ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

บทนำ



 

 

 

ฉันคือนางแมวยั่วสวาท   

กันตาภัสร์สกุล หญิงสาวอายุ 32 ปี สูง 169 เซนติเมตร และน้ำหนัก 49 กิโลกรัม เธอเป็นนักวิชาการสาว 5 ปริญญาด้วยไอคิวที่สูงนำกลุ่มเพื่อน ๆ ไปไกลลิบลิ่ว ชีวิตช่วงวัยเด็กจนถึงวัยรุ่นเธอคร่ำเคร่งกับการเรียน การอ่านหนังสือ และการสอบแข่งขันทางวิชาการ เพราะเธอรู้สึกว่าเธอทำมันได้ดีเลิศกว่าอะไรทั้งหมด

เธอไม่เคยสนใจเรื่องรูปร่าง การแต่งตัว และรวมไปถึงเรื่องต่างเพศ เพราะเธอรู้ว่าบิดาของเธอเตรียมคู่หมายไว้ให้เธอตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แถมเมื่ออายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ ท่านยังจัดงานหมั้นให้เธอกับคู่หมายคนนั้นเสียเอิกเกริกใหญ่โต

แต่เมื่อเธออายุครบยี่สิบห้าปี ท่านก็จากไปด้วยโรคมะเร็งตับอย่างไม่มีวันกลับคืน

ท่านทิ้งความโศกเศร้า... ความเหงา... ความว้าเหว่... และยังทิ้งมรดกมหาศาลให้เธอไปร่ำเรียนต่อปริญญาเอกถึงประเทศอังกฤษตามที่เธอใฝ่ฝัน

จนในที่สุดท่านยังทิ้งงานวิวาห์ที่เธอคิดว่าเป็นของตายนั้นให้เลือนหายไปจากชีวิตเธอด้วยเช่นกัน

ไม่น่าเชื่อ เธอผ่านการหมั้นหมายมาสิบสองปีแล้ว โดยปราศจากเป้าหมายของการแต่งงาน

ถึงแม้ว่าสองปีหลังที่ผ่านมา... บิดาของฝ่ายชายจะเร่งเร้าและผลักดันสุดใจขาดดิ้นให้มีงานวิวาห์เกิดขึ้น แต่คู่หมั้นของเธอกลับหลีกเลี่ยงหลบหนีมันได้ดีเป็นบ้า

ซึ่งพอรบเร้าหนักเข้า เขาก็ทำตัวล่องหนหายไปครั้งละนาน ๆ จนธุรกิจนกนางแอ่นของครอบครัวเริ่มมีปัญหา เขาก็จะกลับมาจัดการแก้ไข โดยมีข้อแม้ให้บิดาของเขาเลื่อนพิธีงานวิวาห์ออกไปอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าเขาจะพรั่งพร้อมด้วยตัวของเขาเองเสียก่อน

ผู้ชายเหลือขอ

กันตาตรวจตราการแต่งตัวด้วยเสื้อสีแดงเพลิงสายเดี่ยวเอวลอยและกางเกงผ้าสีขาวฟิตเปรี๊ยะ รัดตึงจนเห็นรูปทรงสะโพกมนที่ปราศจากขอบกางเกงชั้นในเพราะเธอสวมใส่แบบจีสตริงแทนนั่นเอง

ใบหน้าเรียวเล็กคมขำ คิ้วโก่ง ดวงตาโตที่เคยซ่อนอยู่กลังกรอบแว่นหนาเตอะนั้น มาเมื่อปีที่แล้วเธอตัดสินใจรักษาภาวะสายตาสั้นด้วยการทำเลสิก โบกมืออำลาแว่นคู่ชีพไปเรียบร้อยโดยไม่คิดหวนกลับมาใช้อีกแน่นอน

เธอแต่งหน้าเปรี้ยวจิ๊ดตามที่ได้รับการเข้าคอร์สเรียนเสริมบุคลิกมา ผมตรงดำขลับยาวสลวยที่เคยรวมตึงสวมเน็ตผมสีดำอยู่ท้ายทอยมาเป็นสิบปีนั้น มาบัดนี้ถูกตัดสไลด์ไล่ระดับลงมาถึงกลางหลัง ซึ่งตอนแรกเธออยากจะดัดลอนหยิกและทำสีผมใหม่ แต่ช่างเสริมสวยของเธอบอกว่าเสียดายผมดำนุ่มละมุนดุจใยไหมที่มีน้ำหนักและเหยียดตรงโดยไม่ต้องใช้ไดร์เป่าผมและไม่ต้องใส่น้ำยาเคมีเข้าไป เพราะนั่นจะทำให้ผมเธอแตกปลายและแห้งเสียง่าย

ดังนั้นการตัดสไสด์ไล่ระดับก็ทำให้เธอดูเซ็กซี่ได้เช่นกัน

กันตามองรองเท้าส้นเข็มสีแดงอย่างพึงพอใจ ตลอดมาเธอสวมแต่รองเท้าคัดชูสูงแค่หนึ่งนิ้ว มาบัดนี้เธอใจกล้าเพิ่มความสูงให้ตัวเองเป็นห้านิ้ว...

แต่ทั้งหมดทั้งมวลรวมกันยังไม่ทำให้เธอรู้สึกตาพร่าลายเท่าทรวงอกอวบที่ถูกดันขึ้นจนล้นหลามเสียจนเจ้าของแทบช็อกเมื่อเห็นสภาพของมัน

โอ แม่เจ้า! เธอมีของดีติดตัวแต่ไม่เคยคิดว่ามีมันเลย... และถ้าเธอไม่ใช้ประโยชน์มันตอนนี้ เธออาจจะต้องเสียใจไปจนตายเมื่อปล่อยให้มันหย่อนคล้อยไปตามกาลเวลาแน่นอน...

ดังนั้นทฤษฎีความสิ้นหวังก่อให้เกิดแรงกระตุ้นกำลังใช้ได้ผลกับตัวเธอในเวลานี้ ซึ่งหลายเดือนมานี่เธอพยายามเกลี้ยกล่อมตนเองและปลุกปลอบความกล้าหาญที่จะทำมัน หยุดเป็นเด็กหญิงและก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ใหญ่เสียที

และคืนนี้เธอจะพยายามเป็นผู้ใหญ่ที่ดูสง่างามและเซ็กซี่อย่างสุดความสามารถ

นั่นเพราะเธออายุสามสิบสองปี เธอไม่อยากรองานแต่งงานและรอลูก ๆ ที่จะออกมาดูโลกอย่างไม่มีจุดหมายปลายทางอีกแล้ว

เธอต้องมีความมั่นใจในเรื่องนี้พอ ๆ กับที่เธอมั่นใจกับการเรียนทุกระดับชั้น และรวมไปถึงงานวิชาการทุกชนิดที่เธอเป็นผู้วิจัย และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ลูกศิษย์ระดับมหาวิทยาลัย จนตอนนี้เธอก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของพันธกิจการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งภูมิภาคอีกด้วย

มันถึงเวลาที่เธอต้องเริ่มรุกและใช้มารยายั่วสวาทเสียที...

ใช่... เธอรุกเพื่อตัวเอง เธอเปลี่ยนแปลงเพื่อตัวเธอเอง ส่วนสำหรับคู่หมั้นหนุ่มนั้นน่าจะเป็นผลพลอยได้สำหรับเธอในการใช้ชีวิตใหม่ครั้งนี้ของเธอ... ถ้าเขาโง่ไม่ยอมเหลียวแล เธอก็จะถอนหมั้นและเดินหน้าเปิดโอกาสให้ผู้ชายคนอื่น ๆ บ้าง...

เธอคาดคิดไว้ว่าภายในปีนี้ เธอควรจะมีงานวิวาห์เสียที นั่นเพราะจากประสบการณ์ตลอดหลายเดือนที่เธอได้ทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบการแต่งตัว เธอก็คิดว่ามันเพอร์เฟคพอสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่....

ใช่...ชีวิตใหม่ของสาวสง่างาม... เซ็กซี่... แถมยังรักสนุกอีกด้วย

เมื่อกายพร้อม ใจพร้อม เรียวขาเล็กก้าวออกจากห้องพักในโรงแรม กดปุ่มลิฟท์ลงไปชั้นใต้ดินที่มีผับอยู่ในนั้น ผับที่เธอสืบรู้มาว่าคู่หมั้นหนุ่มของมักแวะเป็นแขกประจำยามที่เขาขึ้นมาทำธุระส่วนตัวในเมืองหลวงแห่งนี้...

แล้วก็ประจวบเหมาะที่ช่วงนี้เธอมีงานวิชาการของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งที่นี่ด้วย ดังนั้นเธอคิดว่าไม่ใช่ความบังเอิญแน่นอน แต่มันเป็นฟ้าลิขิตที่พระเจ้าประทานให้เธอและเขาตัดสินใจถึงสถานะที่จะสานต่อการหมั้นหมายไปเป็นพิธีวิวาห์ หรือไม่งั้นก็จบสภาพการเป็นคู่หมั้นมาราธอนนี้ไปซะ...

 

อภิชาต อัศวนันท์  ชายหนุ่มวัย 35 ปี สูง 180 เซนติเมตร น้ำหนัก 80 กิโลกรัม เขาเป็นลูกชายคนโตท่ามกลางน้องสาวอีกสองคนของเจ้าของกิจการรังนกนางแอ่นที่ตั้งอยู่บนเกาะแห่งหนึ่งที่อยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย แต่เมื่อเขาอายุครบสามสิบปีบริบูรณ์ บิดาบังเกิดเกล้าได้ผลักภาระหน้าที่ให้รับช่วงดูแลกิจการ ซึ่งเขาก็ได้พัฒนารูปแบบธุรกิจสัปทานรังนกนางแอ่นที่ดั้งเดิมได้จัดเก็บรังนกอยู่แต่ในถ้ำบนเกาะนั้น มาบัดนี้เขาได้สร้างคอนโดเป็นช่องสี่เหลี่ยมคล้ายรังผึ้ง มีบรรยากาศมืดคล้ายถ้ำ เพื่อให้นกนางแอ่นเข้าไปอาศัยทำรัง ยังบนเนื้อที่ชายฝั่งให้นกอยู่อีกหลายหลัง แล้วผลักดันให้กลายเป็นธุรกิจส่งออกที่สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวมากกว่าเดิมหลายสิบเท่า และการขยายธุรกิจนี้ยังได้ช่วยเหลือชุมชน โดยการสร้างงานให้คนในท้องถิ่นมีรายได้เพื่อหล่อเลี้ยงครอบครัวได้ดีอีกด้วย

ดังนั้นปัจจุบันนี้อภิชาตจึงเป็นที่พึ่งพิง และเป็นนายหัวของลูกน้องทุกคนที่อยู่ทั้งบนเกาะและบริเวณแถวชายฝั่งไปโดยปริยาย

ถึงแม้ชายหนุ่มจะเป็นคนปักษ์ใต้โดยกำเนิด แต่ผิวพรรณที่ขาวใส และรูปหน้าค่อนไปทางหนุ่มตี๋ ด้วยดวงตาชั้นครึ่ง ทรงผมปิดหน้าผากเหมือนหนุ่มน้อยเกาหลี ทำให้การเป็นหนุ่มเสเพลของเขาตลอดมานั้นมีภูมิคุ้มกันด้วยใบหน้าใสซื่อเสมอ

ซึ่งถ้าใครไม่มาสัมผัสตัวจริงของเขาก็คงไม่รู้หรอกว่า บุคลิกและนิสัยของเขามันต่างกันราวฟ้ากับเหวเชียวล่ะ

และที่สำคัญ เขามีคู่หมั้นที่มีความรู้สูง แถมยังเป็นภูมิคุ้มกันให้เขาหลีกเว้นจากผู้หญิงที่เริ่มงี่เง่าเข้ามาเกาะยึดตัวเขาไว้นานเกินควรเช่นกัน

ลึก ๆ ภายในใจเขาช่างขอบคุณคู่หมั้นมาราธอนคนนี้เสียจริง

อภิชาตยกแก้วเหล้าบรั่นดีขึ้นดื่มอีกอึกหนึ่งด้วยอาการเอื่อยเฉื่อย ตั้งแต่เพื่อน ๆ ในกลุ่มเดียวกันมีครอบครัวไปหมดทุกผู้ทุกคนแล้ว ชีวิตหนุ่มเสเพลของเขาก็พลอยหมดอายุไปด้วยหรือไงวะ

เกินครึ่งปีแล้วที่เขาไม่มีอารมณ์กระหายใคร่เซ็กซ์ที่ชื่นชอบ สาวน้อยวัยใสที่เคยเป็นยาชูกำลังขนาดเอกกลับไม่สามารถปลุกน้องชายตัวดีให้ตื่นเร้าขึ้นมาได้เลย ปัจจุบันนี้มันคอยแต่จะคอพับคออ่อน ซุกซบจำศีลอยู่ในกางเกงของเขาอยู่ร่ำไป

และสิ่งที่มันทำ พลอยให้เจ้าของเบื่อหน่ายโนมเนื้อจึงต้องหนีมานั่งหลบมุมเสาอยู่อย่างนี้ไงล่ะ ทั้ง ๆ ที่แต่ไหนแต่ไรมาเขามักชื่นชอบสถานเริงรมย์แบบนี้เสมอ... แต่ทำไมตอนนี้เขาถึงรู้สึกหนวกหู และรำคาญคนพลุ่งพล่านที่เดินไปทางไหนร่างกายก็เสียดสีกันและกันจนแทบแยกไม่ออกว่าใครเป็นใครอย่างนี้ไปได้วะ

เซ็งโว้ย!

ในขณะที่อภิชาตกำลังกระดกดื่มวิสกี้ครั้งสุดท้ายเข้าปาก ก่อนจะตั้งใจกลับห้องพักที่จองไว้ แขนซีกขวาก็ถูกอัดชนอย่างแรง

“โอ๊ะ!

น้ำสีอำพันสำลักพรวดออกมาตามปากเมื่อแม่สาวเซ็กซี่เสื้อสีแดงเพลิงเดินกระแทกบั้นท้ายงอนงามเต็มไหล่หนาหนั่นของเขา

“อุ้ย! ขอโทษค่ะ คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”

แม่สาวแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟันหันมาเอ่ยปากขอโทษด้วยการโน้มตัวลงจนกระทั่งหน้าอกล้นทะลักคอเสื้อกระแทกจิ้มตาเขาแทบบอด

พลัน! ความเงียบเกิดขึ้น...

เกล็ดเพชรระยิบระยับที่เธอป้ายอยู่บนเนินทรวงส่องประกายล้อแววตาของชายหนุ่ม กล้ามเนื้อทุกมัดในลำตัวเขาเกร็งค้าง น้องชายที่จำศีลอยู่ผงกหัวทักทายสาวเจ้าก่อนเขาที่จะเงยหน้าขึ้นประสานกับดวงตากลมโตที่เบิกโพรงเสียอีก

  และแล้ว... ใบหน้าคุ้นเคยได้โผล่เข้ามาในสมองมึนงงที่เบลออยู่ชั่วขณะหนึ่ง

...ไม่น่าจะเป็นไปได้ คงเป็นคนหน้าเหมือนใช่ไหม... หรือเป็นฝาแฝดคนละฝาที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงวะ

ลิ้นของนายหัวหนุ่มแข็งกระด้าง ไม่สามารถรวมพลังเอื้อนเอ่ยได้ในชั่วหลายวินาที แต่ในที่สุดเขาก็สามารถสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ อ้าปากและเปล่งเสียงแหบพร่าที่เข้าพุ่งสู่โสตประสาทเป็นอันดับแรกด้วยความสำเร็จ

“กันตา...”

ประกายตาของความพึงพอใจจากหญิงสาวออกมาแวบหนึ่ง จะว่าไปนี่เป็นครั้งแรกที่เขามีท่าทีว่าเธอยังอยู่ในโลกใบเดียวกับเขา แล้วการแสดงท่าทีนี้แบบนี้เป็นท่าทีที่เขามีความสนใจเธออย่างชัดแจ้งอีกด้วย

และก่อนที่กันตาจะพยักหน้าทักทายเป้าหมาย เธอก็กระเด็นหวืดเพราะถูกกลุ่มชายหญิงชาวต่างชาติเดินเบียดกระชั้น จนอภิชาตรีบปกป้องคว้าตัวเธอตามสัญชาตญาณด้วยการกดร่างบางลงนั่งบนตักแกร่งของตนทันใด

ความเงียบชั่วกัปชั่วกัลป์เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

แต่แล้วกลับเป็นฝ่ายหญิงเสียเองที่ส่งเสียงทักทายขึ้นมาก่อน

“แหม โลกกลมจังเลยนะคะคุณชาติ ดีใจที่ได้เจอคุณที่นี่... นิ้วมือสาวที่แต่งแต้มเล็บสีแดงสดลูบกรามของคนที่พลีตักให้เธอนั่งเบา ๆ เป็นเชิงทักทาย...

เป็นอย่างไรบ้างคะ สบายดีไหม...

        เสียงหวานเอ่ยทักทายแต่ชายหนุ่มกลับนิ่งเงียบ

        ธุรกิจรังนกที่อยู่บนเกาะท่าจะยุ่งน่าดูใช่มั้ย... เพราะเดือนที่แล้วฉันแวะไปหาป๋าที่บ้านใหญ่ ท่านยังบอกว่าคุณยุ้งยุ่งอยู่บนเกาะโน้น...

        ริมฝีปากสีแดงสดเอื้อนเอ่ยเปรยปราศรัย ส่วนมือนุ่มนิ่มก็ได้เลื่อนไล้ลากมาที่สาบคอเสื้อเชิ้ต

        เออ... อืม... ก็ยุ่งอยู่พอสมควร... เคล้นเสียงตอบออกมาเบา ๆ ระหว่างที่หลุบเปลือกตามองเล็บมือยาวที่สะกิดเข้ามาหาเนื้อหนังแผ่นอกตนอย่างเชื่องช้า...

        อ๋อ เหรอคะ... ตอนนี้คงหายยุ่งแล้วล่ะสิ คุณถึงได้มารีแลคซ์ที่นี่... เผลอไผลดึงทึ้งขนหน้าอกเขาเบา ๆ จนกล้ามเนื้อเจ้าของกระตุกเกร็งนิดหนึ่ง แหม... ใจสองเรานี่ตรงกันชะมัดเลย เพราะฉันก็เพิ่งหายยุ่งกับงาน... เลยต้องมารีแลคซ์เช่นกันค่ะ

        อืม... รับคำบอกกล่าวจากเธอเบา ๆ

        “อุ้ย! ฉันเอ้ยละเหยตรงนี้นานแล้ว... ขอตัวไปหาเพื่อนทางโน้นก่อน แล้วเจอกันใหม่นะคะ” บุ้ยใบ้ส่ง ๆ ไปยังบริเวณฟลอร์เต้นรำลานแคบ ๆ ก่อนจะดิ้นสะโพกมนยุกยิกเพื่อลงจากตักอบอุ่น

        ไม่... อย่าเพิ่งไป...

อภิชาตกดฝ่ามือลงบนขาเรียวเล็กเป็นเชิงห้าม จนคิ้วเรียวโก่งขึ้นเป็นเชิงถาม แต่เมื่อเห็นเขาจ้องมองอย่างเอาจริงเอาจัง ใบหน้างามก็รู้สึกขวยเขินเล็กน้อย นั่นอาจจะเป็นเพราะครั้งแรกที่เธอนั่งลงบนตักของผู้ชาย และการนั่งที่มีคนโอบรัดก็ทำให้เธอกระดากอาย ถึงใครจะไม่สังเกตเห็น แต่เธอก็รู้ว่ามือตัวเองสั่นระริกเพียงใด

เออ... ผม... ผมไม่อยากเชื่อ...” กวาดสายตามองบใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโฉบเฉี่ยว ริมฝีปากอิ่มเต็มที่ทาลิปสติกสีแดง และก้มมองทรวงอกอวบที่แทบทะลักออกมานั้นอย่างไม่เชื่อสายตาอีกครั้ง “เออ...  นี่คุณจริง ๆ เหรอกันตา ทำไม... คุณเปลี่ยนไปมาก... มากจนผมจำเกือบไม่ได้...”

สมองเขาเพิ่งหายจากอาการอึ้งทึ่ง ซึ่งจะว่าไปเขาไม่ได้สนใจมองเธอเกินสอง-สามนาทีด้วยซ้ำ ถ้าให้เขาคิดถึงคู่หมั้น เขายังคิดถึงผู้หญิงรวบผมตึง ใส่แว่นตาหนาเหมือนคุณครูฝ่ายปกครอง... แต่ระยะเวลาสองปีหลังมานี่เขาไม่เคยพบเจอเธอเลย นั่นอาจจะเป็นเพราะเขาหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเธอ ถ้าเขาไม่ขลุกอยู่ที่เกาะส่วนตัวของเขา เขาก็มักจะออกต่างจังหวัด แต่เมื่อนานวันเข้าบิดาของเขาก็จะเป็นฝ่ายบอกให้เขาโทรพูดคุยกันไม่กี่ประโยคแล้วเขาก็อ้างว่ามีงานด่วนจำต้องไปทำ

แต่อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยได้ยินครอบครัวของเขาบอกสักคนนี่ว่าเธอแปลงโฉมใหม่... แถมการแปลงโฉมของเธอช่างเซ็กซี่เป็นบ้า... เซ็กซี่จนกลายเป็นจุดสนใจให้ผู้ชายทุกคนมองหน้าอกอวบตาแทบถลนเสียอย่างนั้น

“อืม... เสียงเสียงตอบรับของเขา แต่คุณก็จำได้นี่คะ” พูดด้วยวาจาเย้ายวน ขณะที่กวาดตามองคู่หมั้นหนุ่มที่ดูดีและแต่งตัวด้วยเสื้อผ้ายี่ห้อดัง ประหนึ่งเขาหลุดออกมาจากแคตตาล็อคของพวกนายแบบก็ไม่ปาน

“คนไม่ตาบอดก็ต้องจำคนรู้จักได้อยู่แล้วแหละ” หายอึ้งทึ่งแต่กลับกลายเป็นคิ้วขมวดมุ่น “แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่”

หนอยแน่ เธอเป็นแค่คนรู้จักสำหรับเขาหรือนี่

“ก็มาเที่ยวสิคะ ถามได้” สะบัดเสียงขุ่นตอบเขาไป

คนส่วนใหญ่ในผับส่วนมากเป็นแขกของโรงแรมนี้ ดังนั้นถ้าเธอเดินเข้ามาตัวเปล่าไม่มีกระเป๋าถือติดมาด้วย เขาจึงสันนิฐานไว้ก่อนว่า... “คุณพักที่นี่รึ”

กันตาไม่ตอบ แต่เขาคิดว่าตัวเองเดาถูกแล้วว่าเธอก็เป็นแขกของโรงแรมนี้เหมือนเช่นที่เขาเป็น

คืนนี้อภิชาตไม่คิดกลับไปนอนคอนโดโอ่อ่าที่ซื้อต่อจากเพื่อนสนิทเมื่อหลายเดือนก่อน เขากลับไปที่นั่นทีไรมันโหวงเหวง เหมือนนอนอยู่ใต้ท้องฟ้าและดวงดาวอย่างไรอย่างนั้น ดังนั้นเขามักจะอาศัยพักผ่อนอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้ซะมากกว่า

“แล้วนี่อะไรทำให้คุณเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างนี้ฮะกันตา” ยังกังขากับสภาพร่างกายของตัวเธออยู่ และคิดว่าตัวเองมีสิทธิถามด้วย

“อ๋อ เรื่องนั้น... ฉันก็แค่หาอะไรสนุก ๆ ทำ... ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกค่ะ แค่ความสนุกเท่านั้นเอง” ย้ำคำว่า ความสนุก ด้วยสายตาแพรวพราว จนคนฟังร้องฮึ่มอยู่ในลำคอ

“หาอะไรสนุก ๆ ทำ ตอนอายุสามสิบสองนี่นะ” ส่งเสียงถามกึ่ง ๆ การประชด

“เอ้า... ทีคุณยังหาอะไรสนุก ๆ ทำเรื่อยมาจนอายุสามสิบห้าปียังได้เลย แล้วฉันจะทำอะไรสนุก ๆ มั่งไม่ได้หรือไง” จากที่คิดจะยั่วยวนเขากลายเป็นความกรุ่นโกรธมาแทนที่

เบื้องหลังการปฏิรูปตัวเองครั้งนี้ต้นเหตุส่วนหนึ่งก็มาจากเขานั่นแหละ และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือวันคล้ายวันเกิดที่ครบรอบสามสิบสองปีของเธอด้วย

แต่เรื่องอะไรเธอจะบอกความจริงให้เขารู้...

 “ได้น่ะมันได้ แต่คุณจะเที่ยวหรือทำอะไรให้พอดีกับอายุและอาชีพการงานมั่งก็ได้นี่นา”

คนบ้า ทำมาเทศนาสั่งสอนคนรู้จัก ที่แท้ตัวเองก็ทำตัวช่ำชองการเที่ยวยิ่งกว่าพวกไกด์หรือมัคคุเทศน์เสียอีก

“ฉันทำตัวไม่เหมาะสมกับสิ่งที่คุณกล่าวหาตรงไหนไม่ทราบ” น้ำเสียงเริ่มขุ่นมัว เท่าที่รู้... ผู้หญิงที่เขาไปมาหาสู่นุ่งน้อยห่มน้อยกว่านี้ตั้งเยอะแยะ และเธอก็เห็นเขาชื่นชอบทุกคนที่แต่งตัวเซ็กซี่ด้วยเช่นกัน

อภิชาตก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมเขาต้องมาทำเป็นตาแก่ขี้หงุดหงิดกับคู่หมั้นสาวที่เขาค่อนแคะว่าเธอเป็นสาวแก่ด้วยวะ

สาวแก่... ไม่เลย ตอนนี้เธอไม่หลงเหลือสภาพนั้นแม้แต่น้อย เธอดูเหมือนหญิงสาววัยที่เพิ่งพ้นมาจากรั้วมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ แถมความไร้เดียงสาที่เธอหลุดความเอียงอายออกมาให้เขาเห็นเมื่อสักครู่นี้ทำให้เธอดูเหมือนเด็กที่ไม่ประสาเสียมากกว่า...

มากเสียจนเขามีความคิดสนใจตัวเธอขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วนเชียวล่ะ “ก็...อ้ำอึ้งสักครู่หนึ่งเพื่อค้นหาคำพูด ก็... ตัวอย่างเช่น เสื้อผ้าคุณนี่มันเหมาะกับเด็กวัยรุ่นมากกว่าคนที่เลยเลขสามมาหลายปีแล้วนะกันตา แล้วอีกอย่างแต่งหน้าจัดจ้านเหมือนคนกลางคืนอย่างนี้ไม่เหมาะสมกับอาชีพครูบาอาจารย์ของคุณแม้แต่น้อย...”

น้ำเสียงเข้มขึ้นนั้นทำให้แผ่นหลังบางยืดตรง คางเชิดขึ้นสูง ความหยิ่งในศักดิ์ศรีบอกให้เธอตอบโต้

“ระวังปากด้วยคุณชาติ... ฉันบรรลุนิติภาวะมาหลายปีแล้ว และฉันไม่จำเป็นต้องมีผู้ปกครองมาสอนสั่งให้ฉันต้องแต่งกายแต่งหน้าอย่างไรในสถานที่แบบนี้ และตอนนี้ฉันก็อยู่ในเวลาส่วนตัว ฉันจะรีแลคซ์กับชีวิตบ้างตำรวจคงไม่จับฉันหรอกนะ”

เธอพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นจบก็ใช้ฝ่ามือเล็กดันแผงอกแกร่งที่เริ่มเบียดชิดทรวงอวบเธอให้ไกลห่าง

“แต่ถึงอย่างไรคุณก็ควรจะสำนึกว่าตัวเองมีคู่หมั้นแล้วนะกันตา จะทำอะไรก็ให้นึกถึงหน้าผมมั่งสิ”

โอ๊ะโอ๋... มันหลุดออกมาจากปากของเขาแล้ว

ดวงตาคมโตมองสบประสานดวงตาหาเรื่องของเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนเธอจะแค่นเสียงหัวเราะเพราะพริ้งออกมา “คู่หมั้น...” ทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกถึงเรื่องที่ลืมไปเมื่อปีมะโว้ได้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน “โอ ตายจริง! ฉันลืมแล้วว่าฉันมีคู่หมั้นอยู่นะเนี่ย... เพราะที่ผ่านมาตลอดสิบสองปีฉันไม่ค่อยแน่ใจนักว่าใช่หรือเปล่า เพราะดูเหมือนมันไม่ต่างกันเลยว่าจะมีหรือไม่มีน่ะ”

ถูกลูบคมมันเป็นอย่างนี้นี่เองใช่มั้ย

“ให้ตายสิ... อย่าริท้าทายผมกันตา...” การควบคุมตัวเองแทบขาดผึง ความหงุดหงิดของเขากลายเป็นเดือดดาล การพูดจาด้วยเหตุและผลใช้ไม่ได้กับเธอไปตลอดกาลแล้วหรือไงวะ

“ฉันเปล่า... ฉันก็แค่บอกความรู้สึกที่แท้จริงให้คุณรับทราบเท่านั้นเอง” นิ้วเรียวที่แต่งแต้มด้วยสีทาเล็บสีแดงแป๊ดยกขึ้นเขี่ยกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เขาปลดออกไปสามเม็ดอย่างสบายใจ “ดูคุณซีเรียสที่เจอฉันที่นี่ ขืนฉันอยู่ในผับนี้ต่อไปคุณคงไม่มีความสุขทั้งคืนแน่... ดังนั้นฉันขอเป็นฝ่ายไปเที่ยวที่อื่นดีกว่า ขอให้สนุกนะคะคุณคู่หมั้นขา...”

ยกมือขึ้นแตะแก้มขาวใสอีกครั้งเป็นการบอกลา รู้สึกถึงเคราสากระคายข้างกราม จึงลากนิ้วพาดผ่าน แล้วยืดลำตัวขึ้นใช้ริมฝีปากอิ่มปัดไล้เบา ๆ ที่ริมฝีปากเขาเสมือนหยอกล้อด้วยขนนกก่อนจะผละตัวลงจากตักแกร่ง ก้าวเท้าด้วยท่าทางเย้ายวนไปประตูทางออก...

โดยหารู้ไม่ว่าเธอได้สร้างความหวามไหวให้คลี่กระจายทั่วตัวเขาไปเรียบร้อยแล้ว

*******


ขอฝากนิยาย SET (3in1) ไว้ในอ้อมกอดทุกท่านด้วยจ้า

อะโนมีรวมเล่มซีรี่ย์ Red Roses ราคาปก 239 บาท พิมพ์จำนวนจำกัดตามยอดจองร้านออนไลน์ หากท่านใดสนใจรูปเล่มจองกับร้านดังต่อไปนี้ได้จ้า....

1. ร้านพี่ขวัญ https://www.facebook.com/booksforfun.net
2. ร้านพี่เอ๋ https://www.facebook.com/profile.php?id=100002808495521
3. ร้านพี่จุ๋ม https://www.facebook.com/monta.sawangsuk
4. ร้านพี่หน่อย https://www.facebook.com/bestbooksmile.bestbooksmile
5. ร้านคุณพราว https://www.facebook.com/profile.php?id=100010489650855
6. ร้านพี่สุ https://www.facebook.com/booksyourlikeshop.morgana

 


 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น