facebook-icon

เมื่อโลกแห่งมายาไม่ได้สวยหรูเหมือนที่ทุกคนเห็น แต่กลับดำมืดไร้ที่สิ้นสุด... ใครกันที่จะยื่นมือมาช่วยเขาให้พ้นจากความมืดมนนี้

บทที่ 4-5 ระแคะระคาย

ชื่อตอน : บทที่ 4-5 ระแคะระคาย

คำค้น : นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi ความรักของซูเปอร์สตาร์

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2562 15:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4-5 ระแคะระคาย
แบบอักษร

 

“ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้...” 

ชินลืมตาขึ้น 

เมื่อร่างกายสัมผัสกับความเย็น ฝันร้ายก็หายไปทำให้ลืมตาตื่นขึ้นมา 

“เหงื่อออกเยอะ” 

ยอนโฮวางผ้าขนหนูในมือไว้บนโต๊ะ 

“ผมว่าผมบอกไปแล้วนะว่าอยากอยู่คนเดียว” 

“ก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าผมเองก็ต้องอยู่ข้างคุณยี่สิบสี่ชั่วโมงเหมือนกัน” 

พอเห็นยอนโฮมองมาด้วยสายตาจริงจังชินก็สบตาเขาด้วยสายตาน่ากลัว 

“ฝันร้ายบ่อยเหรอ” 

“....” 

“เป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” 

“ไม่เกี่ยวกับคุณ” 

ชินยันกายขึ้นมานั่งอยู่บนเตียง 

ต่อให้ยอนโฮไม่อธิบายว่าสภาพตอนนี้ของตัวเองเป็นอย่างไรก็พอรู้ได้ ทั้งใบหน้าเปื้อนน้ำตา ร่างกายท่วมไปด้วยเหงื่อ และของเหลวขุ่นขาวที่ไหลเปรอะเปื้อน 

ฝันร้ายในวันนั้นทำให้ชีวิตของชินพังไม่เป็นท่า  

“ยาระงับประสาท ยานอนหลับ นี่มันดูเหมือนจะเป็นยารักษาอาการซึมเศร้านี่” 

ทันทีที่ยอนโฮเปิดลิ้นชักโต๊ะข้างเตียง แล้วหยิบขวดยาออกมา ชินก็คว้ามือของเขาไว้ 

“จะทำอะไร” 

“จะเอาไปทิ้ง” 

“อะไรนะ” 

“ยาพวกนี้ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกนะ” 

ยอนโฮกำขวดยาพวกนั้นไว้ในมือ 

“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ!” 

ชินตะโกนใส่ยอนโฮที่หันหลังให้ แค่คิดก็โมโหแล้ว เหมือนจองอูที่อยู่ๆ ก็เข้ามาในชีวิต มาสร้างแต่เรื่องแปลกๆ ให้ แล้วก็หายไปไม่มีผิด เขาเองก็กำลังพยายามเข้ามาในชีวิตของตนเองเหมือนกัน 

“ขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่ายุ่งกับของของฉัน” 

ชินพูดกับยอนโฮ เขาจะไม่อนุญาตให้ใครเข้ามาในชีวิตของตัวเองได้ตามใจชอบอีกแล้ว 

“เด็กมีของอันตรายแบบนี้ไว้ไม่ได้” 

“คุณนี่มัน...” 

“จะเอาไปทิ้งแล้วเดี๋ยวกลับมา” 

แล้วยอนโฮก็เปิดประตู เดินออกไปข้างนอก 

 

*** 

“นี่ คังฮเยรี สติของเธอยังไม่กลับมาอีกเหรอ” 

ตั้งแต่รถตู้สีขาวแล่นเข้ามาในกองถ่าย ฮเยรีก็ยิ้มอย่างชอบอกชอบใจ แม้แต่ตอนนี้ที่กำลังแต่งหน้าสายตาของเธอก็ยังจับจ้องไปที่รถตู้สีขาวที่ชินนั่งอยู่ พอเห็นชินเปิดประตูลงมาจากรถ เธอก็ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ 

“ชิน!” 

เธอโบกมือให้ชินแล้ววิ่งไป 

“นี่ คังฮเยรี” 

พี่สาวของเธอได้แต่ตะโกนเรียกเสียงดังลั่น 

“หนูจะเป็นบ้าเพราะพี่ฮเยรีอยู่แล้วค่ะ” 

ช่างแต่งหน้าของเธอโยนแปรงแต่งหน้าที่ถืออยู่ใส่ลงไปในกล่องเครื่องสำอางด้วยใบหน้าโมโห 

“ขอโทษนะ แต่ไหนแต่ไรนิสัยของฮเยรีก็...” 

“เห็นว่าเป็นดาราระดับท็อปสตาร์ นึกว่าจะแตกต่างจากคนอื่น แต่นี่หนักกว่าเดิมอีกไม่ใช่เหรอคะ ต่อให้มีเรื่องด่วนแค่ไหน แต่มาลุกวิ่งไปตอนที่กำลังแต่งหน้าอยู่แบบนี้มันก็...” 

ช่างแต่งหน้าถอนหายใจ พี่สาวของฮเยรีจึงปลอบเธอไม่หยุด 

“เธอแค่ไม่รู้อะไร ดาราคนอื่นก็แบบนี้หมด ยิ่งไปกว่านั้นฮเยรีไม่เรื่องมากเหมือนดาราคนอื่นด้วยซ้ำนะ” 

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...” 

เธอถอนหายใจ 

 

*** 

“ชิน! ไหวไหม ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” 

ฮเยรีเข้ามาสังเกตดูสีหน้าของชิน 

“เอ่อ...” 

พอมองฮเยรีที่อยู่ดีๆ ก็เข้ามาจับมือแล้วถามว่าไหวไหม ชินก็พูดไม่ออก แม้จะร่วมงานกันหลายครั้งแล้ว แต่ทุกครั้งที่เจอกันในกองถ่ายเธอมักจะแสดงท่าทีแบบนี้กับเขาเสมอ นอกจากเจอหน้ากันเพราะเรื่องงานแล้วก็ไม่เคยเจอกันเป็นการส่วนตัว สำหรับชินแล้วเธอเป็นแค่เพื่อนร่วมงานเท่านั้น 

“เป็นห่วงแทบแย่ วันนั้นนายออกไปทั้งอย่างนั้น หลังจากนั้นฉันก็เห็นข่าวในอินเตอร์เน็ต” 

“คุณฮเยรีเป็นห่วงชินเหรอครับ” 

ผู้จัดการเข้ามาแทรกบทสนทนาของทั้งสองคนราวกับสนุกสนาน ชินอาศัยจังหวะนั้นดึงมือที่ถูกจับไว้ออก 

“เป็นห่วงสิคะ แหม ถึงจะอยากไปเยี่ยมชินที่บ้าน แต่ก็กลัวจะเป็นข่าวเลยไปไม่ได้ค่ะ” 

เธอหันมาทางชิน 

“อยากโทรไปหาแต่ไม่รู้เบอร์ติดต่อของนายก็เลยไม่ได้โทร แบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน เราทำงานด้วยกันกี่เรื่องแล้ว บอกเบอร์ของนายหน่อยสิ นะๆ” 

“ถ้าคุณฮเยรีสงสัยอะไร โทรหาผมก็ได้ครับ...” 

“คุณผู้จัดการอยู่เฉยๆ เถอะค่ะ” 

ฮเยรีแผดเสียงออกมาแล้วจ้องมองผู้จัดการอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ พอหันมาเห็นชินก็หายอารมณ์เสีย ด้วยรู้เพราะสาเหตุใด แต่ไม่มีใครมีเบอร์ติดต่อชินเลยแม้แต่คนเดียว ชินก็ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่เป็นนักแสดงรุ่นเด็กเหมือนเธอ ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะเพียงพอที่จะได้ทำความรู้จักกับผู้คนมากมาย 

“ว่าแต่ว่าหน้าของคุณฮเยรีตอนนี้มัน...” 

ผู้จัดการชี้ไปที่หน้าของฮเยรี 

“หน้าของฉันมันเป็นยังไงคะ” 

อาจจะเป็นเพราะวิ่งออกมาทั้งที่ยังแต่งหน้าไม่เสร็จ ทำให้ใบหน้าด้านขวาของหญิงสาวกระดำกระด่างต่างจากทางด้านซ้ายที่ลงรองพื้นแล้ว ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะวิ่งมาหาชินโดยที่ใบหน้าข้างหนึ่งไร้เครื่องสำอาง และไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าสภาพตัวเองในตอนนี้เป็นอย่างไร ชินเองก็ยังกลั้นหัวเราะไว้ไม่ได้เลย 

“ว่าแต่ว่าคนนั้นใครเหรอ” 

สายตาของเธอมองเห็นยอนโฮ ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังชินด้วยสีหน้าน่ากลัวและกำลังจับจ้องเธอตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว สายตาเย็นชาเหมือนน้ำแข็งของยอนโฮทำให้เธอประหม่า 

“บอดี้การ์ดของชินครับ คุณฮเยรี” 

“บอดี้การ์ดเหรอคะ ทำไมต้องมีด้วย” 

หญิงสาวเอียงคอสงสัย ความจริงที่ว่าฆาตกรโผล่มาในห้องพักคนไข้ขณะที่ชินเข้าโรงพยาบาล ไม่มีสื่อมวลชนล่วงรู้เนื่องจากการจัดการที่รวดเร็วของประธานลี จึงไม่มีใครรู้ว่าทำไมชินจึงต้องใช้บอดี้การ์ด 

สายของหญิงสาวมองไปที่ยอนโฮ แค่มองแป๊บเดียว ความน่าเกรงขามของเขาก็ทำให้เธอถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง จู่ๆ เธอก็คิดว่าทำไมบอดี้การ์ดคนนี้ต้องมายืนอยู่ข้างชินด้วย  

“ชิน ตอนนั้นนายไม่ได้เป็นลมเพราะทำงานหนักไปหรอกเหรอ” 

ลางสังหรณ์แปลกๆ เฉียดผ่านตัวหญิงสาวไป 

 

*** 

เย็นวันศุกร์ที่คึกคัก พาราไดซ์ คลับของฮันแซทำให้ค่ำคืนในย่านคังนัมครึกครื้น ไม่รู้ว่าได้ยินข่าวลือมาจากไหน แต่ข่าวลือที่ว่าที่แห่งนี้เต็มไปด้วยชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีราวกับดารา ทำให้บรรดาสาวน้อยใหญ่ต่างก็พากันมา ณ ที่แห่งนี้ 

วันนี้ก็เช่นกัน สาวๆ ต่างก็พากันมามากมายชนิดที่ว่ามีห้องในบริการไม่พอเลยทีเดียว ที่สำคัญคือจะละเลยการบริการให้แก่พวกเธอไม่ได้เลย 

“บอกว่าให้ไปหาคนหน้าตาดีจากคลับแถวนี้มาไง!!” 

ซังชอลตะโกนใส่พนักงานสองคน ไม่รู้ว่าทั้งคู่ถูกกระทืบไปกี่ครั้งแล้ว ใบหน้าจึงเต็มไปด้วยเลือดที่ทั้งตรงปากและจมูก 

“ถ้าคนขาดจนเสียลูกค้า ลูกพี่เอาพวกแกตายแน่ พวกมึงรีบไสหัวไปหาคนมาห้าคนเลยไป!” 

พวกเขาก้มหน้ารับคำซังชอลแล้วออกไปอย่างรวดเร็ว ช่างไร้หนทางเพราะไม่รู้ว่าจะไปหาโฮสต์มาจากไหนในเวลาทองที่คลับอื่นก็หาเงินเช่นกัน แต่จะให้มาเดินเตร็ดเตร่หาโฮสต์ตามท้องถนนแบบนี้ก็ไม่ได้เหมือนกัน 

สามสิบนาที 

อย่างน้อยต้องหาโฮสต์สิบคนส่งไปให้ซังชอลให้ได้ ไม่งั้นชีวิตได้จบลงแน่ 

ชายสองคนวิ่งตรงมายังถนนแล้ววิ่งเข้าไปในซอย จังหวะนั้นพวกเขามองเห็นเด็กมหาวิทยาลัยดื่มเหล้าแล้วกำลังออกมาจากร้านแถวๆ นั้นพอดี 

หนึ่ง สอง สาม 

ทั้งหมดหกคน ไม่มีเวลามาลังเลแล้ว ไม่มีเวลามาคิดมากแล้ว เพราะตัวเองก็อาจจะตายได้หากไม่พาคนพวกนี้ไป เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดโทรออกทันที 

“ตรงนี้มีเหยื่ออยู่ รีบส่งคนมาเร็วเข้า” 

หลังจากกดวางสาย เขาก็เดินไปตรงไปยังที่ที่เหล่านักศึกษามหาวิทยาลัยเดินสะพายกระเป๋าหนังสือ พูดคุยหัวเราะกันอยู่ 

 

*** 

ขณะที่ชินเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับถ่ายทำฉากบนเตียงที่ถ่ายทำไม่เสร็จในครั้งที่แล้ว ยอนโฮก็ให้คนที่อยู่ภายในห้องพักออกไปข้างนอก ยิ่งไปกว่านั้นแม้แต่สไตลิสต์ที่ช่วยชินแต่งตัวก็กลัวกับท่าทางน่าเกรงขามของยอนโฮและถูกไล่ออกไปข้างนอกเช่นกัน พวกเขาที่ไม่รู้สาเหตุแล้วก็ถูกไล่ออกมาพากันบ่นพึมพำ แต่ก็ไม่มีใครสักคนกล้าตะโกนใส่ยอนโฮ 

“ต้องถอดเสื้อผ้าถ่ายทำด้วยเหรอ” 

ชินทำหน้าหงุดหงิดกับคำพูดของยอนโฮที่ยืนพิงอยู่หน้าประตู  

“ตอนนี้ถึงขั้นจะเข้ามายุ่งกับงานของผมเลยเหรอ ยอนโฮ ดูเหมอืนคุณกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่นะ...” 

ชินที่หันมาทางยอนโฮกลับปิดปากเงียบ พอเห็นยอนโฮเดินมาด้วยสีหน้าบูดบึ้งกลับกลายเป็นว่าฝ่ายที่ประหม่าก็คือตัวเขาเอง 

“ทะ ทำไม...” 

มือของยอนโฮที่หยุดยืนตรงหน้าชินจับไหล่ของชินหมุนอย่างแรง 

“จะทำอะไรน่ะ...” 

“อยู่เฉยๆ” 

ยอนโฮกดหลังของชินลงด้วยมือเพียงข้างเดียว แล้วล้วงอะไรสักอย่างจากกระเป๋า  

แควก 

เสียงฉีกกระดาษดังขึ้น พร้อมกันที่อะไรบางอย่างเย็นๆ สัมผัสลงที่หลังของชิน 

“จะ... จะทำอะไรน่ะ” 

เขาติดพลาสเตอร์สีเดียวกันกับสีผิวของชินลงบนหลังที่มีตราประทับสีแดง 

“มีไอ้นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” 

“ทำไม... อึก” 

พอยอนโฮเพิ่มแรงที่หลังมากขึ้นชินก็ยิ่งนิ่วหน้าลง 

“พูด!” 

“อายุสิบห้า” 

สิบห้างั้นเหรอ 

ตอนนั้นไม่มีแน่ๆ... 

วันที่เข้าไปช่วยชินที่ติดอยู่คนเดียวในอาคารไฟไหม้ ตอนที่เขายกตัวชินขึ้นพาดไหล่ออกมา ตรงหลังของชินที่มองเห็นผ่านเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งไม่มีตราประทับแบบนี้อยู่แน่ๆ 

ถ้าอย่างนั้นก็มีหลังจากนั้น 

“ปล่อย! มันเจ็บ” 

มือของชินผลักยอนโฮออกอย่างแรง สายตาของยอนโฮที่มองครั้งแรกดูสับสน ยิ่งไปกว่านั้นทำไมเขาถามถึงตราประทับนี้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดชินเองก็ไม่สามารถรู้ได้ 

สายตาของชินที่มองยอนโฮสั่นไหว 

“คุณรู้จักไอ้นี่ด้วยเหรอ” 

ชินลุกขึ้นพลางเอ่ยถามเขา 

ทำไมเขาถึงรู้จักตราประทับที่อยู่บนหลังนี้ ชายสวมหน้ากากที่ช่วยชีวิตเขาไว้จากไฟไหม้เมื่อสิบปีก่อน บนแผ่นหลังของชายคนนั้นก็มีตราประทับนี้อยู่ด้วยเหมือนกัน... 

ถ้าอย่างนั้นยอนโฮ... คนคนนี้ก็มีความเกี่ยวข้องกับเขาคนนั้นเหรอ หรือว่าจะเป็นคนที่จะมาทำร้ายผู้ชายคนนั้น 

‘ทำไมคุณถึงได้สนใจตราประทับขนาดนี้’ 

ดวงตาของชินที่มองดูยอนโฮวาววับขึ้น 

“จุดประสงค์ที่เข้าใกล้ผมคืออะไรกันแน่” 

หากผู้ชายคนนี้เป็นหนึ่งในคนที่พยายามหาตัวตนที่แท้จริงของชายสวมหน้ากากผ่านตัวเขา... สมมติว่าหากเป็นอย่างนั้น ยอนโฮก็เป็นคนที่อันตรายที่สุด 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว