facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 36.1k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ย. 2558 14:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่5
แบบอักษร

เมื่อมาถึงคอนโดทิวรีบตรงเข้าไปในห้องเพื่อจะนอน.   เพราะอาการปวดเมื่อยตามร่างกายเริ่มรุมเร้า    พอมาถึงเตียงทิวล้มตัวนอนโดยไม่สนใจวายุที่เดินตามหลัง

              "...แล้วอย่างนี้ยังดื้อจะอยู่ที่ห้างต่ออีกนะมึง". วายุพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียน

ก่อนจะเดินมาหาทิวที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าผืนหนา

              "ลุกขึ้นมากินยาก่อนแล้วค่อยนอน". วายุดึงผ้าห่มออกจากหน้าทิวแล้วดึงแขนให้ร่างบางลุกขึ้นมากินยา

              "อืมมม.  กูไม่อยากกินยา.  มันขม". ทิวตอบเตรียมตัวซุกเข้าผ้าห่มอีกรอบ

 

   พรึบ~

 

คราวนี้วายุกระชากผ้าห่มออกเพื่อไม่ให้ทิวเอามาครุมหน้า.   ร่างบางเบะปากทำหน้าบึ้นนิดๆด้วยความไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่จึงลุกขึ้นมากินยาแต่โดยดี

 

   2:00

 

ช่วงเวลาดึกๆร่างกายของทิวเริ่มร้อนขึ้นจนวายุต้องตื่นมาค่อยเช็ดตัวป้อนยาอยู่เป็นประจำจนเกือนสว่าง

 

              "อืมมม~"

เปรือกตาของทิวค่อยๆเปิดออกทีละนิดกระพลิบตาสองสามที่เพื่อปลับแสง.   เมื่อทิวพยายามจะลุกขึ้นก็ต้องชะงักเพราะแขนแกร่งของวายุที่โอบรัดรอบเอวบางไว้    ทิวมองหน้าคมของวายุที่กำลังหลับสนิดอยู่ใกล้ๆ

 

              //มึงนี่ก็หล่อดีนะ.   ถ้าไม่ติดตรงที่มึงเลวอะ.   แต่ว่า...ทำไมมึงต้องมาทำกับกูแบบนี้ด้วยวะ.   กูไม่เข้ามึงเลยจริงๆ//

 

ทิวคิดในใจพลางเอานิ้วเรียวยาวเกลี่ยใบหน้าคมของคนนอนหลับข้างๆไปด้วย.   วายุที่ตื่นตั้งแต่ทิวคิดจะลุกออกไปก็แกล้งหลับหวังจะกอดร่างบางไว้.   เมื่อถูกนิ้วเรียวยาวเกลี่ยเล่นไปตามโครงหน้าเขาก็อดจะยกยิ้มมุมปากไม่ได้    เมื่อทิวเห็นร่างแกร่งที่นอนหลับอยู่ยกยิ้มก็รีบดึงมือกลับทันที

              "เฮ้ย!   นี่มึงแกล้งหลับหรอ".  ร่างบางถามออกมาเสียงเข้ม

              "หึหึ   มึงมาเกลี่ยหน้ากูเล่นแบบนี้คิดอะไรกะกูรึเปล่าเนี่ย?".  ร่างแกร่งเลิกคิ้วถาม

              "บะ.  บ้ากูจะไปคิดไรกะมึง...ไม่มีวัน"

เมื่อพูดจบทิวก็รีบลุกไปเข้าห้องน้ำทันทีเพื่อปิดปังใบหน้าที่ร้อนผ่าวที่เนิ่มขึ้นสีระเรื่อเพราะคำพูดของร่างแกร่งเมื่อกี้

              //นี่กูเป็นอะไรไปเนี่ย.  แม่งทำไมหน้ากูร้อนๆแบบนี้วะ//

 

ทิวหมุนตัวเองเพื่อจะสำรวจร่างกายที่ผิกปกติ   ใบหน้าที่ร้อนผ่าวขึ้นสีแดงระเรื่อมือบางจับลูปแก้มตัวเองเบาๆ

              //กูต้องเป็นไข้หนักแน่ๆเลย.  ใช่...กูต้องเป็นไข้หนัก//

 

เมื่อคิดอย่างนั้นแล้วทิวจึงลงมืออาบน้ำทันที    ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆร่างกายที่ท้อนบนเปลือยเปล่าข้างล่างมีผ้าเช็ดตัวผืนเล็กปกปิดเกี่ยวเอวบางหรวมๆ

วายุนั่งพิงอยู่ตรงหัวเตียงมองคนตรงหน้าไม่วางตา.   ผิวขาวสะอาดตาแต่งแต่มด้วยรอยรักที่เขาทำไว้จางๆ.   จุดเล็กๆสองจุดกลางยอดอกที่ชวนให้ลิ่มลอง   ขาเรียวยาวเนียนสวยประกอบกัลผมสีน้ำตาลเข้มที่เปียกกับน้ำที่เกาะตามร่างกาย.   ยิ่งดูยิ่งเพลินตา

 

ในขณะที่ทิวกำลังเช็ดผมอยู่นั้นก็เหลือบไปเห็นสายตาของวายุที่มองมาที่ตน.   ตากลมโตเบิดกว่างรีบหันไปมองหน้าเจ้าของสายตาเจ้าเลห์ที่ดูเหมือนจะแกล้งเขามากกว่า

              "มึงมองอะไร"  ทิวถามเสียงกดต่ำ

              "ทำไม.  กูจะมองหุ่นเมียกูไม่ได้รึไง"  วายุยกยิ้มมุมปาก

หน้าของทิวเริ่มแดงจนถึงใบหูที่ไม่รู้ว่าเพราะความโกรธหรือความเขินอาย

              "ไอ้วายุมึง!". ทิวพูดพร้อมกับชี้หน้าวายุ

              "กูอายุมากกว่ามึง.  เพราะฉนั้นอย่างมาขึ้นมึงขึ้นกู   เพราะกูไม่ชอบ"

ร่างแกร่งพูดดุออกมาด้วยสายตาเอาจริง.   จึงทำให้ทิวชะงักไป

วายุลุกจากเตียงคว้าผ้าเช็ตตัวแล้วเข้าห้องน้ำไป.   ปล่อยให้ทิวยืนอยู่กับความโกรธของตัวเองแบบอึ่งๆ

 

พอทั้งสองแต่งตัวทานอาหารเสร็จก็พากันลงมาที่รถโดยมีลูกน้องของวายุยืนรอเปิดประตูให้อยู่

             "วันนี้มึงเลิกเรียนกี่โมง".  วายุพูดในขณะที่อยู่ในรถแล้ว

             "ถามทำไม?"

             "กูจะให้คนไปรับ"

ทิวหันไปมองหน้าวายุแบบงงงัวก่อนจะตอบ

             "ไม่ต้อง!   กูจะกลับบ้าน"

             "มึงคิดว่ามึงเป็นใครห๊ะ. คิดว่ากูจะปล่อยมึงไปงั้นหรอ?"

วายุพูดเสียงเข้ม.   ทิวหันมามองอีกครั้งด้วยสายตาเคืองๆ

              "แล้วมึงต้องการอะไรจากกู   ตัวกูก็ได้ไปแล้ว.   แล้วมึงจะเอาอะไรอีก!".  ทิวพูดขึ้นน้ำเสียงเหลืออด

              "หึ   กูไม่ต้องการอะไรจากมึงหรอก. กูแค่อยากได้จากพ่อมึงมากว่า"

เมื่อวายุพูดแบบนั้นทิวก็อดจะสนใจไม่ได้    

              //ทำไมคนคนนี้ถึงพูดแบบนั้น.  เขารู้จักป๊าด้วยหรอ?//

 

ทิวนั่งจ้องหน้าวายุอยู่พักนึงก่อนจะตัดสินใจถามขึ้น

              "นี่มึงรู้จักป๊ากูได้ไง.  แล้วมึงเป็นใคร.  แล้วคิดจะทำอะไรกับป๊ากู"

ทิวยิงคำถามเป็นชุดด้วยความเป็นห่วงกลัวร่างแกร่งตรงหน้าจะทำอะไรไม่ดีกับป๊าของเขา

              "มึงไม่ต้องรู้หรอก.  แค่มึงนอนครางให้กูฟังอย่างเดียวก็พอ".  รอยิ้มที่แสนร้ายกาจถูกส่งออกมาจากใบหน้าที่หล่อคมจนคนที่มองอยู่รู้สึกกลัว

 

   บ้านมัสธณา

 

   ปั่ง!!!

 

เสียงวางเอกสารดังขึ้นภายในห้องทำงานของชายสูงวันที่ดูภูมิฐาน.   วันนี้เขาสั่งให้ลูกน้องไปตามหาลูกชายคนเล็กของบ้านที่จู่ๆก็หายตัวไป.   เขาพยายามหาจนทั่วทุกที่ที่คิดว่าลูกชายตัวเองจะไป.   ทั้งถามเพื่อนตามหาที่มหาลัยเบอร์ติดต่อทำทุกอย่างที่ทำได้ไปจนหมดแล้วแต่ก็ไม่พบ

 

    ก็อกๆ

 

จู่ๆเสียงเคราะประตูก็ดังขึ้นทำให้ชายสูงวัยหลุดจากความคิดตัวเองเงยหน้าขึ้นมองที่ประ

              "เข้ามา"

สิ่นเสียงคนข้างนอกก็เปิดประตูเข้ามาแล้วก่มหัวให้เจ้านาย

              "มีคนส่งสิ่งนี้มาให้ครับ"

ลูกน้องคนสนิทชายสูงวัยยืนซองที่น้ำตาลให้ผู้เป็นนาย.   ชายสูงวัยไม่รอช้าเปิดซองออกดูว่ามีอะไร

              "CD...". เขาพึมพำเล็กน้อยก่อนยืนCDให้ลูกน้องเปิด

              "อะ...อ่าา...พะ...พอ...พอแล้ว.   ...กะ...กูยอมแล้ว..." 

 

ร่างบางที่เขาตามหาตอนนี้กำลังอยู่ในCDที่เต็มไปด้วยทบรักเร้าร้อนละหว่างร่างบางกับใครอีกคนนึง

              "ปิด!   ฉันบอกให้ปิด!!!"

ชายสูงวันสั่งลูกน้องเสียงดังลั่น

ความเครียดที่มีอยู่แล้วกับเพิ่มขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว.   มือมั้งสองข้างประสานเข้าหากันถูกยกขึ้นมาทาบกลางหน้าผากคุ่นคิดถึงสิ่งที่เห็น.   ชายสูงวันไม่รู้ว่าคนในคลิปเป็นใคร.   แต่กล้ามากที่มาทำกับลูกชายคนเล็กของเขาแบบนี้    ความคิดของคนเป็นพ่อตอนนี้คือเอาลูกชายกลับมาให้ได้แล้วจัดการเก็บมันซะ.   เมื่อคิดขึ้นได้ก็กดโทนศัพท์หรูโทรออกไปยังปรายทางรอสักพักคนปราบสายก็รับโทนศัพท์

              "...ฉันอยากให้แกกลับมาเมืองไทยสักพักนึง.  มีธุระที่อยากให้แกช่วยจัดการ"

 

   มหาลัย

 

รถหรูเครื่อนที่มาจอดหน้ามหาลัยที่ทิวเรียนอยู่    ร่างบางเปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปสายตาของคนในมหาลัยต่างพากันมองเป็นตาเดียวมาที่ร่างบาง

              "เลิกเรียนแล้วกูจะให้คนมารับ"

              "เออ"

ทิวตอบรับในรำคอแค่นั้นแล้วรีบเดินเข้าตึกทันที

พอมาถึงห้องเรียนเพื่อนๆในกลุ่มต่างก็พากันหันมามองเป็นตาเดียวก่อนจะพากันเดินมาหาร่างบาง

              "เฮ้ย.  เมื่อวานหลังจากเลิดเรียนลูกน้องพ่อมึงมาถามหามึงกะพวกกูอะ.   นี่มึงไม่ได้กลับบ้านใช่ปะ"

เพื่อนในกลุ่มคนนึงถามด้วยความสงสัย

              "เออ.  กูไม่ได้กลับบ้าน"

              //แม่งงง.  จะให้กูกลับได้ยังไง.   ในเมื่อมีหมาค่อยจ้องจะเล่นงานกูอยู่เนี่ย//

              "ถ้างั้นแล้วมึงไปยุไหนมา?". เพื่อนในกลุ่มถามขึ้น

              "เอ่อ..."  ร่างบางของทิวมีท่าทีอึดอัดนิดนึงก่อนจะคิดหนัก

              //แล้วพวกมึงจะเสือกเอาคำตอบอะไรจากกูนักหนาคราบบบ//

              "มันก็เรื่องของกูดิ"

ทิวตอบคำถามเพื่อนโดยคอยหลบสายตาทุกคนที่มองอยู่

               "เออ.  จำไว้มีไรไม่บอกกูนะ". เพื่อนคนเดิมในกลุ่มชี้หน้าแบบค่าโทษทิวเอาไว้     ทิวเหลือบมองนิดๆก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุยใหม่

              "เอ้อ!   แล้วไอ้กิ่งไปไหนเนี่ยกูยังไม่เห็นมันเลยตั้งแต่มา" 

ทิวรีบถามหาเพื่อนรักที่วันนี้ไม่มาเรียน.   เพื่อนๆในกลุ่มที่พึ่งสังเกตเห็นว่าร่างโปร่งไม่อยู่ก็หันซ้ายหันขวามองหาเจ้าของชื่อทันที

              "มันบอกว่ามันจะไปทำธุระกับพ่อมันที่ต่างประเทศสักสองสามวันวะ".  เพื่อนอีกคนพูดขึ้น.   เพราะเมื่อเช้าโทรไปหากิ่งมา

              "งั้นหรอ...".  ทิวถอยหายใจหนักๆออกมาอย่างนึกเสียดาย.   ทั้งๆที่คิดว่าจะได้เจอกันแต่ร่างโปน่งกับไม่อยู่    คิดแล้วก็นึกเสียดาย

              "เป็นไร.  ผัวไม่อยู่เนี่ยไม่ร่าเริงเลยไง"  เพื่อนคนแรกพูดล้อเลียนออกมา

ทิวที่ทนกับอาการปากหมามานานเลยลุกขึ้นเติมความสูงแล้ววิ่งไร้แตะกับเพื่อนทันที

 

หลังเลิกเรียนทิวก็ออกมารอตามที่วายุบอกจะให้ลูกน้องมารับ

เพียงไม่นานก็มีรถหรูราคาแพงมาจอดข้างๆทิว.   ประตูรถข้างคนขับค่อยๆเปิดออกให้เห็นร่างกายกำยำของแซมที่มารับทิวตามคำสั่งเจ้านาย

              "ผมขอโทษนะครับคุณทิว.  ที่ผมมารับช้า"

              "ไม่เป็นไรหรอก.  ฉันเองก็พึ่งออกมา"

เมื่อทิวว่าเสร็จลูกน้องของวายุก็เดินมาเปิดประตูรถให้     รถหรูเครื่อนที่ออกจากมหาลัยตรงไปที่คอนโดของวายุทั้นที

 

ในระหว่างทางกลับคอนโดทิวนั่งกอดอกสีหน้าเย็นช้า.   แต่เพราะเป็นพวกไม่ชอบความอึดอัดเลยหาเรื่องคุย

              "เออ.  นายชื่ออะไรอะ"

ชายรูปร่างกำยำคิ้วหน้าหน้าคมเข้มเงยหน้ามองกระจอกมองหลังก่อนจะตอบคำถามทิวด้วยน้ำเสียงเรียบ

              "ชื่อแซมครับคุณทิว"

              "แล้วอายุเท่าไหร่?"

              "เอ่อ..."   แซมรู้สึกอึดอัดไม่กล้าตอบคำถามทิว    เพราัทิวเป็นคนของเจ้านายตนเลยไม่กลัวพูดคุยด้วยมาดนัก    ร่างบางจ้องมองแซมที่ทำท่าทางอึดอัดก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมา

              "เออๆ   ช่างมันเถอะถ้ามันอึดอัดนักก็ไม่ต้องตอบ". ทิวพูดเพื่อบัดความลำคาร

              "เอ่อ   สามสิบกลางๆครับ"

เมื่อแซมเริ่มเห็นว่าเจ้านายอีกคนเริ่มมีอารมณ์จึงตัดสินใจบอก

              "เออ   ก็แค่เนี่ย   ทำยังกะกูจะไปเผาบ้านมึงงั้นแหละ" 

น้ำเสียงกะท่าทางของทิวแสดงออกมาเหมือนประชดคนตรงหน้าทำให้แซมอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มนิดๆ

เพราะหน้าของทิวที่บึ่งตึงปากเชิตรั้นทำหน้ายู่นิดๆมันน่ารักมาก    ยิ่งมองยิ่งเหมือนเด็ก

              //ให้ตายเถอะ   แม่งกวนตีนทั้งลูกน้องเจ้านายเลย//

 

ไม่กี่นาทีรถยนต์ขันหรูก็เคลื่อนที่มาจอดที่หน้าคอนโดทันที

ทิวรีบขึ้นลิฟท์เมื่อมาถึงที่ก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงทั้นที

              "เฮ้อออ   ทำไมกูต้องมาอยู่กับมึงด้วยวะ   แล้วมึงคิดจะทำอะไรป๊ากู..."

ทิวพึมพำกับตัวเองคุ้นคิดอยู่พักนึงแล้วค่อยลุกไปอาบน้ำ

 

   แกร็ก~

 

ร่างบางที่พาตัวเองออกมาจากห้องน้ำแล้วได้ยินเสียงอะไรในห้องครัวจึงเดินออกไปดู    เพราะคิดว่าเป็นวายุโดยมีผ้าเช็ตตัวผืนบางพันรอบเอวบางหลวมๆผืนเดียว

              "อ้าว   นายเองหรอ   ฉันคิดว่าวายุกลับมาแล้วซะอีกนะ"   ทิวพูดไปพร้อมใช้ผ้าเช็ดหัวไปด้วย

              "คุณวายุบอกคืนนี้จะไม่กลับครับ"   แซมตอบกลับน้ำเสียงเรียบพลางหลบหน้าทิวไปด้วย

              "เออ...ไม่กลับก็ไม่กลับดิ   คิดว่ากูอยากให้มันกลับรึไงล่ะ"   ทิวเองก็พูดพร้อมกับหลบหน้าลูกน้องวายุไปด้วย    เพราะกลัวจะจับได้ว่าเขามีพิรุธ

แต่ที่วายุไม่กลับคอนโดนเพราะถูกพ่อของทิวเรียกให้เข้าไปพบ    ก็คงไม่วายเป็นเรื่องของทิวกับเขาเป็นแน่    มีรึคนอย่าวายุจะไม่เข้าไปในเมื่อเข้าแผนเขาขนาดนี้

 

   บริษัทอรุงกร  มัสธณา

 

              "คุณมีอะไรจะคุยกับผมงั้นหรอครับ"   วายุนั่งลงตรงข้ามกับอรุงกรที่ทำสีหน้าบึ่งตึงแววตาว่ากำลังหงุดหงิดแค่ไหน

              "ผมก็แค่อยากจะคุยกับคุณเรื่องลูกชายของผม"   อรุงกรเปิดฉากทันทีโดยไม่รอช้า

              "เรื่องอะไรงั้นหรอครับ   ผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย"

วายุยังตีเนียนหน้าสื่อเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร    นั้นทำให้อารมณ์อรุงกรเริ่มที่จะครุกกรุ่นขึ้นมาบาง    แค่ด้วยความที่เป็นผู้ใหญ่จึงพยายามกดอารมณ์ใว้ให้ได้มากที่สุกเท่าที่จะทำได้

              "คุณไม่ต้องมาทำตีเนียน    คุณ เมฆเมคา แสงขจรโชค"

การเรียกชื่อเต็มๆแบบนี้แสดงว่าคนตรงหน้าต้องสืบประวัตเขามาเป็นอย่างดีแน่

              "แล้วยังไงละครับ   คุณอยากถามเรื่องอะไรกับผม   เรื่องที่ลีลาลูกคุณบนเตียงทำให้ผมถึงใจมั้ย   หรือเสียงครางที่เร้าอารมณ์มากขนาดไหน"   วายุพูดพร้อมยกยิ้มมุมปากเยาะเย้ย    อรุงกรเห็นท่าทางเยียบหยามของวายุก็อารมณ์ขึ้นจนทนไม่ไหว

 

   ปั่ง!!!

 

เสียงทุบโต๊ะทำงานอย่างแรงจนออกมานอกห้องทำให้พนักงานที่อยู่บริเวนนั้นหันไปมองทางห้องทำงานของอรุงกรเป็นตาเดียว

              "นี่คุณจะมากวนประสาดผมหรอ   ผมอุส่ากดอารมณ์ไว้สุดๆแล้วนะ!คุณเมฆเมคา" อรุงกรที่หมดความอดทนพูดออกมาด้วยอารมณ์ที่โมโหสุดๆ

              "หึ   นั้นมันก็เรื่องของคุณ   อ้อ   แล้วท่าจะให้ผมเลิกยุ่งกับลูกชายคุณ   ผมขอปติเสด...เพราะลีลาลูกชายคุณมันถูกใจผมมาก"

วายุไม่รอฟังคำพูดต่อไปที่อรุงกรจะพูด    แต่กลับเดินออกไปโดยทิ้งท้ายประโยคสุดท้ายไว้ให้ผู้เป็นพ่อเจ็บแสบเล่นๆก่อนเดินออกจากห้องทำงานไป    ทิ้งให้อรุงกรอยู่กับความอึ่งจนตัวชา    แต่เพียงชั่ววูปเท่านั้นก็ปรับอารมณ์ให้กลับมาก่อนจะต่อสายหาใครอีกคนที่รออยู่ที่บ้าน

อรุงกรถือสายรอไม่นานก็มีคนรับ

              "อืม   จัดการตามแบบฉบับของแกได้เลยฉันอนุญาต   แต่อย่าให้ทิวมันรู้เรื่องนี้นะ   แกก็รู้ว่ามันเป็นคนยังไง"

อรุงกรพูดธุระกับคนปรายสายต่ออีกสองสามคำแล้ววางสายไป

ความคิดเห็น