facebook-icon

เมื่อโลกแห่งมายาไม่ได้สวยหรูเหมือนที่ทุกคนเห็น แต่กลับดำมืดไร้ที่สิ้นสุด... ใครกันที่จะยื่นมือมาช่วยเขาให้พ้นจากความมืดมนนี้

บทที่ 4-1 ระแคะระคาย

ชื่อตอน : บทที่ 4-1 ระแคะระคาย

คำค้น : นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi ความรักของซูเปอร์สตาร์

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2562 15:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4-1 ระแคะระคาย
แบบอักษร

 

ใจกลางเขตคังนัมมีโฮสต์บาร์ขนาดใหญ่เปิดตัวขึ้น โดยใช้ชื่อว่า ‘พาราไดซ์คลับสำหรับสตรี’ ที่แห่งนี้หรูหราและมีขนาดใหญ่มากที่สุดขนาดที่ว่าโฮสต์บาร์แห่งอื่นไม่สามารถเทียบเคียงได้ ที่สำคัญคือมีห้องลับที่สามารถเข้าไปได้โดยผลักผนังที่เป็นประตูลับเข้าไป เพื่อลบเลี่ยงสายตาของพวกตำรวจ แน่นอนว่าที่แห่งนี้คือห้องสำหรับเหล่าวีวีไอพีที่ไม่อาจเปิดเผยให้ใครรู้ได้ ที่นี่บริหารงานโดยฮันแซประมุขแห่งแก๊งซังดูซึ่งเป็นองค์กรมาเฟียที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ 

“มาแล้วเหรอครับ ลูกพี่” 

พอประตูถูกเปิดออกก็เผยให้เห็นฮันแซที่สวมเสื้อโค้ตตัวยาวและสวมถุงมือหนังสีดำเดินเข้ามา เหล่าคนที่ยุ่งอยู่กับงานพากันหยุดทุกอากัปกิริยาแล้วลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียง ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วแล้วยืนโค้งตัวลงทำความเคารพ 

“ไอ้พวกบ้า ยังไม่รีบทำความเคารพอีกหรือไง” 

ฮันแซกวาดสายตาดูรอบๆ ด้วยท่าทีสบายๆ ผิดกับท่าทีของคนอื่นที่กำลังตื่นตระหนกกับการมาเยี่ยมอย่างกะทันหันของเขา ข้างหลังเขามีชายรูปร่างใหญ่กว่าคนทั่วไปสองเท่ายืนอยู่ด้วยท่าทางน่ากลัว และพอเหล่าพนักงานที่อยู่ในคลับมองเห็นชายฉกรรจ์กว่าสิบคนที่อยู่ข้างหลังถัดไปอีก พวกเขาก็ถึงกับอึ้ง 

ฮันแซ... 

แค่เขาปรากฏตัวก็ทำให้ที่แห่งนี้เงียบเชียบราวกับหยุดหายใจ 

“ขอโทษครับ ลูกพี่” 

ผู้ชายที่โคงตัวทำความเคารพอยู่นี้คือซังชอล ผู้เป็นทั้งลูกน้องและน้องชายต่างแม่ของเขา ปัจจุบันซังชอลเป็นผู้สืบทอดรุ่นสองของแก๊งซังดู  

“เรื่องนั้นจัดการเรียบร้อยหรือยัง” 

ฮันแซถอดถุงมือทิ้งก่อนจะที่ชายคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ข้างหลังจะเก็บมันขึ้นมาถือไว้ในมือ 

“ครับ ลูกพี่ เราจับมันมาบีบให้สารภาพ เมียมันก็มาร้องไห้คร่ำครวญ แล้วก็พิมพ์นิ้วมือบนเอกสารก่อนไปครับ” 

นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน 

พวกเขาบุกเข้าไปทำลายข้าวของในโฮสต์บาร์ที่กำลังไปได้สวยที่สุดในย่านคังนัม แล้วจับเจ้าของมาทรมานก่อนจะให้ทำสัญญาว่าจะหยุดกิจการ 

พอที่นั่นปิดตัวลงโฮสต์บาร์แห่งนี้ซึ่งอยู่ห่างออกมาไม่กี่กิโลเมตรก็กลายเป็นโฮสต์บาร์แห่งเดียวในย่านคังนัม 

“พวกมันไม่ขัดขืนเลยเหรอ” 

 “ก็แค่กิจการพอไปได้สวยนิดๆ หน่อยๆ จะมาต่อกรกับแก๊งซังดูของเราได้ยังไงล่ะครับ” 

ไม่รู้เป็นเพราะคำพูดของซังชอลหรือเปล่าที่ทำให้อารมณ์ดี ใบหน้าของฮันแซจึงมีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏอยู่ 

“ตอนนี้เราก็กลายเป็นคลับที่ดีที่สุดในย่านคังนัมแล้ว แกก็ดูแลพวกเด็กๆ ให้ดี... คนที่ใช้ได้ก็จับพามานั่งอยู่ในนี้ให้หมด” 

“ไม่รู้ว่าลูกพี่รู้เรื่องนี้หรือยังนะครับ เรารวมรวบโฮสต์อันดับหนึ่งมาไว้ที่นี่แล้ว อ่อ... ไม่ทราบว่าลูกพี่ทราบไหมว่ามาดามจองที่มีเครือข่ายกว้างขวางก็มาร่วมงานกับพวกเราแล้วครับ” 

“มาดามจอง?” 

ฮันแซนั่งอยู่บนโซฟาในสภาพมือข้างหนึ่งยกขึ้นพาดบนโซฟาและขาไขว่ห้าง 

“เรียกมาดามจองมาสิ” 

ทันทีที่ซังชอลทำสัญญาณมือ ชายคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาก็โค้งตัวทำความเคารพ ก่อนจะหายไปทางช่องแคบนั้นอย่างรวดเร็ว  

ชายฉกรรจ์ที่ยืนตัวตรงอยู่รอบฮันแชถึงกับยืนตัวเกร็งกลั้นหายใจ รู้สึกได้ถึงบรรยากาศคุกคามที่ออกมาจากตัวของฮันแซ 

ผมสีดำสนิทของเขายาวลงมาถึงคาง ดูเหมือนเป็นทรงผมของผู้ชายทั่วไป แต่ว่าผมของเขานั้นยาวกว่านิดหน่อย ใกล้เคียงกับผมบ็อบ เส้นผมระลงมาปิดดวงตาข้างซ้ายของเขาเอาไว้ นัยน์ตาข้างหนึ่งที่เห็นแต่ตาขาวนั้นน่าจะได้รับบาดเจ็บมา ประกอบกับรอยแผลเป็นจากของมีคมที่ลากยาวจนถึงใต้ตา ทำให้ใบหน้าที่น่ากลัวอยู่แล้วดุร้ายขึ้นไปอีก 

เมื่อเทียบกันแล้วซังชอลมีรูปร่างหน้าตาดีกว่ามาก ท่าทางของเขาที่นั่งข้างฮันแซและกำลังรินเหล้าด้วยสองมือให้ฮันแซด้วยท่าทีสุภาพช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง  

ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลา ผมแสกข้าง กับผิวสีขาวกระจ่าง แต่ในวงการนี้ร่ำลือกันว่าความโหดร้ายของเขานั้นแตกต่างจากภาพลักษณ์เป็นอย่างมาก เขาใช้ความรุนแรงกับผู้คนอย่างไร้ความเมตตาและไม่เคยแสดงความเห็นอกเห็นใจสักครั้งเดียว เพียงแค่โมโหก็ซ้อมคนไปหลายคนจนตาย ทำให้คนรอบข้างมักจะเกร็จเสมอ ดังนั้นผู้คนต่างก็พากันกลัวเขามากกว่าฮันแซเสียอีก  

“เรียกผมเหรอครับ” 

ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามากับพนักงานหนุ่ม 

ใบหน้าเกลี้ยงเกลากับผิวสีแทน เขาผู้มีใบหน้าราวกับรูปปั้นแกะสลักเดินเข้ามาทักทายฮันแซ 

“คนนี้คือมาดามจองครับ ลูกพี่ เป็นที่รู้จักกันดีว่ามีฝีมือและโดดเด่นมากในวงการนี้ครับ” 

“งั้นเหรอ” 

ตาของฮันแซมองมาดามจองหัวจรดเท้า รูปร่างหน้าตาดีมาก มิน่าล่ะถึงได้รับการขนานนามว่าเป็นมาดามแห่งวงการนี้ ผู้หญิงวัยกลางคนคงเข้าหาเขาไม่น้อยเลยสินะ 

“ถอดเสื้อผ้าออก” 

“ครับ?” 

“ต้องให้บอกสองรอบรึไง” 

เสียงทุ้มต่ำของฮันแซทำให้ซังชอลจ้องไปที่มาดามจอง 

“บอกให้ถอดก็ถอด ลูกพี่แค่อยากเช็คของของนายเท่านั้นแหละ” 

มาดามจองที่หน้าแดงก่ำเพราะสายตาคมกริบของเขา ค่อยๆ เลื่อนซิปกางเกงลงอย่างนึกกังวลผู้คนที่อยู่รอบข้าง 

 

*** 

“คอนเซ็ปต์ในการถ่ายวันนี้คือเทพธิดาซาราเซียแห่งท้องทะเลตกหลุมรักกับมนุษย์ครับ พอคุณคิมชินวิ่งมาจากทางโน้น น้ำก็จะทะลักเข้ามาเหมือนเกิดลมหมุนแล้ว เธอก็จะเอาพลอยแห่งท้องทะเลมาวางบนมือคุณคิมชิน แล้วค่อยหายไป จากนั้นเราจะย้ายไปถ่ายทำต่อด้านในครับ จะถ่ายฉากที่คุณคิมชินกุมพลอยนั่นไว้ ตกหลุมรักเทพธิดาและเอ่ยคำรักกันครับ” 

ทีมงานคนหนึ่งออกมาอธิบายเกี่ยวกับการถ่ายทำวันนี้ แค่มีข่าวว่าชินรับงานถ่ายโฆษณาเครื่องประดับ สาวๆ ต่างก็พากันกรี๊ดกร๊าด ขนาดยังถ่ายทำโฆษณาไม่เสร็จยอดขายก็พุ่งสูงขึ้นต่างจากเดิม เพราะอย่างนี้ก่อนถ่ายทำผู้เกี่ยวข้องในบริษัทจึงพากันมาให้กำลังใจชิน  

“และสุดท้ายจะย้ายไปสระว่ายน้ำกลางแจ้ง คอนเซ็ปต์ที่จะใช้ถ่ายทำนั้นคือ คุณคิมชินฝันว่าตัวเองโอบกอดอัญมณี และรักกับเทพธิดาชั่วนิรันดร์ครับ คุณคิมชินจะต้องตกลงไปทะเล แต่ไม่ใช่ตกลงไปแบบธรรมดาๆ นะครับ คุณจะต้องกางสองแขนอย่างสง่างามเหมือนนกที่กำลังบินไปบนท้องฟ้า... เห็นภาพตรงนี้ใช่ไหมครับ จะถ่ายทำแบบนี้เพราะงั้นช่วยระวังด้วยนะครับ” 

ทีมงามสองคนเข้ามาอธิบายเกี่ยวกับการถ่ายทำอย่างละเอียดอีกครั้ง ตามคำสั่งของผู้กำกับและคนเขียนบท 

“รีบถ่ายให้เสร็จเถอะครับ ผู้กำกับทราบที่ชินเข้าโรงพยาบาลเมื่อวานใช่ไหมครับ วันนี้รบกวนด้วยนะครับ” 

ผู้จัดการเดินมาหาผู้กำกับแล้วโค้งตัวยื่นกาแฟให้ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม  

“ฉันเองก็อยากทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่นายก็รู้จักนิสัยประธานบริษัทอาเทสไม่ใช่เหรอ หัวหน้าฝ่ายที่ดูแลเรื่องโฆษณาของทางนั้นก็เข้มงวดมากเหมือนประธานเลย แล้วฉันก็เคยบอกแล้วไงว่าเกือบโดนสั่งให้กลับมาถ่ายใหม่เพราะเคยทำส่งๆ ไป ไม่เห็นหรือไงว่าทุกคนที่นี่เครียดกันหมด”  

“ทีมงานพวกเราเตรียมของมาค้างคืนกันหมดทุกคนเลยครับ” 

ทีมงานหนึ่งคนที่อยู่ข้างผู้กำกับเอ่ยขึ้นราวกับจะเสริมทัพ 

“แต่คุณก็รู้นี่ครับว่าชินเองก็มีชื่อเสียงว่าไม่เคยเทคสักครั้งเดียว เพราะงั้นฝากด้วยนะครับ” 

ขณะที่ผู้จัดการกำลังคุยกับผู้กำกับ ชินก็กำลังแต่งหน้าอยู่บนเก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ตรงมุมหนึ่งของกองถ่าย 

“กรี๊ด” 

“กรี๊ดดดด~” 

ไม่รู้ว่าบรรดาแฟนคลับบุกเข้าในกองถ่ายตั้งแต่เมื่อไหร่ พวกเธอเห็นหน้าสดของชินตั้งแต่เมื่อกี้ และเอาแต่ส่งเสียงกรี๊ด ทุกครั้งที่เริ่มแต่งหน้าก็จะส่งเสียงอุทานและกรี๊ดกร๊าด ผู้คนที่มาที่กองถ่ายหลายร้อยคนนี้ล้วนแต่เป็นแฟนคลับของชินทั้งนั้น พอประธานแฟนคลับโบกมือไปทางชิน แล้วเขาลุกขึ้นโค้งให้ เหล่าแฟนคลับผู้หญิงก็กรีดร้องขึ้นมาอีกกับท่าทางแบบนั้น 

ต่างจากยอนโฮที่ยืนมองภาพเหล่านั้นด้วยใบหน้าบึ้งตึง  

ทุกครั้งที่ชินชำเลืองมองยอนโฮ ผู้จัดการก็จะเอียงคอไปมาด้วยความสงสัย 

น่าแปลกเหลือเกิน 

เขาเห็นชินที่บอกว่าขึ้นไปยอดเขาเพื่อดูวิวหมู่บ้านเดินลงมาพร้อมกับยอนโฮ นึกว่าชินจะรำคาญ นึกว่าชินจะตะโกนไล่เขาออกทันที แต่ชินกลับไม่พูดอะไรต่างจากที่คาดเดาไว้ แล้วตอนนี้ชินก็กำลังยิ้ม แม้ชินจะไม่รู้ตัว แต่รอยยิ้มที่ติดอยู่บนใบหน้านั้นก็ชัดเจน 

“เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่...” 

ผู้จัดการพึมพำ 

“จะปลดกระดุมสองเม็ดนะครับ” 

สไตลิสต์ของชินปลดกระดุมสองเม็ดบนเสื้อสีฟ้าเพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์การถ่ายทำ สายตาไล่ลงมาตามลำคอของชินและหยุดอยู่ตรงกระดูกไหปลาร้า  

ผิวขาวใส 

“แหม บอกแล้วไงว่าแค่ผิวของชินก็ชนะขาดแล้ว” 

เขามองช่วงคอของชินที่เผยออกมาแล้วอุทานเสียงต่ำ 

มือของเขาเลื่อนไปตามไหล่แล้วจับชายแขนเสื้อ จากนั้นก็เริ่มทารองพื้นบางๆ ที่คอและกระดูกไหปลาร้า ในบรรดาสไตลิสต์ที่ทำงานร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ชินถูกใจที่เขามีประสาทสัมผัสไวในการทำงานและเหนือสิ่งอื่นใดคือไม่เห็นแก่ตัวจึงร่วมงานกันมาได้หนึ่งปีแล้ว 

ก่อนหน้านี้เหล่าสไตลิสต์ผู้หญิงของชินมักจะชอบเซ้าซี้ แต่เขากลับสงบเงือกเย็นต่างจากผู้หญิงพวกนั้นที่ชอบเลือกเสื้อผ้าตามความชอบตัวเอง และสนใจในตัวชินมากกว่าการถ่ายทำ แม้อีกเหตุผลหนึ่งจะเป็นเพราะว่าเขาเป็นผู้ชาย แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเห็นความตั้งใจของเขาที่อยากทำงานนี้ไปนานๆ อาจเพราะอย่างนี้เขาจึงไม่ทำตัวขัดแย้งทั้งกับประธานลีและกับชินด้วย 

ผิวที่ขาวอยู่แล้วของชินกำลังถูกเปลี่ยนให้ขาวขึ้นไปไปอีก ตาให้ความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม แนวคางที่ยาวลงมาอย่างอ่อนโยนและช่วงคอที่ผอมบางนั้น ไม่ต่างจากเทพเจ้าเนปจูนที่หลงรักเทพธิดาซาราเซียแห่งท้องทะเล ชินในตอนนี้ราวกับอัญมณี 

“ผู้ชายงดงามได้ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย” 

เสียงของทีมงานบางคนลอยเข้ามา 

“เป็นมนุษย์อัญมณี ฉันว่าชินสวยกว่าพลอยอีก”  

ยอนโฮพยักหน้าเงียบๆ ไปกับคำพูดของหญิงสาวที่ลอยเข้ามาเหมือนพูดคนเดียว ผู้หญิงคนนั้นพูดถูก ภาพของชินที่กระทบกับแสงแดดนั้นช่างงดงามจนเหมือนไม่อาจเข้าใกล้ได้  

เหมือนว่าแค่สัมผัสเพียงเบาๆ ก็จะแตกสลาย ผิวขาวใสไร้ริ้วรอยนั้นราวกับไม่ใช่ผิวของมนุษย์ และพอดูรูปร่างของเขาที่ราวกับรูปปั้นแกะสลักที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งนั้น ก็พาลทำให้นึกถึงผลงานของจิตรกรที่หลงใหลในรูปร่างของคนแล้ววาดแต่ภาพเปลือยมาตลอดชีวิต  

“คนนั้นเอาแต่จ้องคุณมาตั้งเมื่อกี้แล้วนะครับ” 

ชินหันไปมองยอนโฮตามคำพูดของสไตลิสต์ ตอนนั้นเองที่แสงจากดวงอาทิตย์สาดลงมาบนศีรษะของชิน  

อ้า... 

ยอนโฮขมวดคิ้ว ภาพใบหน้าชินที่หรี่ตามองมาทางเขารับเข้ากับแสงแดดปรากฏสู่สายตา 

แสบตา 

ภาพของชินสมบูรณ์แบบราวกับเทพเจ้าที่ออกมาจากตำนานกรีก จู่ๆ หัวใจของยอนโฮก็เต้นรัว เขารีบเบือนหน้าหนีอย่างรวดเร็ว 

“เงียบหน่อยครับ เงียบหน่อย รู้ใช่ไหมครับว่าจะขัดขวางการถ่ายไม่ได้” 

ในระหว่างนั้นเหล่าทีมงานทำให้แฟนคลับเงียบลงได้ และเคลียร์พื้นที่ให้แฟนคลับถอยห่างจากสถานที่ถ่ายทำได้สำเร็จ 

 

*** 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว