ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2562 15:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11
แบบอักษร

***ครึ่งหลังมีอารมณ์ค้างแน่นอน ถ้าไม่อยากค้างคาก็ดองไว้ก่อนนะคะ*** 

 

 

11 

 

  

แสงอาทิตย์สาดส่องเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่ กลุ่มนักเดินทางเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทางต่อ คุณหมอหนุ่มเดินตามหลังลูกน้องร่างกำยำไปยังลำธารสายที่เจอเมื่อวานเพื่อตักน้ำหาอาหาร ส่วนคนอื่นๆกำลังเคลียร์พื้นที่และเก็บข้าวของ 

"นายน้อยอาบน้ำก่อนก็ได้นะครับ" เลย์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสภาพดูไม่จืดของคุณหมอหนุ่ม ถึงแม้ว่าคุณชายของตนจะเป็นคนลุยๆแต่ก็เจ้าสำอางพอควร ครั้นพอเห็นคุณชายหมอเจ้าเสน่ห์ที่มีสภาพมอมแมมก็เลยรู้สึกผิดขึ้นมา "เดี๋ยวผมจะเอาปลาไปทำอาหารรอ" 

"...เอางั้นก็ได้" เจฟชั่งใจอยู่หนึ่งแต่ครั้นพอก้มลงมองสภาพตัวเองก็แอบเบ้ปากออกมา ก่อนจะเอ่ยตอบลูกน้องไป 

"งั้นตามสบายนะครับ ผมขอตัวก่อน" เลย์กล่าวก่อนจะเดินหิ้วพวงปลาที่ตกได้กลับไปก่อน ปล่อยให้คุณชายเจ้าสำอางมีเวลาเป็นส่วนตัว 

คล้อยหลังลูกน้องไปคุณหมอหนุ่มก็ยืดเส้นยืดสายไล่ความเมื่อยขบจากการเดินทางและการนอนบนพื้นดินแข็งๆแล้วจึงค่อยๆปลดกางเกงและเสื้อออกโดยที่ไม่ลืมปลดสร้อยคอรูปไม้กางเขนที่แทบสวมติดกายไว้ตลอดเวลาออกวางไว้บนเสื้อผ้าที่กองไว้บนหินก้อนใหญ่ริมตลิ่งใกล้ๆแล้วก้าวลงน้ำไป 

"โอ้ย!เย็นชิบ!" คุณหมอหนุ่มสบทออกมาเมื่อรับรู้ถึงความเย็นของลำธารตามธรรมชาติยามเช้าที่เย็นเฉียบ ก่อนตัดสินใจทิ้งตัวลงนั่งจนน้ำถึงคอให้จบๆไป "โอ้ย!หนาว" 

คุณหมอหนุ่มนั่งแช่ในลำธารเพื่อปรับอุณหภูมิในร่างกาย มือก็ลูบไล้ไปตามแขนขาไปพราง โดยที่ในสมองก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ 

"ชิบ!แล้วจะเอาผ้าที่ไหนเช็ดตัววะ" คุณหมอหนุ่มเอามือยีผมหัวเองอย่างขัดใจเพราะตอนที่ตนเดินมาที่ลำธารตนนั้นเดินมาตัวเปล่า ทั้งเนื้อทั้งตัวมีกระติกน้ำสองอันซึ่งเลย์ก็เก็บกลับไปแล้ว แต่ก่อนที่สมองจะได้ฟรุ้งซ่านอะไรต่อก็เกิดเสียงซวบซาบดังออกมาจากพุ่มไม้ 

"หือ?" เจฟหันมองทางต้นเสียงอย่างระแวดระวัง เพราะตอนนี้ตนอยู่เพียงลำพัง อาวุธอะไรก็ไม่มี ซ้ำยังเปลือยเปล่า หากมีอะไรไม่คราดฝันขึ้นมาคงไม่แคล้วเป็นชีเปลือยวิ่งโทงๆกลับที่พัก ซึ่งคุณหมอหนุ่มจะไม่ยอมง่ายๆแน่นอน  ทันใดนั้นเสียงของตาเฒ่าคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาในหัวเสียดื้อๆอีกครั้ง 

'...ทางทุ่งหมาป่าก็น่าลองนะ ถ้าโดนขย่ำก็ไม่น่าจะเจ็บเท่าไหร่ ตายง่ายๆแบบวูบเดียวจบ...' 

"เวรจริง!" หมอเจฟสบทก่อนจะก้มลงไปคว้าก้อนหินขนาดพอดีมือขึ้นมาเป็นอาวุธชั่วคราวโดยที่สายตายังไม่ละจากต้นตอของเสียงปริศนาด้วยหัวใจระทึก 

แทรกๆ 

ยิ่งเสียงนั้นดังเข้ามาใกล้ มือที่กำลังกำหินก็กำแน่นขึ้นจนเครียดเกร็ง หัวใจในอกเต้นไม่เป็นจังหวะ ทันใดนั้น... 

พรวด 

"Oh shit!!!!" ทันทีที่เจ้าตัวต้นเหตุกระโดดผ่านพุ่มไม้ออกมา คุณหมอหนุ่มก็สบถออกมาอย่างหยาบคาย "ไอ้กระต่ายบ้า!!!!" เจฟด่าไล่หลังเจ้าก้อนขนปุกปุยหูยาวสีหม่นซึ่งกระโดดออกจากพุ่มไม้มา เจ้าหูยาวกระโดดเหยียบก้อนหินก้อนที่ชายหนุ่มใช้วางเสื้อผ้าเอาไว้เป็นแท่นเหยียบเพื่อกระโดดข้ามลำธารไปแบบฉิวเฉียดจนเสื้อผ้าที่กองไว้บนหินตกลงบนต้นหญ้าซึ่งขึ้นอยู่ข้างก้อนหินอย่างหัวเสีย 

"คุณชาย..." 

"Damn!!" เสียงเรียกที่จู่ๆก็ดังขึ้นจากอีกฝั่งเล่นเอาคุณหมอหนุ่มที่สติสตังยังไม่กลับเข้าที่สะดุ้งโหยง พอหันไปมองก็พบกับลูกน้องของตนที่ยืนอยู่พร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนหนึ่งในมือก็สบทออกมาอีกครั้งอย่างหัวเสียปนโล่งใจ "โอ้ย!ไอ้เลย์ มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง" 

"อะ...เออ" เลย์ถึงกับอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออกเมื่อๆจู่ๆก็โดนบ่นใส่แบบงงๆ 

...กูทำอะไรผิดวะเนี้ย... 

"มีอะไร!" หมอเจฟกล่าวเสียงแข็ง 

"อ้อ!เออ...ผมเอาผ้าเช็ดตัวมาให้ครับ" เลย์กล่าวพรางยกผืนผ้าเช็ดตัวในมือขึ้นน้อยๆเป็นการกำกับ 

"วางไว้ตรงนั้นแหละ" คุณหมอหนุ่มว่าพรางบุ้ยปากไปทางโขดหินซึ่งตนได้วางเสื้อผ้าเอาไว้แต่บัดนี้มันกับตกลงไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว 

"ครับ" เลย์ขานรับก่อนจะเดินเอาผ้าไปวางไว้ตรงที่ที่นายสั่งโดยไม่ลืมที่จะเก็บเสื้อผ้าซึ่งกองบนพื้นหญ้าขึ้นให้ด้วย "เออ..." 

"อะไร" เจฟเอ่ยถามเมื่อเห็นลูกน้องมีท่าทีอึกอัก คล้ายว่ามีบางอย่างจะพูดแต่ไม่รู้ว่าจะพูดดีรึเปล่า 

"อาหารเสร็จแล้วนะครับ" 

"โอเค แกไปเถอะเดี๋ยวฉันตามไป" คุณหมอหนุ่มว่าพรางโบกมือไล่ 

"ครับ" เลย์พยักหน้าก่อนจะเดินกลับไป 

"เฮ้อ~ให้ตายสิ ดันบ้าไปกับคำพูดของตาพรานเฒ่านั่นซะได้" เจฟพึมพำก่อนจะไล่ทุกอย่างออกจากหัวและเริ่มอาบน้ำจริงๆจังๆเสียที โดยที่คุณหมอหนุ่มยังไม่ทันได้รู้เลยว่ากำลังถูกจ้องมองจากบางสิ่ง 

กรร 

เสียงครางงึมงำดังลอดออกมาเบาๆจากหลังพุ่มไม้ ซึ่งเป็นพุ่มไม้เดียวกันกับที่กระต่ายป่าตื่นตูมตัวก่อนหน้านี้กระโดดออกไป เสียงมันเบามาก เบาเสียจนร่างสูงในลำธารไม่มีทางได้ยิน 

'หึ!สัญชาตญาณไวดีนี่' 

  

.……………………………………………….…………………….. 

  

"เรียบร้อยรึยัง" เจฟกล่าวพรางยกกระเป๋าสัมภาระของตนขึ้นสะพายหลัง ตาก็มองเหล่าลูกน้องที่กำลังเก็บของกันอยู่อย่างขะมักเขม้น 

"เรียบร้อยแล้วครับ" เหล่าผู้ร่วมทางขานรับ 

"ดี" เจฟพยักหน้าเบาๆแล้วหันไปมองในทิศทางที่หมายมั่น ด้วยใจอธิฐาน 

...ขอให้ลูกเดินทางอย่างปลอดภัยจากภยันอันตรายใดๆ ขอให้ลูกพบเจอกับสิ่งที่ตามหา... 

"เอ๊ะ!" 

ในขณะที่คุณหมอหนุ่มอธิฐานขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า มือก็เอื้อมขึ้นไปหาตำแหน่งสร้อยคอไม้กางเขนประจำกายซึ่งห้อยคออยู่เป็นประจำ ก่อนจะอุทานออกมาเมื่อมือจับไปพบแต่เพียงความว่างเปล่า ร่างกายราวกับสิ้นเรียวแรง หัวใจล่นวูบราวกับกำลังดิ่งลงเหวเมื่อรับรู้ว่าตัวเองได้ทำสิ่งสำคัญหายไป 

"มีอะไรรึเปล่าครับคุณชาย" เลย์เอ่ยถามเมื่อเห็นว่านายตนเหมือนกำลังคำหาอะไรบางอย่างตามเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ 

"สร้อย!" เจฟเอยออกมาอย่างตื่นตระหนก กระเป๋าเป้ใบใหญ่ซึ่งสะพายอยู่บนหลังถูกวางลงกับพื้น คุณหมอหนุ่มลื้อหาสิ่งของที่ต้องการตามช่องต่างๆบนกระเป๋าซึ่งคาดจะสามารถจะซุกซ้อนสร้อยคอเส้นสำคัญเอาไว้ได้ แม้แต่เสื้อผ้าก็ถูกลื้อออกมาล้วงดูตามกระเป๋าต่างๆ 

"สร้อย?" เลย์ครางออกมาอย่างงุนงงพรางเหลือบมองเพื่อนๆที่ก็งุนงงไม่ต่างกัน 

"shit!ที่ลำธารนั่น!!!" เจฟสบถออกมาก่อนจะยัดข้าวของที่ถูกลื้อออกมาใส่คืนกระเป๋าลวกๆ แล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปทางลำธาร สถานที่ตามความทรงจำสุดท้ายที่ตนพบเห็นสร้อยคอ 

"อะ...คุณชาย!" เหล่าผู้ร่วมเดินทางเอ่ยเรียกตามร่างสูงก่อนจะรีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามร่างนั้นไปด้วยใจร้อนรน 

...เกิดพลัดหลงกับคุณชายละก็บรรลัยแน่!... 

ทางด้านคุณหมอหนุ่มนั้นก็ไม่ได้สนใจเลยว่าเหล่าลูกน้องของตนจะตามมาหรือไม่ เพราะในหัวคิดแต่เพียงว่าอยากหาสร้อยเส้นนั้นให้เจอโดยเร็ว เพราะสร้อยเส้นนั้นมันเป็นของดูต่างหน้าของคุณย่า ซึ่งตนสนิทมากและเธอได้มอบให้ไว้กับมือก่อนสิ้นใจ 

'เก็บเอาไว้นะเจฟ หลานจะได้รู้...ว่าย่ายังคอยมองดูและเฝ้าดูแลหลานเสมอ' 

"ชิบ!ขอให้เจอทีเถอะ" เจฟเอ่ยออกมาเบาๆ 

เมื่อถึงลำธารตรงจุดที่ตนเองถอดเสื้อผ้าวางเอาไว้พร้อมสร้อยคอก่อนที่จะลงลำธารเพื่อชำระร่างกาย ชายหนุ่มก็โยนการเป๋าที่ลากติดมือมาลงพื้นอย่างไม่แยแสแล้วลงมือแหวกหญ้าหาทันที ลูกน้องที่วิ่งตามหลังมายืนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบก้มลงช่วยกันเดินหาในบริเวณรอบๆ แม้ว่ามันจะไม่ชัดเจนว่าสร้อยที่อีกฝ่ายกำลังตามหามันมีรูปร่างเป็นยังไงแต่พวกเค้าก็เต็มใจที่จะช่วย 

"ทำไมไม่เจอนะ ไปหล่นอยู่ที่ไหน?!" เจฟเอ่ยออกมาอย่างร้อนรนก่อนจะหันไปถามเหล่าลูกน้องของตนที่กำลังก้มๆเงยๆหา "เจอมั้ย" 

"ไม่ครับ" เล่ห์ที่ยืนอยู่ไกลสุดส่ายหน้าเบาๆ 

"ไม่เลยครับ" ลูกน้องคนอื่นๆก็เอ่ยตอบไม่ต่างกัน 

"เวรเอ้ย!" เจฟทุบมือลงบนก้อนหินอย่างขัดใจ ความรู้สึกในอกมันตีรวนกันไปหมด ทั้งใจหาย ทั้งห่วงหาและรู้สึกผิด 

"คุณชาย..." เลย์ครางออกมาเบาๆก่อนจะเหลือบมองคนอื่นๆที่รู้สึกไม่ต่างกัน เพราะพวกตนรู้แล้วว่าของสิ่งนั้นสำคัญแค่ไหน แม้จะไม่รู้เรื่องราวและเหตุผลแต่อาการของคุณชายเจ้าสำอางที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนจนผิดหูผิดตาก็ทำให้พวกตนรับรู้ได้ 

ซวบ 

ในขณะที่ทุกคนอยู่ในอาการหม่นหมอง พลันหูก็ได้ยินเสียงของบางสิ่งซึ่งดังออกมาจากพุ่มไม้ใหญ่ตรงหน้าที่สั่นไหว เจฟและเหล่าลูกน้องคนอื่นๆสะดุ้งเฮือกแต่ก็คงไม่เท่าเลย์ที่อยู่ใกล้พุ่มไม้นั้นที่สุด พวกเค้าหันไปทางที่มาของเสียงนั้นอย่างระแวดระวังก่อนจะค่อยๆขยับเข้าร่วมกลุ่มกันช้าๆอย่างไม่ลดท่าที 

"อะไรอีกวะ!" เจฟสบถออกมาอย่างหัวเสีย 

"คุณชายระวังนะครับ" ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยพรางใช้ร่างตัวเองบังกันเจ้านายตัวเองเอาไว้โดยมีคนอื่นๆตามมาสมทบ 

"มันจะมีอะไรเล่า กะอีแค่กระต่ายโงะ..." 

กรรรรรรร~ 

เฮือก! 

เจฟที่คิดว่าเจ้าสิ่งนั้นคือกระต่ายดังเช่นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ชะงักไปเมื่อหูได้ยินเสียวขู่คำรามในลำคอดังออกมาจากหลังพุ่มไม้ใหญ่ คุณหมอหนุ่มค่อยๆเอื้อมมือไปที่ปืนซึ่งเหน็บไว้ข้างเอวอย่างดูท่าที ผิดกับเหล่าลูกน้องที่ชักปืนคู่ใจออกมาไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว 

แฮ่ 

เสียงขู่คำรามดังออกมาอีกครั้งพร้อมๆกับพุ่มไม้ที่สั่นไหวมากกว่าเดิม เลย์และพวกเล็งปืนไปที่พุ่มไม้อย่างระแวดระวังและเตรียมพร้อม 

"อย่าพึ่งยิงนะ" เจฟกล่าวโดยที่ไม่ได้ลดท่าทีระแวดระวังลง เพราะคุณหมอหนุ่มเข้าใจคุณค่าของชีวิตดีและไม่อยากจะฆ่าสัตว์ป่าหรืออะไรโดยใช้เหตุ ถ้าหากมันไม่ได้เป็นอันตราย จนคนอื่นๆชะงักไปครู่หนึ่ง 

...แต่ดูท่าครั้งนี้คงจะชะล่าใจไม่ได้แฮะ... 

หมอหนุ่มลอบคิดในใจ พลันพุ่มไม้ใหญ่ก็สั้นไหวขึ้นมาอีกครั้ง เหล่าลูกน้องที่ชะงักไปรีบกลับมาจดจ่อกับสิ่งที่กำลังคุกคามความปลอดภัยของพวกเค้าทันที เจฟชักปืนออกมาถือไว้เมื่อพุ่มไม้มันสั่นแรงขึ้นเรื่อยๆ 

"ถอย" เจฟเอ่ยสั่งเบาๆ พรางกล่างถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่างกับสิ่งหลังพุ่มไม้ 

กรรรรรร~ 

เสียงครางครืดดังอีกครั้งแต่ครั้งนี้พิเศษกว่าตรงที่เจ้าของเสียงปริศนามันเผยโฉมออกมาด้วย 

"ชิบหายแล้ว!" เจฟสบถออกมาก่อนจะรีบชักปืนขึ้นมาถือเล็งปลายกระบอกไปทางผู้มาเยือนอย่างเตรียมพร้อมและระแวดระวัง เมื่อเจ้าสิ่งมีชีวิตที่เผยกายออกมามันไม่ใช่กระต่ายอย่างที่คิดแต่เป็นเจ้าสัตว์สี่ขาตัวสูงใหญ่กายปกคลุมไปด้วยกลุ่มขนสีน้ำตาลแดง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนส่องประกายวาวโรจน์ ปากยื่นๆแสยะน้อยๆเผยคมเขี้ยวที่เรียงกันราวกับพร้อมจะฉีกกระชากร่างของเหยื่อได้ทุกเมื่อ หมาป่าที่ตัวใหญ่เกินหมาป่าปกติไปหลายขุม 

"ทำไมมันตัวใหญ่แบบนั้นวะ!" เจฟเอ่ยออกมาอย่างตื่นๆพอๆกับลูกน้องคนอื่นๆที่เริ่มฉายแววรนรานแต่ก็พยายามคุมสติตัวเองเอาไว้สุดกำลัง 

กรรรร 

ราวกับมันรับรู้ว่าเหยื่อตรงหน้าเริ่มหวาดกลัวตนเอง นักล่าจึงขู่คำรามในลำคออกมา ฝั่งคุณหมอหนุ่มเองรับรู้ได้ลางๆว่าหมาป่าตรงหน้ามันแสยะยิ้มออกมาราวกับว่าจะดูแคลนตนและพวกก็แอบคิ้วกระตุกเบาๆ ก่อนที่คุณหมอหนุ่มจะชะงักไปเมื่อบางสิ่งสะท้อนกับแสงแดดจนมองเห็นลำแสงเล็กๆออกมาจากบางสิ่งที่หมาป่าตรงหน้าคาบเอาไว้ 

"นะ...นั้นมัน" เลย์เบิกตาน้อยๆก่อนจะเหลือบไปมองคุณชายของตนเล็กๆ 

"สร้อยฉัน!" เจฟเอ่ยออกมาเสียงดัง มือที่จับปืนเล็งไปที่ร่างของผู้ล่าตรงหน้าเผลอลดปลายกระบอกปืนลง เพียงเสี้ยววินาทีหมาป่าหนุ่มอาศัยจังหวะนั้นหันหลังและออกวิ่งไปตามแนวลำธารที่ทอดยาวไปทันที "เฮ้ย!หยุดนะ" คุณหมอหนุ่มร้องตามก่อนจะออกวิ่งตามหลังนักล่านั้นไป ลืมเลือนอันตรายใดๆไปจนสิ้น ร้อนจนเหล่าลูกน้องซึ่งกำลังตกใจยืนตาโตมองตามหลังร่างของเจ้านายวิ่งผ่านตัวไปต้องรีบวิ่งตามหลังร่างนั้นไปติดๆเมื่อสติกลับคืนมา 

"คุณชาย!!!!!!" 

 

.……………………………………………….…………………….. 

 

"คุณสามี~~~~" เสียงหวานที่เต็มไปด้วยความร่าเริงตามแบบฉบับของเจ้าของเสียงดังขึ้นพร้อมๆกับร่างของเด็กหนุ่มที่คานควบสี่ขาเข้าไปหาร่างหมาป่าหนุ่มโตเต็มวัยซึ่งนอนพักสายตาอยู่ตรงบริเวณทุ่งหญ้าหน้าโพรงดิน โดยมีร่างของลูกสุนัขตัวสีน้ำตาลอ่อนนอนซุกอยู่บริเวณช่วงท้อง และอีกสองตัวซึ่งมีสีขนแตกต่างกันแต่มีขนาดไล่เลี่ยกันวิ่งเล่นหยอกล้อกันอยู่ใกล้ๆ หมาป่าหนุ่มกระดิกใบหูรับเสียงเรียกน้อยๆก่อนจะผงกศีรษะขึ้นมองไปในทิศทางของเสียงเรียกนั้น

"คุณสามีๆๆๆๆ" บิทเอ่ยเรียกซ้ำๆพรางกระโดดโหยงๆอย่างร่าเริง ก้นกลมซึ่งไร้หางส่ายดุ๊กดิ๊กไปมา หมาป่าหนุ่มแอบมองมันด้วยสายตาวาวโรจน์

"มีอะไร" หมาป่าหนุ่มเอ่ยถาม พรางพยับพวงหางไปพาดที่ร่างเล็กๆซึ่งนอนซุกอยู่ตรงช่วงท้องตนและเริ่มขยับตัวดุ๊กดิ๊กเมื่อมีเสียงรบกวน เด็กหนุ่มเห็นภาพนั้นก็คลี่ยิ้มบางๆ เพราะอย่างน้อยกราเซียก็เริ่มเปิดใจให้เหล่าลูกๆตัวน้อยบ้างแล้ว โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กสุดนามกาเบลที่ได้รับการเปิดใจให้มากที่สุด ถึงแม้ว่าเจ้าตัวและเด็กๆตัวอื่นๆจะไม่รับรู้ก็ตามที

"ไปเล่นที่ลำธารกันเถอะ" เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงใส ดวงตากลมโตเปร่งประกายระริกระรี้

"..." หมาป่าหนุ่มจ้องคู่ครองตัวเองนิ่งและไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา

"น้าาาา~ข้าอยากกินปลา แล้วเราก็ไปเล่นน้ำกันด้วยไง นะนะนะ"

"...เจ้าก็กินมาแล้วไม่ใช่รึไง?" กราเซียทำจมูกฟุดฟิดก่อนจะเอ่ยขึ้นเมื่อได้กินคาวปลาติดตัวอีกฝ่ายมาด้วย

"ง่า...ก็ข้าอยากกินอีกนี่ นะนะนะไปนะ" บิทกล่าวเสียงอ้อมแอ้ม เมื่อถูกหมาป่าหนุ่มตรงหน้าจับได้ ก่อนหน้านี้บิทได้ขอคู่ครองตัวโตไปหานางหมาป่าที่ดูแลเลี้ยงดูตัวเองมาซึ่งอยู่ในทุ่งหญ้านี้ในโพรงไม่ไกลนักหลังจากไม่ได้พบกันนานในช่วงฤดูหนาวเจอกันครั้งล่าสุดก็สองสามวันก่อน ซึ่งหมาป่าหนุ่มก็อนุญาตแต่โดยดีเพราะเห็นว่าคู่ครองประหลาดตัวน้อยของตนไม่ได้ออกไปไกลฝูง เพราะเหตุนี้บิทจึงได้รับอนุญาตให้ไปพบกับนางหมาป่าได้ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่คู่ครองของนางกลับจากการล่าพอดี เด็กหนุ่มจึงได้มีโอกาสกินปลาสดๆตัวใหญ่ที่นางหมาป่าและคู่ครองแบ่งให้ก่อนกลับ แต่แม้ว่าเด็กหนุ่มจะได้กินปลาตัวโตมาแล้วแต่ท้องน้อยๆมันก็ไม่ได้หยุดหิวเสียที และเพราะเหตุนั้นบิทจึงได้มาร้องขอกับหมาป่าหนุ่มให้พาตนไปที่ลำธารเพื่อหาปลา ซึ่งเหตุผลที่เด็กหนุ่มมาร้องขอกับหมาป่าหนุ่มให้พาตนไปนั้นก็มีอยู่สองข้อด้วยกัน ข้อแรกแต่ไหนแต่ไรเด็กหนุ่มไม่เคยได้ล่าปลาเองเลยจึงไม่รู้วิธีล่าและข้อสอง

...ถ้าแอบออกไปล่าปลาเองโดยไม่ขอ ข้ากลัวท่านจะจับข้าขี่เป็นการลงโทษอย่างไรเล่า!!!...

"แล้วทำไมข้าต้องพาไป?" กราเซียเอ่ยเสียงเรียบราวกับไม่ยีระ แต่แววตากับวาวโรจน์อย่างปิดไม่มิด คู่ครองตัวน้อยที่ไม่รู้ชะตากรรมชะงักไปครู่หนึ่งอย่างครุ่นคิด

"กะ...ก็...ก็ถ้าหากข้าออกไปเองโดยไม่บอกท่าน ท่านก็จะโกรธไง" สมองน้อยๆประมวลคำตอบที่ดูท่าจะปลอดภัยที่สุดก่อนจะเอ่ยตอบเสียงอ้อมแอ้ม

"งั้นหรือ?"

"ใช่สิ!ท่านพาข้าไปเถอะน้า ข้าหิ้วหิว" บิทกล่างพรางก้าวเข้าไปคลอเคลียร่างของหมาป่าหนุ่มอย่างออดอ้อน พรางส่งสายตาหวานเชื่อมไปให้อย่างไม่รู้ตัว "พาข้าไปเถอะน้าาาาาา~"

"..."

"ไปนะๆๆๆๆๆ" บิทไม่ละความพยายาม พยายามส่งเสียงออดอ้อนและคลอเคลียไปมา ลูกหมาตัวน้อยที่วิ่งเล่นกันอยู่ใกล้ๆเมื่อเห็นผู้ที่คิดว่าเป็นมารดาตนกำลังคลอเคลียอยู่กับคุณพ่อสายดุ เจ้าตัวแสบทั้งสองก็วิ่งเข้าไปคลอเคลียตามกลุ่มขนของหมาป่าหนุ่มบ้าง กราเซียที่จู่ๆก็ถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวก็ถึงกับชะงักนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

"ได้!ข้าจะพาไป" หมาป่าหนุ่มกล่าว

"จริงนะ!" บิทตารุกวาว แต่ก่อนที่เด็กหนุ่มจะได้เอ่ยอะไรต่อ คู่คลองต่างเผ่าพันธุ์ตรงหน้าก็เอ่ยขัดขึ้น

"แต่มีข้อแม้" กราเซียกล่าวพรางลุกขึ้นยืน

"อะ...อะไรเหรอ" บิทกล่าวเสียงอ้อมแอ้มเบาหวิ๋วเพราะเริ่มสัมผัสถึงอันตรายจากคู่คลองตัวเองขึ้นมาได้ลางๆ กราเซียแสยะยิ้ม

"เจ้าต้องให้ข้าขี่"

...นั้นไง!!!...

บิทบ่นในใจก่อนจะเอ่ยเสียงแข็งพรางลุกถอยหนีห่างจากร่างคุณสามีที่ยืนแสยะยิ้มแผล่กลิ่นอายน่าเสียตัว(?)

"ไม่!"

"ถ้าเจ้าไม่...ข้าก็ไม่พาเจ้าไปก็เท่านั้น" กราเซียกล่าวเสียงเรียบก่อนจะทำทีเดินหันหลังกลับเข้าโพลง

"ดะ...เดี๋ยวสิ" บิทถึงกับไปไม่เป็น ยืนมองร่างของหมาป่าสีท้องฟ้ายามค่ำคืนเดินห่างออกไปก่อนจะตัดสินใจเอ่ยบางอย่างออกมา "ก็ได้!ถ้าท่านไม่พาข้าไป ข้าจะไปเอง!"

"?" กราเซียชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองร่างของคู่ครองตนอย่างกดดัน เด็กหนุ่มแอบหวั่นในใจแต่ก็พยายามใจแข็ง "เจ้าว่าอะไรนะ"

"กะ...ก็ถ้าท่านไม่พาข้าไปข้าก็จะไปเองตัวเดียว ข้าไม่ง้อท่านหรอก" บิทพยายามกล่าวเสียงแข็ง กราเซียหรี่ตาลงอย่างกดดัน เด็กหนุ่มพยายามใจแข็งก่อนจะเชิดหน้าขึ้น "ข้าให้พี่เกร์ยพาไปก็ได้ เชอะ!" ว่าแล้วก็สะบัดหน้าหนีทำทีจะเดินไปหาพี่ชายอย่างปากว่าด้วยขาสั่นๆ

กรรรรร~

หมาป่าหนุ่มขู่คำรามในลำคอออกมาเสียงดังราวกับจะเตือนกลายๆ เล่นเอาบิทที่ทำทีไม่สนใจสะดุ้งสุดตัวยืนแข็งค้าง

"..." บิทเหลือบมองคู่ครองตัวเองอย่างหวาดๆก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อหันไปเห็นว่าอีกฝ่ายเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบ เล่นเอาขาสั่นผับๆ

"กล้าท้าทายข้าหรือเจ้าหมาประหลาด" หมาป่าหนุ่มกระซิบข้างหู

"งะ..." บิทกลัวจนปากสั้น เอ่ยอะไรไม่ออกได้แต่ทำปากพงาบๆเหมือนปลาที่ถูกล่าขึ้นจากน้ำไม่มีผิด

"ได้!ข้าจะพาไป" กราเซียขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเสียงแข็ง บิทดวงตาเป็นประกรายขึ้นมาโดยพลัน "แต่!"

"อะไรอีกเล่า!" บิทแวดออกมาอย่างลืมกลัว

"ถ้าข้ารู้ว่าเจ้าพาตัวเองกับไอ้ลูกหมาสามตัวนั้นออกไปโดนพลการละก็...รู้ใช่มั้ยว่าจะต้องเจอกับอะไร" กราเซียกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ระ...รู้สิ!ข้าไม่ทำหรอกน่า" เด็กหนุ่มพยายามทำเสียงแข็งก่อนจะลอบคิดในใจ

...ที่ผ่านมาถือว่าไม่นับนะ!...

"อย่าให้รู้ก็แล้วกัน" กราเซียกล่าวอย่างจับผิด หมาป่าหนุ่มละกายออกจากคู่ครองประหลาดของตนแล้วออกเดินนำไปยังเป้าหมาย ก่อนจะหันกลับไปมองร่างหมาประหลาดที่ยังนั่งทำหน้าเอ๋ออยู่กับที่พร้อมๆเหล่าลูกหมาอีกสามตัวที่กองกันอยู่ไม่ไกล "หรือจะไม่ไป?"

"อ๊ะ!ไปๆ" บิทได้สติก่อนจะรีบตอบรัวเร็ว โดยไม่ลืมหันไปเรียกเหล่าลูกหมาที่นั่งอยู่ด้านหลังไม่ไกล "เราไปเล่นน้ำกันเถอะ!"

โฮ่ง!

เอ๋ง!

ลูกหมาสามตัวเห่าตอบเสียงแหลมก่อนจะแย่งกันวิ่งดุ๊กดิ๊กๆเข้าไปหามารดาตนที่ยืนรออยู่ แต่ด้วยขาสั้นๆและร่างกายที่เล็กกว่าพี่ๆทำให้น้องเล็กของกลุ่มขาพันกันล้มหน้าทิ่มลงพื้น ลำบากพี่ใหญ่ที่วิ่งนำมาแล้วต้องวิ่งกลับไปใช้จมูกดุนๆก้นน้องชายขึ้น แล้ววิ่งต่อ

"เจ้าตัวแสบเอ้ย!" บิทก้มฟัดเหล่าลูกหมาของตนอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนจะกึ่งวิ่งกึ่งเดินพร้อมลูกๆไปหาคุณสามีที่ยืนคอยอยู่ไม่ไกล

"หึ" กราเซียหลุดหัวเราะในลำคอออกมากับภาพนั้นก่อนจะหันกลับไปทางเดิม แสร้งก้าวขาเดินช้าๆเพื่อให้คู่ครองและลูกเดินตามทัน

"ข้ารักท่านที่สุดเลย" บิทเข้าไปคลอเคลียคุณสามีของตนอย่างออดอ้อนเป็นการขอบคุณ แม้ว่าหมาป่าหนุ่มจะไม่ได้เอ่ยอะไรตอบกลับแต่บรรยากาสที่อบอวนไปด้วยความรักก็ทำให้ผู้ที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆคลี่ยิ้มออกมาบางๆ

"สบายใจหรือยัง" หมาป่าขนสีเทาเข้ม เอ่ยขึ้นกับนางหมาป่าที่ตนเลือกมาเป็นคู่ครองเบาๆ นางหันมาคลี่ยิ้มก่อนจะหันกลับไปมองตามหลังร่างนั้นแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอิ่มเอมใจปนเบาใจ

"มีคู่ครองที่เต็มใจดูแลลูกหมาประหลาดตัวนี้ของข้าได้ข้าก็เบาใจ" นางกล่าว

"ข้าเชื่อว่ากราเซียจะดูแลคู่ครองของเค้าอย่างดี เจ้าโปรดวางใจ"

"ข้าเห็นแล้ว" นางกล่าวเบาๆก่อนจะรับการคลอเคลียจากคู่ครองตนอย่างรักใคร่

"ทีนี้ก็ถึงตาลูกๆของเราหรือยัง" หมาป่าหนุ่มกล่าว เพราะเจ้าตัวจำได้ดีถึงสัญญาอีกข้อของตนที่ให้ไว้กับนางในวันนั้น

 

'ท่านต้องยอมให้ข้าพาลูกของข้าไปด้วย' นางกล่าวพรางเหลือบตาไปมองร่างของหมาประหลาดที่นอนหง๋อยอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่และต้องดูแลเค้าให้ดี' นางกล่าวต่อ 

'ได้!ข้าสัญญา' หมาป่าหนุ่มกล่าวหลังจากหันไปมองตามสายตานาง 

'อีกข้อ...' นางกล่าวก่อนจะมองสบตากับหมาป่าตรงหน้าด้วยสายตาแน่วแน่ 'ข้าจะไม่ยอมมีลูกจนกว่าจะแน่ใจว่าลูกของข้าจะมีคู่ครองที่ดีที่สามารถดูแลเค้าได้ท่านจะยอมหรือไม่' 

'...' หมาป่าหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ 'ขอแค่เจ้ายอมเป็นคู่ครองของข้า ข้าให้สัญญา...' 

  

"ท่านต้องการหรือไม่ล่ะ" นางหมาป่าหลุดหัวเราะออกมาก่อนจะเอ่ยตอบ พรางช้อนตาขึ้นมองคู่ครองตนน้อยๆอย่างออดอ้อน คำตอบของนางทำเอาหมาป่าหนุ่มหูตั้งหางชี้ด้วยความตื่นเต้นดีใจ

...ดูท่าบิทจะมีน้องในอีกไม่ช้า...

 

.……………………………………………….…………………….. 

  

ร่างปาดเปรียวของหมาป่าขนสีน้ำตาลแดงวิ่งลัดเลาะไปตามพุ่มไม้ด้วยความเร็ว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหลือบกลับไปมองเหล่าผู้แปลกหน้าก่อนแสยะยิ้มออกมาบางๆ หมาป่าหนุ่มจงใจลดความเร็วฝีเท้าลงเพื่อปล่อยให้ร่างของผู้แปลกถิ่นสามารถวิ่งตามได้ทัน

...อีกนิดเดียวเหล่าพวกแปลกถิ่น อีกนิดเดียว...

"หยุดนะ!" เจฟตะโกนออกมา ขาก็วิ่ง ตาก็มองจับจ้องไปที่ร่างของเจ้าหมาขี้ขโมยที่วิ่งอยู่ตรงหน้าอย่างเคืองๆ ลำบากเหล่าลูกน้องต้องรีบห้าม

"นายครับใจเย็นๆ" เลย์เอ่ย

"แฮ่กแฮ่ก จะ...ใจเย็นบ้าอะไรละ สร้อยคอฉัน...โอ้ย!เหนื่อย!" เจฟหันไปบ่นลูกน้องเสียงหอบ

"เดี๋ยวสัตว์ป่าตัวอื่นมันจะแตกตื่นครับนาย" เพื่อนของเลย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ต่างกันในระหว่างที่พยายามวิ่งรัดรอดกิ่งไม้ตามทาง

"เหนื่อยโว้ย!เฮ้ย!เดี๋ยว" เจฟตะโกนออกมาอีกครั้งก่อนจะร้องลั่นเมื่อตามองเห็นร่างหมาป่าขี้ขโมยตรงหน้าพุ่งเข้าพุ่มไม้ไปและพอตนวิ่งตามไปกับไร้ร่องลอยของสิ่งที่ตนตามมา "แม่งเอ้ย!" ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสีย

"แฮ่กแฮ่ก จะ...ใจเย็นๆครับ" เลย์พยายามปลอบ

"คะ...คลาดกันจนได้" เจฟเอ่ยอย่างเจ็บใจ

"พักซักหน่อยเถอะครับนาย เราออกนอกเส้นทางแล้ว" ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

"ชิ!" เจฟสบทก่อนจะล้วงหยิบน้ำในเป้ออกมาจิบให้พอดับกระหายเพื่อป้องกันการจุกเสียด "ฮ้า...เราอยู่ที่ไหนกันละทีนี้"

"..." เหล่าลูกน้องมองหน้ากันน้อยๆ รับรู้ได้ทันทีว่าถึงคราวซวยแล้ว

"เวรจริง!ฉันดันทำให้พวกเราลำบากซะแล้ว" หมอหนุ่มกล่าวอย่างรู้สึกผิด เพราะห่วงแต่สร้อยของตัวเองเลยลืมนึกไปว่าที่นี่ไม่ใช้สถานที่ที่จะมาวิ่งเล่นเป็นเด็กๆ แต่ท่ามกลางความเงียบก็มีชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

"ผมพอจำทางได้ครับ" คนที่เหลือหันไปมอง

"นายแน่ใจเหรอ" เจฟกล่าว ชายคนนั้นพยักหน้าเบาๆ

"มึงแน่ใจนะไอ้ไมท์" เลย์ถามย้ำอีกครั้ง

"กูก็ไม่ได้จำได้ชัวเป๊ะ แต่เท่าที่ผมจำได้ ไอ้หมาตัวนั้นพาเราออกห่างจากลำธารก่อนหน้านี้พอสมควร จากนั้นถ้าผมคิดไม่ผิดเราก็วิ่งตามแนวลำน้ำมาตลอด" ไมท์กล่าว

"ถ้าอย่างนั้นถ้าเราคำทางกลับไปที่ลำธารถูก..." เจฟครางงึมงำ

"มึงนี่มัน!" เลย์ยิ้มออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะเข้าไปตีไหล่ชกอกเพื่อนอย่างยินดี

"งั้นเราพักเอาแรงที่นี้ก่อนแล้วค่อยหาทางกลับ" คุณหมอหนุ่มกล่าว ลูกน้องคนอื่นๆขานรับก่อนจะแยกย้ายกัน

"ผมจะออกไปสำรวจรอบๆนี้หน่อยนะครับ" เลย์เอ่ยขึ้น

"ไม่คิดจะพักก่อนรึไง" เจฟเอ่ยแย้ง

"ไม่เป็นอะไรครับ" เลย์กล่าว

"ไม่!พักก่อน" คุณหมอยื่นคำขาด จนเลย์ได้แต่ขานรับอย่างจำยอม

เวลาผ่านไปพอสมควรเหล่านักเดินทางก็เริ่มเดินทางต่อทันที ไมท์ที่คิดว่าตนพอจะคำทางถูกก็เดินนำพาเหล่าเพื่อนและเจ้านายเดินไปหาลำธาร คราวนี้เหล่านักเดินทางเดินทางอย่างระแวดระวังมากขึ้น ผ่านไปนานพอดูเหล่าคณะเดินทางก็เหมือนแสงแห่งความหวังอันน้อยนิดจะเริ่มสว่างจ้าขึ้น เมื่อหูพลันได้ยินเสียงน้ำไหลแว่วมาลางๆ เหล่านักเดินทางถึงครายิ้มออก เมื่อรับรู้ว่าตนไม่ได้มาผิดทางอย่างที่กลัว เจฟตบไหล่ลูกน้องตนเบาๆอย่างขอบคุณ ไมท์ที่ตอนแรกแอบหวั่นว่าจะทำทีมหลงป่าหนักกว่าเดิมก็ถึงคราวยิ้มออก ก่อนที่ตาจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างในพุ่มหญ้า

"นายครับ" ไมท์เอ่ยเรียกพรางก้มลงหยิบสิ่งนั้นขึ้นมา

"สร้อยของฉัน?" คุณหมอหนุ่มรับสร้อยเส้นนั้นมาไว้ในมือ ก่อนจะขมวดคิ้ว "ฉันว่ามันมีอะไรแปลกๆแล้วละ" คุณหมอหนุ่มกล่าวอย่างข้องใจ เพราะทุกอย่างมันดูจะเหมาะเจาะกันไปเสียหมด ทั้งเรื่องที่ตนบังเอิญทำสร้อยคอนี่หล่นหาย ทั้งหมาป่าตัวนั้น

"..." เหล่าผู้เดินทางเริ่มมองหน้ากันน้อยๆ มือหนาเริ่มแนบไปที่บริเวณซึ่งเหน็บอาวุธเอาไว้ ดวงตาเริ่มมองสาดส่องไปรอบกายอย่างระแวดระวัง

"เราต้องรีบออกไปเดี๋ยวนี้" เจฟกล่าวเสียงเครียดพรางสวมสร้อยใส่คอตน มือหนาจับไปที่จี้ไม้กลางเขนแน่นก่อนจะรีบเอ่ยเดินทางต่อ "เว้นระยะห่างจากลำธาร"

"ครับ" ไมท์ขานรับก่อนจะเดินทางต่อ

เดินลัดเลาะตามป่ามาครู่หนึ่งเสียงน้ำไหลที่ตอนแรกได้ยินเพียงแว่วๆก็ดังชัดขึ้นๆเป็นสัญญาณว่ากลุ่มตนเริ่มเดินใกล้แหล่งน้ำขึ้นเรื่อย แต่ครั้งนี้มันกลับต่างออกไปเมื่อนอกจากเสียงน้ำไหลแล้วหูกับได้ยินเสียงของบางสิ่ง

โฮ่ง!

เสียงเล็กแหลมของสัตว์จำพวกสุนัขที่ดังมาตามสายลมทำให้เหล่านักเดินทางเพิ่มความระแวดระวังมากขึ้น เจฟเอื้อมมือไปจับที่ด้ามปืนก่อนจะชักมันออกมาอย่างอย่างเงียบเชียบ

"เราอยู่ใต้ลมครับ" เลย์ที่มีความรู้ด้านนี้บ้างเอ่ยขึ้นเบาๆ เจฟพยักหน้าน้อยๆก่อนจะย่องเข้าไปใกล้พุ่มไม้ใหญ่ตรงหน้า นิ้วเรียวค่อยๆแทรกใบไม้ออกอย่างเบามือที่สุดเพื่อสอดส่อง ก่อนที่จะเป็นชายหนุ่มเองที่ต้องเบิกตากว้างกับภาพตรงหน้า

"นั้นมัน!"

 

............................................................................................................................................................................................................. 

9 มิ.ย 62  

ก็อย่างที่บอกอะนะคะ เรื่องนี้ใกล้จบแล้ว แอบใจหายเหมือนกัน 

ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็แสดงว่ามีความค้างคาแบบเต็มร้อยแน่นอน 555 ยังไงก็ดีใจด้วยนะคะ //วิ่งหนีระเบิด 

ปล.พ๊อตนิยายใหม่ๆเต็มหัวไปหมดเลยค่ะ แต่ก็ได้แต่จดเก็บเอาไว้เพราะขนาดเรื่องเก่าๆเรื่องที่กำลังอัพยังไม่มีเวลาจะแต่ง เรื่องมันเศร้าาาาาาาา 

2 มิ.ย 62 21:15 

ดีจ้า 

เราก็เดินทางมาถึงครึ่งเรื่องแล้วนะคะ อีกไม่นานก็คงจะจบแล้ว  

แต่!!!!! 

อย่าพึ่งดีใจ 

ไรท์ใกล้จะฝึกงานแล้ว อาจจะไม่มีเวลาแต่งนิยายหรือมาอัพต่อนานแน่นอน (คงเป็นเดือนๆถึงหลายเดือน) 

ยังไงถ้าอาทิตย์หน้าว่างจะมาอัพทิ้งทวนให้นะคะ 

เมนท์ติชมแสดงความคิดเห็นได้นะคะ 

แล้วเจอกันค่ะ 

:) 

ความคิดเห็น