เปิดพรีออเดอร์ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ราคาเล่มละ 459 บาทรวมค่าส่งแล้ว สนใจติดต่อได้ที่เพจ Tawan_Y หรือ www.tawanpreampree.com

16 คนสวยบุกป่าจะเผลอห้าวหาญกว่าผู้ไม่ได้นะ

ชื่อตอน : 16 คนสวยบุกป่าจะเผลอห้าวหาญกว่าผู้ไม่ได้นะ

คำค้น : เจาหลิน,นางเอกแร่ด,อ๋อง,พรรคมาร, หยวนเหว่ยกวง,จำปีหอม,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.6k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2562 01:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
16 คนสวยบุกป่าจะเผลอห้าวหาญกว่าผู้ไม่ได้นะ
แบบอักษร

2019/05/31 

"พี่จะตามไปหรือ" หลิ่งอ้ายเห็นสายตาวิบวับของพี่ชายแล้วคาดว่าพวกเขาคงได้ออกแรงกันอีกแน่ 

"ไปสิ ข้าสังหรณ์ว่าเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เรากำลังตามสืบกันอยู่ หรือถ้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอย่างน้อยเราก็ได้ช่วยชาวบ้าน เผื่อท่านอ๋องจะเห็นความดีในตัวข้าขึ้นมาบ้าง" สรุปว่าที่พี่ทำไปคือเพื่อบุรุษล้วนๆใช่หรือไม่ หลิ่งอ้ายถอนหายใจแล้วเรียกองครักษ์มาสั่งให้เตรียมของสำหรับเข้าป่าพรุ่งนี้ 

รุ่งเช้าวันถัดไปสองพี่น้องในชุดรัดกุมออกเดินทางไปนอกเมืองด้วยรถม้าไปจนถึงชายป่า คนขับรถม้าชี้ให้ดูทางเล็กๆที่ทอดยาวเข้าไปด้านใน 

"หากท่านเดินตามเส้นทางนี้ไปเรื่อยๆประมาณ 5 วันจะถึงตีนเขาขึ้นเขาไปอีกจะเป็นจุดกำเนิดของต้นแม่น้ำ เร็วกว่าที่จะเดินย้อนแม่น้ำขึ้นไป"

"ขอบใจเจ้า" เจาหลินชำระเงินแล้วใช้วิชาตัวเบาโลดแล่นไปตามทางแคบๆ ตอนแรกยังเป็นป่าโปร่ง ผ่านไปหนึ่งชั่วยามจากป่าโปร่งเปลี่ยนเป็นป่าทึบจนพวกเขาใช้วิชาตัวเบาไม่สะดวกจึงได้แต่เดินไปตามทางรกเรื้อ ที่มีร่องรอยว่ามีคนเคยเดินผ่าน แต่รอยนั้นผ่านไปมากกว่าหนึ่งวันแล้ว เจาหลินเดาว่าเป็นรอยของอ๋องหยวนเหว่ยกวง

"พักตรงนี้สักครู่แล้วกัน เห็นทางแล้วย่อมไม่คลาดกันแน่" เจาหลินเลือกบริเวณที่แห้งสะอาดทรุดตัวนั่งหยิบถุงน้ำขึ้นมาจิบ แต่แล้วก็ได้ยินเสียงคนแว่วมา ชั่วพริบตาเดียวเจาหลินขยับตัววูบขึ้นไปอยู่บนคบไม้ คนอื่นๆก็เช่นเดียวกัน หลบได้ไม่นานก็มีกลุ่มคนท่าทางหยาบกระด้างเดินมาถึง พวกมันคุยกันเสียงดังด้วยคงคิดว่าไม่มีผู้ใดได้ยิน

"เข้าเมืองรอบนี้ ข้าจะแวะหอนางโลมก่อนเป็นที่แรก" มันแลบลิ้นเลียปากตัวเองอย่างกระหาย

"ข้าจะไปเหลาสุราสั่งอาหารมากินให้เต็ม หมกตัวอยู่ในป่าตั้งนานแบบนี้ เบื่อกระต่ายย่างแล้วว่ะ" อีกคนทำท่าเคลิ้มฝันมีน้ำลายสออยู่ที่มุมปาก

"ถ้างานของนายท่านสำเร็จ เราก็จะรวยกันแล้ว ข้าจะได้มีเมียเสียที"

"เจ้าก็มีอยู่ทุกคืนมิใช่หรือวะ" คนหนึ่งพูดขำๆ

"ข้าก็อยู่แต่ในป่านี้มาหลายเดือนแล้วจะมีเมียได้อย่างไรวะ" คนแรกขัดขึ้น

"ก็มือของเจ้าอย่างไรล่ะ ฮ่า ฮ่า" เสียงหัวเราะต่ำช้าดังขึ้นพร้อมกันก่อนจะจางลงตามระยะทางที่พวกมันห่างออกไป

เจาหลินโดดลงมาจากต้นไม้มองตามหลังพวกมันด้วยใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์

"เราไม่จับพวกมันมาสอบถามหรือ" หลิ่งอ้ายถาม

"ส่งใครสักคนหนึ่งสะกดรอยตามไปดูว่าพวกมันทำสิ่งใดบ้างก็พอ ตอนนี้ข้าต้องการเร่งเดินทางไปหาท่านอ๋องโดยเร็ว" เจาหลินพูดเสียงเครียดทำเอาหลิ่งอ้ายตื่นเต้นขึ้นมา

"เรื่องราวหนักหนาถึงเพียงนั้น"

"ข้าต้องการชมดูท่านอ๋องล้างตาจากที่ข้าต้องเห็นคนหน้าเห่ยพวกนี้ เราเดินทางกันเถอะ" เจาหลินเร่งเดินทางทิ้งให้หลิ่งอ้ายอารมณ์เสีย พี่ชายเขาจะคิดถึงเรื่องอื่นนอกจากบุรุษได้นานกว่านี้หรือไม่ ขัดใจจริง

หลังจากนอนค้างกลางป่าหนึ่งคืนเจาหลินก็เดินทางใกล้ต้นน้ำเข้าไปทุกที ทางด่านเริ่มขยายเป็นทางกว้างขึ้นถึงกับมีรอยเกวียนทอดลึกเข้าไปในป่าอีกด้าน ทำให้เจาหลินให้สัญญาณทุกคนยั้งเท้าลง

"ข้าคิดว่ามันเริ่มไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว เท่าที่รู้ท่านอ๋องนำคนมาไม่มากมิใช่หรืออีกทั้งไม่ได้ใช้เกวียนด้วย แล้วรอยเกวียนนี้มาจากที่ใด" เจาหลินขมวดคิ้ว

"เขาขนเครื่องมือมาด้วยคิดขยายทางน้ำหรือเปล่า" หลิ่งอ้ายโพล่งขึ้น

"นั่นอาจจะเป็นไปได้ แต่ถ้าคิดถึงเจ้าพวกคนหน้าตาไม่ดีเมื่อวานข้าว่าเรื่องนี้ต้องมีเลศนัย" เจาหลินลูบคาง เขาไม่มีหนวดเคราหรอกแต่อยากลูบจะได้ดูเป็นคนคงแก่เรียนขึ้นมาบ้าง เมื่อมีเกวียนแสดงว่าต้องมีคนขนอะไรบางอย่าง แต่จะเป็นขนมา หรือขนออกกันเล่า

"ยืนอยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เราเดินทางกันต่อเถอะพี่" หลิ่งอ้ายคันมืออยากต่อยตีจะแย่

"เจ้าเจ็ดและเจ้าแปดตามรอยเกวียนว่าไปที่ใด ที่เหลือแฝงตัวเสีย หากมีศัตรูซุ่มอยู่จงให้พวกมันเห็นแค่ข้ากับหลิ่งอ้าย หากข้ามิได้ให้สัญญาณห้ามพวกเจ้าลงมือ" เจาหลินสั่ง พวกองครักษ์ได้แต่แยกย้ายกันไป

"ระวังกับดักด้วยนะ ไปต่อกันเถิด" เจาหลินพยักหน้าให้น้องชายแล้วทั้งสองก็พุ่งปราดไปข้างหน้าดั่งลูกธนูจนถึงต้นแม่น้ำก็พบว่าตาน้ำนั้นแห้งไปเสียแล้วและไม่มีร่องรอยของอ๋องหยวนเหว่ยกวงแม้แต่น้อย

"น้ำแห้งแบบนี้ชาวเมืองจะทำอย่างไรล่ะพี่" หลิ่งอ้ายมองทางน้ำที่แห้งผาก

"เจ้าลองสังเกตรอบตัวให้ดี มีบางอย่างดูขัดกันหรือไม่"

"สิ่งที่่ไม่เข้ากันอย่างนั้นหรือ" หลิ่งอ้ายมองไปรอบๆ ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ "หากไม่มีน้ำคือแล้งแต่ต้นไม้ยังเขียวชอุ่ม พี่หมายความว่า.."

"น้ำยังมีอยู่ แต่อยู่ที่ใด รวมทั้งท่านอ๋องของข้าด้วย" เจาหลินพูดอย่างไม่อาย คนอย่างเขาเป้าชัดเสมอ

"ข้าไปสำรวจรอบๆนี้ดีกว่า" หลิ่งอ้ายไม่อยากฟังความบ้าบุรุษของพี่ชายจึงออกค้นหาร่องรอยโดยรอบ จนไปเจอปากถ้ำแห่งหนึ่งเข้ามีร่องน้ำแคบๆไหลทอดไปภายใน

"เข้าไปดูกันเถอะ" เจาหลินทำจมูกฟุดฟิด มีลมพัดออกมาจากด้านในแสดงว่าถ้ำนี้มีทางออก ปากทางดูคล้ายมีร่องรอยการผ่านเข้าออก ทางน้ำขยายกว้างขึ้นกระแสน้ำก็แรงขึ้นด้วย

"ใจเย็นพี่ให้ข้าเข้าไปก่อน" หลิ่งอ้ายจุดชุดไฟเดินนำเข้าไป จากปากทางคับแคบค่อยๆขยายกว้างจนเกวียนสามารถวิ่งได้ เดินกันไปนานกว่าครึ่งชั่วยามก็ห็นแสงสว่างอยู่ข้างหน้า สายน้ำไหลลงสู้เบื้องล่างยาวไปทางซ้ายที่มีผู้คนเดินสับสนอยู่

"ดับชุดไฟก่อน" เจาหลินสั่ง หลิ่งอ้ายทำตามทันที ในมือเปลี่ยนมากระชับกระบี่เตรียมพร้อมจนเมื่อใกล้ทางออกก็ได้ยินเสียงของคนจำนวนมาก รวมถึงกลิ่นของควันไฟ สองพี่น้องชะโงกศีรษะออกไปดูภายนอกด้วยความระมัดระวัง พบเห็นค่ายขนาดย่อมมีบุรุษฉกรรจ์หลายคนเดินสับสนอยู่ เสียงโลหะบางอย่างกระทบกัน รวมถึงควันไฟสีเหลืองที่ฟุ้งขโมงพร้อมกลิ่นไหม้ของโลหะ เจาหลินมองนิ่งรู้สึกคุ้นเคยกับควันสีเหลืองนี้อย่างประหลาด แต่ว่าในชาตินี้เขามั่นใจว่าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน คิดๆๆ เจาหลินขุดลงไปในความทรงจำของตัวเอง ซีฟู้ด บัวลอย ควันแบบนี้ เยาวราช

"นึกออกแล้ว" เจาหลินอุทานตาเป็นประกาย

"นึกอะไรออก"หรือพี่" หลิ่งอ้ายหันมาถาม

"ควันสีเหลืองนั่น พวกมันกำลังถลุงทองกันอยู่" เจาหลินปะติดปะต่อความทรงจำได้ในที่สุด ยามที่เขาไปหาของอร่อยที่เยาวราชกินในชาติก่อนเขาเห็นควันสีเหลืองแบบนี้ เพื่อนบอกว่าเป็นควันจากร้านทอง บวกกับกลิ่นโลหะ

"คนพวกนี้ลักลอบขุดเหมืองเถื่อนใช่หรือไม่ ข้าคิดว่ามันชักนำสายน้ำให้เปลี่ยนทางมาเพื่อใช้ในเหมือง เลวบัดซบ" หลิ่งอ้ายอุทาน

"ข้าก็คิดว่าเช่นนั้น คนหน้าตาไม่ดีก็ทำแบบนี้ล่ะ รอให้มืดเสียก่อนแล้วเราค่อยลักลอบเข้าไปดูกัน" เจาหลินล้วงเนื้อแห้งมาแบ่งกับน้องแล้วนอนอกอดกันเอาแรงอยู่พักหนึ่ง เขามิได้รักเจ้าเด็กยักษ์หรอกนะแต่นอนกับพื้นมันไม่สบายนี่ เป็นน้องต้องเสียสละอยู่ล่างให้พี่สิ

พวกเขาตื่นมาเมื่อยามซวี(19.00-20.59)นั่งรออย่างอดทนไปอีกชั่วยามจนเห็นว่าสรรพเสียงในค่ายเงียบลงแล้วจึงอาศัยความมืดแฝงตัวลัดเลาะไปตรวจสอบทีละกระท่อม นอกจากเครื่องมือและเรือนพักคนงานแล้ว เหลือเพียงกระท่อมหลังสุดท้ายเท่านั้น

"กระท่อมหลังนี้แน่นหนากว่าหลังอื่น เราอาจจะเจออะไรดีๆก็ได้" เจาหลินหาทางมองเข้าไปด้านในจนได้แล้วก็เห็นภาพที่ทำให้โทสะของเขาพุ่งสูง อ๋องหยวนเหว่ยกวงและผู้ติดตามถูกมัดโยงด้วยโซ่เหล็กตรึงกับผนัง อีกหลายคนถูกมัดกลิ้งอยู่ที่พื้น ยังดีที่นอกจากนี้มิเห็นว่าพวกเขาจะถูกทรมานอย่างอื่นอีกมิเช่นนั้นเจาหลินจะสังหารให้เรียบ หลิ่งอ้ายมองประกายสังหารพัดผ่านดวงตาของพี่ชายอย่างพอใจ หัดทำตัวให้สมกับเป็นพรรคอธรรมเสียบ้าง แค่ก เขาจะมองข้ามแรงจูงใจไปก่อน

"พวกมันคงมั่นใจในตัวเองมิน้อยถึงไม่มีเวรยาม ท่านอ๋องไม่น่าจะพลาดท่าให้คนเหล่านี้ได้ เจ้าคิดว่าจะมียอดคนซ่อนตัวอยู่หรือไม่" เจาหลินถามน้อง

"ก็ไม่แน่ ยอดคนอะไรนั่นข้าไม่กลัวหรอก แต่ข้าคิดว่าพวกมันเล่นทีเผลอมากกว่าด้วยฝีมือขนาดท่านอ๋องไม่น่าพลาดท่าโดยไม่สร้างความเสียหายให้แบบนี้" หลิ่งอ้ายคาดเดาถูกถึงเก้าในสิบส่วน คนนำทางของอ๋องหยวนเหว่ยกวงเป็นพวกเดียวกับคนเหล่านี้พาคณะตกลงไปในกับดักแล้วรบควันด้วยยาสลบ จากนั้นพวกมันสกัดจุดมิให้อ๋องหยวนเหว่ยกวงใช้กำลังภายในได้ ยามเมื่อฟื่นขึ้นมาอ๋องหนุ่มก็พบว่าตัวเองถูกจับไว้เสียแล้ว เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนที่เจาหลินจะมาถึงแค่วันเดียว

 

ง่วงมาก เอาแค่นี้ไปก่อนนะคะ

ความคิดเห็น