facebook-icon

เมื่อโลกแห่งมายาไม่ได้สวยหรูเหมือนที่ทุกคนเห็น แต่กลับดำมืดไร้ที่สิ้นสุด... ใครกันที่จะยื่นมือมาช่วยเขาให้พ้นจากความมืดมนนี้

บทที่ 4-3 ระแคะระคาย

ชื่อตอน : บทที่ 4-3 ระแคะระคาย

คำค้น : นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi ความรักของซูเปอร์สตาร์

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2562 15:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4-3 ระแคะระคาย
แบบอักษร

 

ใบหน้าของชินที่ขึ้นรถมาเพื่อเช็ดผมให้แห้งยังแดงระเรื่ออยู่ 

“คุณคิมชิน ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ” 

ผู้จัดการทนไม่ได้ที่ผู้คนพากันมาเคาะประตูรถคันที่ชินนั่งอยู่จึงเปิดประตูออกไปข้างนอก โชคดีที่รถคันที่ชินนั่งเป็นหน้าต่างแบบพิเศษที่ไม่สามารถมองเห็นจากข้างนอกได้ พวกเขาจึงไม่อาจรู้ได้ว่าตอนนี้ใบหน้าของชินแดงขนาดไหน 

“อยู่ๆ ชินก็เป็นตะคริวที่ขาเลยเป็นแบบนี้ อย่าเอะอะไปเลยครับ แล้วก็ช่วยหลบไปก่อนนะครับ ตอนนี้ชินกำลังตกใจ อยากได้เวลาทำให้ใจเย็นลงครับ”  

ผู้จัดการพูดขึ้นกับพวกเขา แต่พวกเขาไม่ยอมถอยห่างจากตรงนั้นง่ายๆ คนที่ตกน้ำคือชิน แต่พวกเขากลับวิ่งมาที่รถ เป็นห่วงเป็นใยชิน อีกทั้งสีหน้ายังตกใจยิ่งกว่าชินเสียด้วยซ้ำ 

“ไม่เรียกรถฉุกเฉินหน่อยเหรอคะ” 

หนึ่งในแฟนคลับตะโกนขึ้น 

“ไม่เป็นไรครับ อีกสักพักก็ต้องถ่ายทำอีกฉากแล้ว ช่วยหลบหน่อยครับ เขยิบออกไปหน่อยครับ” 

ผู้จัดการโบกมือไล่พวกเขา 

“เปียกหมดแล้ว คงต้องถอดเสื้อออกก่อนนะครับ” 

ช่วงที่เสียงของผู้จัดการค่อยๆ ไกลออกไป สไตลิสต์ที่นั่งอยู่บนรถด้วยกันก็ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมให้ชิน ระหว่างที่ชินปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต เขาก็ใช้ไดร์เป่าผมเป่าผมของชินให้แห้ง 

“อยากอาบน้ำ” 

ชินหันมาบอกเขา 

“ที่นี่ไม่สะดวก แล้วไหนจะใกล้เริ่มถ่ายแล้วด้วย” 

“มีรอยโกนหนวดด้วยเหรอ” 

ชินมองหน้าสไตลิสต์อย่างตั้งอกตั้งใจ 

พอเห็นร่องรอยหนวดตรงขอบปากของสไตลิสต์ ชินก็ยกมือขึ้นลูบคางของตัวเอง ชินลดมือลงเมื่อรู้สึกได้ถึงคางที่เรียบเนียนของตัวเองผิดกับอีกคนราวกับผิดหวัง ดูๆ ไปแล้ว เขามีรูปร่างแข็งแรงเกินกว่าจะทำงานสไตลิสต์ รูปร่างใหญ่กว่าจะมาจับแปรงแต่งหน้าอย่างประณีต เขายื่นเสื้อผ้าที่แขวนอยู่บนรถให้ชิน มือของผู้ชายที่มีเส้นเลือดเห็นอย่างเด่นชัด 

“เปลี่ยนใส่ชุดนี้ก่อนนะครับ” 

“อยากล้างตัว ไม่ได้จริงๆ เหรอ” 

ชินถามเขาอีกครั้ง 

“อืม...” 

ความเงียบเข้าครอบคลุมภายในรถ 

เหมือนอย่างที่ชินว่าต่อให้เป่าผมให้แห้งขนาดไหนก็จัดทรงให้เหมือนเดิมได้ยาก ยิ่งไปกว่านั้นถ้าอยากแต่งหน้าใหม่อีกครั้งต้องลบรอยที่หลงเหลืออยู่ตอนนี้ออกให้สะอาดก่อนจึงจะดี 

“ผมจะลองไปถามให้นะครับ รอเดี๋ยวเดียวครับ” 

สไตลิสต์เปิดประตูรถเดินออกไปข้างนอก ชินเปลี่ยนใส่เสื้อผ้าที่เขาส่งมาให้ หลังจากสอดแขนเข้าไปในเสื้อเชิ้ตเขาก็กลัดกระดุมทั้งหมด แล้วพอจะถอดกางเกงที่เปียกออกชินก็หน้าแดงเรื่อ เจ้าตัวหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด 

“ทำไมหัวใจถึงได้...” 

เต้นรัวได้ขนาดนี้ 

ทั้งใบหน้าและร่างกายร้อนผ่าวราวกับถูกไฟแผดเผาไปทั่วทั้งร่าง  

ขณะที่นึกถึงตอนตกลงไปในน้ำใบหน้าของยอนโฮที่ว่ายน้ำเข้ามาช่วยชีวิตเขาก็ลอยขึ้นมา จู่ๆ ยอนโฮก็เข้ามาโอบเอวแล้วประกบริมฝีปาก ไม่รู้เป็นเพราะแรงมหาศาลที่โอบเอวเขาไว้และการประกบปากแบบจู่โจมหรือเปล่าที่ทำให้ใจเต้นรัวแบบนี้ เขาถึงกับสับสนมึนงง 

“ก็แค่เม้าท์ทูเม้าท์ แค่นั้นเอง...” 

ใบหน้าของชินแดงระเรื่อ 

 

*** 

“ใช่ แค่เม้าท์ทูเม้าท์” 

ยอนโฮฉีกยิ้ม 

รถของยอนโฮจอดอยู่ด้านหลังของรถชิน พอชินว่ายน้ำขึ้นมาได้เอง หลังจากที่จมลงไปในน้ำ เขาก็ว่ายน้ำตามมาติดๆ เขามองดูชินที่วิ่งเข้าไปในรถ ไม่รู้ว่ารีบร้อนอะไรขนาดนั้น ตัวเข้าเองจึงเข้ามานั่งในรถเช่นกัน 

“ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ” 

คนรอบข้างรุมล้อมเข้ามาถามว่าเป็นอะไรไหม ชินเดินก้มหน้าไม่พูดไม่จา แต่ความจริงแล้วชินไม่ได้ไม่เป็นไร หัวใจที่เต้นรัวตั้งแต่เมื่อกี้นั้น ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งเต้นรัวมากขึ้น 

การช่วยชีวิตคนในน้ำนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่พอเห็นชินในสภาพที่เผยอปากพยายามหายใจอย่างเต็มกำลังอยู่ใต้น้ำ จังหวะนั้นเขาก็ใช้แรงทั้งหมดที่มีว่ายไปหาชิน แล้วตัวเองก็คว้าเอวของชินเข้ามาประกบปากอย่างไม่รู้ตัว ตอนแรกแค่อยากทำให้ชินหายใจง่ายขึ้น เขาประกบปากอย่างรวดเร็วเพราะอยากเพิ่มไออุ่นให้กับใบหน้าที่ซีดเผือดด้วยความทรมาน แต่ว่า... ทั้งที่รู้แล้วว่าลมหายใจของชินเข้าสู่ภาวะปกติแล้วเขาก็ยังไม่ถอนริมฝีปากออก แล้วก็พบว่าตัวเองกำลังจูบชินอย่างไม่รู้ตัว  

“นี่เราทำอะไรลงไป” 

ยอนโฮยกมือข้างหนึ่งคลึงหน้าผาก 

เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงทำแบบนั้น จนได้เห็นใบหน้าที่เริ่มแดงของชิน สติถึงได้กลับมา จนรู้สึกได้ถึงแรงจากแขนของชินที่ผลักมาถึงได้รู้ตัวว่าทำพลาด 

“ชิน นายกับผู้ชายคนนั้น... ทำแบบนั้นกันจริงๆ เหรอ” 

มีเสียงลอยจากรถที่ชินนั่งอยู่ 

ยอนโฮนั่งสะบัดผมเปียกอยู่ในรถคันดำที่จอดอยู่ข้างหลังถึงกับชะงัก เป็นเพราะผลข้างเคียงจากการทดลองหรือเปล่า หรือเป็นเพราะผลที่รุนแรงของยา จึงทำให้เขาได้ยินกระทั่งเสียงเบาๆ ที่ดังขึ้นจากที่ค่อนข้างไกลออกไป ตอนนี้หูของเขารับรู้ได้แม้กระทั่งคลื่นเหนือเสียง โดยสัญญาณไฟฟ้าจะถูกเปลี่ยนเป็นคลื่นเสียงแล้วส่งต่อไปยังโสตประสาท 

“หยุดได้แล้ว! ล้อผมเล่นสนุกนักเหรอ” 

พอได้ยินเสียงของชิน ยอนโฮก็เอนตัวลงพิงเบาะ แล้วยกแขนทั้งสองข้างขึ้นพาดศีรษะ น้ำเสียงเหมือนประหม่าของชินลอยเข้ามาให้ได้ยินทำให้อารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก 

 

*** 

“เอ๊ะ ทำไมนายอยู่คนเดียวล่ะ” 

ผู้จัดการที่ออกไปไล่คนพวกนั้น แล้วกลับมาที่รถอีกครั้งถามชินที่อยู่ในรถคนเดียว 

“ผมบอกว่าอยากอาบน้ำ เขาเลยลงไปถามให้น่ะ” 

“อาบน้ำเหรอ เวลามันพอเหรอ” 

ผู้จัดการก้มลงมองนาฬิกาแล้วหันไปทางชิน ใบหน้าของผู้จัดการที่มองชินซึ้งกำลังนอนพิงเบาะนั้นเปื้อนยิ้ม 

“ฉันมีเรื่องสงสัย...” 

“เรื่องอะไร” 

“นายกับผู้ชายคนนั้น... ทำแบบนั้นกันจริงๆ เหรอ” 

“พี่!” 

“อะไรกัน ก็เขาดูภาพที่ถ่ายด้วยกล้องถ่ายใต้น้ำกัน ถึงขนาดบอกว่าอยากให้สองคนถ่ายหนังด้วยกันเลยนะ...” 

“หยุดได้แล้ว! ล้อผมเล่นสนุกนักเหรอ” 

ชินแผดเสียงขึ้นมา 

“อ้า ขอโทษ ไม่ได้จะล้อ ก็ยอนโฮน่ะ พอเห็นนายตกน้ำก็กระโดดลงไปก่อนฉันอีก พูดตรงๆ ก็ตกใจอยู่ นึกว่าเป็นคนไร้ความรู้สึกเสียอีก แต่เขาว่าหมอนั่นหน้าซีดกระโดดลงน้ำอย่างไม่มีลังเลเลย แล้วกล้องก็จับภาพพวกนายสองคน...” 

“พี่อยากพูดอะไร” 

“ยังไงซะคนที่ช่วยนายก็คือเขาคนนั้น แล้วคนที่จ้างเขาคนนั้นก็คือฉัน” 

ชินไม่พูดออะไรต่างจากอีกฝ่ายที่เอาแต่อมยิ้ม ชินขยับตัวถอดกางเกงที่เปียกออกอย่างเงียบๆ 

“เอ้า เช็ดซะ” 

ชินก้มลงเช็ดขาด้วยผ้าขนหนูที่ผู้จัดการส่งมาให้ แล้วยกตัวขึ้นสวมกางเกงอย่างทุลักทุเล อาจจะเพราะด้วยว่าพื้นที่แคบจึงทำให้ใส่กางเกงได้ไม่ค่อยสะดวกนัก 

“ทำไมขาต้องมาเป็นตะคริวตอนนั้นด้วยนะ... ดีนะที่ไม่เป็นไรมาก ใช่ไหม ชิน” 

 

*** 

“ขาเป็นตะคริวนี่เอง” 

มุมปากของยอนโฮที่ฟังบทสนทนาของทั้งคู่เงียบๆ มีรอยยิ้มวาดขึ้น 

รู้แล้วว่าทำไมชินที่ว่ายน้ำเก่งถึงได้ตะเกียกตะกายในสภาพจมลงไปในน้ำ แต่ว่าสายตาของชินยังติดอยู่ตรงหัวใจ ชินที่ส่ายหน้ามาทางเขา... 

‘อย่าเข้ามา’  

‘ขอร้อง ปล่อยผมไปเถอะ’ 

ชินกำลังบอกแบบนี้อย่างแน่นอน 

ในสถานการณ์ที่ถ้าหากอยู่แบบนี้อาจจะหมดลมหายใจได้ ทำไมชินถึงไม่ได้ยินดีที่เห็นเขากำลังเข้าไปช่วยชีวิต 

วันนั้นเมื่อสิบปีก่อน 

เขานึกถึงคำที่ชินมองมาและพูดในกองเพลิงขึ้นมา ชินบอกว่าทั้งหมดคือความผิดของตัวเองและร้องไห้ 

“ความคิดโง่ๆ” 

ยอนโฮพูดขึ้นคนเดียว 

ด้วยความที่เคยอยู่กับการฝึกมาโดยตลอด ในรถจึงมีเสื้อผ้าสำรองไว้ให้เปลี่ยน โชคดีที่ถอดเสื้อเชิ้ตออกก่อนวิ่งลงน้ำทำให้เสื้อเชิ้ตและเสื้อนอกไม่เปียก ยอนโฮหยิบเอากางเกงที่อยู่ในรถมาเปลี่ยนและตอนที่จับประตูรถเพื่อจะเปิดออกไป 

“ยอนโฮ คนนั้นน่ะ เสื้อผ้าคงเปียกหมด... หาเสื้อผ้าให้เขาหน่อยได้ไหม” 

เสียงชินลอยเข้ามาให้ได้ยิน 

 

*** 

“พูดแบบนั้นได้ด้วยหรือครับ ฆาตกรโผล่มาที่โรงพยาบาลแน่ๆ อีกอย่างเขาเป็นผู้ชายที่กำลังถูกตามล่าตัวอยู่ด้วย แต่มาบอกว่าไม่มีคนต้องสงสัยเข้ามาห้องวีไอพีของโรงพยาบาลเลยเหรอครับ” 

ผู้จัดการจับพวงมาลัยรถเอาไว้แน่น ก่อนจะตะโกนออกมา 

[คนที่มาเยี่ยมคุณคิมชินวันนั้นก็มีแค่เพื่อนร่วมงานหรือไม่ก็คนรู้จักเท่านั้นเองครับ คุณเองก็ทราบไม่ใช่หรือครับ ตามกฎโรงพยาบาลแล้วห้ามคนภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าออก กว่าจะมาถึงวีวีไอพีต้องผ่านถึงสามด่าน เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะผ่านมาได้] 

“ดาดฟ้าล่ะครับ ไต่เชือกลงมาจากทางดาดฟ้าก็ได้ไม่ใช่เหรอครับ” 

[พวกเรากำลังตรวจสอบอยู่ครับ บางทีอาจจะมาจากทางอื่นก็ได้] 

“แล้วไม่เห็นคนวิ่งออกมาจากห้องคนไข้แล้วออกไปข้างนอกเลยเหรอครับ ให้ตายสิ...” 

[เช็คกล้องวงจรปิดหมดแล้ว ไม่มีผู้ชายใส่ชุดกันฝนเลยครับ อย่างที่รู้นอกจากอาคารวีวีไอพีที่ห้ามบันทึกภาพเพื่อความเป็นส่วนตัวแล้ว ผมก็ไล่ดูกล้องวงจรปิดทั้งหมด แต่ก็ไม่มีใครเลยครับ] 

“สายตาพวกคุณยังมองเห็นกันดีอยู่ใช่ไหม ถ้าว่าตามที่พวกคุณพูดก็หมายถึงเราเจอผีงั้นเหรอ” 

ผู้จัดการตะโกนลั่น กดตัดสายแล้วโยนโทรศัพท์ไปที่เบาะ 

“เป็นถึงตำรวจเกาหลีก็ต้องน่าเชื่อถือหน่อยสิ อย่างนี้ก็ยังจับฆาตกรไม่ได้ แล้วก็ต้องตามไล่ล่าเหมือนเดิมอีก” 

ชินมองผู้จัดการที่เอ่ยอย่างเดือดดาล ใบหน้าของผู้จัดการที่หวาดกลัวเสียยิ่งกว่าตัวเขาเองที่เกือบจะกลายเป็นผู้เสียหายเสียอีก  

“เรามีบอดี้การ์ดแล้วไง ถ้าที่พี่พูดเป็นจริง ช่วงที่เขาคนนั้นอยู่ด้วยต่อให้ฆาตกรกลับมาอีกครั้งก็ทำอะไรไม่ได้หรอก อย่ากังวลไปเลย” 

ถึงพูดอย่างนี้แต่ผู้จัดการก็ยังไม่คลายความวิตก 

 

*** 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว