facebook-icon

เมื่อโลกแห่งมายาไม่ได้สวยหรูเหมือนที่ทุกคนเห็น แต่กลับดำมืดไร้ที่สิ้นสุด... ใครกันที่จะยื่นมือมาช่วยเขาให้พ้นจากความมืดมนนี้

บทที่ 6-1 ความอยากที่อันตราย

ชื่อตอน : บทที่ 6-1 ความอยากที่อันตราย

คำค้น : นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi ความรักของซูเปอร์สตาร์

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2562 15:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6-1 ความอยากที่อันตราย
แบบอักษร

 

“นี่มันอะไรกัน”

ชินอาบน้ำออกมาแล้วมองไปยังโต๊ะอาหารที่ยอนโฮเตรียมไว้ ก่อนจะยิ้มออกมา บนจานประกอบไปด้วยก้อนเนื้อสีดำไหม้กับมันฝรั่งสุกๆ ดิบๆ สองชิ้น มีแค่ไข่ดาวและขนมปังปิ้งที่ออกมาจากเครื่องปิ้งขนมปังเท่านั้นที่ดูดีที่สุด

“อาหารแบบง่ายๆ น่ะ”

ดูเหมือนว่าคนสมบูรณ์แบบอย่างเขาจะไม่มีพรสวรรค์ด้านการทำอาหาร ชินยิ้มขึ้น

“ถ้าได้อยู่แบบไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องคิดอะไรแบบนี้ทุกวันจะดีแค่ไหนนะ”

ชินหยิบขนมปังที่อยู่บนจานขึ้นมาแผ่นหนึ่ง แล้วเอ่ยกับเขา

แม้จะเป็นที่ที่ไม่คุ้นเคย แต่คิดว่าหากได้ใช้ชีวิตกับเขาแบบนี้ทุกวันโดยไร้ความกังวล มันจะแค่ดีขนาดไหนกัน หัวใจที่ราวกับคุกเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา และความสงบสุขก็เข้ามาหาหัวใจดวงนี้ ตรงใจกลางความทรงจำที่มีความสุขของเมื่อก่อนมันมีเขาอยู่ตรงนั้นเสมอ ชินเรียนรู้โลกใบนี้ผ่านเขาและสร้างตัวตนในตอนนี้ขึ้นมา

“จำตอนที่พี่อ้างว่าบาดเจ็บ แล้วออกมาจากกองทัพมาทุกคืนเพื่อมาสอนฉันว่ายน้ำได้ไหม”

ชินกัดขนมปังแล้วเอ่ยกับเขา

“จำได้ไหมว่าฉันช่วยนายจากการจมน้ำไปตั้งกี่รอบ”

ทันทีที่ยอนโฮถามชิน ชินก็ระเบิดเสียงหัวเราะ

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้คุยกับพี่แบบนี้อีกครั้ง”

แต่ต่อให้ถามว่าทำไมเขาถึงบอกว่าตายไปแล้วทั้งๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่แบบนี้ ยอนโฮก็คงไม่ยอมตอบ

“ใช่สิ ดาราระดับท็อปสตาร์... แม้แต่ในฝันยังไม่คิดเลยว่านายจะกลายเป็นดาราได้ เพราะตอนนั้นนายบอกว่าอยากเป็นทหารเหมือนฉัน”

ยอนโฮหวนคิดถึงตอนนั้นแล้วเอ่ยกับชิน

“แต่พอเห็นนายตอนนี้แล้วก็คิดว่าแบบนี้น่าจะดีกับนายมากกว่า ตอนนี้นายดูดีมากเลยนะ”

“อย่างนั้นเหรอ”

ชินมองยอนโฮแล้วหัวเราะไม่หยุด

“ใช่”

พอเห็นชินเคี้ยวขนมปังที่หยิบใส่เข้าปากไป ยอนโฮก็หยิบขนมปังแบบเดียวกันนั้นขึ้นมาบ้าง

“ไม่กินอีกเหรอ”

“ผมกินเยอะแล้วครับ”

ชินที่จัดการอาหารของตัวเองจนหมดยิ้มราวกับพอใจ ก่อนจะส่ายหน้า แต่ที่เขากินก็มีเพียงแค่ขนมปังสองแผ่นกับไข่ดาวเท่านั้น

ยอนโฮมองชินที่ดื่มน้ำจากแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะจนหมด จึงตักเนื้อที่ตัวเองหั่นไว้หนึ่งชิ้นวางลงบนจานของชิน

“อย่ามาควบคุมน้ำหนักไร้สาระนั่น ตอนนี้ก็มีเสน่ห์มากพอแล้ว”

“มีเสน่ห์เหรอ”

ยอนโฮที่สบตากับชินลดสายตาลงแล้วพูดต่อ

“ฉันหมายถึงดูดีพอแล้วน่ะ”

“แล้วทำไมหน้าถึงแดงล่ะ”

“ฉันหมายถึง...”

เขาถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่กับคำถามเย้าแหย่ของชิน

           ยอนโฮมองไปทางชินที่กำลังมองมาด้วยนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มบนใบหน้าขาวใส ท่าทางของชินดูมีเสน่ห์มากเหลือเกิน และไม่รู้ว่าชินจะสังเกตได้ไหมว่าความต้องการของเขากำลังพุ่งสูงขึ้น ยอนโฮถึงกับวางส้อมที่ถืออยู่ในมือลง แล้วลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างรีบเร่ง

ตึก ตึก ตึก

เสียงร้องที่ไม่สามารถรู้ได้เริ่มดังขึ้นภายในร่างกาย ความร้อนก็ไหลทะลักมาจากหัวใจแล้วแผดเผาไปทั่วทั้งตัว ความรู้สึกนั้นยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ

ชั่วขณะที่มองเห็นริมฝีปากสีแดงที่เผยอขึ้นของชิน และร่างกายผ่านรอยแหวกที่เปิดออกของเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่

ความอยากก็เกิดขึ้น

ความคิดที่อยากโอบกอดเขา

เป็นความอยากที่อันตราย

 

*** 

“เทศกาลฤดูหนาวเห็นว่ามีเทศกาลปลาเทราต์ด้วยใช่ไหม”

นัยน์ตาชินเป็นประกาย

“ถ้าอากาศอุ่นก็ไม่จัด ฤดูหนาวปีนี้ไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าจะจัดไหม”

“กะเทาะน้ำแข็งออกแล้วตกปลางั้นเหรอ แบบนั้นจับปลาได้จริงๆ เหรอ”

“อืม ก็เห็นว่าจับได้ปลาตัวละเกินหนึ่งกิโลกันออกบ่อย”

“หนึ่งกิโลเลยเหรอ”

“ราวๆ นี้ได้มั้ง”

ยอนโฮยกมือกะขนาดปลาให้ดู ตาของชินเบิกกว้างอย่างตกใจ

“สุดยอดเลย!”

ยอนโฮมองชินที่อุทานขึ้นแล้วยิ้มให้

เหมือนกับเด็กน้อยที่เคยเห็นครั้งแรก

เรื่องของชินที่อายุยี่สิบห้าแล้ว แต่ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากทำงานด้านการแสดงทำให้ตกใจอยู่ไม่น้อย พอเห็นชินเกิดความอยากรู้อยากเห็นกับแค่คำพูดที่พูดไปโดยไม่ได้ใส่ใจ สีหน้าของยอนโฮก็เคร่งเครียดขึ้น เพราะนึกถึงเรื่องที่เคยคุยกับผู้จัดการของชินก่อนหน้านี้ไม่นาน

เรื่องของสัญญาที่ไม่ต่างจากสัญญาทาส

เห็นว่าชื่อประธานลีใช่ไหมนะ

ใช้ชีวิตตามที่คนๆ นั้นสั่งใช่ไหม

ถ้าอย่างนั้นตราประทับที่หลังก็คงมีส่วนเกี่ยวข้องกับประธานลี

เขามองชินด้วยใจที่ว้าวุ่น

“เห็นว่ามีทั้งตกปลาในน้ำแข็ง แล้วก็ให้ลองจับปลาเทราต์ที่กระโดดขึ้นมาจากน้ำด้วยมือเปล่าด้วยใช่ไหม”

ชินที่กำลังดูหนังสือที่ยอนโฮให้มาอย่างตั้งใจพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“ฉันเองก็อยากไป”

ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง ยอนโฮยิ้มออกมาเองเพราะใบหน้าของชินดูมีความสุขเหมือนเด็กที่ไร้ความกังวลใดๆ

“พาไปหน่อยได้ไหม”

ชินถามขึ้น ท่าทางแบบนั้นที่รบเร้าเขา เวลาที่มีสิ่งอยากทำยังคงเหมือนเมื่อก่อน ชินทำตาใส กระตุ้นยอนโฮ

ปัง ปัง ปัง

ตอนนั้นเองเสียงเคาะประตูดังขึ้น ยอนโฮรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

เห็นผู้ชายคนหนึ่งดันประตูที่ถูกเปิดออกแล้วเข้ามาข้างใน สีหน้าของผู้ชายตัวใหญ่กว่ายอนโฮมองมาทางชินด้วยใบหน้าบึ้งตึง

“มีเรื่องอะไร”

ท่าทางไร้มารยาทของเขาก็ทำให้ใบหน้าของยอนโฮบูดเบี้ยวขึ้นเหมือนกัน

“เด็กคนนั้นเหรอครับ”

“เหมือนฉันจะบอกไปแล้วว่าไม่ให้มาที่นี่จนกว่าจะติดต่อไปไม่ใช่เหรอ”

ยอนโฮขวางหน้ามินฮยองไว้แล้วพูดขึ้น เพราะสายตาไม่น่ารักที่มินฮยองมองมายังชิน

“ไหนขอลองฟังเหตุผลที่ขัดคำสั่งฉัน แล้ววิ่งมาถึงที่นี่ดูหน่อยสิ”

แม้รู้ดีว่าสายตาของยอนโฮที่กำลังกอดอกมองมาจะไม่สู้ดีนัก แต่มินฮยองก็ไม่ชอบใจที่ยอนโฮอยู่กับชิน เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเพราะเด็กคนนั้น

เด็กคนที่ยอนโฮมักหาเหตุผลออกไปหาทุกๆ คืนตอนสมัยอยู่ในกองทัพ มินฮยองไม่เข้าใจที่ต่อให้เจอกับความยากลำบากมากมายเพราะเด็กนั่น แต่ยอนโฮก็ยังเลือกที่จะอยู่ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ชินไม่ใช่เด็กน้อยธรรมดาเหมือนในตอนนั้นแล้ว

เขาเป็นที่รักของคนมากมาย...

การที่ยอนโฮอยู่กับเขาที่ไม่ว่าใครก็รู้จักเป็นเรื่องอันตราย มินฮยองที่มองและส่งสายตาเย็นชาไปให้ชินโน้มหน้าไปหายอนโฮ

“ซังชอลกำลังออกตามหานายพลอยู่ครับ”

“แล้ว?”

“ทำกับลูกน้องเขาไว้อย่างนั้นซังชอลจะอยู่เฉยหรือครับ เด็กนั่น...”

“เบาเสียงหน่อย”

ยอนโฮมองมินฮยองแล้วพูดขึ้น

“คนอย่างคุณไม่ควรไปเป็นบอดี้การ์ดดารา ลาออกเสียตั้งแต่ตอนนี้จะ...”

“โจมินฮยอง!”

ยอนโฮเรียกชื่อของเขาราวกับกำลังโกรธ รู้สึกได้ถึงแรงกดดันบางอย่างว่าอย่าพูดเรื่องที่ไม่จำเป็นอีก ท่าทางของยอนโฮที่กอดอกเขม้นมองมาดูน่ากดดันมาก

“ถ้าฮันแซมองออกว่าเป็นคุณ เรื่องมันก็จะวุ่นวายขึ้นนะครับ ผมไม่สามารถทนดูนายพลตกอยู่ในอันตรายเพราะเด็กคนนั้นได้อีกต่อไปแล้ว...”

“พาผมกลับไป”

ชินซึ่งไม่รู้ว่าเดินเข้ามาใกล้ตอนไหนพูดขึ้น

“ชิน”

“ไม่รู้หรอกว่าที่เขาคนนั้นพูดหมายความว่าอะไร แต่คุณน่าจะเป็นอันตรายเพราะผม ถ้าเป็นอย่างนั้น...”

พอได้ยินว่ายอนโฮจะตกอยู่ในอันตรายเพราะตัวเอง ชินก็ไม่สามารถทนอยู่เฉยแบบนี้ได้

ได้มีช่วงเวลาที่มีความสุข แม้มันจะสั้นๆ มากก็ตาม ไม่สิ เหนือสิ่งอื่นใดคือความดีใจที่เขาคนนั้นกลับมาแล้ว

คนที่เป็นครอบครัวเพียงหนึ่งเดียว

คนที่สามารถเรียกว่าพี่ได้อย่างจริงใจ เขาคนนั้นกลับมาแล้ว

แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

“ชิน”

“ยังไงเสียก็มีเวลาแค่วันเดียว ผมจะหนีไปได้นานแค่ไหนกัน หนึ่งวันผ่านไป คราวนี้ก็ได้เวลากลับไปที่ของผมแล้ว”

“ตอนนี้ยังไม่ได้”

“ผมอยากกลับ พาผมกลับไปที”

ชินพูดกับยอนโฮด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

*** 

เพียะ!

เสียงน่ากลัวดังขึ้นกลางอากาศ

เพียะ เพียะ!

ร่างกายของชินสั่นเทา

ชินหลับตาลงกับความเจ็บปวดที่หลั่งไหลเข้ามา พลางนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น

*** 

พอกลับไปบ้าน ชินก็เจอประธานลีที่รออยู่แล้ว ไม่รู้ด้วยสาเหตุอะไร ประธานลีถึงไม่เร่งเร้าชิน แต่เขากลับขับรถพาชินมาที่นี่ ป้ายที่เห็นเป็นครั้งแรก ตั้งแต่รถขับเข้าไปในซอยแคบๆ ก็รู้สึกไม่ดี เพราะไม่รู้ว่าคือที่ไหน มันเป็นซอยลึกที่ไม่สามารถหาร่องรอยของผู้คนที่ผ่านไปมาบนท้องถนนใต้โคมอันหรูหราได้เลย เป็นสถานที่ที่เงียบมากชนิดที่นึกสงสัยว่ามีที่แบบนี้ในย่านคังนัมด้วยเหรอ

เมื่อรถของประธานลีจอดที่ทางเข้า พวกเขาก็วิ่งเข้ามา พอประตูรถถูกเปิดออก จากนั้นพวกเขาก็มาลากชินไป

“ประธานลี...”

ชินมองประธานลีด้วยสายตาดูถูก

“นายต้องจัดการงานตัวเองให้จบสิ ไม่ใช่เหรอ ทำไมเอาแต่ทำตัวไร้สาระแบบนั้น....”

“ปล่อย”

ชินสะบัดมือของพวกเขาออกด้วยแรงทั้งหมดที่มีแล้ววิ่งออกไป ทั้งที่รู้ว่าอีกไม่นานก็ต้องถูกมือของพวกนั้นคว้าไว้ แต่ชินก็เอาแต่วิ่งแล้วก็วิ่ง

“แม่งเอ๊ย”

วินาทีที่มือข้างหนึ่งของผู้ชายที่ไล่ตามชินคว้าเสื้อของชินไว้ได้ ชินก็เหวี่ยงหมัดไปทางเขา

พลั่ก

ทั้งที่หมัดลอยไปทางใบหน้าของผู้ชายพวกนั้น แต่พวกเขาก็แค่หันหน้าไปเพียงชั่วครู่ แล้วหันมาจ้องมองชินด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ทั้งที่เจ็บจนเหมือนกระดูกมือแตก แต่ก็ไม่อาจแสดงความรู้สึกออกไปได้ ไม่อยากถูกพวกนั้นปั่นหัวอีกต่อไปแล้ว

“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่”

ชินจ้องมองชายหนุ่มสี่คนแล้วตะโกนใส่

“ไอ้หนู แกไม่รู้เหรอว่าที่นี่มันที่ไหน...”

ผู้ชายหนึ่งคนเดินเข้ามาตรงหน้าชิน

จังหวะนั้นที่เขากำหมัดแน่นเดินเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง ใครบางคนก็คว้าเข้าที่แขนของชินจากทางด้านหลัง ชินที่ถูกบิดแขนร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด

สถานที่ที่ถูกคนพวกนั้นพามาทำให้มองเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย ถึงสถานที่จะต่างออกไป แต่ใบหน้าอันคุ้นเคยเมื่อถูกบังคับพามาก็เป็นใบหน้านี้ทุกครั้ง ด้านหน้าเขาคือมาดามจอง พอเห็นชิน มาดามจองก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าโมโหมาก

“รู้ไหม เมื่อวานฉันโดนอะไรบ้างเพราะนายน่ะ”

ใบหน้าของมาดามจองบิดเบี้ยว เสียงของเขาที่ปกติแล้วจะสุขุมเยือกเย็นตอนนี้กลับหายไปแล้ว เขาฟาดมือลงบนแก้มของชินอย่างไร้ความปรานีด้วยความโมโห

 

*** 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว