email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Please 9

คำค้น : Please nanaกะหอยทาก คุณหมอ หมอ แพทย์ น่ารัก อบอุ่นละมุน ใส่ใจ หวาน ฟินจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มิ.ย. 2562 21:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Please 9
แบบอักษร

 Please 9 

 

 

                เจ็บ

                ความรู้สึกแรกที่ลืมตาตื่นคือความเจ็บปวด ฉันลืมตาแล้วนอนนิ่งๆอยู่บนเตียงจะขยับก็ไม่ได้ ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วทั้งร่างแสงไฟสีขาวสะอาดจนแสบตา เพดานห้องสีขาว กลิ่นยาฆ่าเชื้อทำให้ฉันนึกอะไรหลายๆอย่างออก ฉันโดนรถชนที่หน้าร้านตอนที่จะเอาข้าวเที่ยงมาให้พี่วันแต่ก็มีรถพุ่งเข้ามาชนฉัน ความเจ็บปวดแผ่ไปทั้งร่าง ฉันไม่รู้อะไรเลยกระทั่งถึงโรงพยาบาลและเห็นหน้าพี่วัน ฉันจำไม่ได้ว่าพี่วันคุยอะไรด้วยแต่สิ่งที่พยายามเค้นเสียงบอกเขาไปตอนนั้นคือเจ็บ ฉันเจ็บมากจริงๆนะ มันเจ็บจนชาไปทั้งร่าง

                “วิว! ตื่นนานหรือยังเจ็บตรงไหนไหมครับ” เสียงพี่วันนี่?  ฉันอยากจะหันไปมองแต่มันปวดไปหมดทั้งร่างเลยขยับไม่ถนัด พี่วันเดินเข้ามาใกล้ฝ่ามือร้อนลูบที่เรือนผมเบาๆริมฝีปากร้อนกดลงที่หน้าผากอย่างแผ่วเบาเช่นเดียวกัน

                “หนูหิวน้ำ” ฉันเค้นเสียงบอกร่างสูงเท่าที่จะทำได้

                “ครับรอแปบหนึ่งนะ” พี่วันพูดอย่างใจเย็นฉันมึนๆเบลอๆเห็นหมอเดินเข้ามาสองคนจับนู่นแตะนี่แล้วถามอะไรไม่รู้ก่อนที่ฉันจะหลับไปอีก พอตื่นก็เห็นพี่วันนั่งอยู่ข้างเตียงตอนนั้นนั่นแหละฉันถึงทานน้ำได้ พี่วันป้อนข้าวป้อนน้ำเสร็จก็ให้ทานยาลดปวด

                “หนูไม่เป็นอะไรมากนะครับ แค่กระดูกแขนร้าว มีแผลที่ขาแค่นั้นนะแขนนี่พี่ให้อาหมอดูแลอาเลยเข้าเฝือกให้” พี่วันอธิบายให้ฟังช้าๆ ฉันเองก็พยักหน้ารับรู้ แต่เหมือนมันจะเข้าหูซ้ายทะลุออกทางหูขวาอย่างนั้นเลย

                “หนูอยากเข้าห้องน้ำ” ฉันบอกพี่วันอายๆ แต่มันก็ทนไม่ไหวแล้วเลยต้องเอ่ยบอกสงสัยจะดื่มน้ำเยอะเกินไป

                “อ้อ ครับ มาพี่ช่วย” พี่วันประคองให้เดินไปเข้าห้องน้ำอย่างยากลำบากด้วยแขนที่เข้าเฝือกข้างหนึ่งทำให้ลำบากอยู่เล็กน้อยในช่วงที่จะถอดกางเกงแต่จู่ๆก็มีมือหนายื่นเข้ามาช่วย เขินก็เขินนะแต่ในเมื่อคนช่วยไม่เขินฉันเองก็จะไม่เขินเหมือนกัน

               

                สองสัปดาห์ที่ผ่านมาพี่วันดูแลฉันอย่างดี แม้ช่วงกลางวันเขาจะไปทำงานแต่พอกลับมาเขาก็จะคอยดูแลฉันอย่างดีไม่มีที่ติ แผลต่างๆเริ่มดีขึ้นแต่นานหน่อยก็จะเป็นเฝือกที่ท่อนแขนนี่แหละเมื่อไหร่จะได้เอาออกไม่รู้ ฉันจะทำอะไรก็ไม่ถนัดบางทีก็รู้สึกหงุดหงิด แต่ยังดีที่พี่วันชอบหาเรื่องมาชวนคุยและปลอบให้ใจเย็นลงหลังๆมาเลยดีขึ้นไม่งอแงเรื่องเฝือกที่แขนแล้วล่ะ

                “วิว”

                “คะ?” ฉันที่เพิ่งขยับนั่งบนเตียงหันไปมองตามเสียงเรียก พี่วันเดินเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับถือโทรศัพท์ไว้ในมือ

                “พี่ต้องกลับบ้าน แม่อยากเจอหนูด้วยนะกลับพร้อมพี่นะครับ” กลับบ้านอย่างนั้นเหรอ บ้านที่มีพ่อกับแม่เขาใช่ไหม ถ้าอย่างนั้น

                “ไม่เป็นไรค่ะพี่กลับเลย”

                “วิว” อีกฝ่ายเรียกชื่อเสียงอ่อน ความกังวลฉายชัดในแววตาเขา

                “หนูอยู่ได้จริงๆนะ พี่ไม่ต้องห่วงหนูนะคะพี่กลับบ้านได้เลย” ฉันยืนยันด้วยน้ำเสียงจริงจัง

                “เฮ้อ ก็ได้ งั้นพี่ออกไปเลยนะ แม่รอทานมื้อเช้าหนูก็ต้องทานข้าวนะจะได้ทานยาพี่ซื้อข้าวมาไว้ให้แล้วถึงแล้วพี่จะโทรหาตกลงไหม”

                “ค่ะ”

                “รักหนูนะ” พี่วันเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับกดจูบลงบนหน้าผากแน่นๆแล้วผละออกไป ฉันมองร่างสูงที่เดินออกจากห้องด้วยหัวใจชาๆ ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกัน ฉันอาจจะเห็นแก่ตัวเกินไปที่ใจอยากจะรั้งให้เขาอยู่ด้วยไม่อยากให้เขาไปไหน แต่ก็ต้องทำความเข้าใจใหม่เพราะนั่นคือครอบครัวเขา คือพ่อและแม่ของเขาฉันจะไปเอาแต่ใจไม่ได้ หลังจากพี่วันออกจากห้องไปเกือบครึ่งวันเขาก็โทรกลับมาพร้อมกับถามไถ่ว่าเป็นยังไงบ้างทานข้าวหรือยังทานยาหรือยังและเมื่อได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจเขาถึงได้วางสายไป ส่วนฉันก็เอาแต่นั่งๆนอนๆอยู่ครึ่งค่อนวันก็ออกอาการเบื่อจึงเดินลงมาเล่นที่ชั้นล่างกับพนักงานทั้งสาม อย่างน้อยก็ไม่ต้องเหงาคนเดียวนั่นแหละ

                “วันนี้ทุกคนกลับได้เลยนะ เหนื่อยมาหลายวันแล้ว” ฉันบอกกับพนักงานของร้านเมื่อถึงช่วงเย็นใกล้เวลาร้านปิดช่วงนี้ไม่ใช่เทศกาลลูกค้าเลยไม่ได้เยอะจนขนาดที่ไม่ได้พักแต่ก็ยังมีเข้ามาเรื่อยๆนั่นแหละ

                “งั้นพวกเราเก็บร้านเสร็จก็ขอกลับเลยนะคะ”

                “ได้จ๊ะ เหมือนฝนจะตกเลยด้วยรีบกลับบ้านกันนะ”

                “ค่าพี่” ฉันมองเด็กทั้งสองเก็บร้านช่วยกันอย่างขยันขันแข็ง สิ้นปีคิดว่าต้องมีโบนัสให้แล้วล่ะทำงานกันเก่งขนาดนี้ ฉันมองดาวกับเฟื่องด้วยรอยยิ้มก่อนจะก้มหน้าเคลียบัญชีร้านต่อจนเสร็จ ภายในร้านที่คราแรกดูสว่างไสวแต่ตอนนี้มีเพียงไฟสีส้มทองเท่านั้นที่กำลังส่องสว่างอยู่ภายในร้าน ด้านนอกนั้นยังมีรถวิ่งไปมาไม่ขาดสาย เฮ้อ น่าเบื่อจัง และเพื่อเป็นการลดอาการฟุ้งซ่านพวกนี้ฉันควรจะรีบกลับขึ้นไปบนบ้านพักแล้วดูซีรีย์อย่างเมื่อก่อน ใช่ต้องอยู่ให้ได้สิในเมื่อก่อนก็ยังอยู่ได้ตอนนี้ก็ต้องอยู่ให้ได้

                ใช้เวลาไม่นานก็ดึงผ้าม่านลงจนหมดล็อคประตูหน้าต่างอย่างแน่นหนาก่อนจะก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ถึงเวลาพักผ่อนของฉันแล้วสิ ซีรีย์เรื่องโปรดถูกเปิดขึ้นมาพร้อมกับมือที่กำลังใส่กล่องข้าวสำเร็จรูปเข้าไปในไมโครเวฟ ห้านาทีสำหรับการอุ่นมื้อเย็นฉันทยอยขนอาหารเครื่องดื่มผลไม้และขนมไปที่โซฟาห้องรับแขกเพื่อทานมื้อเย็นและดูซีรีย์ไปพรางๆ

                นั่งดูซีรีย์ได้สักพักโทรศัพท์ที่เคยเงียบก็ส่งเสียงร้องดังขึ้นฉันชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าจะรับสายดีไหมแต่พอสายตัดไปแล้วโทรกลับเข้ามาใหม่ฉันจึงเอื้อมมือไปรับสายที่โทรเข้ามา

                (ทำอะไรอยู่ครับ) ปลายสายคือพี่วัน และเขาก็กำลังถามฉันเหมือนอย่างทุกวันด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

                “ทานข้าวค่ะ แล้วก็ดูซีรีย์ไปด้วยสนุกมากเลย” ฉันเล่าโดยที่ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายถาม

                (งั้นเหรอ? // แม่ๆ แม่ขอคุยกับน้องด้วย) เสียงที่แทรกเข้ามาฉันได้ยินไม่ชัดเท่าไหร่ไม่รู้ว่าพี่วันอยู่ที่ไหนกันแน่ทำไมถึงมีเสียงแทรกซ้อนเข้ามาให้ได้ยิน

                (วิวครับ)

                “คะ?”

                (มีคนอยากคุยด้วย คุยกับแม่หน่อยนะเดี๋ยวพี่กลับมาคุยต่อขอไปเอาน้ำก่อน)

                “พี่วัน...” ฉันเรียกปลายสายเสียงดัง จะให้คุยกับใครนะแม่เขาอย่างนั้นเหรอบ้าไปแล้วเจอก็ยังไม่เคยเจอแล้วนี่อะไรจะให้ฉันมาคุยกับแม่เขาอีก ให้เวลาฉันเตรียมตัวหน่อยได้ไหม

                (ฮัลโหลลูก น้องวิวได้ยินแม่ไหมลูก)

                “ดะ ได้ ได้ยินค่ะ สวัสดีค่ะคุณป้า”

                “ป้าเป้ออะไรกันล่ะลูก เรียกแม่แบบที่พี่เขาเรียกก็ได้ แล้วนี่แขนเป็นยังไงบ้างตาวันเพิ่งบอกแม่ว่าหนูประสบอุบัติเหตุ” แม่พี่วันรัวถามมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

                “ดีขึ้นแล้วค่ะ สัปดาห์หน้าคุณหมอก็นัดไปดูแขนแล้วค่ะ ส่วนแผลก็ล้างทุกเช้า” ที่จริงไม่ได้ไปล้างที่ไหนหรอกเพราะพี่วันเขาจะล้างให้ทุกวันด้วยตัวของเขาเอง ฉันเองก็เกรงใจแต่ก็ขัดคนเอาแต่ใจอย่างพี่วันไม่ได้ เห็นแบบนั้นขี้งอนและเอาแต่ใจเหมือนกันนะ แต่ท้ายที่สุดคนเอาแต่ใจอย่างเขาก็ยอมตามใจคนอย่างฉันอยู่ดี

                (ดีแล้วลูก อ้อ วันนี้แม่ไม่บังคับให้พี่เขาค้างด้วยแล้วนะเดี๋ยวจะให้กลับไปดูแลหนู) อ้าว? แบบนี้ก็ได้เหรอ

                (เดี๋ยวสักพักก็จะให้กลับแล้วล่ะ นั่นไงแม่บอกพี่เขาก่อนนะลูก ตาวัน กลับไปอยู่เป็นเพื่อนน้องได้แล้วมันดึก // อ้าว ไหนบอกไม่ให้กลับไงครับ// แม่เปลี่ยนใจแล้ว น้องอยู่คนเดียวแม่เป็นห่วง ไปกลับไปได้แล้ว หรือจะให้คนขับรถไปส่ง)

                (วิว...)

                “คะ?” เสียงพี่วันเอ่ยเรียกหลังมีเสียงกุกกักดังขึ้น

                (พี่กำลังกลับบ้านนะ อย่าเพิ่งนอนล่ะ) บอกแค่นั้นก็ตัดสายไปทันที

                “อะไรของเขากัน” ฉันพึมพำอย่างไม่เข้าใจแต่มุมปากยกยิ้มน้อยๆรู้สึกอบอุ่นในใจอย่างบอกไม่ถูกแค่คิดว่าคืนนี้ไม่ต้องทนนอนคนเดียวแล้วหัวใจก็อุ่นวาบทันทีเลยล่ะ

                เที่ยงคืนนิดๆพี่วันกลับมาถึงบ้าน เอ่อ บ้านฉันนี่แหละเขาโทรมาบอกว่าถึงแล้วแต่ไม่ต้องลงไปเปิดประตู เพราะเจ้าตัวเปิดประตูเข้ามาเองแล้วก็นะเขาน่ะมีกุญแจบ้านฉันส่วนฉันเองก็มีกุญแจบ้านเขา พี่วันเดินขึ้นมาถึงห้องนอนเมื่อเจอเขาฉันก็เอ่ยถามด้วยความเคยชินทันที

                “ล็อคบ้านหรือยังคะ”

                “ล็อคแล้วครับ” พี่วันเดินเข้ามาใกล้ยืนตรงหน้าฉันนั่งที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงนอน เขาไม่พูดอะไรเลยเอาแต่ยืนนิ่งจนเป็นฉันเสียเองที่ต้องเงยหน้าขึ้นมองเขา

                “มี...” เสียงฉันขาดหายไปเมื่อใบหน้าหล่อโน้มต่ำลงมาจนริมฝีปากเราทั้งสองแนบชิดกัน ริมฝีปากร้อนขยับอย่างเชื่องช้าฝ่ามือร้อนยกประคองที่แก้มข้างหนึ่งก่อนจะค่อยๆผละออกห่างเมื่อพอใจ

                “กลับมาแล้วครับ” พี่วันกระซิบบอกเสียงนุ่ม ฉันยิ้มบางๆพยักหน้ารับ

                “ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ”

ความคิดเห็น