อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ไรต์คนอืด ไรต์คนกาก ชาติหนึ่งมาอัปต่อที

Chapter 11 : ห้วงราคะ

ชื่อตอน : Chapter 11 : ห้วงราคะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14k

ความคิดเห็น : 195

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2562 02:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 11 : ห้วงราคะ
แบบอักษร

Chapter 11

:: ห้วงราคะ [Lost my mind] ::

 

 

Shit!!

 

ร่างสูงเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะเมื่อหมีน้อยข้างกายยกขาขึ้นมาพาดตัวเขา เขาจะไม่หัวเสียขนาดนี้เลยถ้าหากขาเรียวภายใต้กางเกงนอนขายาวนั่นจะไม่วาดทับส่วนกลางกายเขาอย่างเหมาะเจาะแบบนี้!

 

ให้บอกว่าจงใจเขาก็เชื่อเถอะ

 

และก่อนที่ชายหนุ่มจะได้แงะเจ้าโคอาล่าน้อยออกจากตัวก็ดูเหมือนว่ามังกรน้อยที่ไม่น้อยของเขามันจะมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วจนตื่นตัวขึ้นมาเสียก่อน

 

เฮลได้แต่ก่นด่าตนเองอยู่ภายในใจขณะที่ร่างกายแข็งแกร่งนั้นเริ่มร้อนรุ่มราวกับไฟสุม แม้ว่าเขาจะพยายามห้ามความคิดตัวเองแล้วแต่ภาพร่างกายบอบบางที่เปลือยเปล่าอยู่ใต้สายน้ำก็ผุดขึ้นมาในหัวจนทำให้บางส่วนของเขาฮึกเหิมเสียยิ่งกว่าเดิม

 

ร่างบางที่เขาพิสูจน์มาแล้วถึงสองครั้งสองคราว่ามันนวลเนียนลื่นมือขนาดไหนยามได้สัมผัส ยิ่งเมื่อประกอบกับใบหน้าเปื้อนน้ำตาและเสียงร้องครางเครือปฏิเสธบทรักของเขายิ่งทำให้ร่างน้อยดูน่ารังแกยิ่งขึ้นไปอีก

 

อยากจะบ้า… เฮลอยากจะเป็นบ้ามันเสียตรงนี้

 

หากเขายังนอนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ให้อีกคนกอดอยู่แบบนี้ ไม่เกินสองนาทีเขาคงหน้ามืดจับอีกคนปล้ำอย่างแน่นอน

 

ชายหนุ่มค่อย ๆ ทำใจแข็งเอื้อมมือไปจับแขนขาที่พาดอยู่บนตัวเขาออก วินาทีที่เขาได้สัมผัสผิวเนียนของคนขี้เซา เฮลก็รู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าเล็ก ๆ ช็อตเข้ากับมือตัวเองพร้อมกับลมหายใจที่ขาดห้วงเพราะความนุ่มมือที่ได้สัมผัส

 

เขากลั้นใจอุ้มร่างบางขึ้นมาแนบอกก่อนจะปล่อยอีกคนลงที่เตียงฝั่งของเจ้าตัวอย่างเบามือ แต่ยามเมื่อเขาวางอีกคนลงนั้น ชายหนุ่มก็จำต้องโค้งตัวลงไปจนสุดเพื่อไม่ให้เป็นการโยนร่างนี้ทิ้งจนเจ้าของร่างตื่น และนั่นเองที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องพบเจอกับอุปสรรคอีกด่านเข้าจนได้

 

ซอกคอหอมกรุ่นถูกเปิดเผยล่อตาล่อใจอยู่ตรงหน้า หลอกล่อให้ราชสีห์หนุ่มเข้าไปเล้าโลม กลิ่นกายหอมหวานคละคลุ้งไปทั่วตัวคล้ายจะกระชากเอาสติที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของคนตัวสูงให้หายลับ

 

เฮลสติพร่าเลือนราวกับถูกมนต์สะกด ก่อนที่ภาพของลำคอระหงจะค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ

 

จมูกโด่งเป็นสันค่อย ๆ แตะลงที่ลำคอขาวผ่องก่อนจะสูดกลิ่นหอมที่ทำให้เคลิ้มเมาราวกับกำลังเสพยาเสพติด ริมฝีปากหนาจรดจูบลงไปเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ และเล็มขบเม้มอย่างขาดสติ

 

ผิวขาวจัดที่ไม่ว่าจะลากริมฝีปากแตะลงตรงไหนก็เปลี่ยนเป็นสีแดงจางไปเสียหมดทำให้เฮลขบเม้มมันแรงขึ้นอย่างมันเขี้ยว

 

ร่างกายที่งดงามราวกับผลงานชิ้นเอกจากสรวงสวรรค์เช่นนี้ ผู้ชายที่ไหนได้โอกาสก็คงอยากจะกระทำย่ำยีให้แปดเปื้อน อยากทำให้ร่างน้อยนี้ออดอ้อนวอนขอบทรักยามเมื่อนอนทอดกายอยู่เบื้องล่าง

 

เฮลนั้นควบคุมตนเองไม่ได้เสียยิ่งกว่าคนเมา ร่างกายที่เขาได้สัมผัสอยู่นี่ช่างแสนวิเศษราวกับยาเสพติดชั้นดีที่ยิ่งเสพยิ่งถลำลึก

 

มากกว่านี้… ลึกลงไปกว่านี้…

 

เขาต้องการมากกว่านี้…

 

“อ…อื้อ…” เสียงผะแผ่วของเจ้าของเรือนร่างที่กำลังถูกคุกคามดังขึ้นมาเบา ๆ แม้ว่าเจ้าตัวจะยังตกอยู่ในห้วงนิทรา ร่างบางหดคอหนีเจ้าสัมผัสแปลกประหลาดหวังว่าจะให้อะไรก็ตามที่ไต่ตอมอยู่บินหนีไป แต่กลับกลายเป็นการเปิดทางให้ร่างสูงได้บุกไปสำรวจซอกคออีกด้านแทน

 

ใบหน้าคมซุกไซ้อยู่ตรงลำคอระหงเริ่มรุนแรงขึ้นจนเรียกสติของคนถูกตัวบางให้เริ่มกลับคืนมา แต่เสียงครางงึมงำของร่างบางนั้นไม่ได้ทำให้เฮลคิดจะหยุดแต่อย่างใด ตรงกันข้ามมันกลับทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นราวกับกำลังสวมบทโจรหื่นย่องเข้ามาลักหลับคุณหนูคนสวย

 

“ฮื้อ…”

 

เสียงหวานครางฮือเมื่อรู้สึกถึงมือเย็นเยียบที่ไต่เข้ามาลูบวนไปทั่วหน้าท้องบาง ปัดผ่านแอ่งสะดือเล็กก่อนจะไปหยุดบีบขยำเอวบางที่คอดเข้าพอดีมืออย่างเมามัน ริมฝีปากร้อนจัดก็เริ่มไล้ต่ำลงไปเรื่อย ๆ จนถึงกระดูกไหปลาร้าที่วันนี้ดูเซ็กซี่เป็นพิเศษ

 

มือใหญ่ค่อย ๆ รั้งชายเสื้อนอนตัวบางขึ้นมาจนกระทั่งแผ่นอกขาวผ่องปรากฏให้เห็นตรงหน้า ยอดอกเล็กสีชมพูตูมเต่งราวกับดอกไม้ทำให้เขารู้สึกตาพร่าไปชั่วขณะ

 

ดอกไม้ดอกเล็กขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจของนางฟ้าตัวน้อย ก่อนที่แผ่นอกนั้นจะหยุดเคลื่อนไหวไปชั่วครู่เมื่ออาคันตุกะร้อนรักเข้ามาทักทาย ปากหนาอ้าครอบส่วนสีชมพูเข้าไปทั้งหมดก่อนจะไล้ลิ้นโลมเล้าลามเลียเสียจนดอกไม้งามนั้นเปียกชุ่ม

 

แทบจะในวินาทีนั้นเองที่คนถูกเอาเปรียบลืมตาโพลงขึ้นมาท่ามกลางความมืด สิ่งแรกที่เขารู้สึกได้หลังจากได้สติคือความรู้สึกซ่านสั่นไหวอยู่ภายในกาย ก่อนที่ร่างบางจะร้องออกมาเบา ๆ เมื่อยอดอกของตนถูกขบกัดจากบุคคลปริศนาที่สัมผัสร่างเขาอย่างคุ้นเคย

 

“อ๊ะ!”

 

มือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นมาดันไหล่หนาออกโดยอัตโนมัติ ก่อนที่แก้มใสจะแดงปลั่งราวกับสตรอว์เบอร์รี่สุกเมื่อพบว่าคนที่กำลังเล่นสนุกกับยอดอกเขาก็คือสามีของเขาเอง

 

แม้ว่าจะไม่มีแสงไฟภายในห้องช่วยส่องสว่างแต่แสงจันทร์ในคืนพระจันทร์เต็มดวงที่สาดส่องเข้ามาก็ทำให้เขามองเห็นรายละเอียดทุกอย่างได้ชัดเจนไม่ต่างกับยามเปิดไฟ

 

ร่างบางพิศดูใบหน้าของเฮลเพียงครู่เดียว หัวใจดวงน้อยก็กระตุกพร้อมกับรู้สึกแปลกประหลาดแบบที่ไม่เคยพบเจอ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือใบหน้าคมคายที่แดงก่ำและลมหายใจเข้าออกรุนแรง แต่ดูเหมือนว่าแค่นั้นจะทำให้เขาแปลกใจไม่พอ เพราะดวงตาเร่าร้อนนั้นเอาแต่จ้องมองริมฝีปากของเขาไม่วางตา

 

“พ…พี่เฮล… อื้ออออ”

 

ยังไม่ทันที่คนตัวบางจะได้เอ่ยปากประท้วงไปมากกว่านั้น คนตัวโตกว่าก็ช่วงชิงโอกาสนั้นก้มลงมาใช้ริมฝีปากหนาปิดปากเขาจนแนบสนิท ลิ้นร้อนสบโอกาสแทรกเข้ามาในโพรงปากก่อนจะกวาดต้อนลิ้นเล็กและรุกล้ำไปทั่วเพื่อเก็บน้ำหวานจากปากเขาจนแทบหายใจไม่ทัน

 

เฮลผละริมฝีปากออกเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะโฉบลงมาช่วงชิงลมหายใจของฟองเบียร์อีกครั้ง ริมฝีปากหนาตักตวงเอาความหวานจากภายในและจูบย้ำอยู่เช่นนั้นจนริมฝีปากเล็กบวมเจ่อถูกเคลือบใบด้วยน้ำสีใส ขณะที่มือหนาซุกซนก็เลื่อนไปขยี้เม็ดบัวที่ประดับบนยอดอกของเขาจนเจ้าของร่างบางขนลุกซู่

 

มือบางบีบไหล่แกร่งจนแน่นและพยายามจะดันออกเมื่อลมหายใจหาดห้วง เมื่อปีศาจร้ายยอมผละออกไปก็ได้แต่นอนหายใจหอบสั่นสิ้นไร้เรี่ยวแรงราวกับถูกดูดวิญญาณ ดวงตากลมโตรื้นไปด้วยน้ำตา หยอกล้อแสงจันทร์วับวาวเช่นเดียวกับริมฝีปากอิ่มที่แสนชุ่มฉ่ำ

 

“อื๊อ… พ พี่เฮล… จะทำอะไร… ครับ…”

 

“อยู่นิ่งๆ”

 

“ฮื้อออ…”

 

เสียงหวานครางฮือเมื่อริมฝีปากร้ายฉกลงไปที่ยอดอกอีกข้าง ดูดเม้มส่วนนุ่มนิ่มจนมันแข็งสู้ลิ้นขึ้นมาในเวลาไม่นานก่อนจะย้ายไปเล่นกับอีกข้างคล้ายกับว่ากลัวมันจะน้อยใจ ส่วนมือใหญ่ก็เลื้อยไปฟอนเฟ้นทั่วร่างกายบางเหมือนหยุดไม่อยู่

 

มือบางเย็นเฉียบได้แต่กำผ้าปูที่นอนแน่นเมื่อไม่รู้จะไปวางตรงจุดไหน ยิ่งมองลงไปเห็นปากหนาขบเม้มยอดอกของตัวเองไปมาแล้วหน้าเขายิ่งเห่อร้อนจนแทบไหม้

 

เฮลหลงมัวเมากับร่างกายเขาจนไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น ยิ่งเมื่อเขาเอ่ยเรียกชื่อร่างสูงออกมายิ่งเป็นเหมือนตัวจุดอารมณ์ให้โหมกระพือ ร่างกายสั่นเทิ้มนั้นกระตุ้นให้แรงบีบเคล้นจากมือหนารุนแรงมากขึ้นจนทิ้งรอยสีแดงจางไปทั่วร่างกาย

 

ผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีแต่ความชำนาญของร่างสูงก็ทำให้เขาเคลิบเคลิ้มจนลืมสิ้นเสียทุกอย่างไป รู้ตัวอีกทีทั่วกายก็สัมผัสได้ถึงความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเสียแล้ว ร่างบางมองกายแกร่งเปลือยเปล่าที่เคลื่อนลงมาทาบทับเขาแล้วเม้มปากอย่างขัดเขิน ลอนกล้ามสวยงามที่อีกคนหมั่นออกกำลังกายรักษาไว้นั้นช่างสมบูรณ์แบบยิ่งกว่ารูปปั้นเทพโรมัน

 

ร่างบางหลับตาลงเพื่อหนีจากภาพที่แสนอีโรติกเบื้องหน้า ก่อนจะสะดุ้งนิด ๆ เมื่อมือหนาวางทาบลงที่สะโพกบาง บีบเคล้นเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนลงไปวางที่ต้นขาขาว ส่วนใบหน้าคมคร้ามก็เคลื่อนเข้ามาซุกไซ้ขบเม้มซอกคอขาวอย่างนุ่มนวล

 

วินาทีนั้นหัวใจดวงน้อยก็เต้นระรัวอยู่ภายในอก อยู่ดี ๆ ความวาบหวามที่ร่างสูงคอยปลุกปั้นก็เริ่มสั่นคลอนเมื่อมือหนาลากเลื้อยเข้าใกล้ทางรักมากขึ้น

 

ถึงแม้ว่าร่างสูงจะชำนิชำนาญเรื่องบนเตียงมากเพียงใด แต่ความจริงที่ว่าการร่วมรักครั้งก่อน ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นไปโดยที่ร่างบางไม่ยินยอมนั้นก็ไม่เปลี่ยนแปลง ซ้ำร้ายประสบการณ์โหดร้ายในคราวนั้นยังฝังลึกอยู่ในคราวทรงจำของคนถูกกระทำจนไม่สามารถหยุดคิดถึงมันได้

 

กายบางเริ่มสั่นจนควบคุมไม่ได้เมื่อร่างสูงแยกขาทั้งสองข้างของเขาออกจากกัน ร่างกายที่เคยร้อนรุ่มค่อย ๆ เย็นเยียบขึ้นเรื่อย ๆ แต่คนที่กำลังมัวเมาก็ไม่ได้สังเกต จนกระทั่งเมื่อนิ้วแกร่งสัมผัสเข้าที่ปากทางรักสีสวย ความหวาดกลัวทั้งหมดก็กอปรกันเป็นมวลใหญ่และระเบิดออกมาในที่สุด

 

“ยะ…อย่านะ!!”

 

“!!!” ใบหน้าคมคร้ามที่ซุกไซ้อยู่ตรงซอกคอขาวชะงักไปในทันทีที่ร่างกายที่เคยอ่อนยวบราวขี้ผึ้งลนไฟเกิดแข็งเกร็งขึ้นกะทันหันและเสียงหวานตวาดลั่นไปทั่วห้อง

 

ชายหนุ่มผละใบหน้าออกมา ก่อนจะพบว่าคนที่เคยเคลิบเคลิ้มกับรสรักนั้นนอนน้ำตาอาบหน้า ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มไปด้วยความกลัว

 

“ฮึก… ฮือ อย่า… อย่าทำผม …ฮึก ผมขอร้อง”

 

“…!!”

 

“ไม่ไหว… ฮึก มันเจ็บ ฮืออ”

 

เพียงแค่ได้เห็นชายหนุ่มก็ประจักษ์แก่ใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างบาง

 

เจ็บ… อย่างนั้นเหรอ…

 

นี่… ยังฝังใจกับครั้งก่อนอย่างงั้นสินะ

 

น้ำตาของร่างบางเปรียบเสมือนฝ่ามือหนัก ๆ ที่ตรงเข้ามาตบหน้าเขาให้ตื่นฟื้นได้สติ

 

ร่างบางสั่นเทิ้มจนน่าสงสาร ทุกส่วนของร่างกายแสดงออกถึงความกลัวกับบทรักที่คนเป็นสามีกำลังจะมอบให้

 

เมื่อยามได้เสพสมกันครั้งก่อนมันคือความพึงพอใจของร่างสูงแต่เพียงฝ่ายเดียว ครั้งแรกเขาฝืนใจร่างบางเพราะคิดว่าเป็นผู้หญิงที่เขารัก ส่วนครั้งที่สองเขาระบายโทสะผ่านบทลงโทษที่มอบให้จนอีกฝ่ายนอนซมอยู่หลายวัน

 

ทุกครั้งที่ความสัมพันธ์ทางกายเกิดขึ้น มันมีเพียงเขาที่ได้ปลดปล่อยแรงอารมณ์ ส่วนคนที่ถูกทำร้ายจิตใจและร่างกายนั้นก็คือคนที่นอนร้องไห้อยู่ตรงหน้านี้

 

คงไม่แปลกหากร่างบางจะกลัวจับใจ กลัวจนคุมสติตัวเองไม่อยู่แบบนี้

 

“โอเค… ฉันเข้าใจแล้ว…”

 

ร่างสูงถอนหายใจ ก่อนจะผละออกมาจากคนตัวบางและรีบคว้าผ้าห่มขึ้นมาปิดให้จนถึงคอเพื่อไม่ตนเองต้องเห็นอะไรล่อตาล่อใจให้ตบะแตกอีกครั้ง

 

“รีบแต่งตัวซะ วันนี้ฉันจะไปนอนห้องนอนแขก”

 

“ฮึก พ พี่เฮล…” ร่างบางรีบเรียกหาทั้ง ๆ ที่ยังสะอื้นฮัก กลัวเหลือเกินว่าจะทำให้อีกฝ่ายโกรธ โกรธที่เขาดื้อ โกรธที่เขาไม่ทำหน้าที่ภรรยา แต่เขาก็ไม่สามารถควบคุมความกลัวในจิตใจได้เช่นกัน

 

มันน่ากลัว เขาเจ็บ เขาทรมานจนใจจะขาดทุกครั้งที่มันเข้ามาในร่างกาย

 

“ฉันไม่ได้โกรธ” ร่างสูงรีบพูดดักคอเอาไว้เพราะรู้ดีว่าร่างบางกำลังคิดอะไร ก่อนจะหันหลังไปเก็บเสื้อผ้าที่ตัวเองถอดทิ้งไว้กลับมาใส่อีกครั้ง

 

เฮลโยนเสื้อผ้าของร่างบางที่เขาเป็นคนถอดเองกับมือไปตกแหมะที่ข้างตัวของอีกคนพอดิบพอดี ก่อนจะหันหลังเดินจ้ำอ้าวออกไปอย่างไม่รีรอ

 

มือใหญ่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนยิ่งกว่าเดิม เขาพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะข่มอารมณ์ทั้งหมดไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งเรียบ ดึงตัวเองออกมาจากห้วงราคะขณะที่เดินผ่านบอดี้การ์ดที่เฝ้ายามอยู่

 

เป็นครั้งแรกที่คนอย่างเขากล่าวโทษตนเองแทนที่จะโยนความผิดให้คนตัวบาง ครั้งนี้เขาไม่สามารถจะป้ายความผิดให้คนที่ถูกกระทำอย่างทารุณจากฝีมือของตัวเขาเองได้เหมือนอย่างเคย สุดท้ายก็ได้แต่โทษตัวเองที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ

 

เฮลเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนสำหรับแขกซึ่งอยู่ถัดจากห้องนอนของเขาเพียงสามห้อง ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนอนเอามือก่ายหน้าผากอีกครั้งในรอบวัน

 

เขาลบภาพเรือนร่างเปล่าเปลือยและกลิ่นกายหอมเย้ายวนออกจากความคิดไม่ได้ เฉกเช่นเดียวกับที่ไม่สามารถทำให้ร่างกายของตนเองสงบลงได้

 

ความต้องการของเขาที่มีต่อร่างกายแสนสวยนั้นช่างรุนแรงจนยากจะห้าม หากไม่ใช่เพราะมีจิตสำนึกต่อความผิดที่เคยทำไว้ เขาคงขาดสติและใช้กำลังบังคับฝืนใจอีกคนอย่างแน่นอน

 

และมันก็คงจะกลายเป็นการฝากรอยแผลไว้ในจิตใจของร่างบางอีกครั้ง…

 

แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั่น… เขาไม่ได้ตั้งใจ

 

…ไม่ได้ตั้งใจให้ร่างบางต้องมาฝังใจกับเรื่องบ้า ๆ แบบนี้

 

…ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย

 

“ฉัน… ไม่ได้ตั้งใจให้เธอกลัวขนาดนี้…”

 

 

 

 

 

อีกด้านหนึ่ง

 

ร่างบางที่กลับมาอยู่ในชุดนอนเรียบร้อยนั่งกอดเข่าอยู่คนเดียวบนเตียงกว้าง ใบหน้าหวานเซื่องซึมไร้รอยยิ้มและเต็มไปด้วยความสับสน ส่วนริมฝีปากล่างบวมเจ่อก็ถูกขบกัดจนซีดขาวแต่เจ้าตัวก็หาได้รู้ตัวไม่

 

ทุกอย่างในสมองของเขากำลังตีกันจนสับสนวุ่นวายไปหมด ทั้งความกลัว ความต้องการ รวมทั้งประสบการณ์แย่ ๆ ที่เคยประสบพบเจอนั้นทำให้แววตาของเขาสั่นระริก

 

เขาดีใจที่เฮลต้องการเขา ต้องการทำสิ่งที่สามีภรรยาทั่วไปทำกัน แต่เขาก็กลัวเหลือเกิน เขาควบคุมตัวเองไม่ได้และสมองก็เอาแต่นึกย้อนไปถึงเรื่องวันนั้นที่เขาถูกขืนใจอย่างโหดร้าย

 

ความเจ็บปวดจากเหตุการณ์นั้นยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้แม้จะผ่านมานานหลายเดือนแล้วก็ตาม มันทรมานจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้เลย เขาไม่เคยคิดเลยจริง ๆ ว่าวันหนึ่งจะถูกกระทำราวกับเป็นสัตว์ชั้นต่ำเช่นนั้น

 

แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องคอยเตือนตัวเองเสมอว่าเขาแต่งงานแล้ว เขามีศักดิ์เป็นภรรยาที่ควรเอาใจสามีให้มาก

 

คำพูดของคุณหญิงแพรวพรรณในคืนวันเข้าหอย้อนกลับเข้ามาในสมองอีกครั้ง น้ำเสียงอารีของคนเป็นมารดาที่เฝ้าพร่ำสอนเขาตั้งแต่กำหนดวันแต่งงานเวียนวนอยู่ในหัวเขาเหมือนสายน้ำวน

 

“คนเป็นเมียน่ะ ที่สำคัญคือเรื่องบนเตียง… อย่าให้ขาด อย่าให้เขาได้ไปหาจากนอกบ้านได้นะลูก”

 

“เสน่ห์มารยาจริตจะก้านที่ผู้หญิงเขามี หนูก็ควรจะมีด้วย เรื่องบนเตียงก็อย่าอ่อนนัก ให้หัดเอาใจเขามาก ๆ”

 

หาจากนอกบ้านงั้นเหรอ…

 

นอกบ้าน… จากคุณปลายฝันน่ะเหรอ

 

เพียงแค่คิดถึงชื่อนี้ หัวใจเขาก็เจ็บปวดราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบขยำ

 

เขารู้ดีว่าเฮลยังติดต่อกับปลายฝันอยู่ตลอด ชายหนุ่มยังคงรักเธอมากกว่าใคร

 

แต่เขาเองก็มีสิทธิ์ในฐานะภรรยาไม่ใช่หรือไง

 

…ถ้าเขาทำให้เฮลพอใจได้ ร่างสูงก็คงจะปรานีเขาบ้างอย่างนั้นใช่ไหม

 

…ถ้าเขาตอบสนองความต้องการของเฮลได้ ร่างสูงก็คงไม่ต้องไปหาจากใครอีกใช่หรือเปล่า

 

“พี่เฮล…” ฟองเบียร์ครวญชื่ออีกคนออกมาแผ่วเบา ชั่งใจกับตัวเองอีกครั้งและอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจก้าวลงจากเตียงหลังใหญ่

 

“ถ้าผมทำให้พี่มีความสุขได้ พี่จะไม่ไปนอนกับคนอื่นใช่ไหมครับ…”

 

 

 

 

 

ร่างสูงใหญ่ของหนุ่มลูกครึ่งตะวันตกนอนพลิกตัวไปมาเกือบสิบนาทีแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะสงบลงได้ ดวงตาคมตวัดลงไปมองเจ้าโลกของตนเองที่ยังคงผงาดจนมองเห็นได้อย่างชัดเจนผ่านกางเกงนอนผ้าโปร่ง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วลุกขึ้นมานั่งเอาศอกค้ำเข่าอย่างปลงตก

 

ถ้าวันนี้ไม่ได้ปลดปล่อยเขาคงนอนไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ

 

ชายหนุ่มตัดสินใจก้าวลงจากเตียง หวังจะเข้าห้องน้ำไปจัดการกับอารมณ์ที่คั่งค้างอยู่ให้เรียบร้อย เขาไม่อยากทำบนเตียงเพราะกลัวว่าจะเปรอะเปื้อนที่นอน แต่ยังไม่ทันได้ลุกไปไหนเสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นขัดเสียก่อน

 

เสียงนั้นทั้งเบาและช้าบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าคนเคาะรู้สึกไม่มั่นใจขนาดไหน ก่อนที่การคาดเดาของเขาจะได้รับการยืนยันเมื่อเสียงหวานที่แสนจะแผ่วเบาดังตามมา

 

“พี่เฮล… ย…อยู่ในนั้นไหมครับ”

 

เสียงนั้นทั้งสั่นและเบาจนเขาแทบไม่ได้ยิน ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ เพราะคิดว่าร่างบางกำลังจะมาทำให้เขาสติแตกอีกครั้งทั้งที่ควบคุมมันได้แล้วแท้ๆ

 

“จะกลัวโดนโกรธอะไรขนาดนั้น…”

 

เขาเข้าใจไปเองว่าอีกคนคงจะมางอนง้อให้กลับไปนอนด้วยเพราะกลัวจะโดนเขาโกรธ ใจหนึ่งเขาก็อยากจะตะโกนกลับไปว่าไม่ได้โกรธและให้กลับไปซะ เขาจะได้ไม่ต้องเปิดประตูไปเจอรูปรสกลิ่นเสียงยั่วยวนใจนั่น แต่สุดท้ายเมื่ออีกคนเคาะเรียกอีกครั้งเขาก็ต้องยอมลุกไปเปิดประตูให้จนได้

 

แกร๊ก

 

ประตูบานใหญ่เปิดแง้มออกเพียงเล็กน้อยเพราะคนเปิดไม่อยากให้เห็น ‘หลักฐาน’ ของความมักมากในกามที่ยังไม่หายไปไหน เฮลก้มลงมองกลุ่มผมสีน้ำตาลที่ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไล่ลงไปถึงลำคอขาวที่ปรากฏร่องรอยที่เขาฝากเอาไว้ประดับอยู่ประปราย ก่อนจะพยายามดึงสติตัวเองกลับมาเพื่อมองหน้าคนที่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเขาเสียที

 

ฟองเบียร์สบตาเขาผ่านดวงตากลมที่สั่นระริก แสดงความขลาดกลัวออกมาอย่างปิดไม่มิด แต่ถึงกระนั้นเสียงหวานก็ยังคงเอ่ยออกมาทั้งที่มันผะแผ่วจนจับใจความได้ยาก

 

“ผม… ผมขอ… เข้าไปข้างในได้ไหมครับ”

 

คำขอร้องที่มาพร้อมกับสายตาอ้อนวอนนั้นทำให้เฮลปฏิเสธไม่ออก สติเขาล่องลอยไปไกลเพราะความงดงามตรงหน้า รู้ตัวอีกทีก็ปิดประตูเดินตามอีกคนเข้ามาในห้องเสียแล้ว

 

ดวงตาคมหลุบต่ำจดจ้องใบหน้าเนียนเกลี้ยงที่แดงสุกปลั่งอย่างน่ามอง เวลาแบบนี้ใครเล่าจะหักห้ามใจไม่ให้จ้องมองไหว ยิ่งเมื่อคนตัวบางมีท่าทีเก้อเขินไม่ยอมเอ่ยปากอะไรแบบนี้ยิ่งเหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้เขามองจนแทบจะกลืนกิน

 

สองมือเล็กประสานกันแน่นและริมฝีปากอิ่มบวมเม้มเข้าหากันบ่งบอกถึงความไม่มั่นใจ ดวงตากลมหลุกหลิกไปมาไม่ยอมมองหน้าเขาตรง ๆ ก่อนจะหลุบลงมองพื้นอยู่นานสองนาน

 

กลับเป็นเฮลเสียเองที่ทนรอไม่ไหว เขาละสายตาจากผิวเนื้อนวลที่โผล่พ้นคอเสื้อขึ้นมาแล้วทำเป็นกระแอมไอครั้งหนึ่ง

 

“มีอะไรก็ว่ามา”

 

เสียงนั้นยังคงนิ่งเรียบต่างจากภายในที่ปั่นป่วนยากจะควบคุม ยิ่งเมื่อยามที่คนตัวหอมเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาอีกครั้งและกัดริมฝีปากล่างเล็กน้อย ยิ่งทำให้เขารู้สึกตาพร่าเบลอไปชั่วขณะ

 

ร่างกายนี้มัน… อันตรายเกินไปแล้ว…

 

ร่างสูงคิดในใจยามมองอีกคนสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วทำบางอย่างที่เขาไม่คาดคิด

 

“ผ…ผม…”

 

ฟองเบียร์เอ่ยขึ้นมาอย่างติด ๆ ขัด ๆ ก่อนจะทำใจกล้ายื่นมือสั่น ๆ ของตัวเองไปคว้ามือใหญ่มากอบกุมไว้

 

มือเรียวทั้งสองประกบมือขวาของเฮลไว้แล้วค่อย ๆ ดึงมันขึ้นมาวางไว้ที่แก้มเนียน การกระทำทุกอย่างช่างเชื่องช้าและเต็มไปด้วยความขัดเขินแต่ทั้งหมดทั้งมวลนั่นก็น่ามองเหลือเกินในสายตาของคนตัวสูง

 

ความนวลเนียนที่ฝ่ามือใหญ่ได้สัมผัสทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะไล้นิ้วโป้งไปมาบนแก้มนุ่ม สุดท้ายจึงได้รอยยิ้มอ่อนหวานของอีกคนตอบกลับมา

 

มือบางทาบทับมือของเขาที่อยู่บนแก้มนั้นอีกครั้ง ก่อนที่ดวงตากลมเหมือนลูกกวางจะทอดมองเขาด้วยสายตาที่เฮลไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น

 

สายตาอันแสนไร้เดียงสาแต่กลับเต็มไปด้วยความปรารถนา…

 

“พี่เฮล…”

 

“……”

 

“จูบผมได้ไหม…”

 

“!!!!!!!!!!”

 

“กอดผม… ทำให้ผมเป็นของพี่… ลบความทรงจำเลวร้ายพวกนั้นออกไปทีได้ไหมครับ”

 

พรึ่บ

 

แทบจะในวินาทีเดียวกันกับที่ร่างบางเอ่ยคำขอนั้นจบ ริมฝีปากบางของคนขี้อ้อนก็ถูกทาบทับด้วยริมฝีปากหนาจนเจ้าตัวตั้งตัวไม่ทัน ร่างบางตกใจจนเผลอก้าวถอยหนีแต่กลับเสียหลักล้มลงไปนอนกับเตียงที่อยู่ด้านหลังแทน กลับกลายเป็นร่างสูงที่ยังไม่ยอมปล่อยให้ริมฝีปากของเขาเป็นอิสระแถมยังทิ้งตัวลงมาคร่อมทับและบดจูบเขาจนหายใจแทบไม่ทัน

 

รสจูบเนิบนาบในคราแรกเริ่มเร่าร้อนและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แต่เมื่อมือบางทุบลงไปที่ไหล่กว้างเพื่อเป็นสัญญาณว่าจวนจะขาดใจแล้ว ชายหนุ่มก็ยอมผละออกทั้งที่ยังเสียดาย

 

ดวงตาที่ใคร ๆ ก็บอกว่าดุดันราวกับราชสีห์บัดนี้กลับจ้องมองคนใต้อาณัติด้วยความหลงใหล สายตาของเฮลกวาดมองไปทั่วใบหน้าของเขาก่อนปากจะพร่ำบอกคำตอบออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

 

“ได้…”

 

“……”

 

“ฉันจะลบสัมผัสพวกนั้นออกไปเอง…”

 

เสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมาด้วยอารมณ์วาบหวามพาให้ร่างบางรู้สึกอ่อนระทวยราวกับถูกหลอมละลาย ร่างกายบอบบางอ่อนยวบลงในทันทีที่อีกคนช้อนร่างขึ้นแนบอกและค่อย ๆ วางลงกลางเตียง ยิ่งได้เห็นใบหน้าคมคายที่ขึ้นสีแดงไปจนถึงลำคอเพราะแรงอารมณ์ยิ่งทำให้เขาเขินอายจนไม่กล้ามอง

 

ใช้เวลาเพียงไม่ถึงนาทีมือหนาก็สามารถปลดเปลื้องอาภรณ์บนร่างขาวและของตัวเองออกจนหมดได้ เฮลทอดมองเจ้าของใบหน้าน่ารักที่เอาแต่หลบตาเขาด้วยความรู้สึกที่แม้แต่ตัวเขาเองก็อธิบายไม่ถูก เขารู้แต่เพียงว่าคนตรงหน้านี้ …น่ารัก… กว่าปกติมาก แถมความงามกระจ่างตาตรงหน้ายังทำให้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยแปลก ๆ อีกต่างหาก

 

คนตัวโตรู้ดีว่าตนเองห่างหายจากเรื่องอย่างว่าโดยที่มีสติครบถ้วนไปนานพอสมควร ตั้งแต่เขาเริ่มคบหากับปลายฝันเขาก็ไม่เคยแตะต้องเธอไปมากกว่าการกอดจูบเลยเพราะหญิงสาวยังคงฝังใจเรื่องแฟนเก่ามาก จนกระทั่งเขามาเมาเละในวันเข้าหอจนขืนใจฟองเบียร์เข้าเขาก็ตื่นมาแบบจำอะไรไม่ได้เลย หรือแม้แต่คราวที่อยู่มัลดีฟส์เขาก็มีแต่ความโกรธสุมอกจนไม่ได้สนใจอะไร

 

ครั้งนี้จึงถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาได้เชยชมร่างกายเปลือยเปล่าของใครสักคนที่เขาอยากจะมีสัมพันธ์ทางกายด้วย

 

และร่างกายงดงามนี้ก็เป็นบททดสอบความอดทนครั้งยิ่งใหญ่ของเขาด้วย

 

เขาไม่เคยคิดเลยว่าร่างกายของผู้ชายจะน่าพิศวาสอะไร จนกระทั่งได้มาเห็นความนวลเนียนหอมกรุ่นไปทั่วตัวที่ทำให้เขาห้ามใจไม่อยู่ มือหนาอดไม่ได้ที่จะสัมผัสเบา ๆ ที่เอวคอด ลูบไล้ไปโดยรอบเพื่อพิสูจน์ทรวดทรงที่เขาไม่คิดว่าจะได้เห็นในตัวบุรุษเพศ ก่อนจะบีบเน้นช้า ๆ ให้อีกคนผ่อนคลาย

 

รูปร่างของนันทกานต์นั้นไม่ใช่แบบคุณหนูขี้ก้างที่ผอมกะหร่องจนเห็นกระดูก แต่กลับนุ่มนิ่มมีน้ำมีนวลอย่างคนสุขภาพดี เรียกได้ว่าเป็นคนผอมแต่จับตรงไหนก็นุ่มมือไปหมด

 

…แล้วแบบนี้จะให้เขาอดใจไหวได้ยังไง

 

เฮลตันทิ้งตัวลงคร่อมทับร่างบางก่อนจะไล้หลังนิ้วเบา ๆ ที่แก้มนุ่ม ยิ่งเห็นแก้มขาวขึ้นสีชมพูระเรื่อด้วยความขวยเขินยิ่งรู้สึกอยากฟัดให้จมเขี้ยว แต่ก่อนที่เขาจะทันได้หักห้ามตัวเอง รู้ตัวอีกทีริมฝีปากหนาก็จรดลงประทับที่แก้มนิ่มเสียแล้ว

 

เฮลกดริมฝีปากคลอเคลียไม่ห่างจากแก้มใส ลากไล้ผ่านจมูกโด่งเชื่องช้าก่อนจะงับเบา ๆ ที่ปลายจมูกรั้นอย่างมันเขี้ยว คนตัวบางหลับตาปี๋แถมยังหอคอเหมือนกระต่ายตัวน้อยชวนให้ชายหนุ่มเอ็นดูจนต้องจูบซับที่ริมฝีปากบางเป็นการปลอบโยน

 

เฮลไม่ได้เร่งเร้าจะแผดเผาร่างน้อยด้วยจูบอันดุดัน เขาค่อย ๆ ขบเม้มริมฝีปากอิ่มช้า ๆ และรอให้อีกฝ่ายคลายริมฝีปากออกจึงค่อยสอดลิ้นเข้าไปทักทายความหอมหวานจากภายใน เสียงหวานครางฮือด้วยอารามตกใจยามที่อาคันตุกะร้อนเข้ามารุกรานแต่ก็ไม่ได้เบี่ยงหน้าหลบ ได้แต่หลับตายอมรับบทจูบแสนหวานที่อีกคนมอบให้ด้วยความเต็มใจ

 

ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดสอนบทเรียนรักให้คนอ่อนประสบการณ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป คอยต้อนเจ้าบ้านให้จนมุมแล้วช่วงชิงเอาน้ำหวานในโพรงปากเล็กครั้งแล้วครั้งเล่า คอยผละหน้าออกมาให้อีกคนได้พักหายใจเพียงเสี้ยววินาทีแล้วเปลี่ยนองศาใบหน้าเพื่อกดจูบลงไปใหม่

 

ทุกครั้งที่เฮลเริ่มบุกเข้ามาทักทายใหม่อีกครั้ง สัมผัสที่ชายหนุ่มมอบให้ยิ่งร้อนแรงขึ้นทุกขณะ จากความอ่อนโยนในคราแรกก็เริ่มรุนแรงและหยาบโลนขึ้นเรื่อย ๆ จนนักเรียนใหม่ของเขาปรับตามไม่ทัน รู้ตัวอีกทีใบหน้าหวานก็แดงก่ำเพราะถูกอีกคนช่วงชิ่งลมหายใจแต่แขนเรียวกลับเกี่ยวรอบลำคอแกร่งเอาไว้เสียดิบดี

 

เฮลผละหน้าออกมามองผลงานชิ้นเอกก่อนจะยกยิ้มด้วยความพึงพอใจ ดวงตาคมพราวระยับยามได้มองสบกับดวงตาปรือปรอยที่กำลังทอดมองเขาอยู่เช่นกัน เด็กน้อยตรงหน้าช่างด้อยประสบการณ์จนเขาอยากจะ ‘สอน’ บทเรียนนี้ให้ทั้งคืน

 

ชายหนุ่มก้มลงไปคลอเคลียแก้มแดงระเรื่อนั่นอีกครั้ง ก่อนจะลากริมฝีปากไปคลอเคลียหลังใบหูให้อีกคนขนลุกชันแล้วกระซิบเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงพร่าติดลมหายใจ

 

“อยากให้ฉัน ‘สอน’ เรื่องพวกนี้หรือเปล่า …เด็กน้อย”

 

คุณครูคนเก่งเอ่ยถามติดเย้าแหย่ พาให้นักเรียนตัวน้อยใจเต้นโครมคราม แต่กระนั้นก็ยังพยายามทำใจกล้าตอบไปเพื่อเอาใจทั้งที่เขินจนหน้าแทบระเบิด

 

“ถ้าคุณครูอยาก ‘สอน’ ผมก็จะ ‘ตั้งใจเรียน’ ครับ”

 

“หึ…”

 

เฮลเห็นความอายที่ฉายชัดบนใบหน้าแต่ก็ยังจะปากเก่งของคนตัวบางแล้วก็ได้แต่หัวเราะในลำคอ เด็กน้อยหนอเด็กน้อย อยากจะอ้อนเขานักหนาแต่ตัวเองก็เขินจนแทบจะคุมสติไม่ไหวอยู่แล้ว

 

ชายหนุ่มก้มลงงับริมฝีปากขี้อ้อนนั้นอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะลากไล้ลงไปประทับจูบเบา ๆ ที่ซอกคอขาว ร่องรอยที่เขาทำไว้เมื่อชั่วโมงก่อนยังคงมีให้เห็นอยู่ประปราย ชายหนุ่มจึงขบเม้มรอยเหล่านั้นให้ขึ้นสีชัดเจนมากกว่าเดิมก่อนจะลากไล้ลงไปคลอเคลียกับแอ่งไหปลาร้าที่วันนี้ดูเซ็กซี่เป็นพิเศษ

 

เสียงครางอื้ออึงดังให้ได้ยินผะแผ่ว ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะหลุดเสียงครางหวานเมื่อเขาครอบปากลงที่ยอดอกแดงก่ำ ยอดถันนุ่มถูกลิ้นหนากวาดไล้จนแข็งเป็นไตขณะที่อกอีกข้างก็ถูกมือใหญ่บีบนวดอย่างมันมือ ใบหน้าหวานส่ายไปมาด้วยความเสียวซ่านพร้อมกับจิกมือกำผ้าห่มแน่นจนมือเรียวซีดขาว แต่กระนั้นแผ่นอกขาวก็ยังคงแอ่นรับสัมผัสร้อนอย่างลืมตัว

 

เฮลหยอกล้อยอดดอกไม้งามทั้งสองข้างสลับกันไปมาจนชุ่มแฉะ ยอดอกแดงบวมเป่งดูน่าขย้ำขยี้ยิ่งกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ยิ่งยามเจ้าของร่างตัวสั่นระริกเช่นนี้ เจ้าดอกบัวตูมยิ่งพลอยสั่นไหวตามไปด้วย

 

ให้ตายเถอะ บนร่างกายนี้ไม่มีส่วนไหนที่จะไม่พึงตาต้องใจ ไม่มีเลยจริง ๆ

 

เฮลที่เคยมีโอกาสได้สัมผัสมาแล้วทุกส่วนทั้งยามมีสติและไม่มีสติทอดมองร่างแน่งน้อยที่นอนตาปรอยอยู่เบื้องล่าง นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกชื่นชมในวิธีการดูแลร่างกายของร่างบาง เพราะผลลัพธ์ที่ออกมานั้นมันทำให้เขาพอใจไปเสียทุกส่วนที่ลากมือผ่าน

 

ริมฝีหนาค่อย ๆ ลากไล้ลงเบื้องล่าง ขบเม้มเอวบางและหน้าท้องขาวจนทั่วก่อนจะประจูบเบา ๆ ที่แกนกายสีหวาน

 

“ฮือ… พี่เฮลอย่า ยะ อ๊ะ”

 

น่ารัก…

 

ทั้งส่วนอ่อนไหวที่เป็นสีชมพูขนาดกำลังพอดีและเสียงร้องห้ามที่เปี่ยมไปด้วยความเขินอาย มันฟังดูน่ารักอย่างที่เขาไม่เคยคิดว่าอีกคนจะเป็นได้ เฮลคว้าแกนกายเล็กมากุมไว้ในมือก่อนจะรูดรั้งมันเบา ๆ เรียกเสียงครางหวานให้ได้ยินพอรื่นหู เอวบางเกร็งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่ลมหายใจของนันทกานต์จะรุนแรงขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

 

“อา… ม มัน… อื้อ”

 

ร่างบางนอนบิดเร้าไปมาด้วยว่าอ่อนเดียงสาในเรื่องบนเตียงจนไม่รู้จะทำตัวอย่างไร กายขาวที่เคยอ่อนระทวยค่อย ๆ เกร็งขึ้นเมื่อถูกปรนเปรอจากเบื้องล่าง จนเมื่ออารมณ์วาบหวามค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นจนถึงจุดสูงสุด แกนกายสีอ่อนก็ปลดปล่อยน้ำหวานออกมาพร้อมกับสมองของเขาที่โล่งจนขาวโพลน รู้สึกราวกับตัวลอยได้และเห็นแสงพราวระยับอยู่ตรงหน้า

 

เอวคอดที่เคยยกลอยขึ้นจากเตียงเพราะอารมณ์พาไปบัดนี้ตกลงมาแนบกับเตียงกว้างดังเดิม ดวงตาคมมองหยาดน้ำขาวขุ่นบนมือตัวเองแล้วเลยไปมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำจากแรงอารมณ์

 

ชายหนุ่มกวาดเอาน้ำรักอีกส่วนที่เปรอะเปื้อนอยู่บนหน้าท้องขาว ก่อนจะปาดมันทั้งหมดลงไปที่ปากทางรักจนอีกคนสะดุ้ง

 

“ไม่ต้องกลัว…” เขาเอ่ยปลอบใจเพราะรู้ดีว่าคนตัวบางยังคงละทิ้งความกลัวไปไม่ได้ ชายหนุ่มก้มลงกดจูบที่ริมฝีปากอิ่มพลางลูบวนน้ำหล่อลื่นจนปากทางรักอ่อนตัวลง นิ้วใหญ่จึงค่อยกดเข้าไปภายในอย่างเชื่องช้า

 

“อื้อออ”

 

ทันทีที่กลีบดอกไม้งามถูกรุกร้ำมันก็หดเกร็งขึ้นมาตามสัญชาตญาณ เฮลต้องใช้ความพยายามมากกว่าเดิมในการข่มความต้องการของตัวเองเพราะช่องทางอ่อนนุ่มนั้นรัดแน่นเหลือเกิน นึกไม่ออกเลยว่าหากเป็นส่วนใหญ่โตของเขาที่เข้าไปเติมเต็มแทนมันจะคับแน่นขนาดไหน

 

“อะ ฮา… มัน…อึดอัด… พี่เฮล อื้อออ”

 

ริมฝีปากอิ่มที่ร้องครวญครางเสียงหวานหยดนั้นถูกปิดทับด้วยริมฝีปากหนาจนไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำพูดใดออกมาอีก เฮลละเลียดจูบคนใต้ร่างอย่างอ่อนโยนจนอีกคนยอมผ่อนร่างกายลงเขาจึงค่อยขยับนิ้วเข้าออกเพื่อให้อีกคนคุ้นชิน

 

มือใหญ่อีกข้างเลื่อนขึ้นไปจับแขนเรียวให้ขึ้นมาเกี่ยวคอตนเองไว้ก่อนจะเพิ่มรสจูบให้ร้อนแรงขึ้นอีก ยอดอกแดงที่เคยถูกรังแกคราวนี้ก็ถูกบดบีบเล่นจนร่างบางครางในลำคอไม่หยุด จนเมื่อคนตัวเล็กดูจะคุ้นเคยกับสิ่งที่ขยับเข้าออกอยู่ในร่างแล้วเขาถึงเพิ่มจำนวนเข้าไปเป็นนิ้วที่สองและสามตามมา

 

นิ้วทั้งสามขยับคว้านอยู่ภายในเพื่อขยายช่องทางรักให้กว้างพอจะรับสิ่งที่ใหญ่กว่ามาก เฮลยังคงมอบบทจูบเร่าร้อนให้ร่างบางจนอีกคนหายใจแทบไม่ทัน ก่อนจะชะงักไปนิดเมื่อนิ้วเขากดเข้าที่จุดหนึ่งจนร่างบางสะท้านไปทั้งตัว เขาไม่เคยทำแบบนี้กับผู้ชายมาก่อนจึงไม่รู้ว่าภายในช่องทางด้านหลังมีจุดไวต่อสัมผัสหรือไม่ พอลองกดย้ำลงไปที่จุดเดิมซ้ำ ๆ แล้วร่างขาวกระตุกอย่างแรงและผละหน้าออกไปพร้อมกับหลุดเสียงครางออกมาอีกระลอกนั่นแหละเขาจึงมั่นใจว่านี่คือจุดที่ทำให้อีกคนรู้สึกดีอย่างแน่นอน

 

“อ๊า~! พี่เฮล อย่า …ตรงนั้น อ๊ะ อ๊ะ”

 

ฟองเบียร์หวีดร้องออกมาและบิดร่างไปมาด้วยความสุขสมโดยไม่รู้ตัวเลยว่าทำให้คนมองแทบขาดสติ เฮลก้มลงมองนิ้วทั้งสามของตัวเองที่ผลุบเข้าออกในกลีบดอกไม้สีสวยแล้วเลียริมฝีปากอย่างกระหายอยาก เมื่อคิดว่าช่องทางนี้ขยายมากพอจึงดึงนิ้วออกจนเกิดเสียงน่าอาย

 

ช่องทางที่เคยถูกกระตุ้นเมื่ออยู่ ๆ ผู้บุกรุกถูกถอนออกไปก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะรู้สึกค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ร่างบางมองใบหน้าคนเป็นสามีตาปรอย ในสมองของเขามันเต็มไปด้วยความมัวเมาราวกับถูกมอมเหล้าก็ไม่ปาน คิดแต่เพียงว่าอยากปลดปล่อยจนไม่ได้สังเกตเลยว่ามีบางสิ่งมาจดจ่ออยู่ที่ปากทางเข้าเรียบร้อยแล้ว

 

“อย่าเกร็ง…” เฮลกระซิบบอกเสียงพร่า

 

มือใหญ่ค่อย ๆ กดแกนกายแข็งแกร่งให้คืบคลานเข้าสู่ช่องทางคับแคบ ขนาดที่ต่างกันมากนักทำให้ทุกอณูเนื้อแนบแน่นจนยากต่อการเคลื่อนไหว ความฝืดเคืองภายในช่องทางร้อนรุ่มที่แม้จะถูกเตรียมมาแล้วแต่ก็ยังไม่มากพอพาให้ชายหนุ่มหอบหายใจเข้าออกแรงขึ้น ทุกครั้งที่แกนกายมหึมาพยายามดันเข้าไป ช่องทางอ่อนนุ่มก็ยิ่งกระตุกรัดแน่นเข้าไปอีก

 

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาเผลอคิดไว้แค่เพียงสอดใส่ก็มีความสุขเสียจนแทบถึงจุดสูงสุด แรงตอดรัดเป็นจังหวะถี่รัวรุนแรงจนการเคลื่อนไหวใด ๆ ก็ไม่จำเป็นอีก แต่ความปรารถนาที่ลุกโชนแผดเผาร่างกายให้ร้อนเร่าทั้งยังผลาญเอาสติสัมปชัญญะจนแทบจะหมดสิ้น เฮลครางเสียงต่ำในลำคอแต่เต็มไปด้วยความดุดันราวกับราชสีห์ ขณะที่คนตัวบางนอนตัวสั่นระริกร้าวรานไปทั้งตัว

 

เจ็บ… เจ็บจนเหมือนร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

 

แต่เจ็บครั้งนี้มันต่างออกไปจากครั้งก่อน ๆ นัก

 

มันเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ความอดทนอดกลั้นของคนเป็นสามีนั้นนับว่าน่ายกย่องเหลือเกิน ดวงตากลมเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแต่ก็ยังเห็นว่าคนตัวโตสกัดกั้นอารมณ์จนใบหน้าและลำคอแดงเถือก เส้นเอ็นที่คอและเส้นเลือดที่แขนปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด ก่อนที่มันจะคลายลงเมื่อเจ้าของร่างผ่อนร่างกายยามได้ฝังร่างเข้าหาเขาจนสุด

 

เฮลสูดปากเบา ๆ ก่อนจะแหงนหน้าครางเสียงต่ำเมื่อความแข็งแกร่งถูกโอบล้อมจนหน้าขาแกร่งแนบไปกับต้นขาขาวเนียน ร่างกายของทั้งคู่เข้ากันได้อย่างเหมาะเจาะราวกับสวรรค์บันดาล ยามเมื่อส่วนปลายเข้าไปจนลึกสุดและชนเข้ากับ ‘บางส่วน’ ภายในตัวร่างบาง เฮลก็รู้สึกได้ว่าร่างกายนี้ช่างวิเศษเหลือเกิน

 

“ฮึก… จ เจ็บ…”

 

“ชู่ว… ไม่เป็นไร”

 

ร่างขาวที่นอนตัวสั่นอยู่ใต้อาณัติเขาช่างน่ารังแกเสียจริง หากเขาขาดสติอีกนิดคงได้เล่นบทโจรเถื่อนย่ำยีนางฟ้าตัวน้อยไปแล้ว

 

ก็ใครบอกให้น่ารักน่าใคร่ถึงขนาดนี้กันเล่า มีผู้ชายที่ไหนจะงดงามน่าข่มเหงให้ร้องไห้ด้วยแรงสวาทเท่าคนตรงหน้านี้ไม่มีอีกแล้ว

 

เฮลกดจูบที่ริมฝีปากเล็กอีกครั้งเพื่อปลอบโยน ก่อนจะค่อย ๆ ขยับสะโพกช้า ๆ ไม่เร่งรีบทั้งที่จริงอยากจะบดกระแทกตามอารมณ์จนอีกคนย่อยยับ

 

ไม่ได้… เขาจะทำแบบนั้นไม่ได้

 

เขาอยากจะสร้างความทรงจำดี ๆ ให้ร่างบางตรงหน้า ให้อีกคนจดจำบทรักของเขาว่ามันเร่าร้อนแค่ไหน

 

ร้องเรียกเพียงเขา… ครวญหาแต่ชื่อเขาจนไม่สามารถคิดถึงใครอื่นได้

 

“ฮื่อออออ พี่…เฮล อ๊ะ~”

 

ร่างโปร่งตัวโยกคลอนไปตามแรงกระแทกที่ถูกส่งมาจากคนตัวโต แสงหวานครางไม่เป็นภาษายามที่ความอ่อนโยนแต่เร่าร้อนกลืนกินร่างเขาจนไม่เหลือซึ่งความอาย สะโพกแน่นถูกบีบเคล้นจนขึ้นเป็นรอยมือขณะที่ขาทั้งสองข้างถูกจับให้พาดบนบ่าแกร่ง เฮลค่อย ๆ เร่งจังหวะและความแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายเอวบางก็ถูกกระแทกจนเกิดเสียงหยาบโลนดังลั่นห้อง

 

มังกรร้ายโจนจ้วงเข้าตักตวงเอาความสุขจากถ้ำน้อยแสนคับแคบ ทุกครั้งที่เขาได้ฝังกายเข้าไปจนสุด ชายหนุ่มก็รู้สึกราวกับตัวเองได้ขึ้นสวรรค์ แรงตอดรัดภายในรับกับจังหวะกระแทกได้เป็นอย่างดี แม้ในยามที่มือหนาจับเอวบางล็อกไว้แล้วกระหน่ำแทงลงไปไม่ยั้งจนเจ้าของร่างหวีดร้องเสียงหลง เขาก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่พอ

 

มากกว่านี้… ตอดรัดเขาให้มากกว่านี้ ร้องครวญครางอยู่ใต้ร่างเขาให้มากกว่านี้อีก

 

“อา… อึก” เฮลครางเสียงต่ำอย่างสุขสม ยิ่งได้เห็นนันทกานต์นอนตัวแดงอยู่ใต้ร่างยิ่งทำให้เขาคึกจนเร่งความเร็วขึ้นอีก คนถูกกระแทกได้แต่สะบัดหน้าไปมาและปล่อยเสียงแห่งความสุขให้หลุดลอยออกไป ไม่สนใจแม้ว่าด้านนอกจะมีใครเฝ้าอยู่ก็ตาม

 

มันเจ็บแต่ก็มีความสุขเหลือเกิน เขาไม่เคยคิดเลยว่าเฮลที่เย็นชากับเขาเสมอจะทำให้เขามีความสุขจนแทบสำลักแบบนี้ได้ ร่างกายใหญ่โตที่แข็งแกร่งสมชายชาตรียามได้แสดงสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาช่างดูร้อนแรงจนเขาอดไม่ได้ที่จะร้องเรียกหา

 

“อ๊ะ… พี่เฮล พ พี่เฮล อ๊า!” เฮลก้มมองมือขาวทั้งสองข้างที่ยื่นออกมาหาเขาพร้อมกับเจ้าของใบหน้าหวานหยดที่ร้องครางเรียกชื่อเขาไม่ขาดปาก ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนเส้นความอดทนขาดผึง เขากระโจนเข้าหาอ้อมแขนเรียวแล้วบดจูบริมฝีปากอิ่มอย่างเร่าร้อนส่วนสะโพกหนาก็บดขยี้ช่องทางรักจนขึ้นสีแดงช้ำ

 

สองร่างที่พันรัดนัวเนียจนแทบแยกไม่ออกค่อย ๆ เติมเต็มกันและกันจนกระทั่งอารมณ์ไต่ขึ้นสู่จุดสูงสุด มือหนายังคงจับเอวบางไว้มั่นขณะที่เร่งความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ คนเป็นสามีพาภรรยาตัวน้อยแตะขอบสวรรค์ไปพร้อม ๆ กันจนช่องทางสีหวานเอ่อล้นไปด้วยน้ำรักสีขุ่น หน้าท้องขาวก็กลับมาเปรอะเปื้อนด้วยน้ำหวานสีเดียวกันอีกครั้ง

 

แต่สำหรับคนทั้งคู่แล้ว แค่ครั้งเดียวมันยังไม่พอ

 

เฮลนำพาร่างบางจมดิ่งเข้าสู่ห้วงราคะอีกครั้งและอีกครั้งจนกระทั่งเข้าสู่รอบที่ห้า ร่างบางอ่อนระทวยสิ้นไร้เรี่ยวแรงจนแทบสลบได้แต่ปล่อยให้คนตัวสูงอุ้มตัวเองที่เต็มไปด้วยน้ำกามเหนอะหนะเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายและกลับออกมาแต่งตัวใหม่อีกครั้ง ที่นอนที่ยับยู่ยี่จากสมรภูมิรบไม่สามารถใช้เป็นที่หลับนอนได้อีกต่อไป ร่างสูงจึงอุ้มเขากลับไปนอนที่ห้องนอนของพวกเขาเอง

 

นี่นับว่าเป็นครั้งแรกหลังจากแต่งงาน… ไม่สิ นับว่าเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันมาที่เขาได้นอนอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวสูง ฟองเบียร์หลับตาพริ้มพร้อมกับซุกซบลงที่อกอุ่น แม้ว่าเฮลจะไม่ได้กอดตอบแต่แค่ให้เขานอนในอ้อมแขนแข็งแกร่งนี้ก็ทำให้คนอย่างเขามีความสุขจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้แล้ว

 

ขอบคุณนะครับพี่เฮล… ขอบคุณที่มอบความสุขนี้ให้กับผม

 

ได้โปรด อยู่กับผมไปนาน ๆ นะ นอนกอดผมแบบนี้ตลอดไปเถอะนะครับ

 

 

100%

 

มาว่ะ อีพี่มันมาว่ะ

 

อยากจะเป็นคนดีแต่เมียมันขี้อ้อนให้ทำไงได้อะ 5555555555555+

 

คำว่าสกัดกั้น ไรจ์ตั้งใจเชียนเป็นสกัดกลั้นนะคะ แบ่งช่วงอ่านเป็น “คนตัวโตสกัด-กลั้นอารมณ์”

 

*ไรต์เริ่มเปลี่ยนบทพูดพี่เฮลตามผลโหวตตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปนะคะ ตอนเก่าๆ ก็จะทยอยแก้ไปทีละตอน ขอบคุณทุกคนมากค่ะที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นตรงส่วนนี้

 

หายไปสองเดือนเต็มๆเลย ถามว่าหายไปไหน ตันใช่ไหม ก็ตอบเลยว่าใช่จ้า ไม่ได้ตันที่พล็อตนะ ตันที่ NC แง้ ไรต์ไม่ถนัดแต่งเอ็นซีเลย ดึงอารมณ์ยากมาก ถ้ามันไม่ดีต้องขอโทษด้วยน้า

 

ช่วงนี้ทำงานหนักมาก ไม่มีเวลาอ่านทวนหรือมาแก้ไขเลย เลยเลตมาจนถึงตอนนี้ ที่ลงนี่ก็อ่านทวนไม่กี่รอบ อาจมีสะดุดไปบ้าง อย่าสาปไรต์เลยเด้อ

 

ยังไงก็ฝากเฮลเบียร์ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะทุกค้นนนนนน

ความคิดเห็น