ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2562 13:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

หมอกจางปกคลุมท้องฟ้ายามเย็นจนกลายเป็นสีเทา ทุกอย่างรอบตัวเงียบสนิท มีเพียงผม.. ผมคนเดียวที่ยืนอยู่ตรงนี้ 

สายลมเย็นๆที่พัดมาพร้อมกับแม่น้ำเท่านั้นที่จะสามารถเยียวยาหัวใจของผมได้ ใช่ที่ผ่านมามันเคยเยียวยาได้..แต่ตอนนี้ไม่ใช่ 

บุหรี่มวนแล้วมวนเล่าถูกจุดไฟเผาแล้วสูบเอาควันเข้าปอดอย่างบ้าคลั่ง ไม่ชอบให้มันเป็นแบบนี้เลย 

Rrrrrrrrrrrrrrrr 

เสียงมือถือที่ใช้วางทับซองบุหรี่ดังอยู่ข้างตัว ตอนนี้ไม่อยากคุยกับใครหน้าไหนทั้งนั้นแหละ 

ผมถอดเสื้อนิสิตสีขาวที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อออกพร้อมกับขว้างมันออกไป  

ในหัวมีแต่ใบหน้าของข้าวต้มเพื่อนสนิทที่ผมดันไปแอบรักแวะเวียนเข้ามาทักทายทุกวินาที ภาพของคนที่เรารักเดินห่างออกไปกับใครอีกคนที่ไม่ใช่เรามันคือความเจ็บปวด 

ยิ่งคิดขึ้นได้ว่าต่อให้ผมต้องตายไป บทสรุปสุดท้ายเธอคนนั้นก็ไม่ได้รักผมอยู่วันยังค่ำมันเป็นเหมือนหอกแหลมๆที่คอยแทงใจตัวเองทุกครั้งที่นึกถึง 

ที่ตรงนั้นมันไม่ใช่ของผม มันไม่เคยเป็นของผมเลยตั้งแต่แรก... 

ปลายนิ้วเรียวยาวจรดลงบนหน้าจอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะทำอะไรโง่ๆแบบนี้ 

'โดมรัก..' 

ผมนั่งมองเคอร์เซอร์ตัวบางกระพริบอย่างชั่งใจ ก่อนจะกดลบทุกอย่างทิ้งซะ 

ผมมั่นใจว่าผมรักข้าวต้มมากจนไม่อาจทำอะไรก็ตามที่จะทำให้เธอต้องไม่สบายใจ หึ.. แกมันหน้าโง่ 

ผมปามือถือในมือทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยสมองที่ว่างเปล่า มีทางเดียวที่ผมจะเลิกคิดถึงผู้หญิงคนนั้นได้ ก็คือตาย 

................... 

การ์ตูน สถาปัตย์kus 

"อีตูนมึงได้ดูข่าวป้ะ ที่เด็กมอเราจับเด็กเป็นตัวประกันอ่ะ" แจมป์ถามพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือให้ฉันดู 

"โหย ไม่ได้ดูหรอก มึงเห็นกูว่างขนาดนั้นเลยรึไง" ฉันถามกลับ ก็แหงดิจะเอาเวลาไหนไปดูเล่า นี่มีเวลามาเรียนก็เทพแล้วป่ะ 

"นี่มึงกะจะทำงานแบบไม่สนใจโลกเลยหรอเพื่อน" 

"ใช่ มีเงินก็มีข้าวกินนะอีแจมป์ รึไม่จริง" -_- 

แจมป์พยักหน้าแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของฉันนัก มันยังคงก้มจิ้มมือถือในมือต่อไป สักวันอีนี่ต้องโดนรถเอาไปแดกแน่ๆ ถ้าไม่มีฉันเดินกันรถอยู่ข้างๆแบบวันนี้ เฮ้อ! 

สวัสดีทุกคนฉันชื่อการ์ตูน อันที่จริงก็ไม่ได้อยากจะแนะนำตัวหรอกนะ บนโลกนี้ไม่มีใครอยากรู้จักฉันหรอก นอกจากนังบ้าที่เดินอยู่ข้างกันเนี้ย 

ฉันเรียนอยู่คณะสถาปัตย์ชั้นปีที่หนึ่ง ความจริงก็เรียนปีหนึ่งมาสองปีแล้ว ฉันมีปัญหานิดหน่อยเมื่อปีที่แล้ว แม่ดันมาป่วยเป็นมะเร็ง พ่อก็มาถูกจ้างออกจากงานฉันซึ่งกำลังต้องใช้เงินอย่างมากจึงต้องขอดรอปเพื่อเซฟค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว 

และปีนี้ก็เป็นโอกาสดีที่จะมาเข้าเรียนใหม่อีกหน เพราะว่าฉันน่ะทำงานเก็บเงินไว้ได้ก้อนหนึ่งแล้ว ถึงจะโดนตัดกำลังยังไงฉันก็ต้องกลับมาเรียนให้ได้ เพราะเชื่อว่าการศึกษาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น 

อีกอย่างพ่อฉันก็เปลี่ยนงานใหม่แล้วรายได้ก็ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน ถึงจะไม่รู้ว่าทำงานอะไรก็เถอะ 

"เดี๋ยวนะ.. ตูนมึงมาดูนี่ดิ๊" แจมป์ใช้มือสะกิดให้ฉันหันไปมองรูปบางอย่างบนหน้าจอมือถือของมัน อะอีนี่เดินก้มมองโทรศัพท์ทั้งคู่ตายหมู่พอดี 

"นี่มันโดมไฟฟ้าป้ะ ที่มึงบอกมึงชอบ" 

ฉันเพ่งมองภาพในมือถืออย่างตั้งใจก่อนจะพบว่าคนในภาพนั้นคือโดมจริงๆ  

โดมเป็นผู้ชายผิวขาว ปากสีแดงบ่มม่วงเหมือนลูกเชอร์รี่สุก ตัวสูงราวกับนายแบบ เขาเป็นผู้ชายน่ารักคนหนึ่งที่ฉันบังเอิญเจอตอนไปติดต่องานที่ตึกวิศวะ 

เขาทำฉันเหมือนถูกแช่แข็งไปหลายวินาทีเพียงเพราะพลาดท่าไปสบกับสายตาเย็นยะเยือกนั่น 

เขาคือคนแรกที่ทำให้ฉันต้องหาเรื่องไปที่ตึกวิศวะบ่อยๆ และคือคนแรกที่ทำให้ฉันไม่คิดจะรู้สึกชอบใครอีกเลย 

"โอ้ย ไม่ได้ชอบแล้วมึงก็อยู่ป้ะ ตอนมันเดินมาบอกให้กูเลิกมองมันอ่ะ" ฉันตอบอย่างหัวเสีย 

ข่าวลือที่ว่าฉันชอบหมอนั่นมันแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วราวกับโรคระบาด หลายคนจับตามองเราทั้งคู่ มันทำให้ทั้งฉันและโดมอึดอัดจนแทบจะเป็นบ้า และสุดท้ายเขาก็เป็นฝ่ายมาฉีกหน้าฉันถึงตึกคณะ 

มันน่าตลกดี.. แต่ช่างมันเถอะ เรื่องมันผ่านมานานแล้วและฉันก็ไม่ได้อ่อนแอจนต้องไปแคร์คำพูดใครด้วย  

"เนี้ย ดูดิโดมมันอยู่ในเหตุการณ์จับเด็กเป็นตัวประกันด้วยนะ" 

"อีแจมป์.." ฉันเรียกแจมป์ด้วยเสียงต่ำและยานเพื่อสะกิดจิตสำนึกให้มันรู้ตัวว่ากูไม่อยากรู้โว้ยยย!! 

"โอเคเพื่อน.. ใจเย็น.." แจมป์ยิ้มแห้งส่งมาให้ฉัน ก่อนจะเก็บมือถือลงกระเป๋า 

"งั้นกูส่งมึงตรงนี้นะตูน เดินไปอีกนิดนึงก็ที่ทำงนมึงแล้ว เดี๋ยวกูโบกรถตรงนี้เลย" 

"เดี๋ยว อีห่าโบกบนสะพานเนี้ยนะ" 

"เออ ใครจะทำไม ลงไปโบกข้างล่างมันโบกยาก รถมันไม่ค่อยจอด" 

"มักง่ายเนี้ยมึงอ่ะ" 

"ใครจะทำไม พ่อกูชื่อประหยัดเคลียร์ได้" 

ว่าแล้วมันก็โบกรถบนสะพานจริงๆค่าคุณผู้โช๊มมมม ฉันส่งแจมป์ขึ้นรถก่อนจะโบกมือบ๊ายบายและมองจนรถลับหายไปจากสายตา สันดานเสียยังไงมันก็ไม่เคยทิ้งฉันล่ะวะ 

เฮ้ออ.. คิดไปแล้วก็เศร้าเนอะ ทำไมโชคดีถึงไม่เข้าข้างฉันเลยสักครั้ง 

ฉันหันหลังกลับไปมองแม่น้ำเจ้าพระยาที่กำลังไหลเชี่ยวอยู่เบื้องล่าง ชีวิตเราก็คงเหมือนกับแม่น้ำนี่แหละ ไหลไปแล้วไม่เคยไหลย้อนกลับ 

แต่เดี๋ยวนะ.. ฉันเพ่งมองไปที่ริมแม่น้ำ มันมีบางอย่างคล้ายกับคนที่เปลือยท่อนบนกำลังเดินลงไปในน้ำ ถ้าคิดในแง่บวกคงเป็นใครสักคนมาตกปลาล่ะมั้ง แต่ถ้าคิดในแง่ลบ.. ไอ้หมอนี่มันต้องมาฆ่าตัวตายแหงๆ 

ฉันจ้องมองร่างร่างนั้นจนหายไปทั้งตัว สองนาทีก็แล้ว สามนาทีก็แล้ว.. แต่ไม่เห็นจะผุดขึ้นมาเอาอากาศหายใจเลยแฮะ 

มันไม่ใช่แล้วล่ะ! 

ฉันถอดกระเป๋า รองเท้า และทุกสรรพสิ่งที่ไม่ควรจะเปียกน้ำออก ก่อนจะตัดสินใจกระโดดลงจากสะพานลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา  

เพิ่งเห็นประโยชน์ของการลงเรียนครอสว่ายน้ำก็ตอนนี้แหละ -0- 

ฉันใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ถึงจุดที่เห็นร่างคนหายไป ดำผุดดำว่ายอยู่อย่างนั้นจนมือไปฟาดโดนบางอย่างคล้ายกับศรีษะของมนุษย์ ฉันดำดิ่งลงสู่ใต้ผืนน้ำอีกครั้งก่อนจะออกกำลังลากร่างไร้เรี่ยวแรงของผู้ชายคนหนึ่งขึ้นมา 

ฉันไม่รู้ว่าผู้คนมาจากไหนกันนักหนา แต่รู้ตัวอีกทีก็มีมายืนรอช่วยดึงร่างของผู้บาดเจ็บขึ้นจากน้ำแล้ว หนำซ้ำบนสะพานยังมีคนตะโกนลงมาอีก 

ร่างหนาถูกดึงขึ้นไปนอนหงายอยู่บนฝั่งโดยมีฉันตามขึ้นไปติดๆ ตอนนี้เองที่ฉันเพิ่งจะได้เห็นหน้าเขาชัดๆ 

"โดม.." ไม่มีเวลามาตะลึงซิคแพคแล้วว้อยย! 

ฉันจัดการปฐมพยาบาลด้วยการทำ CPR ทันทีเมื่อตั้งสติได้ท่ามกลางเสียงโหวกเหวกโวยวายของไทยมุงรอบตัว อย่าเป็นอะไรนะเว้ย!!!  

หนึ่งและสองและสามและสี่.. 

ฮึกก!! 

โดมสำลักน้ำออกมาในขณะที่ฉันกำลังทำการปั๊มหัวใจ  

ผลัก! ท่อนแขนล่ำบึกผลักฉันที่กำลังช่วยพยุงเขาจนหงายหลัง อ้าว.. ไอ้นี่วอนซะแล้ว 

"ออกไป!" 

"เฮ้ย! นี่นาย" 

"บอกให้ออกไป!" 

ความคิดเห็น