Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สตรีผู้ไม่เคยแพ้

ชื่อตอน : สตรีผู้ไม่เคยแพ้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 282

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มิ.ย. 2562 19:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สตรีผู้ไม่เคยแพ้
แบบอักษร

ระหว่างที่งานฉลองชัยชนะของแคว้นฉีกำลังดำเนินไป ระยะทางหลายร้อยลี้ มีแคว้นต่างๆทั้งน้อยใหญ่เมื่อทราบข่าวแคว้นฉีคว้าชัยจากการทำศึกต่างพากันส่งของขวัญเพื่อแสดงความยินดี ราชฑูตและตัวแทนแคว้นใกล้เคียงหวังสร้างสัมพันธ์หากภายภาคหน้าถูกรุกรานจากกบฎหรือแคว้นที่ล่าอาณาจักรอาจพอร้องขอแคว้นฉีนำทัพสู้ภัยศึกในอนาคตที่ต่างรู้ดีว่าความสงบที่เป็นอยู่หาใช่ยืนยาวไม่ หนึ่งในนั้นคือแคว้นเซิน

 

"ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันคิดว่าของขวัญที่ส่งไปสานสัมพันธไมตรีหากเป็นแก้วแหวนเงินทองคงไม่มีค่าเทียบได้กับสิ่งที่หม่อมฉันกำลังจะเสนอ เพียงแต่..."

"...ว่ามา เพียงแต่อะไร?"

"เพียงแต่หม่อนฉันไม่ทราบว่าพระองค์จะเห็นด้วยหรือไม่หากเราจะส่งองค์หญิงพระองค์ใดพระองค์หนึ่งถวายให้เป็นของขวัญสานสัมพันธ์กับแคว้นฉี"

"เจ้าว่าเยี่ยงไรนะ? ส่งน้องข้าไปสานสัมพันงั้นรึ?"

"ฝ่าบาทอย่าเพิ่งทรงกริ้ว หม่อมฉันมีเหตุผล บัดนี้แคว้นฉีมีความแข็งแกร่งชื่อเสียงด้านการรบครั้งนี้ไม่มีเมืองน้อยใหญ่ใดไม่รับรู้ หากแคว้นเราสามารถเจริญสัมพันธไมตรีให้ลึกซึ้ง ไม่ว่าเมืองเหล่านั้นจะเคยมีความคิดดีหรือไม่ดีต่อแคว้นเราต่างต้องยำเกรง เช่นนั้นหม่อมฉันเห็นเป็นผลดีมากกว่าผลเสียนะพะย่ะค่ะ"

สิ้นคำแถลงของหนึ่งในขุนนาง เสียงเซ็งแซ่ของท้องพระโรงก็เกิดขึ้น ขุนนางบางคนก็เห็นด้วย อีกหลายคนก็คิดต่างไป แต่ทุกสรรพเสียงได้หยุดลงเมื่อสุรเสียงของรัชทายาทเฉินไท่ซิน ที่บัดนี้ปฏิบัติราชการแทนฮ่องเต้องค์ปัจจุบันที่ล้มป่วยด้วยโรคชรา

รัชทายาทเฉินไท่ซิน เป็นโอรสเพียงพระองค์เดียวที่ปกครองแคว้นเซิน เนื่องจากราชวงศ์เฉินได้ให้กำเนิดเป็นสตรีเกือบทั้งสิ้น ฮ่องเต้ซึ่งคราวยังครองราชนั้นไม่ว่าจะรับสนมมาปรนนิบัติจนตั้งครรภ์ต่างให้กำเนิดเพียงเด็กน้อยเพศหญิงมีเพียงพระมารดาของรัชทายาทเฉินไท่ซินเท่านั้นที่เป็นหนึ่งในบรรดาสนมที่ได้รับคัดเลือกให้ถวายงานมีพระประสูติการเป็นชายจึงได้เลื่อนขั้นจากสนมเป็นพระชายา

องค์รัชทายาทเฉินไท่ซิน เป็นบุรุษรูปงามมีความสามารถด้านการบอยู่บ้างแต่ด้วยแคว้นเซินไม่ได้มีขนาดใหญ่มากการโจมตีจากกบฏหรือการรุกรานจากแคว้นอื่นไม่ค่อยพบเห็นบ่อยนัก อาจด้วยชัยภูมิที่ตั้งเมืองล้อมด้วยขุนเขาไม่มีเขตเชื่อมต่อใกล้เคียง และหากศัตรูคิดยกทัพช่วงชิงดินแดนอาจไม่เหมาะแก่การโจมตี แต่อนาคตไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ การได้แคว้นที่มีความแข็งแกร่งหนุนหลังถือเป็นเกราะป้องกันได้ไม่น้อย

"พวกท่านเห็นเป็นเช่นไร?"

"พวกเราต่างเห็นสมควรพะย่ะค่ะ ฝ่าบาทแต่การดำเนินการอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด หากหนึ่งในพระขนิษฐาไม่ทรงเข้าพระทัย"

"ที่พวกท่านกังวลคือ น้องสาวข้าจะมีใครยอมจากบ้านเมืองไปเจริญสัมพันธไมตรีเช่นนั้นใช่หรือไม่?"

"ฝ่าบาทหม่อมฉันขอบังอาจทูลเสนอ"

"ว่ามา"

"องค์หญิงเย่าถิงน่าจะเหมาะสมที่สุดพะย่ะค่ะ"

"เย่าถิงเหรอ? น้องสาวตัวแสบของข้าผู้นี้ท่านคิดว่าแคว้นฉีจะปราบนางอยู่หมัดรึไรกัน ท่านเปลี่ยนเป็น เม่ยอัน หรือฝานลี่ข้ายังเห็นด้วยมากว่า"

ระหว่างที่เหล่าขุนนางต่างพูดคุยถกเถียงเรื่องใครจะเป็นผู้ถูกเลือก อีกฟากของวังหลวง ณ ศาลาริมสระบัวหญิงสาวทั้งสามสรวญเสเฮฮาพูดคุยสนิทสนมราวกับเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน บ้างเล่นพิณ บ้างปักผ้า ทั้งหมดยังคงไม่รู้ว่าหนึ่งในนี้จะต้องมีสตรีหนึ่งคนที่จะได้รับมอบหมายภารกิจเพื่อแคว้นและเดินทางไกล

"นี่เย่าถิงเมื่อไรเจ้าจะทำตัวเช่นสตรีกับเค้าบ้าง อนาคตออกเรือนสามีเจ้าจะได้ไม่มาหาว่าพวกพี่ๆไม่อบรมเจ้า"

ฝานลี่พี่สาวอันดับอาวุโสสุดเอ่ยเตือนเช่นทุกครั้ง

"ใครบอกท่านกันว่าเย่าถิงจะออกเรือน?"

"ถึงจะออกเรือนตอนนี้หรือไม่ใช่ตอนนี้เจ้าก็ควรทำเป็นบ้าง" เม่ยอันพี่สาวคนรองสำทับ

"อย่างข้าหากต้องทำงานฝีมือเช่นพวกพี่ๆข้าคงแทบขาดใจ มิสู้ไปยิงธนูกับพี่ใหญ่น่าสนุกกว่ากันเยอะเลย"

"องค์หญิงเพคะ รัชทายาทต้องการให้พวกท่านไปพบที่สวนไฉ่อี้เพคะ"

จบคำรายงานของนางกำนัลสตรีทั้งสามจึงมุ่งหน้าไปตามเส้นทางสู่สวนไฉ่อี้ที่ประทับในรัชทายาทไท่ซิน

"ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท"

"องค์รัชทายาทเรียกพวกเรามาด้วยเรื่องใดเพคะ?"

"เราอยากให้หนึ่งในพวกเจ้าร่วมเดินทางไปแคว้นฉีเพื่อสานสัมพันธไมตรี ข้าไม่อยากเป็นผู้เลือกจึงให้พวกเจ้าตกลงกันเอง การสานสัมพันธ์ครั้งนี้เพื่อแว่นแคว้นหาใช่ส่วนตัวไม่ อาจเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของพวกเจ้า หากตกลงใจกันได้เมื่อใดให้มาพบข้าเพราะเรามีเรื่องที่ต้องคุยกัน"

จากนั้นองค์รัชทายาทเฉินไท่ซินทรงดำเนินออกไปปล่อยให้หญิงสาวทั้งสามได้พูดคุยตกลงกัน

"ฝานลี่พี่คงไปไม่ได้ เพราะมีท่านฉางไห่เป็นชายในดวงใจการจะพรากคนรักกันออกจากกันคงไม่ใช่สิ่งดี" เย่าถิงน้องเล็กเสนอ

"ส่วนท่านพี่เม่ยอัน ข้ารู้ว่าท่านเองก็ไม่สะดวกใจจะไปจากแคว้นเซินเช่นกัน ใช่หรือไม่เพคะ?"

ฝานลี่และเม่ยอันต่างไม่ต้องการผลักหน้าที่นั้นให้ตกเป็นความรับผิดชอบให้แก่น้องเล็กที่ชันษาเพียงสิบเก้าแบกรับ

"แต่เจ้ายังไม่ประสา อย่าว่าแต่งานฝีมือเลยเย่าถิง ทุกวันนี้เจ้ายังเล่นซนกับพี่ๆ เป็นเช่นนี้เราจะให้เจ้าเดินทางไปต่างแคว้นเพื่อแบกรับภารกิจยิ่งใหญ่เช่นนี้ไว้ได้อย่างไร?" ฝานลี่แย้ง

"เย่าถิงแม้จะอายุเพียงสิบเก้า แต่ก็ไม่เคยพ่ายแพ้นะเพคะ"

"เย่าถิงการส่งเจ้าไปสานสัมพันธไมตรีใช่เพียงให้เจ้าไปอยู่ต่างแคว้น เจ้าต้องถูกมอบเป็นเช่นดั่งของขวัญแด่ผู้กล้าที่ร่วมรบไม่ก็ราชนิกูลสักคน เจ้าเข้าใจหรือไม่?"

"เย่าถิงทราบดี ต้องไปแต่งงานจากบ้านเมืองเช่นบรรณาการใช่มั้ยเพคะ? เย่าถิงไม่ใช่เด็กแล้วนะ เย่าถิงเข้าใจดี ท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วงเพคะ อีกอย่างนี่ไม่ใช่เกมส์ล่าสัตว์ที่จะมีคนคอยอ่อนข้อหรือแกล้งยอมแพ้ใก้เย่าถิงชนะ ดังนั้นก้าวไปข้างหน้าแล้วจะถอยกลับไม่ได้ เรื่องนี้เย่าถิงก็เข้าใจดี ไม่ต้องห่วงหรอกเพคะ"

เย่าถิงเอ่ยด้วยวาจาเด็ดเดี่ยว สายตาที่มุ่งมั่นมองมายังพี่สาวทั้งสอง ฝานลี่และเม่ยอันต่างแปลกใจว่าน้องสาวที่คล้ายเด็กน้อยของพวกนางเติบโตเป็นผู้ใหญ่เช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกันนะ

"งั้นเย่าถิงขอตัวไปพบองค์รัชทายาทนะเพคะ"

ณ ตำหนักองค์รัชทายาทเฉินไท่ซิน หญิงสาวค่อยๆก้าวเท้ามาหยุดยืนเบื้องหลัง บุรุษผู้กุมอำนาจในแคว้นที่รอคอยการมาของนางอย่างเงียบๆ สายตาที่มองทอดออกไปนอกหน้าต่างไม่บ่งบอกอารมณ์ว่ายินดีหรือยินร้ายใดๆ จนเมื่อได้ยินเสียงถวายการคำนับ

"ถวายบังคมเพคะเสด็จพี่"

รัชทายาทเฉินไท่ซินหลับตานิ่ง ร่างแข็งเกร็ง อย่างยอมจำนนต่อเสียงสตรีผู้ก้าวเข้ามาให้คำตอบ ทั้งหันไปเผชิญหน้ากับสาวน้อย เป็นเจ้าจริงๆสินะ

"เจ้ามั่นใจแล้วสินะเย่าถิง เจ้าตัดสินใจเองใช่หรือไม่หรือถ้าถูกหว่านล้อมเพียงเจ้าเอ่ยว่าเจ้าไม่เต็มใจพี่จะคิดซะว่าเหตุการณ์ ณ ที่นี้ไม่เคยเกิดขึ้น"

จะให้ใครต่อใครประนามว่ารัชทายาทคืนคำ เขาก็ยอม นางเป็นน้องแท้ๆของเขา นางจะต้องสละตนเพื่อผู้อื่นอีกสักเท่าใด น้องสาวที่ไม่เคยเอ่ยปากบ่นเลยสักครั้ง

"พี่จะเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่น ส่วนเจ้าก็กลับตำหนักไปซะ" รัชทายาทกำลังเดินผละไปยังอีกทาง แต่ก็ถูกเฉินเย่าถิงรั้งมือเอาไว้เสียก่อน

"ช้าก่อนเพคะ"

รัชทายาทเฉินไท่ซินได้แต่ยืนนิ่ง

"พระองค์เป็นรัชทายาทจะทรงเห็นแก่ครอบครัวก่อนส่วนรวมเช่นนั้นหรือเพคะ?"

"เจ้ารู้หรือไม่ว่าถ้าเจ้าไปแคว้นอื่นเจ้าจะไม่ได้กลับมายังบ้านเกิดของเจ้าจนชั่วชีวิตนะเย่าถิง การออกเรือนเมื่อแต่งเข้าบ้านสามีหากแม้เจ้าสลายกลายเป็นเถ้าก็เป็นผีตระกูลนั้น เจ้ายินดีเช่นนั้นหรือเย่าถิง?"

"หม่อมฉันเต็มใจเพคะ ใครๆก็พูดว่าแคว้นฉีปกครองด้วยฮ่องเต้ที่ดี แคว้นฉีเป็นแคว้นที่มีความสุข ร้านรวงมากมาย ชาชื่อดังก็หาได้ที่นั่นซึ่งแคว้นเล็กๆของเราหม่อมฉันยังไม่เคยสัมผัส พระองค์ก็ทรงคิดซะว่าเย่าถิงไปเที่ยวเล่นต่างแคว้นก็ได้เพคะ อีกอย่างหม่อมฉันไม่เคยพ่ายแพ้พระองค์สักเรื่องนะเพคะ ยกเว้นเรื่องออกรบใช่มั้ยเพคะ"

"นั่นเป็นพระข้าออมมือให้เจ้ามิใช่เพราะเจ้าเก่งเสียหน่อย"

"เสด็จพี่ทรงยินยอมให้หม่อมฉันไปแคว้นฉีแล้วใช่มั้ยเพคะ?"

"เจ้าขออย่างกับแคว้นฉีตั้งอยู่หน้าตำหนักไปไม่นานก็กลับมา ถ้าใครรังแกเจ้าห่างไกลเพียงนั้นพี่จะไปช่วยเจ้าอย่างไรทัน หืม...?" เฉินไท่ซินคว้าร่างน้องสาวมากอดไว้อย่างทนุถนอม นางร่างบอบบางเพียงนี้ อายุเพียงสิบเก้า นางยังเด็กนักเด็กน้อยของพี่ ข้าจะไม่ได้ไปเป็นเพื่อนขี่ม้า ยิงธนู ใครกันจะมาคอยเอาใจ ใครจะคอยปลอบโยนและรู้ใจว่าน้องสาวยามใดโกรธยามใดเหนื่อยล้าใครกันจะคอยกอดให้กำลังใจนางเช่นพี่ชายคนนี้

"หม่อนฉันจะไปเตรียมการเพื่อจะได้เดินทางไปให้ทันก่อนเลิกงานเฉลิมฉลอง หากเราใช้ทางลัดอาจจะไปทันวันที่เจ็ด เสด็จพี่อยู่ที่นี่ก็ทรงรักษาพระวรกายนะเพคะ ไม่มีใครมาชวนไปขี่ม้าแล้วหาสิ่งอื่นทำอย่าเอาแต่อ่านฎีกานะเพคะ ควรออกไปพบผู้คนนอกวังแก้เบื่อบ้าง ไม่แน่พระองค์อาจพบสาวงามที่ต้องใจกับเค้าบ้างก็เป็นได้"

"หึหึ..อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง"

"หม่อมฉันทูลลานะเพคะเสด็จพี่"

 

 

อ๊ะๆมีตัวละครมาเพิ่ม...ต่อไปแคว้นฉีจะเป็นยังไงน๊ะ

มาลุ้นไปพร้อมกันนะคะ 😋😋😋

 

 

 

ความคิดเห็น