Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เจ้าชายเดินดิน

ชื่อตอน : เจ้าชายเดินดิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 300

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2562 01:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เจ้าชายเดินดิน
แบบอักษร

"ถวายบังคมฝ่าบาท มีราชสารมาจากแคว้นเซินถึงพระองค์พะย่ะค่ะ"

ฮ่องเต้รับสารนั้นแล้วเปิดออกดูพร้อมฟังคำแถลงจากผู้ส่งสาร

"ด้วยแคว้นเซิน ต้องการร่วมแสดงความยินดีต่อชัยชนะในการปราบกบฎครั้งนี้ องค์รัชทายาทจึงส่งสิ่งบรรณาการเพื่อสานสัมพันธไมตรีอันดีต่อกันสืบไป"

หลังแถลงการเสร็จท่านฑูต ได้เฉลยให้ฮ่องเต้ฉีทราบถึงสิ่งบรรณาการที่กำลังจะตามมานั้นว่าแท้จริงแล้วคือองค์หญิงเย่าถิงขนิษฐาแท้ๆในรัชทายาท เพียงเท่านั้นท้องประโรงก็กระหึ่มไปด้วยเสียงพูดคุยซุบซิบของเหล่าขุนนาง บ้างก็ว่าองค์รัชทายาทใจเด็ดขนาดกล้าส่งน้องสาวที่ร่ำลือว่าหวงนักหวงหนา ยกให้เป็นรางวัลนักรบ บ้างก็ว่าแคว้นเซินวางตัวให้น้องสาวตนได้เป็นชายาในอ๋องกู่เพราะฐานันดรเทียบเคียงกัน ต่างพูดคุยไปต่างๆนาๆว่าหากเป็นเช่นนั้นบรรดาสาวงามแคว้นฉีคงต้องน้ำตาตกเพราะสตรีนางใดคงมาแทนที่สตรีสูงศักดิ์ต่างแคว้นนางนี้ได้

"กราบทูลฝ่าบาทขณะนี้ขบวนเสด็จกำลังตามหลังมาอาจมาถึงแคว้นฉีในอีกไม่ช้า ราชสารจากม้าเร็วของแคว้นเซินเพียงต้องการสารตอบรับจากพระองค์เพื่อส่งให้ถึงมือองค์รัชทายาท ขอพระองค์ทรงพิจารณา"

"ได้เราจะดำเนินการให้ เดินทางมาไกลเช่นไรแล้วพักผ่อนก่อนจึงค่อยเดินทางกลับเถิด"

สิ้นคำฮ่องเต้ทรงมอบหมายให้ดูแลฑูตแห่งแคว้นเซิน และทรงร่างหนังสือตอบรับกลับไปยังองค์รัชทายาทแคว้นเซิน

ในความคิดพระองค์ยังทรงมีความต้องการเช่นเดิมก่อนหน้าเครื่องบรรณาการชิ้นสำคัญจะมาว่าไม่ว่าอย่างไรพระอนุชาจะได้เป็นผู้เลือก แต่บัดนี้ได้เกิดความยุ่งยากพระทัยขึ้นเสียแล้ว ใครๆต่างรู้ถึงนิสัยอนุชาในพระองค์ดี หากไม่ปรารถนาแล้วนั้นเงาก็อย่าหวังว่าจะชายตาแล แล้วจักทำเช่นไร แต่งตั้งเป็นสนมให้อ๋องกู่คงเป็นการหยามเกียรติ แต่หากไม่สมรสกับผู้ที่เหมาะสมก็ไม่รู้จะวางตัวนางไว้ตำแหน่งใดในแคว้น เรื่องนี้คงต้องเรียกตัวมาหารือเป็นการส่วนตัวเสียแล้ว

ภายหลังจากเสด็จออกจากท้องพระโรงสู่ตำหนักฮ่องเต้เปลี่ยนทิศทางจากเดิมจะดำเนินไปยังห้องทรงอักษรเป็นศาลารับรองสั่งคนไปตามอนุชามาหารือเรื่องสานสัมพันธไมตรีครั้งนี้ อันที่จริงพระองค์เองสามารถกำหนดได้ว่าจะยกให้อยู่ในตำแหน่งใดและให้ใครโดยไม่ต้องถามความสมัครใจแต่ด้วยที่พระองค์ทรงทราบดีหากพระอนุชาไม่ปรารถนาสิ่งใดอย่าว่าแต่สิ่งของ แม้เป็นคนก็จักไม่เหลียวแลใยดี อ๋องกู่นับเป็นบุรุษที่มีความชัดเจน ก่อนหน้านี้พระองค์ยังจำได้ว่าเคยเอ่ยปากจะประทานหญิงงามให้ แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดีและขู่สำทับมาด้วยว่าหากส่งมาจักกลายเป็นหญิงร้างค้างตำหนักเดียวดายไปยั้นแก่แล้วจักส่งหญิงผู้นั้นมาทรมานจากการไม่ได้รับความรักและการเหลียวแลเพื่อสิ่งใด เพียงเท่านี้พระองค์ก็รู้ดีว่างามเพียงใด สูงศักดิ์แค่ไหน ก็ไม่ต่างกัน ระหว่างทรงคิดหาทางออกนั้นอ๋องกู่ก็มาถึงยังศาลาตามที่ได้ถูกเรียกมาพบ

"นั่งสิเราต้องหารือกัน ส่วนพวกเจ้าออกไปก่อน" ทรงรับสั่งให้เหล่านางกำนัลออกไปนอกศาลาดังเช่นทุกคราที่ต้องการความเป็นส่วนตัวเมื่ออยู่กับอนุชาตามลำพัง

"พระองค์ทรงให้คนไปตาม มีเหตุสำคัญอันใดหรือพะย่ค่ะ"

"เรามาคุยกันอย่างที่พี่น้องปกติเค้าคุยกันดีกว่าข้าเบื่อที่จะต้องมาวางตัวแม้กระทั่งกับน้องของตัวเอง"

น้อยคนนักจะรู้ว่าฮ่องเต้แคว้นฉีและพระอนุชาก็มีมุมที่ไร้ซึ่งการเอาอำนาจมากดกันเอง มุมที่พี่ชายและน้องชายจับเข่าคุยกันโดยปราศจากกำแพงจากยศศักดิ์เช่นคนธรรมดา

"แล้วเกิดเรื่องอันใดถึงขนาดที่ต้องเรียออกมา ท่านเพิ่งออกมาจากท้องพระโรงทำไมไม่ไปพักผ่อน เร่งด่วนขนาดที่รอไม่ได้เลยเชียวหรือ?" อ๋องกู่ได้ทีเอ่ยถามอย่างคนที่รู้จักพี่ชายดี

"มีสาวงามสูงศักดิ์ต่างเมืองถูกส่งมาบรรณาการ คิดว่าเร่งด่วนพอรึไม่"

"สาวงาม สูงศักดิ์ ต่างแคว้น เช่นนั้หรือ?"

สิ้นคำถามจากน้องชายฮ่องแต่ก็พยักหน้าแทนคำตอบ

"ข้าไม่รับที่เหลือท่านก็ไปจัดการก็แล้วกัน หม่อมฉันทูลลา" เพียงเท่านั้น ไม่ทันเอ่ยรั้งอ๋องกู่ก็ก้าวเท้าออกไปด้วยความรวดเร็ว

นี่เจ้าไม่ช่วยให้อะไรมันง่ายขึ้นเลยนะเจ้าน้องตัวแสบ ฮ่องเต้เองทรงคิดหนัก หากอ๋องกู่ไม่เหลียวแลใครกันที่จะรับสตรีนางนี้เข้าจวน และจะบอกพี่ชายของนางอย่างไรไม่ให้เข้าใจว่าหญิงสาวที่ถูกส่งมานั้น เป็นของขวัญที่อาจไม่ถูกแตะต้องจากคนที่เหมาะสม

นอกกำแพงพระราชฐานร้านค้า โรงน้ำชา สถานเริงรมย์ต่างยังคงคึกครื้นจากกลิ่นไอแห่งการเฉลิมฉลอง ผู้คนมากมายเดินไปมาบนถนนย่านการค้า ปรากฏร่างบุรุษรูปร่างบอบบางผู้หนึ่งปะปนอยู่ ไม่ใช่ใครอื่น เฟยอี้เอ๋อจอมซน นางเดินออกมาจากจวนหาซื้อผลไม้และซื้อชาขึ้นชื่อจากโรงน้ำชามีชื่อแห่งเดียวของแคว้นเพื่อนำไปให้แด่พี่ชายที่ยังคงรักษาตัวอยู่ภายในเรือนรับรองของวังหลวง จากก้าวแรกที่ข้ามพ้นธรณีประตูโรงน้ำชาเข้ามานางก็รู้สึกได้ว่ามีสายตาจับจ้องมาที่นาง หญิงสาวในชุดบุรุษค่อยๆกวาดสายตามองไปยังทิศทางที่นางรู้สึกว่าเป็นเป้าสายตา ระหว่างนั้นก็สบตาเข้ากับบุรุษที่มองเพียงผ่านก็รับรู้ได้ว่าไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา ทั้งเสื้อผ้าที่สวมที่เย็บจากผ้าเนื้อดี รูปร่างสูงโปร่ง ในตาหยิ่งผยองไม่ยอมใครแต่ก็ซ่อนไว้ซึ่งความแข็งกร้าวมีเสน่ โดยรวมแล้วจัดว่ารูปงามคนหนึ่ง แต่ทำไมถึงมองมาที่นางอย่างกับรู้ว่านางเพียงแต่งกายเช่นบุรุษหาใช่บุรุษแท้ๆไม่ สายตาอย่างกับจะเปลื้องผ้าข้าแน่ะ เฟยอี้เอ๋อคิดเพียงเท่านั้นก็เร่งให้คนขายนำชาชื่อดังออกมาให้ตนตามจำนวนที่ต้องการ คงต้องรีบซื้อรีบกลับน่าจะดีกว่ามายืนให้บุรุษแปลกหน้าจ้องอย่างกับจะจับนางเปลื้องผ้า ยังไม่ทันที่ความคิดของนางจะสิ้นสุด บุรุษผู้นั้นได้มายืนด้านหลังของเฟยอี้เอ๋อและกระซิบนางที่ข้างหูทั้งยังไม่ตั้งตัว

"เฟยอี้เอ๋อ ไม่ยักรู้เจ้าชอบแต่งเป็นชายเดินไปมาคนเดียวนอกจวนบ่อยๆ"

เพียงเท่านั่นเฟยอี้เอ๋อสบัดร่างหันกลับมาตามทิศทางของเสียงเพื่อเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงกระซิบ

ทันใดนั้นนางก็พบว่าใบหน้าชายคนเมื่อครู่อยู่ห่างจากใบหน้าไม่มากชนิดที่หายใจรดแก้มนางเลยด้วยซ้ำทั้งสองได้สบตากันใกล้เกินกว่าที่จะเคยใกล้กับใคร เฟยอี้เอ๋อเป็นฝ่ายผละออกมานางก้าวถอยหลังจนติดกับโต๊ะที่นางรอรับชา จะก้าวหนีชายหนุ่มก็ใช้มือขวางไว้ไม่เพียงเท่านั้นยังโน้มกายลงมาแล้วกระซิบที่ข้างหูนางเช่นเดิม

"ข้าว่าไม่ว่าเจ้าจะแต่งเป็นหญิงหรือชายความงามมันก็ไม่อาจซ่อนได้หรอกนะ ชายใดบ้างที่มองไม่ออก ต่อไปอย่าไปไหนๆคนเดียวไม่เห็นรึว่ามีผู้ชายมองเจ้าอย่างสนใจมากเพียงใด สิ่งที่ปกป้องเจ้าจากพวกนั้นไม่ใช่เพราะเจ้าดูคล้ายผู้ชาย แต่คือหยกหยางฉินของเจ้าต่างหาก" ขณะที่กระซิบบอกเฟยอี้เอ๋อหลูหว่านไช่ก็สะดุดกับกลิ่นเครื่องหอมที่นางใช้พร้อมนึกถึงคำพูดของเล่อเสี่ยวซีที่ถามเรื่องนางเมื่อคืน เป็นนางที่พบเสี่ยวซีที่ร้านเครื่องหอม หาใช่เฟยอี้จิ้งไม่

"ช้าชอบกลิ่นนี้ของเจ้านะ"

เฟยอี้เอ๋อใช้มือผลักชายหนุ่มออกให้พ้นทางและก้าวเท้าออกจากโรงน้ำชาก่อนที่ชานซื่อถูจะเอาชาที่เดินไปค้นตามที่นางสั่งมายื่นให้

"อ้าว...คุณชายน้อยเมื่อครู่ไปไหนซะล่ะสั่งชาข้าๆก็ไปค้นหายไปซะได้"

"เค้าไปแล้วน่าจะมีเรื่องด่วน ข้าซื้อเองไหนๆเจ้าก็ไปค้นมาแล้ว"

พูดจบหลูหว่านไช่ก็จ่ายเงินออกไปจากร้านพร้อมรอยยิ้มสุขใจ ไม่เลว น้องสาวเฟยอี้จิ้งคนนี้น่าสนใจไม่น้อย สายตาตื่นๆเช่นกวาง กลิ่นหอมนั้นที่เขาชอบ ปากสีสวยตามธรรมชาติของนาง ข้าเพิ่งสังเกตใกล้ๆ สกุลเฟยเราคงได้ไปมาหาสู่กันบ่อยขึ้นซะแล้ว

"นายท่านคะ นายท่าน มีคนมาขอพบนายท่านเจ้าค่ะ" เสียงเรียกเสนาบดีเฟยดังขึ้นที่หน้าห้องหนังสือ

"ใครกัน?"

"เห็นแจ้งว่ามาจากเจ้ากรมคลัง เจ้าค่ะ"

"อืม....เดี๋ยวข้าออกไป"

"คารวะท่านอาเฟย ข้าหลูหว่านไช่"

"นึกว่าใครนั่งก่อนสิ มาถึงจวนสกุลเฟย..." ยังไม่ทันที่ท่านเสนาบดีเอ่ยจบหลูหว่านไช่ก็เอ่ยขึ้น

"ที่มาวันนี้พอดีได้ชาดีมาจากสหายผ่านมาแถวจวนท่านข้าจึงแวะเอามาฝากหวังว่าท่านอาจะรับไว้" พร้อมยื่นชาจำนวนหนึ่งให้ท่านเสนาบดีเฟยรับไว้

"รบกวนท่านหลูแล้ว ได้ข่าวแว่วๆว่าเมื่อไม่นานท่านเพิ่งเข้าเฝ้าพระพันปี การป็นที่ทรงโปรดมาแต่เด็กจนบัดนี้ก็ยังมิเปลี่ยน น่าภูมิใจแทนท่านเจ้ากรมคลังหลูยิ่งนัก"

เสนาบดีเฟยทราบดีว่าการที่พระพันปีทรงโปรดปราณเด็กหนุ่มตรงหน้าเพราะหลูหว่านไช่มิใช่ลูกแท้ของเจ้ากรมคลังอย่างที่ใครๆเข้าใจ ชายหนุ่มผู้นี้หากจะเทียบกันทางสายเลือดคงไม่ต่างจากฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเพียงแต่ชายหนุ่มยังคงวางตัวเช่นลูกขุนนางระดับกลางปล่อยวางอดีตไม่คิดช่วงชิงอำนาจ สิ่งนี้เองที่ทำให้หลูหว่านไช่ยังคงเป็นเช่นหมอกรายล้อมราชวงศ์ เบื้องลึกแห่งราชวงศ์ที่ไม่มีผู้ใดต้องการให้รื้อฟื้น

"ที่เข้าพบพระพันปีเนื่องจากพระองค์ทรงต้องการหารือเรื่องของขวัญนักรบนั่นเองท่านเสนาบดีเฟย ไม่ใช่อะไรสำคัญเหนือจากเรื่องเหล่านี้ แล้วนี่เฟยอี้จิ้งยังพักที่เรือนรับรองของอ๋องกู่ไม่กลับจวนหรือไร?"

"เป็นเช่นนั้น เรื่องที่เค้าบาดเจ็บฮูหยินยังไม่รู้อย่างไรอย่าเพิ่งให้นางรู้เรื่องจะดีกว่า"

"เป็นเช่นนี้เอง งั้นข้าต้องขอลากลับจวนก่อนเพียงแวะมาเห็นว่าไม่มาเยี่ยมท่านนานแล้ว รักษาสุขภาพด้วยท่านเสนาบดี"

"ขอบคุณคุณชายหลู"

เด็กหนุ่มที่งามสง่า รักสงบ สติปัญญาเพียบพร้อมเช่นนี้ต้องใช้ชีวิตขัดต่อชาติกำเนิดช่างน่าเสียดาย แต่คงเป็นวาสนาของแคว้นฉีที่ชายผู้นี้ไม่ลุกขึ้นมาชิงบัลลังก์

 

 

 

ตอนนี้ชาติกำเนิดคร่าวๆของหลูหว่านไช่ค่อยๆกระจ่าง แล้วต่อจากนี้ชายรักสงบหลงไหลศิลปะชอบเกี้ยวพาสาวงามจะเป็นแค่ฉากหน้าหรือเป็นตัวตนจริงๆของเขากันนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น