facebook-icon

เมื่อโลกแห่งมายาไม่ได้สวยหรูเหมือนที่ทุกคนเห็น แต่กลับดำมืดไร้ที่สิ้นสุด... ใครกันที่จะยื่นมือมาช่วยเขาให้พ้นจากความมืดมนนี้

บทที่ 5-1 สัญญาทาส

ชื่อตอน : บทที่ 5-1 สัญญาทาส

คำค้น : นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi ความรักของซูเปอร์สตาร์

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2562 15:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5-1 สัญญาทาส
แบบอักษร

 

“ขอยาหน่อย”

“อืม อยู่นี่”

ผู้จัดการยื่นขวดเล็กๆ ขวดหนึ่งให้ชินที่กำลังทำหน้านิ่ว และใช้นิ้วมือกดไปที่ขมับ ชินเปิดฝาขวดยาออก หนึ่ง สอง สาม... ชินหยิบยาเม็ดสีขาวออกมาและนับ จากนั้นถึงเก็บที่เหลือใส่ลงไปที่ในขวดอีกครั้ง พอเอียงขวดยาลงบนฝ่ามือยามากมายก็ไหลลงมาในคราวเดียว

“เยอะขนาดนี้เลยเหรอ”

“จะปล่อยให้พลาดเหมือนครั้งก่อนไม่ได้นี่นา”

ชินตัดสินใจกินยาระงับประสาทและยาต้านชักเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดเหมือนครั้งที่แล้ว ผู้จัดการที่ปกติแล้วจะค้านไม่ให้เขากินยา ครั้งนี้กลับไม่ค้าน เพราะอย่างไรเสียก็ต้องถ่ายทำให้เสร็จและสภาพของชินที่กำลังจะถ่ายทำฉากต่อไปดูจะไม่สบายใจนัก

พอชินเดินออกมาในชุดคลุมตัวยาว ลมหายใจของเหล่าทีมงานก็ขาดห้วง การถ่ายทำรอบนี้มีเพียงแค่ผู้กำกับและทีมงานที่น้อยที่สุด เพราะเป็นห่วงชินไม่ใช่นักแสดงหญิง ทั้งลดระดับแสงของโคมไฟลงด้วย ที่พยายามเอาใจใส่ทั้งคู่ขนาดนี้ก็เพื่อให้ถ่ายทำอย่างสบายใจมากขึ้น

“เล่นสบายๆ ไม่ต้องเกร็ง”

ผู้กำกับพูดกับชิน พอเขาตบไปที่ไหล่ของชินที่ทำหน้าประหม่ากว่าปกติเพราะเป็นการถ่ายฉากบนเตียงครั้งแรก จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้ทั้งคู่ก็เริ่มเล่น

“นายบอกว่าเริ่มรักฉันตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ”

ฮเยรีรั้งคอของชินเข้ามาใกล้ก่อนจะแนบหน้ากระซิบ

“วันที่จูบกับเธอครั้งแรก”

ใบหน้าของชินที่ว่าไปตามบทเริ่มแดงขึ้น

“คัต”

ผู้กำกับทำหน้านิ่วคิ้วขมวดพลางตะโกนขึ้น

“นี่ คังฮเยรี คิมชิน! พวกเธออยากให้คนอื่นรู้รึไงว่าถ่ายฉากบนเตียงครั้งแรกน่ะ ทำไมถึงได้หน้าแดงแบบนั้น บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ครั้งแรก ไม่รู้หรือว่าพวกเธอเล่นเป็นคนรักกันมานานแล้ว”

 ฮเยรีมองผู้กำกับที่ยืนเท้าเอวแสดงสีหน้าหงุดหงิด เธอจึงลุกขึ้นจากเตียงแล้วส่งเสียงขึ้นมา

“คบกันมานานแล้วหน้าแดงไม่ได้เหรอคะ ทำไมขัดจังหวะอยู่เรื่อยคะ! กำลังไปได้สวยแท้ๆ”

ทีมงานระเบิดเสียงหัวเราะเพราะคำพูดของฮเยรี ใบหน้าของฮเยยอนที่เป็นทั้งผู้จัดการและพี่สาวของเธอที่กำลังดูมอนิเตอร์จากข้างนอกสถานที่ถ่ายทำนั้นแดงขึ้น ใบหน้าของเธอประหม่ามากกว่าฮเยรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงเสียอีก

สายตาของชินมองไปที่ยอนโฮ สายตาของยอนโฮที่ยืนมองมาด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก พอมองไปที่ยอนโฮ จู่ๆ ร่างกายของเขาก็ร้อนผ่าวขึ้น

จูบแรก

เขานึกถึงใบหน้าของยอนโฮตอนที่พูดไปตามบท นึกถึงจูบของเขาใต้น้ำ... แล้วก็ได้แต่สับสน ชินเบนสายตาหนีเพื่อหลบซ่อนใบหน้าที่แดงระเรื่อ

“เป็นครั้งแรกเลยที่ถ่ายฉากบนเตียงที่ถอดแค่ท่อนบนยากขนาดนี้”

ผู้จัดการผละออกจากมอนิเตอร์แล้วยิ้มขึ้นอย่างพอใจ ถึงจะมีหลุดสองสามครั้งแต่เพราะเป็นการแสดงที่ยังมีความสดใหม่ในแบบคนวัยหนุ่มสาวอยู่ ทำให้มันดูเข้ากันกับเนื้อหาของละคร

“ไหนว่าทั้งคู่แสดงเก่ง...”

“แต่ก็น่ารักไม่ใช่หรือครับ ถ้าเล่นฉากบนเตียงเก่งตั้งแต่อายุแค่นี้ก็ไม่มีเสน่ห์นะครับ ผู้กำกับ”

ขณะที่ผู้กำกับกับเหล่าทีมงานกำลังพูดกันอยู่นั้น ฮเยรีก็คว้าเอาเสื้อที่ผู้จัดการยื่นให้มาสวมแล้วเดินมาหาชิน ความจริงแล้วหลังจากเกิดเรื่องเมื่อครั้งที่แล้ว เธอเองก็ประหม่าเหมือนกัน

เธอไม่อาจลืมท่าทางไม่สบายใจของชินในวันนั้นได้เลย

ชินที่ร่างกายสั่นเทาพร้อมแววตาแน่วแน่...

ไม่สามารถลืมวินาทีนั้นที่ใบหน้าซีดเผือดกับริมฝีปากสั่นระริก แต่การถ่ายทำก็จบลงไปได้ด้วยดี

“ชิน เก่งมากเลย”

เธอยิ้มอย่างสดใส

“คุณคังฮเยรีเองก็เหนื่อยแย่เลยนะครับ”

ฮเยรีเบะปากให้คำพูดแสนสุภาพของชิน

“เรียกว่าคังฮเยรีเฉยๆ เถอะ บอกแล้วไงฉันกับนายอายุห่างกันไม่กี่เดือนเอง”

เธอมักจะเข้าหาชินด้วยท่าทางสบายๆ เสมอ โดยอ้างว่าถึงตามหลักอายุจะห่างกันหนึ่งปี แต่ในความเป็นจริงอายุห่างกันแค่ห้าเดือนเท่านั้น

“เอ่อ ชิน!”

หญิงสาวเรียกชินที่หันหลังกลับไป

พอชินหยุดฝีเท้าหันมาทางหญิงสาว เธอก็หน้าแดงแล้วพูดขึ้น

“เหลือสองวันกว่าจะถ่ายครั้งหน้าใช่ไหมล่ะ ถ้าพรุ่งนี้ว่างกินข้าวเที่ยงกันไหม จะได้คุยเรื่องการแสดงด้วย”

หญิงสาวทำท่าน่ารักพลางบิดนิ้วไปมา

“พรุ่งนี้...”

“พรุ่งนี้ฮเยรียุ่งคงไปไม่ได้ค่ะ คุณคิมชินวันนี้ขอบคุณมากนะคะ เหนื่อยแย่เลย”

พี่สาวที่เป็นผู้จัดการเดินเข้ามาพูดตัดบท แล้วจับแขนของเธอลากออกไป

“นี่ปล่อย พรุ่งนี้ยุ่งที่ไหน ไหนว่าพรุ่งนี้เที่ยงไม่มีคิวงานไง”

“เธอคิดว่าเป็นดาราแถวหน้าจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ ตอนนี้คนที่มองพวกเธอแปลกๆ ก็เยอะ ถ้ามีข่าวขึ้นมาจริงๆ จะทำยังไง”

“เราสองคนงั้นเหรอ ใครล่ะ”

พอโมโหใส่ แทนที่จะได้สติ กลับกลายเป็นว่าฮเยรีถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวไปกับเรื่องที่เธอจะมีข่าวกับชิน พอเห็นแบบนี้พี่สาวของเธอก็ถอนหายใจแล้ว หยุดเดินพลางเอ่ยกับเยรี

“ฮเยรี ถ้าเธอแสดงอาการชัดขนาดนี้ ชั่วพริบตาก็จะมีข่าวลือแปลกๆ ไม่นานเธอก็จะร่วงจากตำแหน่งดาราแถวหน้าที่เคยอยู่ แล้วไม่ใช่แค่เธอ แต่ไม่ดีกับตัวชินด้วย”

“ฉันทำอะไร แสดงอาการอะไร”

“คิดว่ามีแค่ฉันหรือไงที่เห็นว่าแค่ชินโผล่มาเธอก็ดีใจจนอ้าปากค้าง ทั้งทีมงานที่นี่ทั้งแฟนคลับของชินเห็นกันหมดแล้ว! รู้ไหมว่าในบรรดาแฟนๆ ชินมีคนไม่ชอบเธอมากแค่ไหน แล้วก็ได้ยินเสียงเธอตอนถ่ายเมื่อกี้...”

“เสียงฉันมันทำไม”

“เฮ้อ อย่าเถียงกันเลย”

เธอถอนหายใจ แล้วแสดงสีหน้าเหลืออดอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับน้องผู้ไร้เดียงสาคนนี้

“จะให้ฉันมาเลียนแบบเธอให้ดูฉันก็อาย เอาไว้ดูเองในทีวีเถอะ เพราะเธอฉันล่ะอายคนไปหมด”

“เสียงฉันมันเป็นยังไง”

ผู้จัดการชินระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเห็นหญิงสาวสองคนกำลังทะเลาะกัน แล้วฮเยรีก็ถูกบังคับให้ขึ้นรถไป

“คุณคังฮเยรีก็มีมุมน่ารักเนอะ ดูเหมือนเธอจะชอบนาย ถ้ามีเวลาก็ลองไปกินข้าวกับเธอดูสิ”

“ข้าวเที่ยงน่ะเหรอ”

“แค่ล้อเล่นน่า จะไปกินข้าวให้เป็นข่าวแล้วโดนด่างั้นเหรอ โดนด่าขึ้นมาลำบากแน่”

ผู้จัดการที่ฉีกยิ้มเมื่อครู่เดินอ้อมหน้ารถ แล้วขึ้นรถไป

ตอนที่ชินมองผู้จัดการขึ้นรถไปและเอื้อมมือไปจับประตูรถ ยอนโฮเข้ามาเปิดประตูรถให้ก่อนโดยไม่รู้ว่าเขามาที่รถตั้งแต่เมื่อไหร่

“ขึ้นรถ”

“ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ ผมเองก็มีมือเหมือนกัน”

ชินพูดอย่างเย็นชาแล้วขึ้นไปนั่งบนรถ ชินพยายามเบือนหน้าหนีเขาจนกระทั่งประตูรถถูกปิดลงและภาพของเขาก็หายไปจากสายตา แต่ก็ยังใส่ใจสายตาของเขาอยู่ ทุกครั้งที่รู้สึกได้ว่าสายตาของเขามองมาที่ตัวเอง มันเหมือนกับว่าความสนใจของเขานั้นอยู่ที่ตราประทับกลางหลัง แม้จะคิดว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ แต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ อย่างไรเสียก็ยังคิดว่าเขาอาจจะไม่ใช่คนดีเหมือนที่ตัวเองคิดไว้ก็ได้

 

*** 

พอถ่ายทำฉากบนเตียงสามฉากรวดเดียว ร่างกายก็อ่อนเพลียไปหมด การถ่ายทำที่เริ่มตั้งแต่เช้าตรู่จบลงตอนดึก แต่โชคดีที่พรุ่งนี้เขาไม่มีตารางงาน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าวงการมาตอนอายุสิบห้าปี หนักที่สุดคือต้องวิ่งรอกทำงานถึงหกงานต่อวัน แม้แต่วันสุดสัปดาห์ก็ไม่เว้น

“พอประธานลีได้ยินข่าวว่านายเข้าโรงพยาบาล ไหนจะเกือบตายเพราะจมน้ำ ก็คงรู้สึกอะไรขึ้นมาบ้าง ที่ผ่านมานายหาเงินให้ตั้งเท่าไหร่ ตั้งแต่นายเข้าวงการเมื่อสิบปีก่อน นายทำเงินให้บริษัทมากแค่ไหนรู้ไหม บริษัทเล็กๆ ได้เข้าไปอยู่ใจกลางย่านคังนัม จากเมื่อก่อนมีพนักงานไม่ถึงสิบคน ตอนนี้ก็มีมากกว่าสามร้อยคนเลยนะ พนักงานพวกนั้นลืมตาอ้าปากได้ก็เพราะนายไม่ใช่เหรอ”

ชินมองไปนอกหน้าต่าง คำพูดของของผู้จัดการคือคิดว่าถ้าหากประธานลีคิดได้แบบนั้นก็คงจะดี

“เฮ้อ ตอนนั้นไม่น่ารีบเซ็นสัญญาเลย ถ้ารวมโฆษณา ละคร แล้วก็หนังที่นายถ่ายที่ผ่านมาตอนนี้ก็น่าจะหาได้หลายร้อยล้านวอนแล้ว แต่ชินก็ไม่ได้อะไร ซ้ำยังอยู่ในสภาพต้องมารับเงินเดือนจากประธานลีใช้อีก”

เสียงของความเสียใจของผู้จัดการดังขึ้นมาให้ได้ยิน

ตอนนั้นประธานลีเข้ามามาหาเขาที่กำลังร้องไห้ขวัญเสีย มองไปที่อาคารสถานรับเลี้ยงเด็กที่ถูกไฟไหม้ ตอนนั้นเขานึกขอบคุณประธานลีที่บอกว่าจะสร้างอาคารที่เสียหายให้ใหม่ แล้วก็ช่วยดูแลน้องๆ ที่อยู่ที่นั่นให้ด้วย

‘แค่ทำตามที่ฉันสั่งให้ดี ฟังให้ดีนะ ห้ามไปทำงานที่อื่น ต้องทำงานกับฉันไปตลอดชีวิต แล้วฉันจะดูแลพวกน้องๆ นายให้ แน่นอนว่านายเองก็จะได้เงินเดือนใช้ด้วย”

ตอนนั้นคำพูดของประธานลีที่บอกว่าจะให้งานทำไปตลอดชีวิต ไหนจะไม่ต้องมากังวลเรื่องมื้ออาหารของทุกคนอีก สำหรับชินมันเหมือนกับว่าเป็นเสียงที่ถูกส่งมาจากเทพสวรรค์ ดังนั้นชินจึงเซ็นชื่อลงบนกระดาษที่ถูกยื่นมาให้โดยไม่ลังเลใจ ตอนนั้นเขาไม่อาจรู้ได้ว่ากระดาษแผ่นหนึ่งที่เขาเซ็นลงไปอย่างไร้เดียงสาจะเป็นสิ่งที่เหนี่ยวรั้งตัวเองไว้ตลอดชีวิตเช่นนี้

“อะไรน่ะ”

เสียงของผู้จัดการลอยเข้ามา

กลางคืนอันมืดสนิทและเงียบเหงาไม่มีแม้แต่รถผ่านไปมาสักคัน ตอนที่รถของชินออกมาจากทางด่วน มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนเล็กๆ จู่ๆ ก็มีแสงสว่างส่องลงมาด้านหน้าบดบังสายตา จากที่หรี่ตามองผ่านหน้าต่างเห็นมีรถสีดำคันหนึ่งจอดอยู่ แสงจากไฟหน้าของรถคันนั้นบดบังสายตา ผู้จัดการถึงกับทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

“พวกนั้นอะไรกัน”

ประตูของรถคันที่จอดอยู่ข้างหน้าถูกเปิดออก และมีชายฉกรรจ์หลายคนลงมาจากรถ แล้วอยู่ๆ รถอีกคันที่วิ่งมาจากเลยฝั่งตรงข้ามก็จอดขนาบรถที่ชินนั่ง หากจะบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญ แต่บรรยากาศของคนพวกนี้ก็ไม่ปกติเอาเสียเลย

“โทรหาตำรวจเร็วเข้า”

พอผู้จัดการเห็นชายฉกรรจ์หลายคนลงมาจากรถสองคัน เขาก็รีบตะโกนขึ้น ที่มือของคนพวกนั้นถือเหล็กแท่งยาวอยู่ ท่าทางที่เดินยิ้มกริ่มเข้ามาดูน่าขนลุก ดูจากสีหน้าของพวกเขาแล้วมีลางสังหรณ์ว่าคืนนี้คงต้องมีใครสักคนแย่แน่ๆ

“ลงมา ไอ้ลูกหมา”

ผู้ชายคนหนึ่งตะโกนขึ้น ชั่วพริบตาเขาก็เริ่มหวดเหล็กแท่งยาวลงบนหน้าต่างรถด้านหน้าที่ชินนั่งอยู่

ปัง ปัง

พอได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมและเกิดรอยร้าวตรงกระจกหน้ารถ สีหน้าของชินก็เคร่งเครียดขึ้น เจ้าพวกนั้นเป็นใครกัน แล้วทำไมต้องทำแบบนั้นด้วย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ถอดเสื้อนอกออก ราวกับตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมอยู่เฉย

ถ้าอยากเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างใจในการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็ต้องถอดเสื้อนอกหนักๆ นี่ให้พ้นไปเสียก่อน

           เพล้ง เพล้ง

เสียงกระจกแตกเพราะโดนแท่งเหล็กตีดังลั่น ชินกำหมัดแน่น พอกระจกแตกออกก็ทำให้เห็นท่าทางของผู้ชายพวกนั้น

“นี่! คิมชิน ลูกพี่สั่งให้มาพาตัวนายไป”

ผู้ชายคนหนึ่งมองชินที่อยู่อีกข้างของกระจกที่แตกละเอียด แล้วยิ้มเยาะ ชินเปิดประตูรถออก

“ชิน!”

ผู้จัดการที่สับสนอยู่รีบตะโกนไปทางชิน

“นายอยู่ตรงนี้”

ตอนนั้นเองยอนโฮคคว้าไหล่ของชินที่กำลังจะออกไปนอกรถ แล้วก็ดันชินกลับเข้ามาในรถอีกครั้ง ก่อนจะปิดประตูรถเข้าอย่างแรง ผู้จัดการรีบล็อกรถอย่างเร็ว

“เปิด ฉันบอกให้เปิดประตูไง”

“เห็นเจ้าพวกนั้นแบบนี้แล้วยังกล้าพูดแบบนี้อีกเหรอ ออกไปตอนนี้นายตายแน่ ชิน”

“จะให้หลบอยู่ในรถเหรอไง ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ เปิดเร็วเข้า”

โครม

ตอนที่ชินตะโกนขึ้น ร่างของผู้ชายคนหนึ่งก็ถูกโยนมาทางรถ ร่างของผู้ชายคนนั้นลอยมาในอากาศแล้วปะทะกับรถอย่างแรง แววตาที่ตกใจของผู้จัดการและชินมองไปนอกหน้าต่าง

“แม่งไม่กลัวเลยแฮะ”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว