email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอน พรรคมารบูรพา

ชื่อตอน : ตอน พรรคมารบูรพา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 815

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มิ.ย. 2562 19:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน พรรคมารบูรพา
แบบอักษร

บทที่2 

ตอน พรรคมารบูรพา 

 

“อย่าไป” เหม่ยฮวาได้เพียงแค่เอ่ยอย่างแผ่วเบา เมื่อครั้งตอนที่ข้ายังเป็นสตรี ข้านั้นหยิ่งโอหัง หวังเป็นใหญ่ในใต้หล้า ต้องการขึ้นเป็นฮ่องเฮาของทั่วสี่พิภพ ข้าวาดภาพมายา หลอกล่อให้องค์ชายวิหคนั้นหลงใหล มารู้ทีก็ตอนพระองค์ตรัสว่า มายาที่ข้าสร้างทำได้เพียงหลอกหมา หลอกแมว คิดจะหลอกวิหคเพลิงสวรรค์ได้อย่างไร  

ข้าถึงได้รู้ว่าองค์รัชทายาทนั้นรักข้าจากใจของพระองค์จริงๆ ข้าเริ่มต่อต้านวาจาครหาจากเหล่าทวยเทพ ข้าเลิกสนใจใต้หล้า ข้าเริ่มมองเห็นเพียงองค์ชาย 

สร้างข้าให้รักพระองค์แล้วใยสร้างมันให้เป็นวาสนา คู่กับพระองค์ด้วย 

น้ำตาของข้าหลั่งใหลจนมองอะไรพร่ามัว ข้าลืมไปเสียแล้ว ว่าคนที่ทำให้ข้าต้องจิตแหลกสลายนั้นยืนอยู่ข้างข้านี้เอง ตัวข้าหันไปหาก็เห็นท่านเทพสงคราม  

“ข้าเกลียดท่าน” 

เทพสงครามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก  

“ข้าจะชดใช้คืนเจ้าให้หมด” 

“...” เหม่ยฮวา วาดมือเป็นวงกลม เกิดแสงประกายวูบไหว เห็นเป็นสมุนไพรสวรรค์ “นำไปมอบให้องค์รัชทายาท” ไม่พอแค่นั้น ยังปลดปิ่นปักผมออก ส่งผลให้ผมเงาประกาย สลายตรงหน้าของเทพสงคราม กลิ่นหอมของดอกบุพชาติ ตีคละคลุ้ง  

เหม่ยฮวานั้นมองปิ่นที่ทำจากก้านของต้นเหม่ยสวรรค์ ก่อนจะยื่นให้เทพสงคราม  

“ส่งให้ถึงมือองค์รัชทายาท บอกพระองค์ไปว่าไม่ต้องรอข้าอีก” 

“เจ้าจะไปไหน” 

“ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของท่าน” 

เมื่อนั้นร่างระหงก็จางหายไป 

เทพสงครามมองของในมือทั้งสองอย่าง ตนเองนั้นกัดฟันทนความเจ็บช่ำ มือที่ถือปิ่นปักผมนั้นสั่นไหว สุดท้ายก็ตัดสินใจซ้อนไว้กับตนเอง ไม่ขอมอบให้องค์รัชทายาท 

 

แดนวสันต์ 

เมื่อเหม่ยฮวามาถึง เหล่าพี่น้องบุพชาติ ต่างไม่ยอมมองหน้าของเหม่ยฮวา 

“คืนบุพชาติให้แดนอื่นเถิด” 

เทพธิดากล่าว 

เหม่ยฮวานั้นตาแดงช่ำ แม้แต่สหายที่เกิดโตด้วยกันยังทำได้ถึงเช่นนี้ 

“เจ้าก็รู้ ว่าข้าทุกทรมานมากแค่ไหน” 

“ข้าเตือนเจ้าแล้วเหม่ยฮวา” 

“เจ้าเตือนข้า ทำไมเจ้าไม่ไปห้ามมันผู้ที่ทำให้เป็นเช่นนี้เหล่า ผู้ที่ลิขิตให้ข้าตกระกำลำบาก เจ้าไม่ไปโทษมันผู้นั้น” 

เทพธิดาวสันต์นั้นวาดมือขึ้นเกิดเป็นเถ้าองุ่น ขึ้นมารอบตัวของเหม่ยฮวา 

เหม่ยฮวาหัวเราะเยาะกับชะตากรรมของตนเอง 

“จนกว่าเจ้าจะคืนบุพชาติให้ทุกแดนบนสวรรค์ ข้าถึงจะปล่อยเจ้า” 

ไม่มีใครทราบว่าเหม่ยฮวานั้นมีปราณเซียนนับสองแสนปี พลังเพิ่มมากขึ้นเท่าตัว เทพธิดาวสันต์นั้นลืมไปว่าสหายตนกลับคืนมาแล้ว 

เพียงเหม่ยฮวาตวัดฝ่ามือออก เหล่าดอกไม้บนแดนวสันต์ก็ล้มตาย 

เหล่าภูติน้อยต่างเข้ามาลุมล้อม 

“เจ้าคงลืมไปแล้วสหาย ว่าข้านั้นคือเทพวสันต์ตัวจริง เจ้าก็เป้นเพียงของเลียนแบบ” ว่าจบ ดอกไม้ทั่วแดนวสันต์ก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และมากขึ้นเป็นเท่าตัว กลิ่นหอมของหมู่มวลบุพชาตินั้นรุนแรง ไปถึงทั่วทุกแดนบนเผ่าสวรรค์ 

“ข้าปลูกบุพชาติ ทุกชนิดให้อย่างจำกัด สมุนไพรสวรรค์ บุพชาติหายาก เหล่าอาหารผลไม้ ข้าสร้างขึ้นให้พอที่พวกเจ้าจะนำไปใช้ได้ถึง สามหมื่นปี เมื่อนั้น แดนวสันต์จะรกร้าง หากสามหมื่นปีข้างหน้า พวกเจ้าไม่ไปอ้อนวอนขอร้องข้า” 

ว่าจบ เหม่ยฮวาก็พังเถ้าวัลย์ ที่สร้างจากองุ่นนั้นทิ้ง  

แม้แต่บ้านเกิดข้ายังจำต้องทิ้งไป ข้าจะไปที่ใดได้  เหม่ยฮวาหันหลังให้แดนวสันต์ ในตอนนั้นก็นึกไปถึงท่านเทพราตรี ร่างระหงเหาะเหินเดินบนเมฆไปถึงที่ประทับของเทพราตรี เมื่อมาถึงน้ำตาก็เออนอง ความหยิ่งทะนงดับสูญ ทรุดตัวลงอย่างเจ็บปวด เทพราตรีโอบกอดเหม่ยฮวาไว้ในอ้อมอกของตน 

“ข้าเตือนเจ้าแล้ว” 

“ทำไมทุกคนต้องเลือกที่จะเตือนข้า ทำไมพวกเจ้าไม่ไปห้ามผู้ที่กำหนดมันบ้าง” 

“ไม่มีผู้ใดกำหนดมัน ทุกอย่างเป็นกรรมที่เจ้าฝ่าฝืนชะตา เจ้าเอาแต่โทษผู้อื่น เหตุใดไม่โทษตนเอง ที่ฝ่าฝืนไปใช่มายาหลอกล่อองค์ชาย” 

“ข้าเป็นแค่มารในสายตาทวยเทพงั้นหรือ” เหม่ยฮวาผละออกจากอ้อมกอดของเทพราตรี  

เทพราตรียิ้มบาง  

“เจ้าคือดอกเหม่ยของข้าตลอดไป”  

“ข้าขออยู่ที่นี้กับท่านได้หรือไม่” 

เทพราตรีจับมือเรียวของเหม่ยฮวาไว้ 

“มาเถิด” เมื่อเหม่ยฮวาเดินตามท่านเทพราตรีเข้าไปในที่ประทับ เมื่อมาถึงก็พบท้องฟ้าสีน้ำเงินกว้างสุดลูกหูลูกตา เป็นประกายระยิบระยับ เพราะหมู่มวลดารา หลายร้อยดวง 

เทพราตรีวาดมือบนท้องนภา  

“ที่นี้ดีจัง” เหม่ยฮวาผ่อนคลายความเศร้าหมอง 

ทันใดนั้นเอง ทหารสวรรค์ก็เข้ามาในที่ประทับของเทพราตรี ท้องนภาจางหาย กลายเป็นห้องว่างสีขาวเหมือนดั่งที่อื่นๆ 

“ข้านำทหารมาจับกบฏ”  

“กบฏ ข้าหรือกบฏ” เหม่ยฮวาชี้ตนเองต่อหน้าทหารพวกนั้น เทพราตรียืนบังเหม่ยฮวาไว้ 

“ที่นี้ไม่มีกบฏ” 

“จับมัน!” ทหารผู้นั้นสั่งอย่างไม่สนใจเทพราตี เทพราตรีจึงวาดมือเป็นแสงสีน้ำเงิน เข้าทำร้ายทหารพวกนั้นล้มลง  

“ท่านเทพราตรี ท่านร่วมมือกับกบฏสวรรค์งั้นหรือ” 

“เห็นๆอยู่ว่ามิใช่กบฏ” 

“จับมันทั้งสอง!!” สิ้นคำกล่าว ทหารพวกนั้นก็ยิงธนูสวรรค์ลงมา เหม่ยฮวากำลังจะวาดมือกัน เทพราตรีที่ไม่ทราบถึงพลังของเหม่ยฮวาที่เปลี่ยนไปแล้ว จึงตัดสินใจเอาร่างของตนรับธนูสวรรค์พวกนั้น ทำให้ลูกธนูปักลงกลางหลังของเทพราตรี 

ท้องนภา คำรามเสียงดังสนั่น 

อัสนีย์บาตร ฟาดลงใส่ทหารพวกนั้น ก่อนจะเห็นเป็นเทพธิดาอัสนีย์ นางรีบเข้ามาประครองเทพราตรีที่ถูกธนูยิง  

“เพราะเจ้าคนเดียว!!!!” นางกรีดร้องเสียงดัง ก่อนจะส่งอนีย์บาตรใส่เหม่ยฮวา หวังทำรายจิตให้ตายสิ้น ทว่า  

เทพราตรีนั้นรีบเข้ากอดเหม่ยฮวาไว้ ทำให้อัสนีย์บาตรทั้งหมดกระทบลงเทพราตรีแต่เพียงผู้เดียว 

“ไม่!!!!” เหม่ยฮวากรีดร้อง กอดร่างของเทพราตรีที่กำลังไร้สติ เทพราตรียิ้มให้เหม่ยฮวา 

“อย่างร้อง จิตเซียนข้าไม่ได้อยู่ในกายนี้ แต่อยู่ในจักรวาล อยู่ในหมู่มวลดาราดวงใดดวงหนึ่ง สักวัน ข้าจักรวมจิตแล้วกลับมาดูแลเจ้าให้ดีกว่านี้” ว่าจบกายทิพย์ของเทพราตีก็สลายไป เหม่ยฮวานั้นดวงตาแดงฉาน วาดมือของตนส่งกลิ่นให้สมุนไพรพิษนั้นรุนแรง หทารล้มลงเพราะปราณเซียนถูก ดูดกลืนเหม่ยฮวาไม่พอแค่นั้นยังดูดกลืนปราณเซียนของเทพอัสนีย์บาตร ทำให้นางนั้นไร้เรี่ยวแรงสลบไป เหม่ยฮวาใช้พลังของตนมากเกินไป เมื่อสลบกายทิพย์ก็ตกลงจากสวรรค์ 

 

ตู้มมม 

เสียงน้ำดังขึ้น จอมมารที่กำลังจำศีลในถ้ำน้ำแข็ง ได้ยินเสียงผิดสังเกต เนื่องจากแอ่งน้ำที่ทิศบูรพาเป็นธารน้ำแข็งหนาแน่น หากมีเสียงน้ำดังเช่นนี้ ชัดเจนว่าต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่หนักหนาตกลงสู่ธารน้ำแข็งอย่างแรง  

เมื่อจอมมารออกมา ก็พบว่าธารน้ำแข็งแตกเป็นช่องวาง เหล่ามารตนอื่นก็ออกมาด้วย 

“ข้าเห็นเป็นเทพตกลงมา” 

“ปล่อยให้ถูกขังอยู่ในธารน้ำแข็งนี้เถิด” 

เหล่ามารต่างออกความคิดเห็น แต่จอมมารไม่คิดแบบนั้น 

“มหาเทพตกสวรรค์หรือ” จอมมารพรึมพรำ แล้วกระโดดลงในน้ำแข็งนั้น เขาว่ายลงไปลึกพอสมควร จนกระทั้งถึงก้นบึ้งของแอ่งน้ำ ก็เห็นว่ามีบุรุษในชุดสีขาวหมดสติอยู่ใต้น้ำ ใบหน้านั้นซีดเผือก เขาไม่รอช้า อุ้มเทพแปลกหน้าขึ้นมาจากน้ำ พลันขึ้นมาถึงด้านบน  

จอมมารบูรพาอย่างตนนั้นไม่รู้สึกหนาว แต่พอได้อุ้มบุรุษผู้นี้ในอ้อมแขน เหตุใดถึงมีความรู้สึกหนาวเย็นในหัวใจเช่นนี้ ทั้งร้อนรุ่ม ทั้งเย็นยะเยือก 

“ออกไปก่อน” จอมมารตรัสกับมารสาวรับใช้ที่สวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นในถ้ำน้ำแข็งของตน 

ตัวเขาค่อยๆประคองเทพแปลกหน้าให้นอนลงบนแท่นหยก 

เขาวาดมือขึ้นเพื่อให้อากาศนั้นอบอุ่น ไม่น่าเชื่อว่าเหม่ยฮวาเริ่หายใจอีกครั้ง เมื่อลืมตาขึ้น 

น้ำตาก็เออคลอหน่วย ภาพความจำที่สหายตายต่อหน้าตีกลับเข้ามา เหม่ยฮวาร้องไห้ออกมาอย่างไม่สนใจรอบข้าง จอมมารอย่างตนเคอะเขิน ไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรดี จึงรอจังหวะอยู่นาน แล้วพูดขึ้นเพราะหวังให้เทพตรงหน้าสนใจตน 

“ใครมันทำอะไรเจ้าให้ทุกข์ทรมานขนาดนี้” 

“ข้าขออภัย” เหม่ยฮวารีบลุกขึ้นยืน จอมมารนั้นกดไหล่ให้เหม่ยฮวานั่งลง 

“ข้าช่วยเจ้าจากธารน้ำแข็งหมื่นปี ไม่คิดจะกล่าวขอบคุณข้าบ้างหรือ” 

เหม่ยฮวาเมอลอย 

“หากคนที่ช่วยข้าด้วยชีวิตของตน ข้าต้องขอบคุณด้วยอะไร” 

จอมมารได้ยินแบบนั้นก็โศกเศร้าไปด้วย 

“ใครมันทำเช่นนั้นกัน” 

เหม่ยฮวายิ้มเหยาะเย้ยตนเอง 

“ข้าเป็นเทพดอกเหม่ยที่ไร้คาต่อสวรรค์ ในใจมีเพียงราคะกิเลส พวกเขาต้องการสังหารข้า” 

จอมมารพอจะนึกออก เรื่องนี้ไม่มีใครไม่รู้ แต่ตอนที่จอมมารได้รู้เรื่องราวก็ไม่เห็นว่าจะแปลกตรงไหน ก็แค่รักกัน จำเป็นต้องยึดตามหลักของหินสามภพนั้นหรืออย่างไร เรื่องนี้มันผ่านมาหลายหมื่นปี  

เซียนดอกเหม่ยที่ใช้มายาหลอกองค์ชาย จนสุดท้ายถูกลิขิตให้ตายอย่างน่าเวทนา  

เรื่องที่จอมมารได้ฟังนั้นเป็นเรื่องที่ไร้การปรุงแต่ง ผิดก็ว่าผิด เลวก็ว่าเลว 

เพราะเรื่องเองบนสวรรค์นั้นมักปรุงแต่ง อ้างว่าที่เหม่ยฮวาตายอย่างน่าเวทนาเป็นเพียงเคราะห์กรรมรักที่ต้องเจอเพื่อปราณเซียน 

“ข้าต้องไปแล้ว สักพักทหารจากสวรรค์ต้องมาถึงที่นี้” 

เหม่ยฮวาไม่อยากให้ใครมาลำบากเพราะตน นึกแล้วก็ดียิ่งที่แดนวสันต์ไล่ตนออกมา ไม่เช่นนั้นพวกนางคงต้องตายตามข้าไป 

“เจ้ารู้หรือว่าที่นี้คือที่ไหน” 

เหม่ยฮวานั้นลืมคิดไป รีบมองหน้าของจอมมาร 

ชั่วขณะจิต จอมมารหายใจติดขัด กลิ่นของเจ้าหอมมากเหลือเกิน 

“ที่นี้คือแดนบูรพา จอมมารเช่นข้าไม่ยอมให้ทหารสวรรค์หน้าไหนย่างกร่ายของพวกมันเข้ามาเหยียบที่นี้” 

“ข้าไม่เคยติดค้างกับท่าน ท่านอย่าช่วยเหลือข้าเลย ตอนนี้ข้ากลายเป็นกบฎสวรรค์” 

“สวรรค์ สวรรค์แล้วอย่างไร เจ้าดูถูกจอมมารเช่นข้าหรือ” 

เหม่ยฮวาสั่นสะท้าน 

“ข้าไม่ได้จะดูถูกท่าน” 

“เช่นนั้น...อยู่ที่นี้...ไม่มีที่ใดที่ปกป้องเจ้าได้ หากไม่ใช่ที่นี้” 

..................... 

ไม่ได้แก้คำผิดและตรวจซ้ำ แต่งจบสดๆร้อนๆ แต่งด้วยความเมามันส์ จนไม่ได้แต่งเรื่องที่ลงประกวดดด 

ความคิดเห็น