เปิดพรีออเดอร์ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ราคาเล่มละ 459 บาทรวมค่าส่งแล้ว สนใจติดต่อได้ที่เพจ Tawan_Y หรือ www.tawanpreampree.com

ชื่อตอน : 18 นิ่มๆ เด้งๆ

คำค้น : เจาหลิน,นางเอกแร่ด,อ๋อง,พรรคมาร, หยวนเหว่ยกวง,จำปีหอม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.7k

ความคิดเห็น : 91

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ค. 2562 15:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
18 นิ่มๆ เด้งๆ
แบบอักษร

กำหนดการกลับเข้าเมืองเป็นอันต้องเลื่อนไปวันหนึ่ง เพราะอ๋องหยวนเหว่ยกวงถ่ายท้องไม่หยุด หลิ่งอ้ายและองครักษ์ที่รอดจากการท้องเสียมาได้อย่างปาฏิหาริย์มองอ๋องหยวนเหว่ยกวงด้วยความสงสาร ไข่เจียวเค็มจนทะเลเรียกพี่และอุดมไปด้วยเปลือกไข่เช่นนั้นยังจะรับประทานเข้าไปอีก 

"ท่านหยิบอะไรส่งเดชรับประทานหรือไม่ “ เจาหลินถามตาใส ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าสาเหตุเป็นเพราะอาหารของตนเอง รองแม่ทัพทำท่าจะกล่าวบางอย่างแต่ถูกสายตาคมปรามไว้ ทำให้จำต้องถอยไปยืนรวมกับคนอื่น 

“ข้ามียาบำรุงร่างกายอยู่ แม้มิได้มีสรรพคุณรักษาโดยตรงแต่น่าจะช่วยได้บ้าง” เห็นท่านอ๋องไม่ตอบเจาหลินจึงล้วงขวดยาออกมาจากอกเสื้อเคาะออกมาเป็นเม็ดยาสีม่วงส่งแสงเรืองรองดูลี้ลับชั่วร้ายยิ่ง ก่อนที่รองแม่ทัพจะห้ามได้ทันเจาหลินก็ยัดยาใส่ปากท่านอ๋องไปเสียแล้ว 

ยามเมื่อเม็ดยาสัมผัสลิ้นอ๋องหยวนเหว่ยกวงรู้สึกมีกลิ่นหอมซาบซ่าขึ้นโพรงจมูก ตัวยากระจายไปทั่วร่างอย่างรวดเร็วทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมา 

“ท่านอ๋องรีบโคจรลมปราณเร็ว” เจาหลินกระตุ้น อ๋องหยวนเหว่ยกวงได้สติรีบโคจรลมปราณทันที เพียงชั่วน้ำเดือดใบหน้าก็กลับมามีสีเลือด บรรดาคนที่ลอบมองอยู่แอบถอนหายใจ อย่างน้อยก็มีเรื่องที่คุณชายหลี่ทำได้ดี 

“ข้ารู้สึกดีขึ้นมาก อีกครึ่งชั่วยามเราจะเดินทางกลับ” อ๋องหยวนเหว่ยกวงเอ่ยขึ้น หลังจากลองโคจรลมปราณจนแน่ใจว่าร่างกายกลับมาเป็นปกติ ตาคมลอบมองคนตาโตด้วยความลึกซึ้ง แต่เจ้าตัวมัวแต่ดีใจที่จะได้กลับจนไม่รู้ตัว มีเพียงหลิ่งอ้ายและคนอื่นๆเป็นพยาน และแน่นอนว่าคนหวงพี่อย่างหลิ่งอ้ายย่อมไม่ยอมออกปากให้เจาหลินรู้ตัวแน่นอน 

ขากลับเข้าเมืองใช้เวลามากกว่าขามาหนึ่งเท่าตัว เพราะพวกเขาต้องลากเกวียนบรรทุกทองคำจำนวนมากกลับ ส่วนปากถ้ำนั้นอ๋องหยวนเหว่ยกวงระเบิดดินฝังไว้ก่อน จนกว่าจะจัดเจ้าหน้าที่มาดูแล ระหว่างทางไม่มีผู้ใดยินยอมให้เจาหลินแตะงานครัวอีก พวกเขาจึงเดินทางกลับได้อย่างปลอดภัย 

องครักษ์ของเจาหลินที่ลอบติดตามคนงานไปจนทราบว่าพวกมันติดต่อกับผู้ใดบ้าง ดักจับพวกสวะเหล่านั้นไว้และดักรอเจาหลินอยู่ที่ทางออก เมื่อขบวนของเจ้านายตัวน้อยมาถึงเจาหลินจึงให้รายงานให้ท่านอ๋องฟังเสียเลย  

“ขอบใจเจ้ามาก หากมีเรื่องใดที่ข้าจะสามารถตอบแทนเจ้าได้สามารถออกปากมาได้เลย” อ๋องหยวนเหว่ยกวงกล่าวด้วยความใจกว้าง ครั้งนี้หากไม่ได้เจาหลินเขาคงจะเสียหายกว่านี้มาก หรืออาจถึงคราวเสียชีวิตก็เป็นได้ 

“ข้าต้องการ…” เจาหลินยังกล่าวไม่ทันจบประโยคก็ถูกหลิ่งอ้ายตะครุบปากแล้วลากไปเสียก่อน 

“พวกเรามิได้หวังสิ่งตอบแทนยิ่งใหญ่อันใด เพียงตอบคำถามข้าไม่กี่ประโยคเท่านั้น” หลิ่งอ้ายตะโกนพร้อมกับใช้วิชาตัวเบาโดดถอยหลังห่างไปเรื่อยๆ เจาหลินได้แต่ฮึดฮัดเพราะถูกน้องจับไว้แน่น จะลงมือรุนแรงไปก็ไม่ควรได้แต่ปล่อยให้หลิ่งอ้ายแบกเขากลับเข้าเมือง สุดท้ายเจาหลินก็หลับมาตลอดทาง กว่าจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งแสงแดดก็อ่อนลงมากแล้ว ขาสั้นคลานเตาะแตะลงจากเตียงระวังไม่ให้น้องชายตัวโตตื่น เจ้าหนึ่งที่นั่งเงียบๆอยู่ในห้องรีบลุกมาคอยรับใช้ 

"สถานการณ์เรื่องน้ำในเมืองเป็นอย่างไรบ้าง"  

"น้ำในแม่น้ำค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องขอรับ พวกชาวเมืองดีใจกันมาก" 

"ดีแล้ว เจ้าไปเรียกเสี่ยวเอ้อยกน้ำร้อนเข้ามาที เจ้าก็อยู่แถวนี้ไป เราจะออกไปหาของอร่อยกัน" เจาหลินสั่ง เดินไปเปิดหน้าต่างชมดูด้านนอก เห็นชาวเมืองมีใบหน้าสดชื่นขึ้นต่างจากวันที่เขาเพิ่งมาถึงอย่างเห็นได้ชัด  

ปากบางเผลอยกยิ้มอย่างพอใจ แม้มิได้ตั้งใจช่วยเหลือชาวเมืองสักเท่าไร แต่เมื่อผลออกมาเป็นแบบนี้ก็อดที่จะมีความสุขไม่ได้ 

เจาหลินเผลอตกในภวังค์จึงไม่รู้ตัวว่า มีสายตาหยาดเยิ้มหลายคู่จับจ้องจากท้องถนน เมื่อมีคนหนึ่งมอง ก็มีอีกหลายคนมองตาม กลายเป็นจุดสนใจของชาวเมือง จนเมื่อใบหน้างดงามหายลับไปจากหน้าต่างทำให้เกิดเสียงถอนหายใจดังไปทั่วถนนทำให้วันถัดมากิจการของโรงเตี๊ยมแห่งนี้เจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างกะทันหัน แต่นั่นก็เป็นเรื่องของวันถัดไป 

เมื่ออ๋องหยวนเหว่ยกลับมาถึงก็วุ่นวายกับการกวาดล้างคนที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองทองเถื่อน แต่ก็ยังมิหลงลืมที่จะส่งของขวัญมาขอบคุณเจาหลิน เมื่อขบวนทหารนำโดยรองแม่ทัพคนสนิทของอ๋องหยวนเหว่ยกวงนำขบวนทหารม้าแต่งกายเต็มยศเดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมสร้างความสนใจให้กับแขกเหรื่อ และผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา 

"คารวะนายท่าน มิทราบว่ามีเรื่องอันใดให้ข้ารับใช้หรือขอรับ" เถ้าแก่ลอบปาดเหงื่อ ใจภาวนาขออย่าให้เกิดเรื่องเลย กิจการของเขาเพิ่งจะดีขึ้นเอง 

"ข้าต้องการพบแขกคนหนึ่งของเจ้า นามคุณชายหลี่เจาหลิน" รองแม่ทัพตอบเสียงนิ่ง 

"เอ่อ.. ข้าน้อยขอถามได้หรือไม่ว่านายมีธุระอันใด" เนื่องจากเจาหลินเป็นลูกค้ารายใหญ่อีกทั้งมีใบหน้างดงาม เถ้าแก่เกิดความคิดปกป้องอยู่บ้าง 

"มิใช่เรื่องของเจ้า ไปตามคุณชายหลี่มาพบข้าเดี๋ยวนี้" รองแม่ทัพพูดเสียงดุ 

"ขอรับๆ" เถ้าแก่ก้มหัวปลกๆ รีบใช้ให้เสี่ยวเอ้อผู้หนึ่งไปตาม แขกในร้านได้แต่นั่งเงียบรอชมดูเรื่องของผู้อื่น ผ่านไปพักใหญ่เจาหลินจึงเดินเอื่อยลงมาจากชั้นบนตามด้วยหลิ่งอ้ายและพวกองครักษ์ 

"คารวะคุณชายหลี่ ท่านอ๋องให้ข้านำของกำนัลมาให้พร้อมทั้งแจ้งว่าช่วงนี้ท่านอ๋องยุ่งมาก หากงานสำเร็จแล้วจะมาพบคุณชายด้วยตนเองขอรับ" รองแม่ทัพมิกล้าเสียมารยาทกับเจาหลิน เรื่องราวเป็นอย่างไรก็เห็นกันอยู่ หากประวัติความเป็นมาของคุณชายหลี่ชัดเจนกว่านี้ เขาก็อยากจะคิดว่านี่คือว่าหวางเฟยของอ๋องหยวนเหว่ยกวงเป็นแน่ 

"ฝากขอบคุณท่านอ๋องด้วย ข้าจะรอ" เจาหลินแย้มยิ้มอ่อนหวานจนตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว  

"ข้าจะทูลท่านอ๋องตามนี้" รองแม่ทัพให้คนขนของขึ้นไปไว้บนห้องให้ก่อนจะรีบลากลับ เจาหลินก็มิได้รั้งไว้ก็ในร้านมีบุรุษน่าหม่ำหลายคนเลยนี่นา ถึงท่านอ๋องจะเป็นอาหารหลักที่เขาต้องการรับประทานแต่อาหารตาพวกนี้ก็พอทำให้ชื่นใจได้อยู่ 

"ภาระชัดๆ" หลิ่งอ้ายบ่น มองห่อผ้าและเครื่องประดับที่กองอยู่ในห้องด้วยสายตาเบื่อหน่าย จะให้เขาแบกของพวกนี้เดินทางไปมาหรืออย่างไร คิดสิ! 

"ผ้าพวกนี้ไม่เลว เราออกไปหาช่างตัดเสื้อผ้ากันเถอะหากข้าใส่ไปให้ท่านอ๋องดู เขาอาจจะอยากถอดก็ได้" เจาหลินลูบเนื้อผ้าดูก็ถูกใจอยู่หลายผืนจึงลากน้องชายออกไปร้านตัดเสื้อ เขายังไม่ได้ลืมจุดประสงค์ที่มาที่นี่นะ อย่างน้อยเรื่องที่สืบมาได้ก็มีไม่น้อย คนที่ทรยศต่อพรรคมีการร่วมมือกับขุนนางตามที่พวกเขาสันนิษฐานไว้ แต่เมื่ออ๋องหยวนเหว่ยกวงลงแรงแล้ว เจาหลินจึงคิดออมแรงไว้ทางหนึ่งให้พวกมันคิดว่าเขายังไม่รู้ตัว ทางหนึ่งก็ขี้เกียจ เขาไม่ได้ชอบฆ่าคนเสียหน่อย  

อ๋องหยวนเหว่ยกวงฟังรองแม่ทัพรายงานด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง มือยังคงตวัดพู่กันเขียนจดหมายลับเตรียมส่งถวายฮ่องเต้ไม่หยุด รองแม่ทัพกลืนน้ำลายก่อนจะรายงานต่อเกี่ยวกับแขกของโรงเตี๊ยมที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน สายตาของรองแม่ทัพผู้น่าสงสารเห็นวากกระดาษที่ถูกพลังจากปลายพู่กันตวัดจนขาดเป็นริ้วแล้วรีบจบรายงานก่อนจะขอตัวออกไปด้วยความรวดเร็ว หางตายังทันเห็นพู่กันในมือของเจ้านายหักเป็นสองท่อน 

เมื่อรองแม่ทัพหายลับออกไปจากห้องอ๋องหนุ่มก็วางพู่กันลง ในใจว้าวุ่นผสมกับความหงุดหงิด เมื่อได้รู้ว่ามีบุรุษมากมายหมายปองเด็กตาโตของพระองค์ งานนี้คงจะต้องเร่งมือจัดการพวกเหมืองเถื่อนให้เรียบร้อยแล้วรีบกลับเมืองหลวงโดยเร็ว เจ้าเด็กดื้อต้องมองแต่ข้าคนเดียวเท่านั้น อ๋องหยวนเหว่ยกวงให้คำมั่นกับตัวเอง

ด้วยแรงผลักดันแปลกๆ อ๋องหนุ่มทำงานได้เร็วเหลือเชื่อ เพียงห้าวันก็ลากผู้เกี่ยวข้องออกมาได้ทั้งหมด นักโทษจะถูกนำตัวไปตัดสินโทษที่เมืองหลวง โดยเขาตัดสินใจที่จะชวนเด็กตาโตกลับไปพร้อมกันดีกว่าปล่อยให้ซุกซนห่างตาของเขา อ๋องหยวนเหว่ยจึงตัดสินใจไปพบเจาหลินด้วยตนเอง

"ข้าต้องการพบเจาหลิน" อ๋องหยวนเหว่ยกวงบอกความประสงค์แก่องครักษ์ของเจาลินที่นั่งจิบน้ำชากันอยู่ชั้นล่าง คนของเขาที่คอยจับตาดูเจาหลินรายงานว่าวันนี้สองพี่น้องยังไม่ได้ออกไปข้างนอก

"ท่านอ๋องกรุณารอสักครู่ข้าจะไปเรียนคุณชายเดี๋ยวนี้" เจ้าสามอาสา

เมื่อเจาหลินทราบว่าคนที่หมายปองมาหาถึงที่ก็ให้เจ้าสามรีบไปเชิญท่านอ๋องขึ้นมาคุยบนห้อง ร่างเล็กขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วเหล่น้องชายที่นั่งปักหลักอยู่ในห้อง

"ท่านอ๋องมาพบข้า" เจาหลินพูดขึ้น

"ข้าได้ยินเจ้าสามรายงานแล้ว" หลิ่งอ้ายพยักหน้า

"แล้วทำไมเจ้ายังนั่งอยู่อีก" เจาหลินอยากจะเตะเจ้าเด็กยักษ์ออกไปจากห้อเต็มแก่ เหยื่อมาให้งาบถึงที่ยังคิดจะมาขวางเขาอีกเหรอ

"พี่ไม่ควรอยู่กับบุรุษอื่นในห้องสองต่อสอง" หลิ่งอ้าย

"ผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน เด็กไม่เกี่ยว" หลิ่งอ้ายทำท่าจะเถียงแต่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อนจึงยิ้มอย่างมีชัย

เจาหลินค้อนน้องแล้วส่งเสียงอนุญาต

“คารวะท่านอ๋อง” เจาหลินส่งยิ้มหวานจ๋อยให้ คนรับยังหน้านิ่งเหมือนเดิมเจาหลินได้แต่เชื้อเชิญอีกฝ่ายนั่งลงคุยกัน ทั้งที่อยากเปลี่ยนไปคุยที่เตียงแทน

“ท่านอ๋องมาหาข้าถึงนี่มิทราบว่ามีธุระอันใด” เจาหลินรินน้ำชาเลื่อนให้

“ข้าจับตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหมืองเถื่อนมาหมดแล้ว พวกตัวเบี้ยข้าจะขังคุกที่นี่ไว้ก่อน ส่วนพวกแกนนำจาตัวไปเมืองหลวง ข้าจึงอยากจะขอแรงเจ้าออกเดินทางไปด้วยกัน”

“ท่านคิดว่าจะมีการชิงตัวนักโทษอย่างนั้นหรือ”

“ข้าค่อนข้างมั่นใจว่าพวกมันจะต้องลงมือ เพราะลำพังขุนนางหัวเมืองมิกล้าคิดการใหญ่เช่นนี้โดยลำพัง คาดว่ามีขุนนางในวังหลวงร่วมมือด้วย” อ๋องหยวนเหว่ย

“ได้สิ ข้าจะไปกับท่าน” เจาหลินไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย หลิ่งอ้ายที่ตอนแรกตั้งท่าจะคัดค้านแต่ด้วยความอยากต่อสู้จึงได้แต่ยินยอมให้เขาหลินตกลงร่วมทางไปกับอ๋องหนุ่ม

“ข้าขออภัยด้วยที่ต้องรบกวนเช่นนี้ เมืองนี้ยังต้องฟื้นฟูอีกมาก ข้ามิอาจนำกำลังทหารไปมากเกินไป” อ๋องหยวนเหว่ยกวงออกปากขอโทษ

“ข้าเข้าใจ อ้อ แล้วก็ขอบคุณท่านที่อุตส่าห์ส่งของขวัญมานะ ข้านำผ้าไปตัดชุดมาแล้วล่ะ ท่านดูสิว่าเข้ากับข้าไหม” เจาหลินกางแขนหมุนตัวให้ดูแล้วแกกล้งทำเป็นสะดุดขาตัวเองล้มใส่ท่านอ๋อง

มุขเก่าแบบนี้มีหรืออ๋องหยวนเหว่ยกวงจะไม่เคบพบแต่ถึงแม้จะรู้ทันก็ยังอ้าแขนรับร่างเล็กมาไว้ในอ้อมอกอยู่ดี

“ระวังด้วย” อ๋องหนุ่มเตือน มิใช่เรื่องหกล้มแต่เป็นมือเล็กซุกซนที่กำลังปลดสายรัดเอวของเขาต่างหาก

“อุ๊ย เผลอไปหน่อย” เจาหลินหัวเราะไม่มีทีท่าเขินอายแม้แต่น้อย อ๋องหยวนเหว่ยกวงส่ายหน้าจับเจาหลินนอนคว่ำหน้าลงบนตักโดยไม่สนใจหลิ่งอ้าย ขณะที่เจาหลินใจเต้นตึกตัก

“เพียะ เพียะ เพียะ” มือหนาฟาดก้นเจาหลินโดยไม่ออมแรงขณะที่เจาหลินอ้าปากค้าง เหลียวหลังกลับมามองคนหน้านิ่งจนคอแทบเคล็ด

“ห้ามทำเช่นนี้กับผู้ใดอีก เข้าใจหรือไม่” อ๋องหยวนเหว่ยกวงถาม

“เรื่องอะไรข้าจะต้องฟังท่าน คนเราเกิดมาต้องเสพสุข ถ้ามีโอกาสข้าก็จะทำ” เจาหลินเถียงจึงถูกมือหนาตีก้นไปอีกสามครั้ง

“ท่านอ๋อง” เจาหลินแผดเสียงใส่ จึงถูกตีก้นอีกชุดหนึ่งพร้อมเสียงย้ำหนักๆ “เข้าใจหรือไม่”

“เข้าใจแล้วๆ” เจาหลินรีบรับปากเพราะท่านอ๋องเงื้อมืออีกแล้ว คนอะไรมือหนักอย่างยิ่ง ดุแบบนี้แล้วอย่างอื่นจะดุด้วยหรือเปล่า เจาหลินตกภวังค์ไปเสียแล้วจนอ๋องหยวนเหว่ยกวงส่งตัวเองให้หลิ่งอ้ายเมื่อไหร่ยังไม่รู้ตัว

“ดูจากน้ำลายที่มุมปาก พี่คงคิดอะไรลามกอยู่อีกแน่ๆ พวกเจ้าไปเก็บของเถิด อย่าสนใจคนแบบนี้เลย” หลิ่งอ้ายโบกมือให้องครักษ์

“ข้าสัมผัสไปแล้ว ก้นนิ่มๆเด้งๆ” อ๋องหยวนเหว่ยกวงนั่งพึมพำกับมือตัวเองจนลืมจุดไฟ ไม่มีใครรู้ว่าเขานอนดมมือตัวเองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตลอดคืน 

ความคิดเห็น