ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : สื่อรัก : 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ย. 2558 19:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สื่อรัก : 2
แบบอักษร

สื่อรัก : 2

 

 

 

 

“ มิน.........”

 

“ ช่วยอินหน่อยนะ.........”

 

“ไอ้พวกนั้นไม่มีใครช่วยอินเลยสักคน .....เหลือแต่มินคนเดียวเท่านั้นแหละที่ช่วยอินได้”

 

“ นะ นะ นะ แค่อาทิตย์เดียวเองนะครับ .....”

 

“มินก็ไม่มีเรียนแล้วด้วยหนิ...............เหลือแค่สอบสองสามวิชาเองถือว่าช่วยเพื่อนสุดหล่อคนนี้หน่อยนะคร้าบ”

 

     เสียงรบเร้าจากไอ้อินที่ลงทุนดักรอผมหน้าห้องอาจารย์ที่ปรึกษา หลังจากที่คุยเรื่องฝึกงานเสร็จแล้วเดินออกจาก

ห้องนั้นมา ผมก็ต้องได้ยินเสียงออดอ้อนที่หวานหู จนเลี่ยนจากไอ้คนที่กำลังทำหน้าทำตาบ้องแบ๊วและเดินตามมา

ต้อยๆ

 

“ ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วย.....แต่ไม่มีเวลาจริงๆ ....ถึงจะไม่มีเรียนแล้วแต่กูก็ยังต้องทำงานพิเศษที่ร้านพี่โมด้วยนะมึงลืม

ไปแล้วหรอ”

 

“ ไม่ได้ลืม.....แต่ช่วงนี้กูไม่ว่างจริงๆ ที่คณะก็ยังมีเรียนอยู่ งานกูเยอะ รายงานก็เพี้ยบ แล้วกูจะเอาเวลาไหนไปดูน้อง

อ่ะ....นะนะนะ มินช่วยเค้าหน่อยดิ แค่ช่วยดูตอนที่ไอ้สองหมูอ้วนนั้นไม่ได้ไปโรงเรียนเตรียมก็พอ”

 

“เฮ้อ..............เออๆๆ.....ก็ได้....แล้วนี่น้องอยู่ไหนอ่ะ......”

 

“เย้!.........มินน่ารักสุดๆอ่ะ....ป่ะ ไปหาลูกของเราสองคนกัน.....อิอิอิ”

 

“ประสาท!

.

.

.

.

.

   

    อันที่จริงมันก็ไม่ได้หนักหนาเท่าไหร่หรอกครับ ที่ผมต้องมาช่วยไอ้อินมันดูแลน้องชายฝาแฝดของมัน  แต่ที่ผม

ปฏิเสธมันไปตอนแรกก็ด้วยเหตุผลของหัวใจล้วนๆ เพราะผมรู้ใจตัวเองดีว่ายังคงชอบมันอยู่ ผมเลยคิดว่ามันคงจะ

เป็นการดีกับหัวใจตัวเองที่หากเลี่ยงที่จะใกล้ชิดกับไอ้อินได้ แต่จนแล้วจนรอด ไอ้หัวใจเจ้ากรรมของผมก็อ่อนตาม

แรงอ้อนของเจ้าตัวจนได้

 

 

 

 

     ระหว่างทางที่คิดกรนด่าความใจอ่อนของตัวเอง ไอ้อินก็พาผมเดินมาถึงที่โรงอาหารเดิมที่พวกเรานั่งกันก่อนหน้า

นี้ ผมกวาดสายตามองไปที่โต๊ะ ก็เห็นเพื่อนทั้งสี่คนนั่งอยู่ที่เดิมครบ พร้อมกับสองหนุ่มน้อย แต่ไร้เงาของหญิงสาว

ก่อนหน้านี้ที่คอยเกาะกุมมือของคนที่ผมแอบรัก

 

“เดินยิ้มหน้าบานมาแบบนี้ ....อ้อนสำเร็จแล้วสินะมึง” ไอ้อินยิ้มร่า พร้อมกับพยักหน้าตอบไอ้วิน

 

“ดีดีดี................กุจะได้ขึ้นเรียนสักที” เสียงไอ้ฟอสพูดพร้อมกับลุกขึ้นเตรียมขึ้นเรียน เช่นเดียวกับไอ้วินและไอ้วินที่

เรียนคณะเดียวกัน แต่ก่อนที่มันจะเดินไปมันก็ไม่ลืมที่จะแนะนำตัวผมให้น้องของมันทั้งสองคนรู้จัก ซึ่งสองฝาแฝด

ตัวน้อยไม่ได้มีท่าทีที่ต่อต้านหรือดื้อแต่อย่างใด กลับกันยังน่ารัก และดูฉลาดกว่าเด็กในวัยเดียวกันกับเค้าด้วย หลัง

จากสามหนุ่มเด็กบริหารออกไปผม ไอ้โฟร์ ไอ้เฟียส ก็นั่งคุยเล่นกับสองฝาแฝดตัวน้อยสักพัก ก่อนที่มันทั้งสองคนจะ

ขอตัวไปหาแฟนของแต่ละคน ตอนนี้เลยกลายเป้นว่าเหลือแค่ผมกับเด็กน้อยทั้งสองคน  ไอ้ผมพอเพื่อนๆหายไป

หมดก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วซิ เด็กก็ไม่เคยเลี้ยงเสียด้วย แต่ก็เอาว่ะ ดูท่าทางแล้วคงไม่ยากมากสักเท่าไหร่หรอกมั้ง งาน

พิเศษที่เคยทำก่อนหน้านี้หนักกว่าตั้งหลายเท่ายังทำได้เลย สู้โว้ย.....

 

“เออ............โอบครับ อุ่นครับ”

 

“กั๊บ/กั๊บ” เสียงสองหนุ่มน้อยขานตอบอย่างไม่ชัดคำนัก ก่อนจะละความสนใจจากสมุดระบายสีมาที่ผม

 

“เดี๋ยวพี่มินจะเป็นเล่นกับโอบและอุ่นในตอนที่พี่อินไปเรียนนะครับ” สองหนุ่มน้อยยิ้มรับก่อนจะพยักหน้า

 

“แล้วตอนนี้เราสองคนหิวหรือยังครับ.....เดี๋ยวพี่มินพาเราไปหาอะไรอร่อยๆกินเอาไหม” ในเมื่อผมไม่รู้จะเริ่มต้นเลี้ยง

สองหนุ่มน้อยยังไง เอาเป้นตอนนี้ผมคงต้องกลับไปตั้งหลักที่เรื่องพื้นฐานในปัจจัยหลักของมนุษย์ก่อนแหละครับ นั้น

ก็คืออาหาร

 

“หิวกั้บโอบหิวข้าว / แล้วก็อยากกินเค้กด้วยกั๊บ” ผมว่าผมมาถูกทางแล้วแหละ ฮ่าๆ เห้นไหมครับเลี้ยงเด็กไม่เห็นยาก

เลย

 

“โอเคครับ..........ถ้าอย่างนั้นเราสองคนเก็บของก่อนนะเดี๋ยวพี่มินพาโอบกับอุ่นไปกินของที่อร่อยที่สุดในโลก อิอิ”

สองหนุ่มน้อยร้องเย้ลั่นโรงอาหาร ก่อจะยิ้มตาปิดแล้วกุลีกุจอเก็บของใส่กระเป๋าเป้ของตัวเอง ส่วนผมที่กำลังรอสอง

หนุ่งน้อยจัดการเก็บของ ก็หยิบมือถือส่งข้อความผ่านไลน์ไปให้คนที่ตัวโตที่กำลังนั่งเรียนอยู่ให้รู้ว่าผมกำลังพาสอง

หนุ่มไปหาอะไรกินที่ร้านของพี่โมซึ่งเจ้าตัวก็ตอบกลับมาในทันทีว่ารับทราบแล้วจะเข้าไปรับตอนเย็นเมื่อเลิกเรียน

เสร็จ

.

.

.

.

(กรุ้ง......กริ้ง)

 

     เสียงกระดิ่งที่แขวนไว้ตรงหน้าประตูดัง ทำให้หญิงสาววันยี่สิบหกปีที่กำลังง้วนชงกาแฟ จำต้องเงยหน้าขึ้นมาเอ่ย

คำต้อนรับ แต่ยังไม่ทันได้กล่าวคำต้อนรับได้จบประโยคดีก็เป็นอันต้องชะงักเพราะคนที่เดินเข้ามาเป็นน้องชายต่าง

สายเลือดที่รักใคร่ดั่งสายเลือดเดียวกัน

 

“อ้าว.....พี่ก็นึกว่าลูกค้าเสียอีก....แล้วนั่นไปลักลูกใครมาล่ะมิน” ผมได้แต่ยิ้ม และมองสองหนุ่มที่อยู่ขนาบข้างตัวผม

ก่อนจะบอกให้คนข้างๆกายทั้งสองคนสวัสดีพี่โม

 

“สวัสดีกั๊บคุณน้า / สวัสดีกั๊บคุณน้า” เสียงสองหนุ่มน้อยกล่าวคำสวัสดี พร้อมกับยกมือน้อยๆนั้นพนมไหว้ผู้อาวูโส แต่

งานนี้ดูเหมือนพี่แกจะไม่ค่อยชอบกับสถานะใหม่สักเท่าไหร่นะ อิอิอิ

 

“อุ้ยตาย!!..................น้าเลยหรอลูก ......” พี่โมยกมือทาบอกพร้อมกับอุทาน พอเห็นอย่างนั้นก็เลยทำให้ผมอดที่จะ

หัวเราะไม่ได้

 

“ ฮ่าๆ..................แหมพี่โมยอมรับได้แล้วเหอะว่าตัวแก่”

 

“เดี๋ยวเหอะ...................ฉันยังไม่แก่ย่ะ....เห็นไหมหน้างี้ยังตึงเปี้ยะ” นางพูดอย่างเดียวไม่พอพร้อมดึงหน้าโชว์ความตึง

จนทำให้ผมกับสองหนุ่มที่ยืนอยู่ถึงกับขำพรืดพร้อมกัน

 

“ฮ่าๆ....โอเคๆ.....ไม่แก่ก็ไม่แก่”

 

“หึ...............ว่าแต่แกไปเอาลูกใครเค้ามาละเนี้ย”

 

“น้องชายไอ้อินมันนะพี่.................พอดีพ่อกับม๊ามันไปเมืองนอกมันเลยต้องดูแล.....”

 

“ไอ้อินมันต้องดูแล......แล้วทำไมสุดท้ายสองหนุ่มน้อยนี่มาอยู่กับแกได้ละ”

 

“ก็ไอ้อินมันยังมีเรียนอยู่ไง..................มินก็เลยอาสาดูให้”

 

“หึ...........เอาเหอะแล้วแต่แกแล้วกันแต่ดูลูกเค้าให้ดีๆละ .....ถ้าเป็นอะไรทำใช้เค้าไม่ได้นะจ้ะ อิอิอิ”

 

     คุยกับพี่โมจนเพลิน เลยลืมไปว่าสองหนุ่มน้อยข้างๆกำลังหิว พอมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ทั้งโอบและอุ่นกระตุกชาย

เสื้อของผมคนละข้างทำให้ผมที่กำลังจะอ้าปากตอบพี่โมต้องชะงัก แล้วก้มมองสิ่งมีชีวิตตัวเตี้ยๆสองคนที่อยู่ข้างตัว

ก่อนจะระลึกได้ว่าสองหนุ่มน้อยคงจะหิว ผมเลยจูงพาทั้งสองคนเดินไปนั่งรอที่โต๊ะด้านในที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว โชค

ดีที่วันนี้ลูกค้าไม่ค่อยเยอะมากเลยทำให้ไม่ค่อยวุ่นวาย ก่อนจะแอบดอดเข้าไปในครัว แล้วปล่อยให้สองพี่น้องระบาย

สีในสมุดวาดเขียนรอ

 

“มาแล้วครับ...............ของอร่อยๆมาเสิร์ฟแล้วครับ” สองหนุ่มน้อยที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาระบายสีอยู่  จำต้องละสายตา

เงยขึ้นมามองผมที่กำลังเดินถือจานข้าวผัดซอสมะเขือเทศที่โปะคลุมข้าวด้วยไข่ข้นแฮมเยิ้มๆ

 

“ว้าว..................น่ากินฝุดๆเยยกั๊บ” หนุ่มน้อยคนพี่รีบชูไม้ชูมือขึ้นทั้งสองข้างแสดงความตื่นเต้นที่ได้เห็นอาหารที่ผม

กำลังเดินถือมา ส่วนคนน้องเมื่อเห็นพี่ทำท่าทางอย่างนั้นก็เลยเลียนแบบทำตาม กลายเป็นภาพความน่ารักๆให้

ลูกค้าภายในร้านได้ยิ้มหัวเราะกัน จนบางคนก็อดที่จะยกมือถือมาเก็บภาพความน่ารักของสองหนุ่มน้อยนี้ไว้ไม่ได้

 

“หึหึ..............ถ้าน่ากินก็กินเยอะๆนะครับโอบ อุ่น” หลังจากวางจานข้าวลงตรงหน้าทั้งสองหนุ่มเสร็จ ผมก็หย่อนตัวลง

นั่งระหว่างกลางสองฝาแฝด จะว่าไปการเลี้ยงสองคนนี้ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ดูจะง่ายซะด้วยซ้ำเพราะเท่าที่ดูผมว่า

สองหนุ่มค่อนข้างทำอะไรได้เองดีกว่าเด็กรุ่นเดียวกันอยู่มาก ดูจากเรื่องการทานข้าวที่เด็กทั้งสองคนสามารถทานเอง

ได้โดยที่ไม่ต้องให้ผู้ใหญ่คอยป้อน

 

“กั๊บ โอบจะกินให้หมดจานเยย / อุ่น ด้วยกั๊บ อิอิอิ” สองพี่น้องพูดเสร็จก็ลงมือจ้วงตักข้าวเข้าปาก โดยที่ก่อนหน้านี้

ผมได้ราดซอสมะเขือเทศไว้บนไข่ข้นให้ทั้งสองคนแล้ว  ภาพฝาแฝดตัวน้อยสองคนใช้ช้อนคันใหญ่ตักข้าวผัดที่โปะ

ด้วยไข่ข้นเข้าปากจนซอสเลอะทั้งแก้มและรอบๆปากนั้น เป็นภาพที่ดูยังไงก็น่ารักน่าชังเสียจนผมนึกอยากมีลูกเอง

ซะแล้วสิ อิอิอิ  ก่อนที่ข้าวจะหมดไปเสียก่อน ผมหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาแชะเก็บภาพฝาแฝดตัวน้อยที่ทั้งสอง

แก้มเลอะไปด้วยซอส

 

แชะ!! (เสียงชัตเตอร์ของกล้อง)

 

     สงสัยจะหิวกันจริงๆ ขนาดเสียงของชัตเตอร์กล้องดัง ยังไม่สามารถทำให้ทั้งสองหนุ่มละจากช้อน และจานข้าว

ตรงหน้าได้ ผมยิ้มอีกครั้งให้กับภาพความน่ารักตรงหน้า ก่อนจะจัดการกดเขาไอจีอัพภาพของสองหนุ่มน้อย ให้คน

ติดตามที่มีนับหมื่นของผมได้เห็นถึงความน่ารักของสองหนุ่มน้อยนี้บ้าง ก่อนจะเขียนแคปชั่นใต้ภาพและตามด้วยอี

โมติคอนรูปหมูน้อยสองตัว

 

“สงสัยจะหิวจัด...ไม่สนใจกันเลย หึหึหึ”   และก็ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่ไม่นานที่อัพภาพเข้าในไอจี จะมีกองทัพ

ไลค์ และคอมเม้นต์ที่ถล่มมาชมถึงความน่ารักของสองหนุ่มน้อย ไม่เว้นแม้กระทั่งพวกเพื่อนๆของผมที่ดูเหมือนจะ

เข้ามาแซวผมเสียมากกว่าที่จะชมสองหนุ่มน้อยในภาพ

 

( ติ้ง!!.......ติ้ง!! )

 

@Fiat : แม่ศรีเรือนสุดๆ เพื่อนกู

 

@Four_4 : ครบเครื่องแบบนี้ผัวจะหนีไปไหนรอด อิอิอิ

 

@Frost :@In_In ใครไม่สนแต่คนนี้สนนะเว้ย....ฮิ้วๆ

 

@VinCent : @In_In สงสัยต้องให้ม๊ามึงไปสู่ขอแล้วมั้ง ฮ่าๆ

     

     อีสองแฝดนรกและเพื่อนคนอื่นๆยังคงทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่เว้นแม้กระทั่งในโลกโซเชียล ที่ยังสามารถยื่น

ปากยาวๆของพวกมัน มาแซวผมได้ ก่อนที่จะเลยเถิดไปมากกว่านี้ผมจำต้องปิดโปรแกรม กดปิดเสียงการแจ้งเตือน

ก่อนที่ตัวจะแตก หน้าจะระเบิด ไม่ใช่เพราะความโกรธแต่อย่างใด แต่ทุกสิ่งที่เพื่อนแซวมาทั้งหมดนั้นมันทำผมเขิน

ต่างหาก  ถึงทุกคนจะรู้แล้วว่าผมแอบชอบมัน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมหายจากอาการนี้นี่ครับ ผมคิดว่าหลายคนคงจะ

เป็นเหมือนกัน ถึงแม้ว่าเรื่องระหว่างผมกับมันดูเหมือนจะไม่มีทางเป็นไปได้ จนผมต้องตัดใจเว้นระยะห่างและคง

สถานะเอาไว้แค่เพื่อน ถึงจะเจอกันบ่อยจนคิดว่าน่าจะชินและทำตัวเป็นปกติได้ แต่พอโดยพวกมันแซว โดยล้ออยู่

บ่อยๆ บ้างครั้งมันก็ต้องมีเขินมีอายบ้างแหละครับ แล้วยิ่งเข้ามาเม้นต์แซวในไอจี แล้วไหนจะแท็คชื่อมันอีก

เฮ้อ...... เพลียจิต

 

 

 

 

 

     ระหว่างคิดเรื่องของพวกมันเพลินๆ หนุ่มน้อยทั้งสองคนก็ดูเหมือนว่าจะอิ่มเต็มที่แล้ว ผมรู้ได้ยังไงน่ะหรอครับ

หลักฐานที่มันโชว์หราอยู่ตรงหน้าสองหนุ่มนั้นไง สภาพจานที่เกลี้ยงเหมือนล้างใหม่ ไร้คราบซอสใดๆติด หึหึ เห็น

แล้วก็นึกภูมิใจในฝีมือการทำอาหารของตัวเอง  ผมวางโทรศัพท์เอาไว้บนโต๊ะตรงหน้าของตัวผมเอง และกำลังจะ

ยกมือลูบหัวสองแฝดตัวน้อย สายตาก็พลันไปเห็นภาพการแจ้งเตือนไอจีที่ไร้เสียงเนื่องจากผมปิดเอาไว้  ผมกด

เข้าไปในไอจีอีกครั้งด้วยความอยากรู้และสงสัยว่าคนที่เป็นหัวข้อสนทนาก่อนหน้านั้น จะเข้ามาคอมเม้นต์ว่าอะไร

ก่อนที่หัวใจจะเต้นแรง หน้าจะแดงด้วยความเขินอายกับข้อความที่มันคอมเม้นต์มาพร้อมกับแท็คชื่อของผมเอาไว้ว่า

 

 

@In_In : @Minny  แม่ของลูก ^^

 

 

 

     คนอ่านทุกคนที่ได้อ่านข้อความข้างบนแล้วคิดว่า ผมจะสามารถเข้าข้างตัวเองได้ไหมว่ามันก็มีใจให้ผมบ้าง หลายๆ ครั้งที่มันพูดหรือแสดงท่าทางว่าหึงหวง ผมเข้าข้างตัวเองได้ไหมครับว่ามันก็คิดอะไรกับผม ............................................................T_T.

 

 

 

 

 

** มาสั้นๆ นะจ้ะตอนนี้  ยังไม่ได้อ่านทวน หรือเช็คคำผิดเลยนะ มีข้อผิดพลาดตรงไหนเม้นมาเตือนได้นะ ฝากติดตามด้วยนะ แล้วอย่าเพิ่งด่าอินมากนะ เพราะยังมีเรื่องให้ด่ามากอีกต่อจากนี้ไป ^^ ยังไงเรื่องนี้อาจจะนานๆอัพทีนะ ฝากติดตามอ่านกันไปเรื่อยๆนะ ขอบคุณคะ**

ความคิดเห็น