ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กอดครั้งที่20

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2562 12:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กอดครั้งที่20
แบบอักษร

 

 

 

 

Chapter20

 

คนเป็นแฟนกันปกติต้องทำอะไรบ้างหรอ?

ผมเริ่มจะไม่มีเวลาให้พี่วินมากกว่าเดิมเพราะต้องซ้อมละครเวทีที่ใกล้จะต้องแสดงแล้ว ผมเหนื่อยและเพลียมากแทบจะไม่มีแม้กระทั่งเวลากินข้าวด้วยซ้ำ จริงๆมันก็ไม่ขนาดนั้นหรอก แต่ผมไม่กินเองซะมากกว่า

ถ้ารู้ว่าต้องซ้อมละครหนักขนาดนี้ผมไม่รับปากว่าจะมาแสดงตั้งแต่แรกหรอก แต่จริงๆแล้วผมก็ปฏิเสธไปแล้วนะ ถึงแม้ว่าจะโดนบังคับให้มาแสดงก็เถอะ

หื้ออออ หมอกเหนื่อยแล้ว หมอกอยากพักผ่อน

“ยังไม่กลับหรอหมอก”พี่มินเดินมาหยุดอยู่ข้างผมที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ม้าหินอ่อนอยู่หน้าโรงละคร

ผมหันไปมองหน้าพี่มินที่หอบของพะรุงพะรังอยู่ข้างๆ

“รอพี่วินครับ”

“ช่วงนี้ไม่มีเวลาหวานกันเลยสิ ละครเวทีก็ยุ่งอย่างนี้แหละ”พี่มินพูดแซว

“ก็พี่ใบหม่อนบังคับให้ผมมาเล่นนี่”

พี่มินหัวเราะออกมาเบาๆ

“พี่มินรอใครหรอครับ”ผมหันไปถามพี่มินที่ยังคงยืนอยู่ข้างๆผมไม่ได้เดินไปไหนซักที

“คนสำคัญมากๆค่ะ”พี่มินหันมาตอบและยิ้มออกมา

“แฟนหรอครับ”ถามออกไปเพื่อคลายข้อสงสัยของตัวเอง

พี่มินไม่ได้ตอบคำถามผมแต่หันมาส่งยิ้มให้ผมแทน

“มิน”เสียงบุคคลที่สามดังขึ้นทำให้ผมและพี่มินต้องหันไปมองทางต้นเสียงตาม

ผู้ชายตัวสูงผมยาวไปจนถึงกลางหลังมีผ้ามัดผมเอาไว้หลวมๆที่ท้ายทอย เขาเป็นคนที่ดูดีมากถ้าเทียบกับผู้ชายทั่วๆไป ด้วยส่วนสูงที่น่าจะสูงเกินร้อยเก้าสิบเซ็น อ่าา อย่างที่เขาว่าจริงๆด้วย แค่สูงก็ดูดีแล้ว

“เอื้อ มาพอดีเลยช่วยถือของหน่อย”พี่มินยื่นถุงผ้าสามถุงในมือให้คนมาใหม่

“ทำไมไม่ให้ก้านมารับ”เขาดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่แต่ก็รับของที่ถูกส่งให้ไปถือไว้

“ก้านไม่อยู่...”พี่มินตอบ”อ้อ นี่น้องหมอก”พี่มินหันมาแนะนำผมที่นั่งเอ๋ออยู่ให้กับคนที่มาใหม่

“อือ”เขาตอบรับและหันมามองผมที่นั่งอยู่ก่อนจะหันไปทางอื่น

อะไรของเขาวะ

“นี่ ‘เอื้อ’ นะหมอก เป็นเพื่อนพี่”พี่มินหันมาบอกผม

ผมพยักหน้าให้และยิ้มตอบรับไป

คุณเอื้อไม่ได้หันมาสนใจผมซักนิดแม้ว่าพี่มินกำลังแนะนำเขาให้ผมรู้จักอยู่ก็ตาม มารยาทแย่ชะมัด...

“กลับได้แล้ว”เขาพูดเสียงห้วน และดูจะไม่พอใจเท่าไหร่

“พี่กลับแล้วนะ”พี่มินโบกมือลาผมก่อนจะวิ่งตามคุณเอื้อหน้าตายที่เดินนำลิ่วไปแล้ว

เพิ่งจะเคยเจอคนแบบนี้แหละ แต่หล่อชะมัด ให้อภัยก็ได้ คิคิ

“เอามาเป็นแฟนเลยไหมครับ”

“น่าสนอยู่นะ”ถ้าทำให้เขายิ้มออกน่าจะดูดี หื้อ แค่คิดก็หล่อแล้วอ่ะ

“งั้นหรอครับ”

อ่า ทำไมความคิดมันดังขนาดนี้เนี่ย เลิกคิดได้แล้วเจ้าหมอก

จู่ๆก็รู้สึกเหมือนตัวเองลอยขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ มีวงแขนมารอบตัวผมไว้และตัวผมก็เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดเขา

ใคร!!

“อื้ออออ”ผมไม่รู้ว่าคนที่มารวบรัดตัวผมนั้นเป็นใครเพราะตอนนี้หน้าผมกำลังแนบอยู่ที่อกของเขา

อ่า รู้แล้ว

ด้วยกลิ่นตัวที่เป็นเอกลักษณ์ขนาดนี้ ถ้าจำแฟนตัวเองไม่ได้ ผมก็คงจะโดนโกรธแน่ๆ

“พี่วิน ปล่อยหมอกก่อนสิครับ”

“ไม่ครับ เดี๋ยวหมอกไปชอบคนอื่น”

แฟนใครทำไมขี้หวงนัก

“จะให้ไปชอบใครที่ไหนครับ”

“ก็คนเมื้อกี้ไงครับ”

“หมอกพูดเล่นไหมครับ”

มีแฟนอยู่แล้วใครจะเสี่ยงไปจีบคนอื่นเพิ่ม เกิดเขาไม่ได้ชอบผู้ชายอย่างผมขึ้นมาผมก็นกสิ

พี่วินปล่อยผมออกจากอ้อมกอดเขา มองหน้าผมที่ยืนยิ้มกับท่าทีน่ารักๆของเขาอยู่ คนอะไรทำไมน่ารักขนาดนี้ อ่า แต่ความจริงคือรักไปแล้วแหละ คิคิ

“พี่ซื้อของกินมาให้ด้วยครับ”พี่วินแย่งกระเป๋าเป้ผมไปถือไว้ ส่งมืออีกข้างมาจับกับมือผมและพาเดินไปที่รถที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก

ผมเข้าไปนั่งในรถโดยมีพี่วินเป็นคนเปิดประตูให้มองของกินที่วางอยู่ด้านข้างตัวเอง นึกว่าพี่วินจะซื้อไปถมที่ซะอีก อะไรจะเยอะปานนี้ แอบเอาไปแบ่งไอซุงให้ช่วยกินได้ไหมเนี่ย

“ต้องกินให้หมดนะครับ”

หน่ะ ทำไมรู้ทันไปซะหมด

ผมก้มหน้าหยิบโทรศัพท์ตัวเองที่สั่นเป็นเจ้าเข้ามาตั้งแต่เมื่อกี้ขึ้นมากดดู ก็เจอกับข้อความของเหล่าพี่ๆที่ไม่รู้จะส่งมาทำไมกันนักหนา

 

สี่สหายจอมป่วน

คนน่ารักที่ชื่อเรย์: ได้ข่าวว่าแม่จะมาอยู่นี่?

คนน่ารักกว่าที่ชื่อกัส: เพิ่งรู้? มัวแต่ไปกกเด็กอยู่หรือไง

เจ้าคุณพี่: ว่าแต่น้องมึงก็ใช่ย่อย

คนน่ารักกว่าที่ชื่อกัส: หุบปาก!!

เจ้าคุณพี่: เห็นไปนั่งเฝ้าเช้าเย็น

คนน่ารักกว่าที่ชื่อกัส: ไอปลาย หุบปากเดี๋ยวนี้!!!!

เจ้าคุณพี่: พี่เขาชื่ออะไรนะ

คนน่ารักกว่าที่ชื่อกัส: ไม่บอก เลิกคุยเรื่องนี้ได้แล้วว้อย!!!

 

ผมต้องสงสารพี่กัสไหม? ว่าแต่พี่กัสไปเฝ้าใครเช้าเย็น แถมเป็นพี่อีกต่างหาก น่าสืบแฮะ

“เป็นอะไรครับ นั่งยิ้มอยู่ตั้งนาน”พี่วินหันมาถามผม และหันไปมองถนนด้านหน้าต่อ

“พี่ๆเค้าทะเลาะกันครับ”ผมตอบและปิดหน้าจอลงหันไปรื้อของกินที่วางอยู่ข้างๆมาหาของที่พอจะกินได้

“พรุ่งนี้เลิกซ้อมประมาณกี่โมงครับ”คนขับคนประจำตัวของผมพูดและเลี้ยวรถไปจอดที่ลานจอดรถบริเวณหอพักของผม

“พรุ่งนี้สี่ทุ่มครับ พี่วินไม่ต้องมารับก็ได้มันดึก เดี๋ยวผมติดรถพี่เรย์กลับมาครับ”ถึงยังไงพี่เรย์ก็ต้องมาหาไอซุงอยู่ดี

“แต่พี่ว่า...”

“หมอกกลับกับพี่เรย์ได้ครับ พี่วินจะได้พักไม่ต้องอยู่รอหมอกดึกดื่นป่านนี้”ผมมองหน้าพี่วินและส่งยิ้มไปให้

“พี่อยากไปรับนี่ครับ”

ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นห๊ะ!

“อยากอยู่กับหมอกบ้าง”พี่วินยกมือขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆ

“อีกไม่กี่วันก็แสดงละครแล้วครับ เดี๋ยวหมอกยกให้ทั้งวันเลย”อยากเสียตัวจะแย่ แค่ก ไม่ใช่ว้อยยยย ไอเจ้าหมอก ไอคนหื่นกาม

“ขึ้นห้องกันดีกว่าครับ”

พี่วินอาสามาส่งผมจนถึงหน้าห้องพร้อมของกินมากมายก่อนจะขอตัวกลับไป

ผมอาบน้ำล้างตัวเรียบร้อยก็เดินมานั่งที่เตียงของตัวเอง ปิดไฟจนหมดแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนกึงผ้าห่มมาปิดจนถึงคอ คิดถึงท่าทีน่ารักๆของพี่วินแล้วมันก็ทำให้ผมอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

คนอะไรทำไมน่ารักชะมัด

.

.

.

ไม่เคยเหนื่อยกับชีวิตเท่านี้มาก่อน รู้สึกเหมือนร่างกำลังจะพังเลย หื้อออออ

“น้องหมอกคะ พรุ่งนี้เลิกเรียนแล้วรีบมาเลยนะ”พี่มินเดินมาบอกผมที่กำลังนั่งพักอยู่ที่เก้าอี้หน้าเวที

ผมพยักหน้าให้ไปทีและเปิดฝายาดม ยกขึ้นมาสูดเข้าไปเพื่อให้ร่างกายสดชื่นมากกว่านี้

ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่ได้ซ้อมหนักเพราะไม่รู้ว่าพี่เรย์หายหัวไปไหน แต่ผมก็อาสามาช่วยงานอย่าอื่นและมาต่อบทกับนักแสดงคนอื่นๆด้วย และนี่ก็เป็นเวลาที่ทุกคนกำลังแยกย้ายกลับ

ผมเดินออกมานั่งอยู่หน้าโรงละคร หลังจากที่ช่วยพวกพี่ๆเก็บของจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอพี่วินที่บอกว่าอาสาจะมารับ แม้ว่าเวลาจะปาเข้าไปเกือบจะสามทุ่มแล้วก็ตาม

ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ หยิบกล่องนมในกระเป๋าที่ซื้อไว้ตั้งแต่เที่ยงขึ้นมาเจาะกิน

“หมอก”ผมหันไปมองเจ้าของเสียงที่เดินมาสะกิดไหล่ผมเบาๆ

“พี่จ้า สวัสดีครับ”ผมยกมือขึ้นไหว้พี่จ้าที่ยืนอยู่ในมือมีหนังสืออยู่สามสี่เล่ม

แม้จะเคยมีเรื่องกับไอซุงมาก่อนจนพาลให้ผมไม่ชอบเขาไปด้วยก็ตาม แต่ถึงยังไงเขาก็เป็นพี่รหัสไอซุง ตอนนี้ไอซุงไม่ได้โกรธอะไรพี่จ้าแล้วผมก็คงต้องปล่อยเรื่องขัดใจนั้นไป

“เลิกเรียกพี่ว่าจ้าเถอะ ให้ไอซุงเรียกคนเดียวก็พอ”พี่จ้าพูด”ฟังแล้วมันเขินๆ”เขาเกาท้ายทอยตัวเองเบาๆ

จริงๆพี่จ้าเขาไม่ได้ชื่อจ้าหรอก พี่เขาชื่อว่า ‘ตะวัน’ แต่ที่ได้ชื่อนี้มาเพราะตอนพี่จ้าใบ้สายรหัสไอซุง พี่แกเขียนว่าพี่เป็นคนที่สะหว่างเจิดจ้า หลังจากนั้นไอซุงก็เลยเรียกพี่จ้ามาตลอด เลยพาลให้ผมเผลอเรียกตามไปด้วย

“ฝากนี่ไปให้ซุงหน่อย”พี่จ้ายื่นหนังสือในมือส่งมาให้ผม

“ทำไมไม่เอาไปให้ที่หอล่ะครับ ไอซุงน่าจะยังไม่นอน”ผมอดสงสัยไม่ได้แต่ก็รับหนังสือมาวางไว้ใกล้ๆตัวเอง

“คือ แฟนมันหวงอ่ะ พี่กลัวว่าเดี๋ยวจะทะเลาะกัน”พี่จ้ากระซิบบอก

แฟนไอซุงที่ว่านี่ พี่เรย์ใช่หรือเปล่า

“พี่เรย์หรอครับ”ผมถาม

“อือ ครั้งที่แล้วที่พี่ไปติวเรื่องสอบให้ซุงมา ซุงก็มาบอกว่าครั้งหน้าไม่เอาแล้วเพราะทะเลาะกัน”พี่จ้าอธิบาย

หื้อ พี่เรย์เนี่ยนะจะหวงแรงขนาดนั้น

“แต่พี่ก็เป็นพี่รหัสไม่ใช่หรอครับ”ผมถามต่อ

“หือ”พี่จ้าเว้นจังหวะยกมือขึ้นมาวางบนไหล่ผม “งั้นหมอกลองไหมหล่ะ จะได้รู้ว่าแฟนหมอกจะหวงบ้างไหม”พี่จ้ายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย โน้มหน้าเข้ามาหาผม แม้จะห่างกันเป็นคืบกว่าแต่ถ้ามองจากมุมอื่นก็อาจจะเข้าใจผิดได้

ผมหัวเราะออกมาเบาๆกับความขี้เล่นของเขา มองหน้าเขาก็รู้แล้วว่าเขาไม่ได้คิดเกินเลยกับผมเหมือนเมื่อก่อน ไม่ทันที่ผมจะได้ตอบอะไรก็เหมือนว่าพี่จ้าจะถูกดึงออกไปจากตัวผม และคนที่ดึงนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น พี่วินคนที่ผมกำลังรอนี่เอง

พี่วินมองพี่จ้า เอ่อ พี่ตะวัน ด้วยสายตานิ่งๆก่อนจะหันมามองหน้าผม

อย่านะ อย่ามากดดันผมด้วยสายตาแบบนี้

“ว่าไงไอวิน”พี่ตะวันยิ้มทักทาย

พี่จะยิ้มทักทายคนอื่นหน้าตาระรื่นทั้งๆที่คนคนนั้นเค้าจะฆ่าพี่แบบนี้ไม่ได้!!!!

“เรากลับกันเถอะครับ”พี่วินหันมาบอกผมโดยไม่สนใจพี่ตะวันที่ยืนโบกมือหยอยๆอยู่

ผมพยักหน้าให้ก่อนจะลุกขึ้นยืนหยิบหนังสือของพี่ตะวันที่จะฝากไปให้ไอซุงขึ้นมาถือ

“ผมกลับก่อนนะครับ”ผมบอกลาพี่ตะวันที่ยืนอยู่ข้างๆ

“เดี๋ยวพี่โทรไปบอกฝันดีนะ”พี่ตะวันพูดหน้าตาระรื่น

อือ พี่มันหาเรื่องให้ผมโดนฆ่าชัดๆ

พี่วินเดินนำผมมาที่รถทิ้งให้ผมเดินตามหลัง สงสัยว่าจะโกรธ

ผมเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูรถเพราะเปิดประตูไม่ได้เนื่องจากมือของผมนั้นกำลังแบกกระเป๋าและหนังสือที่น้อยเล่มแต่หนามากของพี่ตะวันอยู่

ผมมองหน้าพี่วินที่ยืนอยู่อีกฝั่ง ส่งสายตาอ้อนวอนให้เปิดประตูให้จนพี่วินต้องเดินอ้อมมาเปิดประตูให้ผมจนได้

“ขอบคุณครับ”ผมพูดและนั่งลงที่เบาะข้างคนขับก่อนพี่วินจะปิดประตูให้และเดินอ้อมมาขึ้นอีกฝั่ง

หื้อ พี่จะไม่คุยกับผมใช่ไหม

และก็ดูเหมือนว่าพี่วินจะโกรธผมจริงๆ เพราะตลอดทางจนถึงหน้าหอพักของผมพี่วินไม่เอ่ยปากคุยกับผมเลยแม้แต่คำเดียว ไม่รู้จะโทษใครดีเรื่องนี้ หรือต้องโทษผมที่ไม่ยอมอธิบายอะไร

รถของพี่วินจอดอยู่หน้าหอพักผมมาสักพักแล้วแต่ผมก็ยังไม่ลงจากรถ หันไปมองหน้าพี่วินที่นั่งอยู่ด่านช้าง เขามองออกไปข้างหน้าโดยที่ไม่ได้หันมามองผมเลยซักนิด

“ขอบคุณที่มาส่งครับ”ผมบอก

พี่วินยังคงนั่งเงียบอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้ขานรับหรือพูดอะไรต่อ ผมหันกลับจากการมองหน้าพี่วิน มาเปิดประตูรถและก้าวขาลงก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกมายืนอยู่ข้างนอก เอาตัวดันประตูรถให้ปิดลงและยังคงยืนมองประตูที่ผมเพิ่งจะปิดไปเมื่อซักครู่อยู่ พี่วินไม่ได้ขับรถออกไป และเขาก็ไม่ได้หันมาสนใจผมที่ลงมาจากรถแล้วซักนิด ผมถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าหอพัก

เดินขึ้นหอพักมาได้แล้วก็มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของไอซุง วางหนังสือไว้ที่พื้นก่อนจะยกมือเคาะประตูสองสามที ไม่นานนักเจ้าของห้องก็เดินมาเปิดประตูให้ผม

“หมอก มีอะไร”ไอซุงพูดและมองหน้าผม

ผมก้มลงไปยกหนังสือที่วางไว้ที่พื้นและส่งให้มัน

“พี่ตะวันฝากมา”ผมบอก

“มึงเจอพี่เรย์บ้างไหม”ไอซุงรับหนังสือไปถือ และถามคำถามที่ชวนให้ผมสงสัยออกมา

“เค้าไม่ได้อยู่กับมึงหรอ”ผมถามกลับ

ถ้าพี่เรย์ไม่ได้อยู่กับไอซุง แล้วพี่เรย์หายไปไหนหล่ะ?

“ช่างเหอะ กูเข้าห้องก่อน”พูดจบมันก็ปิดประตูใส่หน้าผมทันที

อะไรของมันวะ ?

.

.

.

.

.

.

“พอก่อน”เสียงพี่มินดังขึ้น”หมอก ทำไมไม่ต่อบทหล่ะ”พี่มินมองหน้าผมที่ยืนนิ่งอยู่บนเวที

“ขอโทษครับ ผมปวดหัวนิดหน่อย”ผมบอก แม้จะไม่ได้มีอาการปวดหัวอย่างที่พูดก็ตาม

ที่เป็นอย่างนี้เพราะตั้งแต่วันนั้นนี่ก็ผ่านมาสามวันแล้วพี่วินยังไม่อ่านข้อความที่ผมส่งไปหาเลย โทรไปหาหลายสายก็ไม่รับ ไปหาที่ตึกคณะพี่คนอื่นๆก็บอกว่าไม่อยู่ ไม่รู้ว่าพี่วินหายไปไหน

“หมอกไปพักก่อนไหม”พี่เรย์เดินมาหาผม

“ครับ”ผมตอบรับ พี่เรย์จึงพาผมเดินมานั่งพักที่หลังเวที

“ได้นอนหรือเปล่า”พี่เรย์ส่งน้ำมาให้ผม

“นอนครับ”ผมบอก ค่อยๆนั่งลงที่เก้าอี้พิงหลังกับที่เอนหลังและหลับตาลง”พี่เรย์ หมอกขอถามอะไรได้ไหม”ผมพูดทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่

“อะไรหล่ะ”

“รู้ไหมครับว่าพี่วินหายไปไหน”ผมลืมตาขึ้นมองหน้าพี่เรย์ที่นั่งอยู่ข้างๆ

“อืม ไปทำธุระมั้งครับ พี่ก็ไม่แน่ใจ”พี่เรย์ตอบ

ธุระอะไรกัน

ผมปิดตาลงอีกรอบ ปล่อยให้ตัวเองได้พักผ่อนให้มากกว่านี้ เพราะว่าเมื่อคืนนี้ผมแทบจะไม่ได้นอนเลย แม้จะนอนไปบ้างแต่ก็ไม่ได้หลับสนิทนักเพราะมีเรื่องให้กวนใจอยู่

หลังจากพี่ๆปล่อยให้ผมพักผ่อนไปสักพักก็เรียกซ้อมต่อเมื่อผมอาการดีขึ้น กว่าจะซ้อมเสร็จก็เกือบจะเย็น ช่วงหลังมานี้พี่ๆไม่ให้ซ้อมดีกมากนักเพราะอยากให้ทุกคนได้พักผ่อน ทั้งยังอุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ในการแสดงก็ทำเสร็จหมดแล้ว

ผมเดินมาหยุดอยู่ที่ป้ายรถเมย์เพื่อรอรถจะกลับหอ เหลือเวลาอีกแค่อาทิตย์เดียวก็จะถึงวันแสดงแล้ว ผมคงต้องรีบกลับไปพักผ่อนให้มากกว่านี้

ผมก้าวขาขึ้นไปบนรถโดยสารเลือกนั่งที่นั่งข้างประตูโดยนั่งฝั่งริมหน้าต่าง แม้จะเป็นรถปรับอากาศแต่ผมก็ยังคงชอบที่จะนั่งมองข้างทางไปด้วย รถเคลื่อนตัวออกจากป้ายรถเมย์หน้ามหาวิทยาลัย ไปตามเส้นทางเดินรถ ผมนั่งมองข้างทางไปเรื่อยมีหูฟังอยู่ที่หู ทั้งๆที่ไม่ได้เปิดเพลงหรือฟังอะไรแต่ผมก็ยังคงใส่มันเอาไว้อย่างนั้น

หลายครั้งที่ผมมีอาการแบบนี้ อาการที่เหนื่อยล้าผิดปกติหรือจนกระทั่งไม่อยากจะทำอะไร ตอนนี้คงต้องยอมรับว่าผมกำลังกลัว กลัวว่าผมจะกลับเข้าไปอยู่กับเจ้าโรคร้าย ที่ชื่อว่า โรคซึมเศร้า อีกครั้ง ผมต้องพยายามมากกว่าที่จะผ่านจุดนั้นมาและแม้จะรู้ว่าถ้าไม่อยากกลับไปผมก็ต้องเข้มแข็งให้มากกว่านี้ แต่ตอนนี้ผมกลับสู้มันไม่ไหว มีเรื่องให้ผมคิดเยอะแยะไปหมด หรือความจริงแล้วมันอาจจะไม่ได้มีอะไรเลย กลับเป็นผมต่างหากที่คิดมากไปเอง

ผมลงจากรถเมื่อถึงที่หมาย แต่ก่อนที่จะขึ้นห้องผมก็แวะไปที่ร้านกาแฟร้านประจำที่ผมชอบมา ทันทีที่เปิดเข้ามาในร้าน พี่ดาวเหนือก็ยิ้มทักทายให้ผม

“วันนี้จะสั่งอะไรดี”ตอนนี้เราค่อนข้างที่จะสนิทกันเพราะผมมาที่ร้านบ่อยมาก สาเหตุก็เพราะผมไม่อยากกลับไปที่ห้องเพราะมันทำให้ผมกลับไปคิดมากอีกครั้ง

“ขอเป็นนมอุ่นซักแก้วครับ”ผมบอก

“มีเรื่องอะไรมาหรือเปล่า”พี่เขาถาม

“นิดหน่อยครับ”ผมบอก

พี่ดาวเหนือไม่ได้ถามอะไรต่อเขาหันไปทำนมอุ่นอย่างที่ผมสั่งก่อนจะส่งมาให้ผมเมื่อเทใส่แก้วให้ผมแล้ว

ผมรับมาถือไว้และเดินไปหาที่นั่ง หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเมื่อได้ที่นั่งแล้ว

เปิดอ่านหนังสือแก้เครียดไปได้สามหน้าก็วางหนังสือลงไว้กับโต๊ะ ยกนมอุ่นที่ยังอุ่นอยู่นิดหน่อยขึ้นมาดื่มพลันสายตาก็ดันไปสะดุดเข้ากับคนรู้จักอีกคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะถัดจากผมไปได้ไม่กี่โต๊ะ

พี่ปลายหรอ? มาทำอะไรที่นี่กัน

เหมือนว่าเขาจะไม่เห็นผมที่นั่งอยู่เพราะเขามัวแต่มองไปที่ประตูหน้าร้าน เหมือนกำลังรอใครซักคน แล้วใครซักคนที่ว่านั้นก็เดินเข้ามาในร้าน

เขาเป็นผู้ชายกะจากสายตาน่าจะสูงกว่าพี่ปลายนิดหน่อย ผิวขาวจัดของเขาทำให้คนที่นั่งอยู่ในร้านต้องหันไปมองตามกันเป็นแถบๆ แถมผมสีบลอนด์และตาสีอ่อนนั่นอีก จะหล่อเกินหน้าเกินตาไปแล้ว

เขานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับพี่ปลาย แต่หันข้างให้ผม เหมือนเขาจะคุยอะไรซักอย่างกับพี่ปลายแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆแม้ว่าพี่ปลายจะมีสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก อยากรู้เค้าคุยอะไรกัน หมอกไม่ได้ยินเลย

ทำเนียนแล้วไปทักพี่ปลายดีไหมนะ

คิดได้ดังนั้นผมก็กินนมอุ่นในแก้วจนหมดก่อนจะเดินไปหาพพี่ดาวเหนือที่ยืนอยู่ที่เคาท์เตอร์ สั่งโกโก้ปั่นแก้วนึง ยืนรอซักพักก็ได้ของที่ต้องการ หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วก็ทำเนียนเดินไปหาที่นั่งแถวๆโต๊ะพี่ปลาย

“หมอก”เป็นตามคาดพี่ปลายเป็นคนทักผมก่อน

ผมหันไปมองหน้าพี่ปลายทำท่าทางตกใจเล็กน้อยให้พอเป็นพิธี

“พี่ปลายมาทำอะไรแถวนี้ครับ”ถามคำถามกลับไปให้คนพี่

“ธุระนิดหน่อยครับ”

ผมพยักหน้ารับ แต่ในใจกลับตะโกนกับตัวเองอยู่ว่าพี่ปลายควรจะบอกผมว่าคนหล่อที่นั่งอยู่ข้างพี่นั่นเค้าคือใคร

“จะกลับห้องแล้วหรอครับ”พี่ปลายมองผมที่ถือหนังสือและแก้วโกโก้ปั่นอยู่

“ครับ”แต่ตอนนี้อยากรู้ว่าเค้าคนนั้นคือใครรรร

“สวัสดีครับน้องเนวิน”นั่นมันชื่อผมนี่ แล้วพี่คนหล่อคนนี้รู้จักผมได้ยังไง

ผมส่งยิ้มกลับไปให้เขา หันไปมองหน้าพี่ปลายที่กำลังทำสีหน้าไม่พอใจอยู่ เพืือให้อธิบายเรื่องนี้ แต่ไม่ทันที่พี่ปลายจะได้พูดอะไร พี่คนหล่อก็บอกสิ่งที่ผมกำลังสงสัยอยู่จนกระจ่าง

“พี่ชื่อออสตินครับ จะเรียกว่าตินก็ได้ พี่เป็นแฟนของแอมเองครับยินดีที่ได้รู้จัก”(แอมคือชื่อพี่ปลายที่ย่อมาจากชื่อแอมโบรส)

เขายื่นมือมาหวังจะทำความรู้จักผม แต่ผมกำลังอยู่ในโหมดสับสนงุนงงอยู่

เขาคือแฟนพี่ปลายงั้นหรอ

แถมชื่อว่าออสติน อ้อ คนที่พ่อพูดถึงตอนนั้นนี่ ที่บอกว่าพี่ปลายออกไปไหนมาไหนกับเขาบ่อยๆ อ่าดูเหมือนว่าผมจะเก็บอาการเขินแทนพี่ปลายไม่อยู่ตนพี่ปลายต้องหันมามองหน้าผม

ไม่กี่อึดใจฝ่ามือพี่ปลายก็ฟาดเข้าไปที่ไหล่ซ้ายของพี่ออสติน

“กูไม่ใช่แฟนมึง น้องเข้าใจผิดแล้วเนี่ย”พี่ปลายพูดออกมา

อ่าว! ตกลงไม่ใช่

“ก็แกล้งน้องเฉยๆ ไม่คิดว่าจะเชื่อนี่”พี่ออสตินหัวเราะออกมาเบาๆ ลูบไหล่ข้างที่ถูกตีไปด้วย

ตกลงคือผมโดนหลอกอยู่ใช่ไหม ช่วยด้วย น้องตามไม่ทันแล้ว

“ตินเป็นผู้ช่วยพี่เอง หรือจะเรียกว่าเลขาก็ได้”พี่ปลายหันมาบอกผมที่ยืนงงอยู่

“ถ้าเลียขาก็ไหวนะ”

ป๊าบ!!!

“ไอแอม เจ็บนะ”พี่ออสตินลูบไหล่ตัวเองข้างเดิมที่ถูกตีอีกรอบไปด้วย

“เจ็บแล้วก็จำด้วย”พี่ปลายบ่นออกมา

อ่า ผมจะทำใจเขื่อก็ได้ว่าพี่ออสตินเป็นเลขาของพี่ปลาย ไม่ได้มีอะไรในกอไผ่อย่างที่พ่อสงสัย

แต่จริงๆ ในกอไผ่ก็ต้องมีหน่อไม้หรือเปล่า แค่ก!

.

.

.

.

.

.

————————————

เค้ากลับมาแล้วววว

หายไปเนิ่นนานอีกตามเคย แต่ครั้งนี้จะกลับมาต่อให้จบก่อนเปิดเทอมให้ได้ ฮึบๆ

ความคิดเห็น