email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Please 5

คำค้น : Please nanaกะหอยทาก คุณหมอ หมอ แพทย์ น่ารัก อบอุ่นละมุน ใส่ใจ หวาน ฟินจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 31 พ.ค. 2562 20:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Please 5
แบบอักษร

Please 5 

 

 

                “ใครโทรมาเหรอ?” หลินถามสายตาติดล้อเลียน ตามด้วยคำถามจากอรเพื่อนตัวเล็กแต่ใจแมนมาก

                “แฟนเหรอ?” เนี่ย! ก็ชอบถามกันแบบนี้ แล้วฉันควรจะตอบแบบไหนล่ะ

                “หน้าแดงหมดแล้ว” อรยิ้มล้อจนฉันรีบเบือนหน้าหนี ฮื่อ เขินเหมือนกันนะ อย่ามองแบบนั้นสิ

                “ฮาๆๆ ทำไมเขินแล้วน่ารักแบบนี้วะวิว มานอนได้แล้ว” หลินลงจากเตียงมาล็อคคอฉันไว้ก่อนจะลากขึ้นเตียงนอน คืนนี้มีเพื่อนนอนด้วยฉันหวังว่าตัวฉันเองจะนอนหลับนะ ฉันนอนคั่นกลางระหว่างเพื่อนทั้งสองแต่เกือบค่อนคืนก็ยังนอนไม่หลับข่มตาหลับก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะกลับมาฝันเรื่องราวเดิมๆ เฮ้อ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันทำไมฉันถึงยังฝันอยู่ฉันนอนมองเพดานท่ามกลางความมืดอยู่จนเช้าก่อนจะค่อยๆขยับตัวลงจากเตียงยังไม่อยากให้เพื่อนตื่นตอนนี้ ล้างหน้าเสร็จก็เดินออกจากร้านทันที

 

                Wan Talk

                “คุณหมอคะ เข้าไปพักก่อนก็ได้ค่ะตอนนี้ไม่มีคนไข้แล้ว” พยาบาลร่างอวบเอ่ยบอกผมเบาๆในช่วงค่ำของอีกวัน แต่สายตาผมกลับจ้องที่โทรศัพท์นิ่งๆ ข้อความที่ถูกส่งไปหาน้องตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ยังไม่ถูกเปิดอ่าน น้องไม่เล่นโซเชียลหรือน้องลืมรหัสเข้ากันแน่นเงียบเกินไปแล้วนะ

                “คุณหมอคะ”

                “ครับ?”

                “มีคนมาหาค่ะ” พยาบาลเอ่ยบอกยิ้มๆ ผมเองก็สงสัยว่าใครจะมาหาในช่วงเวลาแบบนี้ เพราะนี่ก็เกือบจะสองทุ่มแล้ว ผมยังต้องเข้าเวรอีกสองเวรคือเวรบ่ายตอนนี้แล้วก็เวรดึกแต่ในเวลานี้ใครกันที่มาหาผม

                “ใครครับ?”

                “ออกไปดูเองดีกว่าค่ะ พี่ชวนเข้ามาแล้วแต่คุณเขาบอกว่าไม่กล้าพี่เลยให้รอหลังประตูนี่เองค่ะ”

                “ขอบคุณครับ” ผมบอกไป มือเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อกาวน์เดินไปยังประตู แต่พอเปิดประตูออกไปหัวใจที่เคยห่อเหี่ยวกลับฟูอย่างน่าตกใจ มันเต้นแรงรัวพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าผม

                “ปิดร้านแล้วเหรอครับ” ผมเดินเข้าไปหาร่างบางที่ยืนรออยู่ไม่ไกล ใบหน้าหวานไม่มีเครื่องสำอางเลยสักนิดเดียวแล้วชุดที่สวมมาก็ดูพร้อมนอนมากแต่มันก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรมากหรอกนะเป็นเสื้อยืดธรรมดานี่แหละกับกางเกงยีนขาสั้นแต่ก็ไม่ได้สั้นมาก

                “ค่ะ”

                “ทานมื้อเย็นหรือยัง” ผมถามขาก็ขยับเข้าไปใกล้มือก็เอื้อมไปจับมือบางไว้ก่อนจะพาเดินไปยังห้องอาหารของโรงพยาบาล

                “ยังค่ะ”                                                      

                “งั้นไปทานข้าวก่อน เมื่อคืนนอนหลับไหม” ผมถามอย่างเป็นห่วงน้องพยักหน้าก่อนจะเอ่ยตอบ

                “หลับค่ะ”

                “ฝันไหม สะดุ้งตื่นหรือเปล่า” ผมรัวถาม เพราะรู้ดีว่าน้องน่ะเป็นยังไง

                “ฝันเหมือนเดิม”

                “กี่ชั่วโมง ได้นอนเมื่อคืน”

                “สองชั่วโมง” คราวนี้น้องตอบเสียงอุบอิบ ราวกับว่ากลัวผมจะดุ แน่ล่ะว่าผมไม่ดุน้องอยู่แล้ว

                “งั้นคืนนี้ก็มานอนกลับพี่ พรุ่งนี้ก็ได้กลับแล้วละทนหน่อยนะ” ผมยกมือลูบเรือนผมนุ่มอย่างเห็นใจน้องพยักหน้าเบาๆกลับมาเช่นเคย

                “นั่งรอตรงนี้นะ เดี๋ยวจะไปซื้อข้าวมาให้” ผมยิ้มให้น้องก่อนจะเดินไปยังร้านขายอาหารที่เปิดอยู่อย่างอารมณ์ดี แน่สิต้องอารมณ์ดีอยู่แล้วเพราะผมไม่เจอน้องเลยตั้งแต่เมื่อวานลากยาวมาจนถึงวันนี้มันก็ต้องอารมณ์ดีอยู่แล้วเพราะได้เจอกัน

                “นั่งไหน” สิญถาม ผมเองก็เพิ่งเห็นมันเหมือนกัน

                “โต๊ะที่น้องนั่งอยู่ เสื้อขาวอ่ะ” ผมพยักหน้าไปยังโต๊ะที่มีน้อง สิญพยักหน้าเข้าใจแล้วเดินไปยังน้องทันที เอากับมันสิถ้ามันจะขนาดนี้ ไม่นานผมก็ถืออาหารมาสองจานพอน้องเห็นผมเดินเข้ามาใกล้ก็ทำท่าจะลุกออกจากโต๊ะ

                “ไปไหนครับ”

                “จะไปซื้อน้ำค่ะ” น้องบอก

                “เดี๋ยวพี่ไปซื้อให้นั่งรออยู่นี่แหละ” ผมบอกแต่เหมือนน้องเองก็ไม่ชอบใจ

                “ไม่ค่ะ หนูอยากไปซื้อเองพี่นั่งทานข้าวก่อนเลย”

                “งั้นก็ไปด้วยกันครับ สิญน้ำไหม”

                “เอา”

                “ปะไปพร้อมพี่ครับ เออใช่ วิวที่ข้างหลังบ้านพี่อ่ะพี่จะทำสระว่ายน้ำวิวอยากทำอะไรเพิ่มไหม?” ผมถามน้อง แต่เหมือนเจ้าตัวจะงงๆที่ถูกถามผมเลยหัวเราะเบาๆก่อนจะค่อยๆอธิบายให้น้องได้เข้าใจ

                “ก็ที่หลังบ้านพี่อ่ะพี่จะทำสระว่ายน้ำให้ต้มยำมันเล่น”

                “ต้มยำ?”

                “ครับ สุนัขโกลเดินริทริฟเวอร์น่ะ”

                “จริงเหรอ?” น้องมองมาตาโต จนผมหลุดขำออกมา

                “จริงสิ เอาน้ำเปล่าสามครับ” สั่งเครื่องดื่มไปก่อนจะจ่ายเงินและรับขวดน้ำเปล่ามา

                “อยากเจอ” ดวงตาที่เคยเศร้าหมองตอนนี้เปล่งประกาย จนหัวใจผมเต้นแรง ยอมรับตรงๆก็ได้ว่าผมเขินน้องน่ะสิ

                “รอทำสระว่ายน้ำเสร็จก่อนแล้วกันนะ หรืออยากไปดูที่บ้าน” ผมถามอีกครั้ง

                “รอสระว่ายน้ำเสร็จก็ได้ค่ะ” น้องยิ้ม แต่เหมือนน้องกำลังคิดอะไรสักอย่างที่มันสนุกเพราะน้องอมยิ้มน้อยๆอย่างน่ารักโดยที่เจ้าตัวคงจะไม่ทันได้รู้ตัวเหมือนกันว่าทำหน้ายังไงอยู่

                “น้ำค่ะคุณหมอ” น้องวางขวดน้ำลงตรงหน้าไอ้สิญ เพื่อนผมเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะเอ่ยขอบคุณกลับมา น้องยิ้มน้อยๆก่อนจะนั่งลงและเริ่มทานข้าว

                “ไปจับสลากหรือยัง งานที่โรงพยาบาลจัดน่ะ” สิญถาม ผมเองก็ลืมไปแล้วเหมือนกันว่าวันนี้มีจำสลากของพนักงานโรงพยาบาล โดยจะมีตั๋วให้ทุกคนไปแลกจับสลาก เห็นว่าตั๋วที่ขายได้จะนำไปสมทบทุนช่วยเหลือมูลนิธิโดยที่โรงพยาบาลจะมีงบส่วนนี้อยู่แล้วแต่นี่ก็จัดขึ้นเพื่อให้เหล่าหมอและพยาบาลได้ร่วมสนุกกัน

                “ยัง ทานข้าวเสร็จเดี๋ยวพาน้องไปด้วย” ผมบอก เพื่อนผมพยักหน้ารับรู้ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อจนหมดไม่นานเราก็ต้องแยกย้ายสิญเตรียมตัวกลับบ้านส่วนผมก็พาน้องเดินไปที่ห้องพักเพื่อไปเอาตั๋วในกระเป๋าทำงานก่อนจะพาน้องเดินไปยังห้องรวมซึ่งตอนนี้มีหลายคนกำลังสนุกและร่วมกิจกรรมอื่นๆอยู่

                “ว้าว คุณหมอวันมาแล้วทุกคน”

                “สวัสดีค่า”

                “สวัสดีครับ” ผมรับไว้เหล่าพยาบาลและบุคลากรของโรงพยาบาล น้องที่เดินอยู่ข้างๆก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งผมก้มมองน้องนิดหน่อยก่อนจะยกท่อนแขนโอบเอวน้องให้ขยับขึ้นมายืนคู่กัน

                “แหม แนะนำให้รู้จักบ้างสิคะคุณหมอ เห็นแต่กลุ่มขึ้นวอร์ดวันก่อนเม้ากัน”

                “ครับๆ อย่าแซวเยอะนะน้องเขิน”

                “ค่า!!” ทุกคนพร้อมใจขานรับจนผมหลุดเสียงหัวเราะออกมา อะไรจะอยากรู้จักน้องขนาดนั้นกันล่ะ

                “นี่วิวครับ แฟนหมอเอง”

                “กรี๊ด!! ละมุนเกินไปแล้วนะคะคุณหมอ”

                “อยากได้คุณหมอ”

                “สายตานั้นทำให้ฉันเขินจริงๆนะ” เสียงรอบข้างดังขึ้นเมื่อผมแนะนำน้องกับทุกๆคนไป คนก็ใช่จะมีน้อยๆแต่ผมก็เลือกที่จะชัดเจนเพื่อที่น้องจะได้ไม่คิดมาก

                “วิว นี่พี่ๆในโรงพยาบาล”

                “สวัสดีค่ะ” คนตัวเล็กยกมือไหว้คนตรงหน้ารวมถึงคนอื่นๆ ผมมองตามท่าทางน่ารักนั่นด้วยรอยยิ้มก่อนจะประคองน้องเดินไปยังจุดที่จะจับสลาก

                “สิบใบนะคะ” คนที่ทำหน้าที่อยู่จุดแลกตั๋วทวนจำนวนสิทธิ์ในการจับมา พร้อมกับสายตากรุ้มกริ่มมองผมสลับกับน้อง ไหนจะมีเหล่าพยาบาลบุคลากรที่ไม่ได้ขึ้นเวรยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปไว้อีก

                “ครับ”

                “จับได้เลยค่ะ” ผมล้วงมือเข้าไปหยิบสลากออกมาจากกล่องหนึ่งชิ้นก่อนจะก้มหน้ากระซิบบอกน้อง

                “จับให้พี่หน่อยอีกเก้าชิ้น” น้องพยักหน้าก่อนจะยกแขนขึ้นล้วงมือเข้าไปในกล่อง

                “ของรางวัลใหญ่ยังเหลือเยอะอยู่นะคะ” เหล่าพนักงานบิ้วน้องกันอย่างสนุก คนตัวเล็กยิ้มเขินเมื่อทั้งถูกแซวและถ่ายรูป รอยยิ้มน่ารักนั่นทำให้ผมหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาถ่ายรูปน้องไว้หลายรูปเช่นเดียวกัน

                “ครบแล้วค่ะ” น้องหันมาบอกพร้อมกับรอยยิ้มสนุก เห็นน้องสนุกแบบนี้อยากเอาเงินซื้อตั๋วอีกสักพันให้น้องได้จับเล่น

                “มาลุ้นกันค่ะทุกคนว่าคุณหมอกับแฟนจะได้รางวัลใหญ่ไปไหม เริ่มกันที่ของคุณหมอวันกันเลยค่า คุณหมอวันได้...” ทุกคนเงียบลุ้นตาม

“นมกล่องค่า!”

“ฮิ้ว!! คุณหมอรักสุขภาพต้องดื่มนมเยอะๆนะคะ” นมถั่วเหลือกล่องฟ้าถูกยกมาวางที่โต๊ะตรงหน้าผม น้องหัวเราะน้อยๆก่อนจะกลับไปตั้งใจฟังต่อว่าที่ตัวน้องจับนั้นได้อะไรมาบ้าง

“กรี๊ด!! ตู้เย็นค่า!”

“โอ๊ะ!? ได้เหรอ” น้องอุทานอย่างงงงวยหันมามองผมอย่างตกใจ ดวงตาโตนั่นวาวไปด้วยความดีใจ ผมยิ้มตามน้องอีกแล้วล่ะ

“อันต่อไป พัดลม! เครื่องซักผ้า! จักรยาน!”

“กรี๊ด!! ไม่นะ ทำไมแฟนคุณหมอดวงดีแบบนี้กันล่ะ เหลือไว้ให้พวกเราบ้างนะคะ”

“ฮาๆๆๆ” เสียงร้องเซ็งแซ่ทั่วห้องเมื่อสิ่งที่น้องจับได้นั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนหวังแต่ยังไม่มีใครจับได้แต่พอจะได้กลับกลายเป็นน้องที่ตบมือแปะๆดีใจอยู่ข้างๆผมนี่แหละ

“โอ๊ย แฟนคุณหมอจะดวงดีเกินไปแล้วนะคะ มาเลยชิ้นสุดท้ายอะไรคะ...อ้อ หัวใจหมอวันค่ะ ฮิ้ว!”

“อันนี้น้องได้ไปนานแล้วครับ”

End Talk

ความคิดเห็น