facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ย. 2558 20:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่3
แบบอักษร

หลังจากที่ลูกน้องคนสนิทของวายุเอายาลดไข้ที่พึ่งสั่งให้ลูกน้องตนไปซื้อมา.   วายุก็ปลุกร่างบางให้ตื่นขึ้นมากินข้าวกินยา.   ด้วยพิษไข้ทิวจึงตื่นมาอย่างว่าง่ายก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง.   วายุเดินเข้าห้องน้ำเพื่อไปเอากระละมังใส่น้ำมาเช็ตตัวให้ร่างบางที่นอนหมดเรี่ยวหมดแรง.   เมื่อวายุเช็ตตัวให้ทิวเสร็จตัวเองก็เดินเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระของตัวเองบ้าง.   หลังจากเสร็จธุระร่างแกร่งเดินมานอนบนเตียงเบาๆพลางซ้อนตัวร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมกอดและหลับไป

 

 

++++++++++++++++++++++++

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้นอาการไข้ของทิวลดลงมากแทมช่องทางรักก็เจ็บน้อยลงกว่าเดิม.   ทิวตื่นขึ้นมาก็ไม่พบร่างแกร่งที่นอนอยู่ข้างๆเมื่อคืน.   จึงลุกขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวไปเรียน.   พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จทิวเดินออกมาข้างนอกก็เห็นอาหารมากมายว่างไว้เต็มโต๊ะ    จึงเดินไปกินอย่างไม่รอช้า

 

หลังจากจัดการอาหาที่ว่างไว้ให้จนหมดร่างบางก็เดินไปที่ประตู่เพื่อออกไปเรียน.   แต่กับพบว่าประตูเปิดไม่ออก.   วายุที่ออกไปทำธุระข้างนอกวันนี้เขาต้องกลับดึกเลยตั้งระหัสล็อกประตูไว้ไม่ให้ใครเข้าหรือออกได้

ร่างบางพยายามเปิดประตูอยู่สักพักก่อนจะเตะเข้าที่ประตูอย่างแรกด้วยความโมโห

 

   ปั้ง!!

 

              "โอ๊ย!    เจ็บสัด!    แม่ง!".   ร่างบางของทิวอุทานออกมาอย่างดังด้วยความเจ็บพร้อมกับเอามือกลุมเท้าของตัวเอง

               "แม่ง.   อย่าให้กูรู้นะว่ามึงเป็นใครกูจะแจ้งตำรวจจับแม่งเลย.   ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวกูและข่มขืนกูด้วย.   แล้วถ้ากูไม่มีสิทธิ์สอบนะ...กูจะอาละวาดให้บ้านมึงเละเลยค่อยดู".   ร่างบางบ่นกับตัวเองอยู่หน้าประตูห้อง.   ทั้งที่จริงแล้วเขาก็ไม่ค่อยตั้งใจเรียนเท่าไหร่อยู่ดีๆก็คิดจะตั้งใจเรียนขึ้นมาซะงั้น  

 

              ทิว - (เรื่องของผม   คนเขียนอย่าเผือก!)  

     ผู้เขียน - (=∆=".   ไม่เผือกก็ได้    งั้นเล้าต่อ)

 

 แทมถ้าจะไปอาละวาดกับร่างแกร่งก็คงไม่ได้เพราะกำลังต่างกันโดยสิ่นเชิง

ทิวยอมเดินกลับไปนั่งที่โซฟาตัวหรูในห้องนั่งเล่นด้วยอารมณ์หงุดหงิด.   แต่ก็ทำอะไรไม่ได้    ร่างบางครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะเอาคำพูดของตัวเองที่พูดเมื่อกี้กลับมาทบทวนใหม่อีกครั้ง.   ร่างบางยิ้มมุมปากบางอย่างร้ายกาจและเดินมาหน้าทีวีเครื่องใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า

 

              //มึงเล่นกะกูอย่างนี้เองนะ.   ไอ้เวนวายุ//

 

ร่างบางนึกในใจอยู่สักพักก่อนจะค้ำทีวีลงกับพื้นจนบอร์ดี้การ์ดที่ยืนอยู่หน้าห้องต้องเดินเข้ามาดู

ที่เข้ามาได้นะหรอ...เพราะวายุบอกระหัสผ่านไว้เพื่อร่างบางเป็นอะไร ทิวที่ต้อนนี้ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นทั้งเสียงห้ามของลูกน้องวายุหรืออะไรก็ตาม.   ทิวอาระวาดพังข้าวของของวายุทุกชิ้นที่อยู่ในห้องจนพอใจจึงหยุดด้วยความหอบ

              //หึ    นี่ถือซะว่ามึงชดใช้กูก็แล้ว.   ไอ้เวนนรก//    ร่างบางยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจกับสะภาพห้องที่พังด้วยฝีมือของเขา

ก่อนใช้โอกาศที่บอร์ดี้การ์ดยืนทำหน้าเหวออยู่รีบหนีออกไปจากห้อง

 

    มหาลัย

 

ทิวนั่งรถแท็คซี่มามหาลัย.   ร่างบางรีบวิ่งไปที่อาคารเรียนทันทีเพราะใกล้เรียนแล้ว.   เมื่อมาถึงห้องเรียนก็บพเพื่อนสองสามคนกำลังมองมาที่ตนอย่างสงสัย

              "เฮ้ย.   เพื่อนรักนี่แกหายหัวไปไหนมาวันนึงวะ.   รู้มั้นว่าพวกกูเป็นห่วงเนี่ย.  โดยเฉพาะไอ้กิ่ง.   พอมึงหายออกไปจากผับไม่บอกพวกกูรุ่งเช้ามึงก็ไม่มาเรียน.   มึงรู้มั้ยมันทำหน้าอย่างกับส้นตีแนะ"    เพื่อนในกลุ่มพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหยอกล้อพลางจับหน้าคนที่ชื่อกิ่งไปด้วย

              "เชี่ย.   มึงมาจับหน้ากูทำไมเนี่ย    เมื่อกี้มึงไปเข้าห้องน้ำมาล้างมือยังวะ".   กิ่งบอก

              "เออ...ยังวะ".   เพื่อนคนที่จับคางกิ่งเมื่อกี้บอก

              "ยี๋~    ไอ้สกปก".   กิ่งบอก

              "อ้าว.   เชี่ย.   กูเพื่อนมึงนะ.   แค่นี้ทำเป็นรังเกียจกู"

              "เพื่อนกูไม่ใช่แม่กูนี่สัด.   ออกไปไกลๆเลยมึง"

ทั้งสองคนหยอกล้อกับจนทิวเริ่มจะหัวเราะขึ้นมาบ้าง    ถึงเรื่องที่เขาเจอจะไม่หน้าจดจำก็เถอะ.   แต่พอได้เจอเพื่อนพวกนี้แล้วก็ทำให้เขาหายเครียดลงไปบ้าง.   จะว่าไป...ถ้าทางนั้นกลับเข้าห้องไปเห็นสะภาพแบบนั้นแล้วจะเป็นยังนะ.   แต่ช่างเถอะมันไม่ใช่เรื่องของเขานิ

 

    คอนโดส่วนตัวายุ

 

 ร่างแกร่งหลังจากเครียงานเสร็จก็กลับมาที่คอนโดเพื่อดูว่าอาการของร่างบางเป็นไงบ้าง.   แต่พอเดินมาถึงห้องก็พบลูกน้องยืนก้มหน้าก้มตาให้อย่างหวาดกลัว

              "มีอะไร.   ทำไมถึงมายืนทำหน้าทำตากลัวฉันขนาดนี้".   วายุถามอย่างสงสัย

              "เอ่อ...คือ...".   ลูกน้องคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้นอย่างกระอึกกระอัก

เมื่อร่างแกร่งเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเดินเข้าไปให้ห้องก็พบกับสะภาพห้องที่มีของตกกระจัดกระจายเต็มพื้น.   ทั้งเศษแก้มจากทีวีจานชามแก้วน้ำ.   โซฟาที่ถูกกรีดโดยมีดปลอกผลไม้    ตู่เสื้อผ้าถูกรื้อจนเสื้อผ้าราคาแพงของร่างแกร่งออกมากลองกับพื้น.   ที่นอนถูกรื้อกระจายหมอนข้างหมอนหนุนไปกันคนละทาง.   อารมณ์ของวายุตอนนี้บอกได้คำเดียวว่าถ้าคนที่ทำอยู่ตรงหน้ามีหวังได้เจ็บเจียนตายแน่

 

เขาหันไปหาลูกน้องพร้อมกดอารมณ์สุดขีดก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดัน

              "มันไปไหน!!"

เมื่อลูกน้องได้ยินก็พากันเสียวสันหลังวาปไปถึงสมอง    ต่างคนต่างอ่ำอึ่งไม่กล้าบอกเพราะกลัวผู้เป็นนายจะโมโหพวกเขาที่เฝ้าร่างบางไว้ไม่ดี    แต่ยิ่งพวกเขาอ่ำอึ่งก็ยิ่งทำให้วายุอารมณ์เดือดมากยิ่งกว่าเก่า

              "กูถามว่ามันไปไหน!!".   วายุถามขึ้นอีกครั้งด้วยอารมณ์สุดจะทน

              "เออะ.   ออกไปแล้วครับ".  ลูกน้องคนนึงเอ่ยบอก

ร่างแกร่งเลือดขึ้นหน้าทันทีเมื่อได้ยิน

 

    เพี๊ย!!!

 

ฝ่ามือหน้าตบเข้าที่หน้าของลูกน้องคนที่ตอบอย่างโมโห    แค่เขาสั่งให้เฝ้าเด็กคนนึงไว้ยังทำไม่ได้    แล้วถ้าเขาตกอยู่ในอันตราจะมาสารถคุ้มครองเขาได้มั้ย.   วายุฟันกรอดก่อนจะออกคำสั่งให้ตามหาร่างบาง

              "ไปหามันให้พบ!!!.   ไม่งั้นพวกมึงก็ตายแทนมันแล้วกัน.   ไป!!!".   วายุพูดเสร็จลูกน้องก็พากันรีบออกจากห้อง

วายุยืนดูสภาพห้องอยู่สักพักก็เดินออกจากห้องไป

 

    มหาลัย

 

หลังจากเรียนเสร็จร่างบางก็เดินมานั่งได้ต้นไม้พลางคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจนไม่รู้เลยว่ามีอีกคนกำลังยืนมองเขาอยู่จากทางด้านหลัง

มือของใครบางคนกำลังเอื้อมมาเตะไหรบางที่กำลังนั่งเหมอคิดเรื้อยเปื่อย

              "ทิว...ไอ้ทิว!!".   เสียงทุ้มเอ่ยทักเพื่อนที่กำลังเหมอลอยจนเจ้าตัวต้องตะโกนดังๆในคำสุดท้าย

              "ห๊ะ.   อะไรของมึงไอ้กิ่ง    เรียกกูดีๆก็ได้    กูตกใจหมด"

              "ถ้ากูเรียกมึงดีๆแล้วมึงจะหันมาหากูมั้ย"

ทิวถอนหายใจหนักๆออกมาพร้อมกับหลบสายตาเพื่อนที่มองมาที่ร่างบาง

              "เออๆ.   กูขอโทษแล้วกัน.   ว่าแต่มึงมีอะไรกะกู?".   ทิวถามกลับ

              "เมื่อคืนวันไปผัก.   มึงหายไปไหนมาวะ.   มึงรู้มั้ยว่ากูเป็นห่วง.   ตามเข้าไปหาในห้องน้ำก็ไม่มี    แม่งจะไปไหนมาไหนก็บอกกูบ้างสิวะกูเป็นห่วง".   กิ่งเอ่ยออกมาเป็นชุด

              "เออๆ.   กูขอโทษแล้วกัน.   มึงก็อย่าบ่นมากดิวะ.   มึงเป็นเพื่อนกูนะไม่ใช่แม่กู"

เมื่อคำพูดนี้ออกจากปากทิวก็ทำให้กิ่งแอบสะอึกไปคู่นึงก่อนจะทำหน้าเข้าใจสถานะของตัวเองว่าไม่มีสิทธิ์เป็นห่วงมากกว่าเพื่อน

 

เมื่อทิวเห็นเพื่อนรักทำหน้าเศร้าก็นึกขึ้นได้ว่าพูดแรงเกินไป.   จึงใช้มือจับไปที่ไหร่กว้างของเพื่อนรักและบีบเบาๆเหมือนเป็นการขอโทษ

              "เอ่อ...กูขอโทษวะ.   พอดีกูมีเรื่องให้คิดเยาะไปหน่อยเลยเอามาพลานใส่มึง.   กูขอโทษวะกิ่ง    กูขอโทษจริงๆ" 

ทิวบอกเพื่อนรักที่นั่งมองหน้าเขานิ่งๆ.   อันที่จริงกิ่งยกโทษให้ตั้งแต่ร่างบางพูดขอโทษครั้งแรกแล้ว.   แต่แค่อยากแกล้งเพื่อนคนนี้ดูว่าเขามีความสำคัญแค่ไหนสำหลับร่างบาง

               "เออๆ.   กูยกโทษให้ก็ได้    แต่มึงต้องเลี้ยงข้าวกู    ตกลงมั้ย"

คิ้วหนาถูกยกขึ้นกวนๆ.   ทิวที่นั่งมองท่าทางของเพื่อนก็ขำออกมานิดๆก่อนจะตอบ

              "เออๆ.   แม่งลีลาชิบ"

ร่างบางพูดพร้อมยกมือเรียวพาดคอเพื่อนและพากันเดินออกไป.   แต่หารู้ไม่ว่าทุกการกระทำของร่างบางอยู่ในสายตาของวายุตลอดเวลา

 

    ร้านอาหารหรูย่านใจกลางเมือง

 

              "เป็นไงมึง.   หายงอลกูยัง"

              "เออ.   กูหายงอลมึงก็ได้    ว่าแต่อร่อยดีวะ.   อาหารร้านนี้".   ร่างโปร่งบอกด้วยความตื่นเต้น

              "เออ.   อร่อยก็แดกเข้าไปเยาะๆหละมึง".   ทิวบอกพร้อมกับตักกับข้าวใส่จารให้เพื่อนที่กำลังกินอย่างอร่อย

 

เวลาผ่านไปสักพักทั้งสองคนทารอาหารตรงหน้าจนหมดแล้วพากันเดินออกมาจากร้าน.   ร่างโปรงมองดูนาริกาก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่ามีนัดคุยเรื่องงานกับพ่อตัวเองจึงขอตัวกลับบ้านก่อน.   ทิวยืนโบกมือลาเพื่อนอยู่หน้าร้านอาหาร.   จู่ๆก็มีมือปริศนามาคว้าข้อมือเล็ก

              "เฮ้ย.   มึงเป็นใครวะ".   ร่างบางอุทานออกมาอย่างตกใจแต่ก็ไม่ได้คำตอบใดๆจากคนตรงหน้า

              "เฮ้ย.   ปล่อยกู!    กูบอกให้ปล่อยกู!!"

ร่างบางพยายามดิ้นให้หลุดออกจากการจับกุมของร่างกำยำที่อยู่ตรงหน้า.   แต่ด้วยแรงที่ต่างกันร่างบางถึงคิดหาวิธีอื่นเพื่อเอาตัวลอด.   ทิวมองไปรอบๆก็เห็นผู้คนพลุกพล่านเลยคิดอะไรดีๆออก

              "ช่วยด้วยครับ!    ช่วยผมด้วย...มีไอ้แก่โรคจิตจะรวนรามผม!!!".   ทิวร้องลั่นหาความช่วยเหลือ.   มีคนสองสามคนกำลังจะเดินมาทางผู้ชายทั้งสองที่ยื้อยุดฉุดกระชากลากถูกันอยู่หน้าร้านอาหาร.   เมื่อพนักงานร้านอาหารเห็นท่าทางไม่ค่อยดีของทิวจึงรีบออกมาดู

              "มีอะไรกันหรือเปล่าคะ".   พนักงานสาวถาม

              "เอ่ออ..."    ลูกน้องคนสนิทของวายุตอบอ่ำอึ่งในรำคอ

              "ช่วยด้วยครับ.   ไอ้บ้าตาแก่โรคจิตมันจะรวนรามผม".   ทิวรีบว่าออกมา

              "..."    คนของวายุไม่พูดอะไรได้แต่เงียบ.   พนักงานสาวกำลังจะเดินเข้าไปในร้านเพื่อโทนศัพท์แจ้งความ.   แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะเสียงของใครอีกคนพูดขึ้นมาซะก่อน

              "ไม่มีอะไรหรอกครับ.   แค่ผมให้ลูกน้องมาเอา.   เมีย.   กลับบ้านก็แค่นั้น.   เพราะว่ามันแอบนัด ชู้    มาพลอดรัก.   ผมเลยมาลากมันกลับไปรับโทษ".   วายุพูดพลางมองหน้าร่างบางที่ยืนนิ่งเพราะช็อกที่เห็นหน้าวายุเดินลงมาจากรถขันหรู    พนักงานสาวหน้าเริ่มถอดสีคงเพราะคำพูดของเขาหรือหน้าตาที่หล่อจนใจละลายกันแน่    ทิวยืนจ้องหน้าวายุที่เดินเข้ามาใกล้แล้วก้มกระซิบอะไรบ้างอย่างข้างๆหูบาง

              "มึงกล้ามากที่หนีกูมา... ดี!    ถ้ากลับไปถึงห้องแล้วมึงไม่พยศอย่างนี้...    มึงได้เจ็บตัวเป็นร้อยเท่ากับสิ่งที่มึงทำ.   ไอ้ทิว".   ร่างแกร่งพูดลอดไรฟังพยายามกดอารมณ์ที่คุกกรุ่นไม่ให้ทำร้ายร่างบางตอนนี้    ทิวหน้าเริ่มซีดสมองจ้าวโพรง.   มือไม้สั่นเพราะท่าทางของร่างแกร่งตรงหน้าเอาจริงแน่ๆ

 

แซมจับตัวทิวให้ขึ้นรถอย่างว่าง่ายถึงจะมีขัดขืนบ้าง.   แต่พอเห็นสายตาของร่างแกร่งที่ยืนมองด้วยแววตาวาวโรจน์จำต้องยอมเดินขึ้นรถแต่ด้วยดี

ความคิดเห็น