Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ราชโองการที่ไม่อาจเลี่ยง

ชื่อตอน : ราชโองการที่ไม่อาจเลี่ยง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 314

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มิ.ย. 2562 18:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ราชโองการที่ไม่อาจเลี่ยง
แบบอักษร

เมื่อมาถึงเรือนรับรองหลังหนึ่ง เฟยอี้เอ๋อหันมาสบตาชายหนุ่มเบื้องหน้า เมื่อเค้าพยักหน้านางจึงเร่งฝีเท้าเดินเข้าด้านใน นางจึงพบพี่ชาย เฟยอี้จิ้ง ที่ปัจจุบันอาการทุกอย่างทั้งบาดแผลค่อยๆมีขนาดเล็กลง แต่ก่อนหน้าล่ะ ก่อนกลับเมืองหลวง พี่ชายของนางสาหัสเพียงใด ร่างบอบบางเช่นบัณฑิตต้องอาบไปด้วยเลือด บาดแผลทั่วร่าง คิดเพียงเท่านั้นเฟยอี้เอ๋อก็โผเข้ากอดร่างพี่ชายที่หันมาสบตานางตอนนั้น

"ท่านพี่ทำไม ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ท่านพี่เจ็บมากใช่หรือไม่ ถ้าท่านแม่เห็นท่านพี่ในตอนนี้น้องไม่อยากนึกภาพเลยว่าท่านจะตกใจเพียงใด"

เฟยอี้เอ๋อรู้ดีว่าพี่ชายมีความสำคัญต่อตระกูลเฟยมากเพียงใด แม้ท่านเสนาบดีจะมีอนุอีกคนแต่ฮูหยินรองกลับมีทายาทไม่ได้ สกุลเฟยจึงมีทายาทเพียงเฟยอี้จิ้งและเฟยอี้เอ๋อเท่านั้น

"อี้เอ๋อ เจ้าจะกังวลไปใย พี่เองก็กำลังรักษาตัวให้หายเร็วๆจะได้กลับจวนนี่ไง ไม่ทันจบงานเฉลิมฉลองพี่ของเจ้าก็วิ่งปร๋อแล้ว"

สายตาที่เฟยอี้จิ้งมองมายังน้องสาวสื่อถึงความรักและหวงแหน อ๋องกู่ยังแทบไม่อาจเชื่อสายตาว่าสหายที่ยามอยู่ในสนามรบบุกบั่นฆ่าฟันน่าเกรงขามกลับดูอ่อนโยนกับสตรีตรงหน้า

"ท่านอ๋อง ท่านคิดเห็นเช่นไรเรื่องนั้น?"

เฟยอี้จิ้งเอ่ยถามอ๋องกู่ ที่นั่งมองสองพี่น้องพูดคุยกันไม่มีทีท่าอนาทรร้อนใจใดๆ

"ทำไมต้องถามความคิดข้า ในเมื่อฮ่องเต้ทรงจัดเตรียมทุกอย่างไว้สำหรับเจ้า"

หลังจากตอบเฟยอี้จิ้ง อ๋องกู่จึงผละออกไปจากห้องรับรองเพื่อกลับเข้างาน

เรื่องนั้นน่ะหรือ..ในความคิดอ๋องกู่นั้น ต่อให้เป็นข้าสมรสพระราชทานก็ใช่ว่าจะเป็นสตรีนางใดก็ได้

 

"เรื่องอะไรหรือคะท่านพี่ เรื่องนั้นที่ว่า?" เฟยอี้เอ๋อเอ่ยถามหลังจากชายอีกคนก้าวพ้นที่ๆทั้งสองอยู่

"เจ้าอย่าใส่ใจเลย อี้เอ๋อเจ้าควรจะเล่าให้พี่ฟังเรื่องราวช่วงที่พี่เจ้าไปทำศึก เจ้าอยู่ทางนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วเจ้าพบใครที่ถูกใจบ้างหรือยัง?"

"ไม่มีเรื่องราวอะไรน่าสนใจเท่าข่าวลือสมรสพระราชทานที่ฮ่องเต้ทรงป่าวประกาศให้เป็นรางวัลนักรบหรอกกระมังคะ" หลังจากมองดูพี่ชาย เฟยอี้เอ๋อ จึงนึกได้เรื่องหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้

"ท่านพี่น้องมีเรื่องจะสารภาพ"

"หืม.. สารภาพ?"

"ข้า..ข้าแอบอ้างชื่อท่านพี่กับสตรีน้อยนางหนึ่ง ท่านพี่อภัยให้น้องสาวผู้โง่เขลาด้วยนะคะ นะ"

สายตาอ้อนวอนอย่างที่เคยทำยามที่ตนทำผิด มือเรียวเลื่อนไปบีบนวดบ่าไหล่ให้พี่ชายอย่างเอาใจ

"ไหนเล่ามาซิว่าแอบอ้างชื่อพี่ เจ้าทำเช่นไร?"

เฟยอี้เอ๋อเลื่อนกายลงนั่งข้างๆเตียงที่พี่ชายทอดกายมองนางอยู่

"คือ...เรื่องมีอยู่ว่า วันนี้น้องแต่งกายเป็นชายออกไปเดินเล่นนอกจวน แต่เผอิญระหว่างเลือกซื้อเครื่องหอมก็พบกับแม่นางน้อยนามว่า เล่อเสี่ยวซี นางดูจะสนใจในตัวน้อง นางเอ่ยถามชื่อแซ่ แต่น้องไม่ทันไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนนึกถึงท่านพี่จึงเอ่ยชื่อ เฟยอี้จิ้ง ออกไป หลังจากนั้นน้องเองก็รู้สึกผิดที่ทำเช่นนั้น ท่านพี่ยกโทษให้อี้เอ๋อนะคะ"

"เล่อเสี่ยวซี?" เหมือนจะเคยได้ยินที่ใดมาก่อน

"ท่านพี่...." เฟยอี้เอ๋อยังคงรอว่าพี่ชายจะให้อภัยในสิ่งที่นางกระทำลงไปหรือไม่ การไม่โกหกเป็นสิ่งที่ตระกูลเฟยยึดมั่น นางจึงรู้สึกผิดที่กระทำสิ่งที่ขัดต่อคำสอน เฟยอี้เอ๋อแม้จะเด็ดเดี่ยว เฉลียวฉลาด แต่เรื่องความเห็นอกเห็นใจเกรงว่าผู้อื่นจะผิดหวังเสียใจ เป็นจุดอ่อนที่นางเองก็เลี่ยงได้ยาก การที่นางบอกชื่อพี่ชายนั้น หนึ่งเพราะนางไม่เคยสนิทสนมชายใด ชื่อที่นางนึกถึงยามคับขันคงไม่พ้น เฟยอี้จิ้ง และสองคือนางรู้แก่ใจดีว่าเฟยอี้จิ้งคือนามแม่ทัพฝ่ายขวาคู่กายอ๋องกู่ น้อยคนนักจะไม่รู้จัก แต่ผิดคาดที่เล่อเสี่ยวซีไม่เฉลียวใจแม้แต่น้อย เรื่องจึงดำเนินไปแบบเลยตามเลย

"อี้เอ๋อ..พี่จะไม่อภัยให้ได้อย่างไร ในเมื่อน้องพี่คิดถึงพี่เป็นคนแรก อย่าโทษตัวเองเลย อีกอย่างหญิงผู้นั้นป่านนี้อาจลืมชื่อที่เจ้าบอกไปแล้วก็เป็นได้"

สายตาเอ็นดูที่มองน้องสาวอย่างเปี่ยมด้วยความรัก และมือที่ยื่นไปลูบผมยาวสลวยของน้องสาวอย่างทนุถนอม

ภายในงานเฉลิมฉลองเล่อเสี่ยวซีนางยังคงมองหาหญิงงามหน้าคล้ายบุรุษที่เพิ่งพบกันในร้านเครื่องหอม เพื่อหวังจะสอบถามให้ได้ความว่า ชายชื่อเฟยอี้จิ้งนั้นใยไม่มางานและที่สำคัญหญิงงามที่พบใช่น้องสาวหรือเครือญาติฝ่ายใดของเค้าคนนั้นหรือไม่

"เสี่ยวซี" เสียงเรียกมาจากอีกฟากถัดจากที่ๆหญิงสาวยืนอยู่ หลูหว่านไช่ที่มาร่วมงานเฉลิมฉลองหลังจากเข้าวังเพื่อพบเจ้ากรมคลังหลูเฉินไห่ ผู้เป็นบิดา

"เจ้ามองหาใคร เห็นหันซ้ายหันขวาอยู่อย่างนั้นนานสองนาน?"

"ท่านพี่หลูท่านอยู่ที่นี่นานแล้วหรือคะ คือข้ามองหาหญิงงามผู้หนึ่งนางแต่งกายเช่นสตรีสูงศักดิ์ อายุไม่น่าจะห่างจากข้ามากนัก นางคล้ายคนที่ข้ารู้จัก ไม่ทราบท่านพบเห็นบ้างหรือไม่?"

ระหว่างที่เอ่ยถามหลูหว่านไช่สายตาของนางยังคงมองภายในงานไม่ลดละจนหลูหว่านไช่ต้องมองตาม หญิงงาม? สูงศักดิ์?

"เล่อเสี่ยวซี เจ้าจะให้ข้ามองหาสาวงามสูงศักดิ์ เจ้าไม่เห็นหรืออย่างไรว่าทั้งงานสตรีล้วนงดงามและเป็นสตรีจากตระกูลขุนนางแทบทั้งนั้น อธิบายละเอียดกว่านี้ ข้าอาจจะพอช่วยได้"

"นางสวมชุดสีเขียว ปักปิ่นหน้าตาคล้ายปิ่นขนนกของพระพันปี ไม่ได้ประดับด้วยมรกตหากแต่เป็นมุกเรียงเม็ดเล็กๆ รูปร่างนางบอบบาง ผมสีนิล แววตาชวนฝัน อ้อ...อีกอย่างนางมีหยกหยางเฉินอันนี้ข้ามั่นใจว่าดูไม่ผิด"

หยกหยางเฉิน "ทำไมเจ้ามองหานางมีเรื่องอันใด?"

หลู่หว่านไช่เพียงได้ยินชนิดหยกตราสัญลักษณ์ ที่น้อยคนนักจะได้ครอบครองถึงกับสงสัยว่าเหตุใด เสี่ยวซีจึงต้องตามหาเจ้าของหยกชิ้นนั้นนัก นางไปรู้จักกันได้เช่นไร

"จำเป็นต้องมีเรื่องหรือไรกัน ข้าแค่ต้องการถามนางเรื่องที่ข้าสงสัยเท่านั้น"

"งั้นเจ้าอยากรู้เรื่องใดถามข้าก็ได้ ข้าพอจะตอบสิ่งที่เจ้าสงสัยได้นะ"

หลังจากได้ยินประโยคสุดท้ายของหลูหว่านไช่ นางจึงหันมาหวังว่าชายหนุ่มจะไม่แกล้งให้นางคลาดจากสตรีนางนั้นเพราะความอยากรู้ที่ชายหนุ่มเสนอ

"ข้าว่าท่านไม่รู้หรอก?"

"เจ้าอย่าลืมสิเสี่ยวซีว่าไม่มีหญิงงามคนใดในแคว้นฉีที่ข้าไม่รู้จัก"

"จริงสิขึ้นชื่อเรื่องสาวงามเที่ยวเตร่เสเพลคงไม่มีใครเทียบคุณชายหลูอีกแล้ว"

"ขอบคุณแม่นางเล่อที่ชม"

"ชิ ถ้าท่านยึกยักท่ามากนักข้าไปตามสืบเองน่าจะดีกว่ามาฟังท่านกวนใจ"

"เจ้าไม่อยากรู้จริงๆหรือ ว่าสตรีนางผู้นั้นเป็นใคร?"

"เมื่อรู้ท่านพี่หลูก็จงเร่งบอกข้ามาเถิดเจ้าค่ะ เสี่ยวซีอกจะแตกตายเพราะความอยากรู้ใจจะขาด"

ต่างคนต่างพูดจา กวนกันไปมา

"สตรีสูงศักดิ์ที่เจ้าตามหานางคือ เฟยอี้เอ๋อ น้องสาวแม่ทัพฝ่ายขวาสหายอ๋องกู่ เฟยอี้จิ้ง"

"เฟยอี้จิ้ง เฟยอี้เอ๋อ สกุลเฟย..."

ใช่แล้วบุรุษผู้นั้นเฟยอี้จิ้ง แต่แม่ทัพฝ่ายขวาไฉนถึงดูบอบบางเช่นบัณฑิต คล้ายจะจับดาบถือทวนต่อสู้เคียงไหล่ท่านอ๋องไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

"ท่านพี่หลูมั่นใจเช่นนั้นหรือคะว่าใช่น้องสาวแม่ทัพเฟย?"

"ถ้าปิ่นขนนกและหยกหยางฉินที่นางมีเจ้าจำไม่ผิดก็ใช่แม่นางเฟยอี้เอ๋อไม่ใช่ใครอื่นเป็นแน่"

หยกหยางฉินฮ่องเต้เป็นผู้พระราชทานให้ตระกูลเฟยใครๆต่างกล่าวถึง ชิ้นล่าสุดได้ตกเป็นของสตรีสูงศักดิ์ที่เพียงติดตามพี่ชายมาร่วมงานแสดงฉลองในพระองค์เมื่อครั้งนางอายุครบปักปิ่น ด้วยความอ่อนโยน งดงาม และโดดเด่นจากการบรรเลงฉินถวายพระพันปีจนเป็นที่พอพระทัยนั้น ทั้งพระพันปีพระราชทานปิ่นขนนก ทั้งฮ่องเต้พระราชทานหยกหยางฉิน หยกที่เปรียบดั่งตัวแทนพระองค์และยังเป็นหยกที่คล้ายสัญลักษณ์ตีตราจองผู้ครอบครองว่า หลังจากนี้ไม่ว่าตายหรืออยู่ จะต้องเกี่ยวดองกับราชวงศ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในแคว้นฉีคงไม่มีชายใดกล้าแตะต้องสตรีผู้นี้อย่างแน่นอน

"ท่านพี่หลู ท่านแม่ทัพเฟย เป็นคนเช่นไรท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่?"

"สุขุม เข้มแข็ง และภักดี แม้จะดูไม่เหมาะกับการแกว่งดาบฟาดฟันศัตรู แต่ใครจะรู้ว่าเฟยอี้จิ้ง ฝีมือสู้รบไม่แพ้ใคร"

"ไฉนจึงไม่เหมาะสมที่จะเป็นนักรบฆ่าฟันศัตรูล่ะคะ?"

"บุรุษที่ท่าทางสุขุม อ่อนโยน รูปร่างบอบบาง มือเรียวยาวเหมาะสำหรับจับพู่กันเช่นนั้นไม่มีใครคิดว่าแท้จริงจะเป็นนักรบ เจ้าว่าเช่นไรล่ะ สำหรับสิ่งที่ข้ากล่าวมา?"

เล่อเสี่ยวซีที่ตกอยู่ในภวังค์ยังคงนำคำกล่าวจากหลูหว่านไช่ไปเทียบกับบุรุษที่นางพึงใจในร้านขายเครื่องหอมวันนี้ เหมือนดังที่ท่านพี่หลูกล่าวอยู่หลายส่วน สุขุม บอบบาง นี่นางพบแม่ทัพคนสนิทท่านอ๋องกู่จริงหรือนี่? ว่าแต่ทำไมจึงบอกนางว่าจะไม่มางานกันนะทั้งๆที่งานนี้จัดเพื่อฉลองให้กับกองทัพที่ไปสู้ศึก

"เสี่ยวซี"

"นี่เจ้า ใจลอยไปแห่งใดกัน?"

หลูหว่านไช่เรียกสติหญิงสาวอีกครั้งหลังจากสังเกตว่านางหลุดไปยังโลกส่วนตัวที่ตนเองสร้างไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก

เสี่ยวซีหันกลับมามองอย่างตกใจ "ปะ เปล่า ข้าแค่คิดอะไรเพลินไปหน่อย"

"แล้วนี่ตั้งแต่พบกัน ข้าเห็นเจ้าเอาแต่คุยเรื่องคนสกุลเฟย ไม่สนใจสมรสพระราชทานแล้วหรือไร?"

"แน่นอนต้องอยากรู้สิคะท่านพี่หลูท่านได้ความว่าเช่นไรบ้าง?"

"ราชโองการไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้หากราชโองการส่งมายังจวนสกุลเล่อข้าคิดว่าเจ้าคงต้องรับไว้"

"แต่ข้าไม่ได้มีใจให้ท่านอ๋องซะหน่อย"

"นี่เจ้า ไม่คิดว่าตัวเองประหลาดหรือไร ทั่วทั้งแคว้นมีสตรีนางใดไม่ต้องการร่วมเรียงเคียงหมอนกับบุรุษที่ทั้งสง่างาม แข็งแกร่ง และเป็นหน่อเนื้อเชื้อพระวงศ์กันบ้าง?"

"ข้านี่ไงสตรีนางนั้น"

 

 

 

 

พรุ่งนี้เราอาจได้รู้กันละค่ะว่าราชโองการส่งไปที่ใด และส่งถึงใคร?

🤔🤔🤔🤔🤔🤔🤔🤔🤔🤔🤔🤔🤔🤔

มาอัพให้แล้วน๊ะ...... ว่างปุ๊บจะรีบปั่นๆๆเลย

อย่าลืมเป็นกำลังใจกันนะคะ

 

 

 

ความคิดเห็น