถก็ตกยู่ความเงียบสงบเหมือนไม่มีใครอยู่ในรถ    สร้างบรรยากาศให้ลูกน้องที่อยู่ข้างหน้ารู้สึกอึดอัดไม่น้อย

เพียงไม่กี่นาทีรถขันหรูก็มาจอดหน้ามหาลัย    ทิวเปิดประตูรถลงไปแต่ก็เดินแค่ไม่กี่กล้าวก็ถูกบุคคบปริศนาคว้าเข้ามากอดซะก่อน

 

วายุที่ยังไม่ออกรถเห็นเหตุการทั้งหมด    ถึงจะทำหน้านิ่งแต่แววตากลับแสดงอาการออกมาได้ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูด

           "เฮ้ย   มึงเป็นใครเนี่ย"   ทิวถามด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนการกอดของคนตรงหน้า

           "ไม่ได้เจอกันแปปเดียวจำกูไม่ได้ซะแหละ   น้อยจุยนะเนี่ยน้อยจุย"

เมื่อครายกอดออกคนที่ยืนทำปากบิดเบี่ยวอยู่ตรงหน้าคือร่างโปร่งที่ไม่ได้เจอเพราะไปทำงานกับพ่อ

เมื่อทิวเห็นว่าเป็นใครก็ยิ้มออกมาแบบชนิดที่ดีใจสุดๆ

           "เฮ้ย!   ไอ้กิ่งเพื่อนรัก    ปากมึงเบี่ยววะ"   ทิวพูดออกติดตลกเพื่อแกล้งเพื่อน

           "แม่ง   กูก็คิดว่ามึงจะคิดถึงกูซะอีก   ทักซะกูยิ้มค้างเลย"   คำพูดแสนงอลถูกเอ่ยออกมาจนคนแกล้งแอบขำนิดๆ

           "เออๆ   กูล้อเล่น   กูก็คิดถึงมึงเนี่ยแหละ    ไปไงมาไงปันญาอ่อนขึ้นเยาะเลย"

           "มึง...ฝากไว้ก่อนนะมึง   กูงอลมึงแหละ"   กิ่งว่า

           "กูไม่ง้อนะ"   ทิวว่าออกมากวนๆ

           "แม่ง..."   กิ่งสถบออกมางอลๆนิดๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

วายุนั่งมองทั้งคู่ยืนคุยกันหัวเราะหยอกกันไปหยอกมาอย่างสนุก    ก่อนจะสั่งให้ลูกน้อยเครื้อนรถออกจากหน้ามหาลัย

 

 

           "เฮ้ย... มึงจะไม่ง้อกูจริงอะ"

เมื่อเห็นว่าทิวไม่ง้อแทมยังเดินหนีอีก    กิ่งจึงเป็นฝ่ายเดินตามแทน

          "เออ   กูบอกแล้วว่ากูไม่ง้อ   มึงแม่งเสือกงอลเอง"   ทิวว่าขณะเดินขึ้นห้อง

          "มึงแม่งไม่คิดจะง้อกูเลยรึไง   กูน้อยใจนะเนี่ย"   กิ่งบอกด้วยน้ำเสียงติดง้อนิดๆแต่ก็เดินตามทิว

           "แล้วมึงเป็นไรกะกู   กูถึงต้องง้อมึง"   ทิวเอ่ยออกไปไม่คิดจริงจังกับคำพูดที่พูดออก   แต่แค่นั้นก็ทำให้กิ่งถึงกับสะอึดหยุดเดินทั้นที

 

นั้นสินะเขาไม่ได้เป็นอะไรกับทิวนิ    ทำไม่ทิวถึงต้องมาตามง้อเขาด้วย     เขาก็แค่เพื่อน   ก็เพื่อนเท่านั้น

 

เมื่อทิวรู้สึกเหมือนไม่มีคนเดินตามหลังก็หยุดแล้วหมุนตัวกลับไปดูคนที่เดินตามมาเมื่อกี้    แต่กิ่งกับยืนอยู่กับที่ทำหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรบ้างอย่าง   ทิวจึงเดินเข้าไปใกล้เพื่อถาม

           "...เฮ้ย!!"   ทิวตะโกนเสียงดังเป็นการเตือนให้ร่างโปร่งหลุดจากพะวังความคิดของตัวเอง

          "มึงคิดอะไรอยู่วะ   รึคิดถึงสาวที่มึงไปเจอตอนไปทำงาน"   ทิวแกล้งพูดหยอกเพื่อนไม่คิดจริงตังนั้น   แต่มันกลับทำให้สีหน้าของกิ่งเปลี่ยนไปเป็นอารมณ์โกรธแทน

           "มึงอะมั่ว   กูไม่ได้คิดถึงใครทั้งนั้นแหละ   เออ...แล้วตกลงจะไม่ง้อกูใช่มั้ย"   คำพูดก่อนหน้านี้ติดโมโห    แต่คำหลับที่ใช้ถามทิวติดหงุดหงิด   ทิวพยักหน้าแทนคำตอบว่าใช่    เพราะตอนนี้เขาไม่รู้ว่าเพื่อนเขาโกรธอะไร    แค่พูดว่าคิดถึงสาวที่ไปเจอตอนทำงานก็ทำให้เพื่อนเขาหงุดหงิดขนาดนี้เลยหรอ(?)

เมื่อได้คำตอบเสร็จกิ่งก็รีบเดินหนีเพื่อนเพื่อไปเข้าห้องเรียนทันที

โดยปล่อยให้ทิวยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่คนเดียว

 

           //โถ่เว้ย!    อุส่าลืมๆไปแล้วนะมาทักให้กุจำได้อีก//

 

 

++++++++++++++++++++++++

 

 

หลังเลิกเรียนทิวพยายามชวนกิ่งไปกินข้าวเป็นการขอโทษที่ทำให้อารมณ์เสีย    แต่กิ่งก็บอกปติเสดตลอดทั้งวัน

 

ที่ทิวทำแบบนี้ก็เพราะไม่ชอบเวลาเพื่อนรักที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็กต้องมาเมินใส่เขาแบบนี้    มันทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวถึงจะมีเพื่อนมากมายรายล้อม    แต่มันก็ไม่เหมือนเพื่อนที่เห็นกันมาตั้งแต่เล็กอย่างกิ่ง    เพราะฉะนั้นทิวถึงไม่ชอบเวลากิ่งทำตัวห่างเหินแบบนี้

           "ไอ้กิ่งง้อมึงแล้วเนี่ย   มึงก็คืนดีกับกูสักทีดิ"

กิ่งยืนกอดอกหันหลังให้ทิวหันมองมาด้วยหางตานิดๆแล้วหันกลับ

            "..."   ไม่มีเสียงตอบรับจากคนถูกถามให้ได้ยิน

           "ไอ้กิ่ง..."   ทิวพยายามจะง้อกิ่งแต่เจ้าตัวกับเมินใส่

           "..."   คนถูกเรียกชื่อก็ยังเงียบอีกตามเคย

           "เออๆ...กูขอโทษมึงพอใจยัง"   ทิวพูดอีกครั้ง

           "..."   ไร้ซึ่งการตอบรับจากคนถูกง้อ

ทิวที่ยืนง้อเพื่อนมาตั้งแต่เดินลงมาจากอาคารเรียน    เขามองท่าทีของเพื่อนสักพักพร้อมคิดหาคำมาง้อเพื่อนแสนงอลคนนี้    แต่คำที่ใช่ง้อที่พอจะคิดได้เนื่องจากเขาเป็นคนง้อใครไม่เก่งจึงคิดได้น้อยนิด    ทิวยืนถอนหายใจอยู่พักนึงก่อนจะเอ่ยคำที่เขาคิดอยู่ตอนนี

           "กูแค่ไม่อยากใหมึงเมินกูเพราะเรื่องแต่นี้นะโว้ย   กิ่ง...มึงเป็นเพื่อนที่สำคัญที่สุดของกูเลยนะ"   ทิวพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าทุกที

           "..."   กิ่งไม่ได้พูดอะไร    อันที่จริงเขาไม่โกรธร่างบางข้างหลังเลย    ไม่แม้แต่จะคิดโกรธเลยด้วยซ้ำแต่เขาแค่อยากแกล้งทิวให้แคร์ความรู้สึกของเขาสักนิด    ถึงจะได้แค่เพื่อนก็ยังดี...

           "ไอ้กิ่ง..."   ทิวเรียกชื่อเพื่อนอีกครั้ง    และคราวนนี้มันได้ผลกิ่งยอมหันมามองเขา

           "เออ   กูหายโกรธมึงแหละ   หายโกรธมึงตั้งแต่มึงมาง้อกูครั้งแรกแล้ว"   กิ่งว่าออกมาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ปนกวนตีนนิดๆจนทำให้ทิวอดไม่ได้ที่จะไร้แตะกิ่ง

ทั้งสองคนวิ่งไร้แตะกันไปมาในสนามในรั้วมหาลัยโดยมีเสียงร้องโห่แซวจากเพื่อนในกลุ่มเป็นระยะ

           "วู้~   ผัวเมียทะเราะกันดีกันแล้วหรอจ๊ะ"   เพื่อนหนึ่งในกลุ่มเดียวกับทิวแซวขึ้น

           "เฮ้ย   กูว่านะไอ้สองคนเนี่ยแต่งงานกันไปต้องมีลูกดกแน่ๆเลยวะ   ฮาฮาฮา"   เพื่อนอีกคนพูดขึ้น

           "เออ   กูก็ว่างั้นแหละ"   เพื่อนกลุ่มอีกคนพูดขึ้นเช่นกัน

แต่ถึงเพื่อนจะแซวยังไง    ทั้งสองคนที่ไร้แตะกันก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเลยสักนิด    ยิ่งเล่นยิ่งสนุก    ยิ่งถ้าได้อยู่กับเพื่อนปันหาที่เกิดขึ้นมาก็ดูเหมือนชิวๆไปเลย

ถ้าหากมันจะชิวจริงๆละก็

 

ในขณะที่ทิวกับกิ่งกำลังวิ่งไร้แตะกันอยู่นั้นหารู้ไม่ว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาทางพวกเขาสองคน    สายตาที่ดูเหมือนนิ่งแต่แฝงไปด้วยความไม่พอใจที่ร่างบางไปทำตัวสนิทกับผู้ชายคนอื่น

ถึงใบหน้าจะดูนิ่งมากแต่มือกับกำแน่นโดยที่เจ้าตัวไม่สึกเลยสักนิดว่ากำลังแสดงอารมณ์แบบไหนอยู่

           "นายครับ  จะให้ผมเรียกคุณทิวมั้ยครับ"   แซมถามผู้เป็นนายเพราะเห็นอาการที่วายุแสดงออกมา

           "ไม่ต้อง   เดี๋ยวค่อยไปจัดการกับมันที่หลัง   วันนี้ฉันมีประชุมที่ต้องทำมากกว่ามาสนใจคนอย่างมัน"   ถึงน้ำเสียงจะเรียบแต่แววตากับจักจ้องไม่ว่างสายตา

           "ครับ"   แซมตอบรับแล้วขับรถออกไปจากหน้ามหาลัย

ท่าถามว่าทำไมวายุถึวมาอยู่ที่...นั้นก็เพราะเขามารับทิว    เมื่อเห็นท่าทางของทิวเมื่อเข้าก็กะจะมารับไปทานข้าวแล้วพามาส่งที่คอนโดของเขา    แต่กลับมาเห็นภาพที่ไม่น่าจะเห็นซะก่อนเลยทำให้เจ้าตัวเปลี่ยนใจ

ความคิดเห็น