email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอน ความจริงของหินสามภพ

ชื่อตอน : ตอน ความจริงของหินสามภพ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ค. 2562 20:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน ความจริงของหินสามภพ
แบบอักษร

ภาคสอง 

บทที่ 1 

ตอน ความจริงของหินสามภพ 

เมื่อนั้นเคราะห์กรรมได้สลายสิ้น จิตวิณญาณของพวกเขาทั้งสามกลับเข้ากายทิพย์บนสรวงสวรรค์ เมื่อนั้นเหล่าทวยเทพต่างมารอรับพวกเขาที่ท้องพระโรงอย่างพร้อมเพรียง  

เมื่อพวกเขามาถึงก็มีเสียงขานลำดับขั้นที่เพิ่มขึ้นตามปราณเซียน  

“องค์รัชทายาทชิงหลง องค์รัชทายาทของ ทั่วสี่พิภพ มหาเทพไท่จง แม่ทัพสวรรค์ทิ่งใหญ่ที่สุดทั่วสี่พิภพ มหาเทพเหม่ยฮวา มหาเทพแห่งแดนวสันต์”  

เมื่อทั้งสามมาถึง ก็ต่างยกมือผสานขึ้น ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรต่อกัน องค์รัชทายาทรู้สึกผิดต่อเหม่ยฮวา ส่วนมหาเทพไท่จงนั้นข่มขื่นเกินกว่าจะพูดอะไร  

เมื่อนั้นท่านเทพลิขิตชะตาจึงยกมือผสาน 

“ข้าน้อยต้องขออภัยที่ทำให้มหาเทพทั้งสามต้องทนทุกข์” 

เมื่อกว่าจบ แสงสีเหลืองทองแต่คงไว้ด้วยกลิ่นหอมของดอกเหม่ยก็ปรากฏขึ้น ดอกไม้ทั่วแดนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เกิดล้มตาย เหลือไว้เพียงดอกเหม่ยปรากฏทั่ว ดอกเฟิ่งหวงที่เป็นตัวแทนของฮ่องเฮา ก็กลับกลายเป็นดอกเหม่ย ทำให้พระนางกริ้วพระทัย จุดเปลวเพลิงบริสุทธิ์หวังเผ่าไหม้ดอกเหม่ยนั้น 

ทว่า 

เหม่ยฮวาลงมนต์ไว้หมดสิ้น 

“นับต่อแต่นี้อีกสามหมื่นปี จักไม่มีดอกไม้นานาพันธ์ ดอกใด เกิดขึ้นทั่วแดนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า จะมีเพียงแต่ดอกเหม่ยเท่านั้น!!” 

“เจ้าดูหมิ่นท่านเทพงั้นหรือ!” องค์เหง็กเซียนตวัดอัคคีเพลิงบริสุทธิ์ ที่สร้างมาจากเกล็ดมังกรสามารถสร้างและทำลายเซียนได้ ทว่า  อัคคีเพลิงบริสุทธิ์กับชนเข้ากับอัคคีเพลิงอีกครั้ง ด้วยฝีมือขององค์รัชทายาท  

“ท่านทำร้ายเหม่ยฮวามามากพอแล้ว” องค์รัชทายาทขึ้นไปยืนบังตัวของเหม่ยฮวา  

“ขอให้องค์เหง็กเซียนโปรดไว้ชีวิตท่านมหาเทพด้วย” เทพสงครามยกมือสผานออกโรงปกป้อง  

ทว่า 

เหม่ยฮวาวาดมือขึ้นเป็นสีแดง กลิ่นดอกไม้น้อยนั้นเป็นพิษร้าย ทำให้เซียนเทพรอบข้างเหมือนถูกดึงปราณเซียน พวกเขาต่างไร้เรี่ยวแรง ยกเว่นแต่เทพสงครามและองค์รัชทายาทที่ไร้ผลกระทบ 

ทหารสวรรค์ต่างเข้ามาล้อมตัวของหม่ยฮวาไว้ 

“ข้าเพียงทำให้ปราณเซียนของพวกท่านใหลออกจากร่างนับห้าพันปี หากพวกท่านอยากให้มีปราณเซียนกลับมา ก็จงลงไปใช้เคราะห์กรรมเสีย!!” 

เหม่ยฮวาประกาศเสียงดัง  

“ท่านไม่ต้องการดอกเหม่ยใช่หรือไม่” 

ทวยเทพต่างไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ย พวกเขาต่างยอมรับความผิดไม่แปลกที่มหาเทพแดนวสันต์จะโกรธเคือง  

“หากไม่ต้องการ ก็อยากมีอีกเลย” 

ชั่วพริบตาแสงสีทองก็สว่างวาบไหวไปทั่วเผ่าสวรรค์ ดอกเหม่ยนั้นหายไป แดนสวรรค์ดูเศร้าหมองไร้สีสัน ทว่าไม่นาน เผ่าวิหคก็มาถึง 

“ทูลเพคะ ดอกพฤษชาติสลายตัวหายไปหมดเผ่าวิหคแล้ว” 

“เจ้าทำอะไรของเจ้า” เทพวารีชี้หน้าถาม เหม่ยฮวา ตวัดมือเรียวของตนเพียงแผ่วเบา ทหารที่รายล้อมอยู่ก็พลันล้มลงกลับพื้น นับว่าปราณเซียนของเหม่ยฮวานั้นเยอะมากนั้น ปราณเซียนที่มาจากเคราะห์กรรม 

“ข้าถือว่าท่านเป็นสหายเก่า” 

“เจ้าไม่ใช่เหม่ยฮวา สหายของข้าเป็นสตรี” 

ได้ยินคำนั้นเหม่ยฮวาก็เผยรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า 

“เป็นบุรุษนี้ดีแท้ ข้าคงไม่ขอกลับไปเป็นสตรีอีก ข้าจะไม่เดินตามหลังผู้ใดอีก” แววตาขอเหม่ยฮวานั้นชอกช่ำ เสี้ยววินาทีก็หันไปสบตากับองค์รัชายาท ใจพระองค์แหลกสลาย 

“พอเถอะเหม่ยฮวา” 

“ท่านบอกให้ข้าพอหรือ แล้วสิ่งที่พวกเทพมันทำร้ายข้านั้นเพียงพอแล้วหรือ” 

องค์รัชทายาทดึงตัวของเหม่ยฮวามากอดในอ้อมอกพระองค์ต่อหน้าเหล่าทวยเทพ 

“ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว มันเป็นเพียงเคราะห์กรรม นับแต่นี้เจ้าไม่ต้องทนเสียใจอีก” 

เหม่ยฮวานั้นจิตใจอ่อนไหวกับคำพูดขององค์รัชทายาท ทว่า 

“เมื่อสองหมื่นปีนั้นก็เคราะห์กรรม” เสียงของเทพลิขิตสวรรค์เอ่ย 

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” องค์รัชทายาทคลายอ้อมกอด แต่มือของพระองค์ยังคงกุมมือของเหม่ยฮวาไว้  

“หากว่าตามหินสามภพ เซียนเหม่ยฮวานั้นกำเนิดจากดอกไม้ ไร้คู่เคียง ชื่อของเหม่ยฮวานั้นไร้วาสนา จักต้องอยู่คนเดียวตลอดกาล หากมีความรัก ก็เป็นเพียงเคราะห์กรรมเท่านั้น” 

เหม่ยฮวารู้ข้อนั้นดี เขารู้มาตั้งแต่สองหมื่นปีก่อน ว่าตนเองนั้นกำเนิดจากดอกเหม่ย ไร้บิดา มารดา ดั่งเทพองค์อื่น หากตนเองบำเพ็ญเพียรจนหลุดพ้น ก็จะได้ไปถึงขั้นเทพเจ้า แต่เพราะกิเลส ความหลงในองค์รัชทายาท ทำให้ตนนั้นต้องชดใช้กรรมไม่จบสิ้น แต่แล้วย่างไร หินสามภพสลักว่าข้านั้นไร้วาสนาแล้วอย่างไร ในเมื่อพระองค์รักข้า 

“ข้าเชื่ออะไรในหินสามภพนั้นได้บ้าง ในเมื่อในสมุดลิขิตชะตาของท่าน ท่านยังงสับเปลี่ยน นำสาวใช้ลงไปเปลี่ยนแปลงเรื่องราวของข้า!” 

“องค์เหง็กเซียนฮ่องเต้ ให้ความเป็นธรรมด้วย ข้านั้นมิเคยแทรกแทรงเคราะห์กรรมของมหเทพเหม่ยฮวาเลย” 

“ชิงหลง ปล่อยมือเขา” องค์เหง็กเซียนนั้นเอ่ยขึ้น  

“ไม่พ่ะย่ะค่ะ”  

ทว่า เหม่ยฮวานั้นแกะมือของตนเองออกมาเอง 

เหล่าทหารต่างพากัมาล้อมตัวของเหม่ยฮวาไว้ แววตาแสนโศก ไร้ความสุขใดๆทั้งสิ้น  

ไม่ว่าข้าจะเอ่ยอย่างไร ข้าก็ยังถูกพวกเทพทุกคนในที่นี้รังแกแม้แต่สหายอย่างเทพวารีก็เปลี่ยนไป  

“อย่าทำเช่นนี้เหม่ยฮวา” องค์รัชทายาทพยายาม คว้ามือของเหม่ยฮวาไว้ แต่เหม่ยฮวานั้นสะบัดมือตน 

“นำไปลงโทษตอกตะปูอัคคีหนึ่งร้อยดอก จนกว่าจะคืนบุพชาติ แก่เผ่าสวรรค์” ฮ่องเฮาลั่นวาจา เหม่ยฮานั้นปรายดวงตามองไปที่บัลลังก์นั้น เมื่อสองหมื่นปีก่อน ข้าเคยคาดหวังว่าจะได้เคียงคู่กับองค์รัชทายาทบนบัลลังก์ แต่บัดนี้จิตใจข้าแหลกสลาย แม้แต่จะยืนเคียงข้างกัน ข้ายังไม่สามารถ 

ในขณะที่ทหารกำลังเข้าคุมตัว เทพสงครามก็ประกาศก้าวขึ้นเพราะเห็นว่าองค์รัชทายาทนั้นไม่สามารถปกป้องเหม่ยฮวาได้ 

เทพสงครามแทรกตัวเข้าไปยืนบังเหม่ยฮวา 

“หากผู้ใดลงมือ ข้าจะกรีดโลหิต แผดเผ่าสวรรค์ให้มลายสิ้น” 

ทหารทุกนายถึงขั้นถอยหลังงออกห่าง เพราะโลหิตของเทพสงคามนั้นไม่เพียงทำลายสวรรค์ได้ ยังสามารถประหารเซียนได้ จิตจะแตกสลายแม้แต่เกิดเป็นมนุษย์โลกก็ไม่ได้ 

“เจ้าจะขัดคำสั่งของข้าหรือ” องค์เหง็กเซียนออกโรงดวยตัวพระองค์เอง ทำให้องค์รัชทายาทนั้นเข้าไปหาเหม่ยฮวา และมอบกริชที่ทำจากเขี้ยวมังกรให้ 

“จับข้าเป็นตัวประกัน เร็ว!” องค์รัชทายาทเอ่ย เหม่ยฮวานั้นน้ำตาเอ่อคลอขึ้นดวงตา มือเรียวจับกริชมังกรนั้นอย่างสั่นไหว ชั่วพริบตาก็กั้นใจ นำกริชนั้นจี้ไปที่หัวใจของพระองค์ 

องค์รัชทายาทแอบยิ้มในใจ เจ้าจำได้ว่าข้านั้นซ้อนจินเซียนไว้ที่ไหน  

พวกเทพเซียนนั้น จะซ้อนสิ่งที่เรียกว่าจิตเซียน ที่คล้ายๆหัวใจ หากกายทิพย์ถูกทำลาย แต่ถ้าจิตเซียนไม่สลายก็จะกับมารวมเป็นกายทิพย์ได้อีกครั้ง 

“หากท่านพ่อไม่ปล่อยนางให้หนีไป ข้าจะให้เหม่ยฮวานั้นแทงคมกริชที่ทำจากเขี้ยวมังกรนี้ลงปในจิตเซียน ลูกจะไม่กลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกเลยตลอดกาล 

“องค์รัชทายาท” เสียงทวยเทพเอ่ยอย่างพ้อมเพรียง พระองค์ปรายตมองเทพสงคราม ท่านมหาเทพไท่จงจึงเปิดทางงให้ เหม่ยฮวานั้นถูกองค์รัชทายาทจับข้อมือของเหม่ยฮวาที่จี้กริชตรงตัวใจพระองค์  

“รีบไป” พระองค์ก้มลงกระซิบ “ข้ารักเจ้าต่อให้สวรรค์จะกีดกัน ต่อให้ทั่วสี่พิภพจะไม่เห็นด้วย ข้าก็ยังคงรักเจ้า” พระองค์นั้นก้มลงจุมพิตแก้มเนียนนั้นอีกคร่า ก่อนที่จะดันข้อมือของเหม่ยฮวา ให้กดกริชเขี้ยวมังกรเข้าไปในเนื้อกายทิพย์พระองงค์ ทหารเห็นแบบนั้นจึงรีบเปิดทาง  

เทพสงครามคอยกันทหารที่จะลักลอบเข้ามาทำร้าย ส่วนองค์รัชทายาทก็คอยจับข้อมือของเหม่ยฮวาที่พยายามจะดึงกริชออกเพราะกลัวพระองค์เจ็บ 

เมื่อมาถึงข้างนอกท้องพระโรง พระองค์ก็ปล่อยเหม่ยฮวา ร่างบางนั้นน้ำตาไหลเอ่อคลอขึ้นมาเพราะเห็นโลหิตขององค์รัชทายาท ท่านเทพสงครามจึงดึงเหม่ยฮวาหวังให้ไปกับตน แต่เหม่ยฮวานั้นสลัดมือตนออกจากเทพสงคราม สร้างความร้าวรานให้ไท่จงยิ่งนัก 

เหม่ยฮวามองตามองค์รัชทายาท ที่กำลังจะแยกไปอีกทาง 

“ท่านจะไปไหน” เสียงหวานเอ่ยเรียกอย่างคะนึงหา 

“ข้าจะไปกรีดเลือดสลักชื่อตนผูกวาสนากับเจ้าที่หินสามภพ” 

"อย่าไป" เหม่ยฮวาร้องอ้อนวอน เพราะตนรู้ดีกว่าใครว่าชื่อขององค์รัชทายาทผูกวาสนากับท่านเทพลิขิตชะตา มานับแสนปีแล้ว พวกเขาต่างหากที่มีวาสนาต่อกัน 

ตัวข้าเกิดมา เป็นเพียงเคราะห์กรรมให้พวกท่านได้รักกันเท่านั้น 

 

------------------ 

ถ้าองค์รัชทายาทรู้ความจริงเรื่องชื่อที่สลักไว้กับเทพลิขิตชะตา พระองค์จะปั่นใจให้บ้างไหมนะ 

หินสามภพ คือหินที่จะบอกคู๋วาสนาค่ ะใครเคยดู สามาภพสามชาติ ก็จะคุ้นชินกับชื่อในเรื่องนี้ดี 

แดนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า 

แดนวิหค 

แดนวสันต์ 

อีกเยอะแยะเลยค่ะ 

ตอนหน้ามาเจอกันใหม่  

กลับมาแล้วว 

ดร่ามา จุกๆ 

บอกแล้วว่า เทพลิขิตชะตาเป็นนายเอกตัวจริงง 

#ทีมเทพลิขิตชะตา #ทีมองค์รัชทายาท #ทีมเทพสงคราม หรือ #ทีมจอมมาร ดีนะ คึคึ  

จนภาคสองแล้วยังไม่บอกเลยว่าใครพระเอก บอกแล้วนิยายเรื่องนี้ไม่มีพระเอก 

 

  

ความคิดเห็น