facebook-icon

เมื่อโลกแห่งมายาไม่ได้สวยหรูเหมือนที่ทุกคนเห็น แต่กลับดำมืดไร้ที่สิ้นสุด... ใครกันที่จะยื่นมือมาช่วยเขาให้พ้นจากความมืดมนนี้

บทที่ 5-3 สัญญาทาส

ชื่อตอน : บทที่ 5-3 สัญญาทาส

คำค้น : นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi ความรักของซูเปอร์สตาร์

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2562 15:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5-3 สัญญาทาส
แบบอักษร

 

เสียงของชินทะลุผ่านความมืดลอดผ่านประตูห้องออกมา

ชินที่กุมหน้าอกไว้แน่นแล้วหอบหายใจ ตะโกนเสียงดังลั่น

“ไฟ... เปิดไฟให้หน่อย”

ยอนโฮมองไปทางชินที่ร้องบอกด้วยน้ำเสียงทรมาน จึงเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟอย่างร้อนรน แสงไฟบนเพดานทำให้ห้องทั้งห้องสว่างไสว

ผ่านไปสองชั่วโมงแล้วที่ชินเดินเข้าไปในห้องนอน

ก่อนนอน ทั้งคู่มองตากันและกันผ่านหน้าต่างกระจก

เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำพูด...

ยอนโฮเชยคางชินขึ้น ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกพิเศษ ชินที่เขาเจอครั้งแรกเมื่อตอนสิบขวบไม่งดงามเหมือนตอนนี้ เด็กชายช่างสงสัยที่เอาแต่ถามคำถามไม่มีหยุด แต่แล้วก็กลายมาเป็นดาราระดับท็อปสตาร์ของผู้คนมากมายโดยไม่รู้ตัว แม้แต่สายตาที่มองมาทางเขายังทำให้ลมหายใจติดขัด นัยน์ตาสีดำที่กำลังส่องประกายมาทางเขาเหมือนฝังพลอยเอาไว้ ขณะที่จ้องมองกันโดยไร้ซึ่งคำพูด ชินเป็นฝ่ายละสายตาไปแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง จากนั้นก็หลับไป...

“ปกติก็นอนไม่หลับแบบนี้เหรอ”

ยอนโฮพยุงร่างชื้นเหงื่อของชินขึ้น แม้จะหายใจคงที่แล้ว แต่ใบหน้าของชินยังดูเหนื่อยมากอยู่ คงจะฝันร้ายอีกแน่ๆ  

“ไม่เกี่ยวกับคุณ”

ชินพูดออกไปอย่างไร้เยื่อใยก่อนลงจากเตียง ทั้งร่างอ่อนเพลียไปหมด ราวกับว่าเพิ่งออกกำลังกายมา แต่ว่าต่อให้เอนตัวลงไปนอยตอนนี้อีกครั้งก็ดูเหมือนว่าคงจะไม่ง่วง

ชินหยิบเสื้อที่ถอดไว้ขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะเปิดประตูออกมาที่ห้องรับแขก ยอนโฮตามหลังเขาออกมา ชินรีบสวมเสื้อเชิ้ตเพราะรู้สึกถึงสายตาของยอนโฮที่มองตราประทับกลางหลังตัวเอง และตอนที่กลัดกระดุมเม็ดสุดท้ายบนเสื้อเชิ้ต ยอนโฮก็ยื่นแก้วมาให้

“ดื่มสักแก้วไหม”

ยอนโฮเดินเข้ามาข้างชินที่นั่งลงบนเก้าอี้โยกหน้าเตาผิง ไวท์สีแดงกระเพื่อมไปมาในแก้วใสที่อยู่บนมือเขา เขาส่งแก้วอีกใบที่อยู่ในมือให้ชิน แล้วนั่งลงบนเก้าอี้โยกที่อยู่ข้างๆ กัน

“บ้านนี้ทำให้นายอึดอัดเหรอ”

เขาถามถึงสาเหตุที่ทำให้ชินนอนไม่หลับ

“เป็นแบบนี้บ่อยๆ น่ะ อย่าใส่ใจเลย”

ชินมองออกไปนอกหน้าต่างพลางเอนตัวลงพิงเก้าอี้

“คาดไม่ถึงเลย ไม่คิดว่านายจะอยู่ในที่แบบนี้”

สถานที่ที่รอบด้านถูกปกคลุมไปด้วยป่า ไม่มีแสงจากไฟถนนสักดวง ท่ามกลางธรรมชาตินั้นมีแค่เขากับยอนโฮ ทิวทัศน์ของที่แห่งนี้ที่เงียบสงบขนาดที่ได้ยินเสียงลมหายใจ และมีแสงจันทร์สาดส่อง น่าเสียดายที่เขาได้เห็นภาพแบบนี้ลำพัง

“ฉันไม่ชอบเสียงดัง”

“นายอยู่ที่นี่มานานแล้วเหรอ”

“อืม... เรียกว่าที่พักชั่วคราวก็คงได้มั้ง”

ยอนโฮตอบคำถามชิน

“เป็นครั้งแรกเลย ที่หนีออกมาตามใจแบบนี้”

รอยยิ้มเล็กๆ บนใบหน้าของชินที่มองไปทางเตาผิงปรากฏขึ้น น้ำเสียงเหนื่อยอ่อนของชินสะกดหัวใจ ทั้งเปลวไฟสีแดงและอุณหภูมิอบอุ่นที่ออกมา ช่างรู้สึกดีไปเสียหมด

“หรือว่า... กลัว”

“ไม่ ไม่เลย”

ชินหัวเราะออกมา แทนที่จะกลัวกลับรู้สึกเหมือนก้อนบางอย่างที่สะสมอยู่ในใจร่วงหล่นไปเสียที

“อย่ากังวลไปเลย ที่นี่ปลอดภัย”

“ไม่ได้กังวลหรอก ก็แค่...”

ชินมองยอนโฮแล้วพูด

“ผมมีเรื่องอยากถาม”

“...”

ถ้าไม่ใช่ตอนนี้ ต่อไปคงไม่มีโอกาสได้ถาม บางทีนี่อาจจะทำให้หัวใจที่คาดหวังอยู่ แปรเปลี่ยนเป็นสิ้นหวัง และทรมานชินก็ได้ แต่ก็อยากยืนยัน ตัวตนที่แท้จริงของเขา อยากรู้ว่าเขาคนนั้นในความทรงจำยังมีชีวิตอยู่และหวนคืนมาหา

ดูริมฝีปากเม้มเข้าหากันเพราะความประหม่า ชินยกแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเล็กขึ้นมาดื่มรวดเดียว แล้วยื่นแก้วที่ว่างเปล่านั้นไปทางยอนโฮ

“อยากดื่มอีกแก้ว”

ยอนโฮยื่นแก้วของตัวเองให้ชินตามคำที่บอกว่าอยากดื่มอีกแก้ว

“แค่ไหนก็ได้”

ชินรับแก้วนั้นมา จากนั้นก็ดื่มรวดเดียวหมด

“ลีจองอู...”

ชินพูดออกมา

ทันทีที่ได้ยินชื่อของลีจองอู สายตาของยอนโฮสั่นไหวราวกับไม่คาดคิดเรื่องนี้มาก่อน

“ตอนเด็กผมเคยอยู่สถานรับเลี้ยงเด็ก เท่าที่จำได้ผมเคยมีชีวิตอย่างมีความสุขเพราะมีคุณลุงคุณป้าสกุลโนดูแลอยู่ แต่พออายุได้เก้าขวบท่านทั้งคู่ก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ผมมีพี่ชายอยู่คนหนึ่ง... พอต้องดูแลน้องที่ป่วยก็เล่นเอาหัวหมุน ไหนจะยุ่งไปกับการดูแลน้องๆ ที่อยู่ที่นั่นด้วย”

ชินเอ่ยออกมาไม่หยุด

“แต่ก็ไม่ลำบากอะไร เพราะได้รับความอนุเคราะห์จากใครบางคน ผมคิดว่าคราวนี้ถึงคิวของผมที่จะต้องดูแลน้องๆ แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่เด็กสิบขวบอย่างผมอยากจะทำนั้นก็มีมากเต็มไปหมด เพียงแค่มองของที่คนผ่านไปมาเขามีกัน มองของที่เขากินกัน ผมก็รู้สึกอิจฉา แล้วก็อยากสะพายกระเป๋าไปเรียนเหมือนคนอื่นๆ ด้วย”

“...”

“ตอนนั้นผมได้เจอกับคนๆ นั้น ลีจองอู คนที่เห็นใจผมที่ลุกขึ้นมาแต่เช้ามืดเพื่อส่งหนังสือพิมพ์แล้วก็ส่งนมสด แต่ก็ยังหาเงินไม่ได้เท่าไหร่ เขาคนนั้นพาผมไปที่กองทัพ ทำให้ผมได้เข้าไปทำงานที่ร้านค้าในนั้น... ห้าปีที่เขาดูแลผมเหมือนพี่ชายแท้ๆ ที่ผมว่ายน้ำเก่งก็เป็นเพราะเขาคนนั้น ทั้งเรื่องที่เป็นเด็กกำพร้าต้องเลิกเรียนไป แต่กลับใช้ภาษาอังกฤษได้ ทั้งเรื่องที่เก่งกีฬา เป็นเพราะเขาคนนั้นทั้งนั้น ตอนนั้นผม...”

น้ำเสียงของชินสั่นเครือ

“...”

“แต่ได้ยินว่าเขาตายแล้ว เพราะประสบอุบัติเหตุระหว่างการฝึก”

ยอนโฮมองไปที่ชิน ชินที่ตอนนี้ตาแดงก่ำมองมาแล้วพูดขึ้น

ขอร้องช่วยพูดความจริงออกมาเถอะนะ

บอกว่าฉันรู้อยู่แล้ว

“พูดออกมาเถอะ”

“..”

“ผมจะไม่รู้ได้ยังไงกัน ในเมื่อคุณเหมือนกับคนๆ นั้นเสียขนาดนี้ บอกผมทีว่าเป็นคุณ คุณคือลีจองอูที่ผมเคยรู้จัก...”

“ถูกต้อง คนที่นายพูดถึง...”

ไม่สามารถปิดบังชินได้อีกต่อไปแล้ว ไม่สิ ไม่มีความคิดจะปิดบังตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าคำพูดมากมายพวกนี้จะต้องเริ่มต้นพูดจากตรงไหน แต่ว่าเขาก็อยากพูดกับชิน

ชื่อที่ผู้คนพากันลืมเลือน

“ลีจองอู... คือฉันเอง”

ตาของชินเบิกกว้าง

เฮ้อ

ชินถึงกับผ่อนลมหายใจออกมา

“ชิน”

เขามองดวงตาของชินที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา พลางยื่นมือไปที่ใบหน้าของชิ เพียงแค่นิ้วของเขาลูบไล้แก้มก็ทำให้อบอุ่น

“ทำไมไม่บอกผม รู้ไหมพอพี่หายไป ผมอยู่ด้วยความรู้สึกแบบไหน ผม...”

“ขอโทษ”

น้ำตาไหลลงมาเป็นทางจากดวงตาที่เปียกชื้น

“ขอโทษ”

นิ้วหัวแม่มือของยอนโฮเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมานั้นออกไป

 

*** 

บรรยากาศยามค่ำคืนอันเงียบสงบเคลื่อนผ่านไปเช้าวันใหม่เข้ามาแทนที่ ที่แห่งนั้นกลายเป็นสนามรบของเหล่านก ชินลืมตาตื่นขึ้นเพราะเสียงร้องของพวกนก ผ้าม่านปลิวไสวเพราะสายลมที่พัดผ่านเข้ามาท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่สาดส่องอยู่นอกหน้าต่าง

ชินยันร่างขึ้น

ทั้งในห้องรับแขกและห้องครัวที่มองเห็นผ่านหน้าต่างกระจกของห้องนอน และแม้แต่ตรงเก้าอี้โยกหน้าเตาผิงที่ทั้งคู่นั่งเคียงข้างกันเมื่อวานก็ไม่เห็นเงาของยอนโฮเลยสักนิด มีเพียงแค่แสงไฟจากหลอดไฟที่เปิดทิ้งไว้ทั้งคืนเพื่อชินที่หลับในความมืดไม่ได้เท่านั้น ที่ส่งไออุ่นมาทางชินจากทั่วทุกทิศทุกทาง

“ยอนโฮ”

ชินเรียกเขา พลางก้าวลงจากเตียง

ไม่รู้ว่าเอามาวางไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่เอาไว้เปลี่ยนก็วางอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว

“ยอนโฮ”

ชินเรียกเขาอีกครั้ง

[ยอนโฮ]

ทันทีที่ได้ยินเสียงของชิน ยอนโฮก็ถึงกับชะงัก

[ยอนโฮ]

น้ำเสียงที่เรียกชื่อเขาซ้ำๆ ทำให้เขาเช็ดเหงื่อ แล้วปาผ้าขนหนูทิ้ง ก่อนจะวิ่งขึ้นบันไดหลายสิบขั้นในรวดเดียวและเดินข้ามสะพานที่เชื่อมระหว่างตึกสองตึก

“ยอนโฮ!”

เมื่อชินเจอเขาก็รีบวิ่งไปหาเขาทันที

“มันเป็นท่าฝึกกล้ามอกด้วย มือใหม่อย่างนายให้วอร์มร่างกายด้วยท่านี้ให้โอเคก่อน แล้วค่อยไปดีไคลน์หรืออินไคลน์น่าจะดี ดูฉันทำให้ดีๆ”

ไม่รู้ว่ามีห้องฝึกแบบนี้ที่ชั้นใต้ดินของอาคารข้างๆ ที่เขาอยู่ พอชินทำท่าสงสัยกับคำพูดของยอนโฮที่บอกว่าตื่นแต่เช้ามืดแล้วมาออกกำลังกายที่นี่ เขาก็พาชินมาที่แห่งนี้

“คราวนี้ผมต้องเรียกคุณว่ายังไงดีล่ะ”

ชินออกกำลังกายตามชิน พลางเอ่ยถามขึ้นมา

พอรู้ว่าเขาคือจองอูจะให้เรียกว่ายอนโฮมันก็ดูแปลกๆ อย่างไรไม่รู้

“เรียกว่าพี่ได้ไหม เหมือนเมื่อก่อน”

“ตอนอยู่กันสองคน จะเรียกยังไงก็ได้”

พอชินถามยอนโฮก็พยักหน้ารับ

“ตอนจับบาร์เบลต้องหงายฝ่ามือไปทางเพดานแบบนี้”

ยอนโฮที่เอนตัวลงบนม้านั่ง จับบาร์เบลที่วางอยู่บนแท่นที่มีระยะห่างพอเหมาะแสดงเป็นตัวอย่างให้ชินดู

ยอนโฮยกบาร์เบลขึ้นจนสุดแขนแล้วงอข้อศอกยกบาร์เบลลดลงมาระดับกลางอก เขาทำอย่างนี้ซ้ำๆ ชินดูกล้ามเนื้อของยอนโฮที่หดตัว ขยายตัวและเคลื่อนไหวด้วยสีหน้าประหลาดใจ ก่อนจะพับปลายแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นพอให้สามารถงอข้อศอกได้ จากนั้นชินก็ขึ้นไปนั่งบนม้านั่งบาร์เบล

“อย่าหักโหมตั้งแต่แรก”

นานแล้วที่ไม่ได้ออกกำลังกายแบบใช้แรงเยอะขนาดนี้ เพราะตารางงานที่ยุ่ง ทำให้ออกกำลังกายบนลู่วิ่งเท่านั้น แต่ชินกลับมั่นใจในพละกำลังของตัวเองไม่น้อย

“แค่นี้สบายมาก”

เอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ แต่แล้วใบหน้าของชินที่ส่งแรงไปที่ปลายมือก็เหยเก

“อึ้บ”

มองเห็นเส้นเลือดสีเขียวบนแขนของชินที่จับบาร์เบลเอาไว้แน่น ไม่ว่าชินจะออกแรงแค่ไหน แต่มันก็ไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนเลยสักนิด ยอนโฮจึงระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“น้ำหนักน้อยสุดแล้วนะ นึกว่าแค่นี้จะยกได้เสียอีก”

“น้ำหนักน้อยสุดแล้วแน่เหรอ”

ชินลองดูอีกครั้ง เขายกขึ้นได้สูงกว่าเมื่อครู่เล็กน้อย พอลองทำสองสามครั้งในที่สุดก็สามารถยกขึ้นได้ แต่ก็เพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น ยอนโฮถึงกับหัวเราะ แล้วพูดกับชิน

“อย่าฝืนเลยน่า”

ชินยังคงพยายามไม่หยุด สุดท้ายชินก็ต้องห้ามปราม

“ออกกำลังกายแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ”

ชินเอ่ยขึ้น พวกเขาออกกำลังกายด้วยกันไปได้สองชั่วโมงจนเหงื่อไหลเหมือนฝนตก รู้สึกได้ถึงความปลอดโปร่งที่ไหล่

“นี้มันแค่พื้นฐาน”

“การดูแลความปลอดภัยใครสักคนเป็นงานที่น่าทึ่งมาก เพราะต้องออกกำลังกายอย่างหนักแบบนี้ทุกวัน แล้วก็...”

เขารู้ว่ามันเป็นงานที่ต้องเสี่ยงชีวิต ชินเช็ดเหงื่อบนใบหน้าด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่อีกฝ่ายโยนมาให้ แล้วก็ฉีกยิ้มสดใสอย่างที่ไม่ได้ทำมานานแล้ว

“ไม่น่าเชื่อ”

ชินมองยอนโฮแล้วพูดขึ้น

ลีจองอูที่เคยเป็นครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของเขา

ชินเคยนึกโกรธแค้นที่อีกฝ่ายมาหายไปในช่วงที่ลำบาก แต่พอได้ยินข่าวว่าเขาจากไป ความคิดถึงมันก็มีมากกว่าความเจ็บแค้น

“ความรู้สึกที่เหมือนถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว มันแย่กว่าที่คิดนะ”

ชินเอ่ยขึ้น

ตัวตนของเขาที่เคยคิดว่าตายไปแล้วนั้นทำให้สีหน้าของชินที่เคยหมองหม่นกลับสดใสขึ้นมา

ยอนโฮเฝ้ามองท่าทีของชินที่นั่งลงข้างหน้าต่าง

เม็ดเหงื่อราวกับลูกแก้วที่เกาะอยู่บนหน้าผากนั้นเจอเข้ากับแสงจากอาทิตย์และกำลังส่องประกาย ใบหน้าของชินที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยแสงอาทิตย์งดงามจนแทบหยุดหายใจ ทันทีที่สายตาของเขาเลื่อนไปตรงริมฝีปากสีแดงของชินที่เหมือนกับแต่งหน้ามา เขาก็หันหนีไป เพราะนึกถึงตอนที่อยู่ๆ ก็จูบกับชินเมื่อวานขึ้นมา เขาคิดว่าสถานการณ์ในตอนนี้เหมือนกับตอนที่นั่งบนเก้าอี้โยนเมื่อคืนแล้วเช็ดน้ำตาให้ชิน

เขาอยากจูบชิน

“ให้ตายเถอะ”

ยอนโฮทำหน้านิ่ว

เขาเคยส่งสายตารังเกียจไปทางเหล่าแฟนๆ ที่วิ่งกรูเข้ามาราวกับจะจู่โจมเมื่อเจอชินในกองถ่าย ตอนไล่พวกนั้นให้กลับไปที่เดิมยอนโฮก็คิดขึ้นมา คนเรามันจะหลงใหลดาราจนขนาดสติได้ขนาดนี้เลยเหรอ

แต่เขาก็ตระหนักได้ว่าหัวใจของตัวเองที่ส่งเสียงร้องอยู่เรื่อยๆ พอมองไปที่ชินก็ไม่ต่างไปกับคนพวกนั้นส่งเสียงกรีดร้องจนคอแทบระเบิด

“จองอู...”

ในระหว่างนั้นชินก็เรียกเขาและกำลังยิ้มอย่างสดใส

“พี่!”

เขาไม่สามารถละสายตาไปจากชินได้เลย

ทั้งหมดนั้นมันดูสวยงามราวกับภาพจากปกนิตยสาร

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว