facebook-icon

เมื่อโลกแห่งมายาไม่ได้สวยหรูเหมือนที่ทุกคนเห็น แต่กลับดำมืดไร้ที่สิ้นสุด... ใครกันที่จะยื่นมือมาช่วยเขาให้พ้นจากความมืดมนนี้

ชื่อตอน : บทที่ 3-5 Traumatic

คำค้น : นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi ความรักของซูเปอร์สตาร์

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2562 15:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3-5 Traumatic
แบบอักษร

 

สิบปีก่อนหน้านี้ 

จุดเริ่มต้นคือตอนที่เขากลับมาเกาหลีพร้อมกับเจซได้ไม่นานเท่าไหร่ สถานที่ที่นึกถึงก่อนที่อื่นคือ ‘บ้านแห่งความสงบสุข’ ที่ชินอาศัยอยู่ แต่พอไปถึงบ้านแห่งความสงบสุขกลับถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง ใครบางคนกำลังร้องไห้อยู่ในอาคารที่มีเพลิงไหม้ พอวิ่งเข้าไปในอาคารตามเสียงร้องไห้ที่ลอยเข้ามาในหูก็พบกว่าชินอยู่ตรงนั้น 

เด็กหนุ่มรูปหล่อ เจ้าของใบหน้าขาวราวกับหิมะและผมหยักศกสีน้ำตาล ชินผู้ติดอยู่ภายในอาคารที่พังลงอยู่ในสภาพคู้ตัวซุกหน้าลงบนหัวเข่า มองมาที่เขาแล้วพูดขึ้น 

‘ผมผิดเอง ที่ไฟไหม้... เป็นความผิดผมเองครับ’ 

เด็กนั่นนั่งคู้ตัวโดยไม่คิดจะวิ่งออกมาจากอาคารที่ไฟไหม้ ในสภาพเสื้อผ้าทอนบนขาดวิ่น เขานึกถึงคำพูดของเด็กนั่นที่มองมาทางเขาแล้วพูดขึ้นด้วยใบหน้าหวาดกลัว 

‘ไม่ใช่ความผิดนาย จะมาจบชีวิตแบบนี้มันไม่ถูก รออยู่ตรงนี้ให้ฉันย้ายของพวกนี้ก่อน จนกว่าฉันจะกลับมาถึงต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปนะ ห้ามตายเสียล่ะ’  

เขากลับมาอีกครั้ง แล้วแบกชินที่หมดสติไปเพราะสำลักควันเป็นเวลานานไว้บนบ่า พาออกมาจากกองเพลิง  

‘ผ่านไปสิบปีแล้วเหรอ’ 

หนุ่มน้อยน่ารักในตอนนั้นกำลังกลายเป็นชายหนุ่มในฝันของใครหลายคนในตอนนี้ 

‘ตอนนั้นไม่มีตราประทับนั่นแน่ๆ...’ 

ยอนโฮที่ยังคงยืนกอดอกมองออกไปทางหน้าต่าง จากนั้นก็เบนสายตากลับมาทางชินอีกครั้ง อาจจะเพราะรู้สึกตัวชินถึงได้ถอดเสื้อผ้าออกแล้วขว้างไปอย่างรวดเร็ว 

พอเปลี่ยนชั้นใน ใส่กางเกงแล้วรัดเข็มขัดอย่างรีบร้อนแล้วเรียบร้อย ชินถึงหันหลังกลับมาเหมือนกับวางใจ ก่อนจะพับเสื้อนอกลวกๆ แล้วเดินผ่านยอนโฮไปอย่างรวดเร็ว 

*** 

 

“ชิน เรื่องนั้น” 

ผู้จัดการมองผ่านกระจกมองหลังแล้วเอ่ยขึ้น สีหน้าของชินที่นั่งอยู่ด้านหลังบูดบึ้ง ทั้งที่แน่ใจว่าได้ยินเสียงแน่ๆ แต่ชินที่นั่งอยู่ด้านหลังกลับไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำ 

“บอดี้การ์ดคนน่ะ หน่วยก้านไม่เลยเลยนะ ลองคุยกันหรือยัง” 

“...” 

“นายอาจจะไม่รู้ แต่พอประกาศรับสมัครบอกี้การ์ดไม่ถึงชั่วโมงก็มีคนเข้ามาหลายร้อย ฉันก็เพิ่งรู้ว่าประเทศเรามีคนทำงานเป็นบอดี้การ์ดเยอะขนาดนี้ ฮ่าๆ” 

ผู้จัดการหัวเราะเคอะเขินแล้วพูดต่อ 

“นายเป็นใครกัน เป็นเกียรติอยู่แล้วที่จะได้มาเป็นบอดี้การ์ดนักแสดงแนวหน้าอย่างคิมชิน กว่าจะเลือกคนมาได้นี่แทบแย่เลยนะ ฉันคิดว่าถ้าจะมาคุ้มครองนายต้องสูงอย่างน้อยร้อยแปดสิบเซนติเมตร ศิลปะป้องกันตัวต้องได้ระดับห้าขึ้นไป นี่ฉันอ่านอีเมลที่สมัครเข้ามาจนถึงเช้า แล้วก็เลือกมาได้สิบคน” 

ผู้จัดการหันไปมองชินที่แม้จะแกล้งหลับตาทำเป็นไม่สนใจ แต่ก็ดูเหมือนจะเอียงหูฟังอยู่ 

“ไม่รู้ว่าอยากเป็นบอดี้การ์ดนายกันมากขนาดไหน พอส่งข้อความว่าต้องมาตามที่ที่จัดไว้ภายในเช้ามืด ก็มากันครบไม่ขาดสักคน” 

“...” 

“พอดูแล้วก็โอเคกันหมดเลยกลุ้มใจว่าจะเอาไงดี แต่ไม่มีเวลาแล้วเลยให้ลองสู้กันดูในสิบคน อ้า จริงสิ! เสียดายจริงๆ ที่เห็นภาพนั้นแค่คนเดียว ผู้ชายคนนั้นล้มเก้าคนที่เหลือด้วยตัวคนเดียว แค่เขายกขาขึ้นเตะอีกฝ่ายก็กระเด็นไปไกลแล้ว... ความจริงนายต้องได้เห็นนะ” 

“ชื่ออะไรเหรอ” 

“หืม” 

ผู้จัดการมองไปทางชินอย่างตกใจเพราะดูเหมือนเขาจะสนใจที่ตัวเองพูด 

เป็นครั้งแรกเลย ที่ดูเหมือนว่าชินจะสนใจคนอื่น 

“จองยอนโฮ เขาชื่อจองยอนโฮ เป็นคนน่าทึ่งมาก จำได้ไหมล่ะ ทีมบอดี้การ์ดที่เสี่ยงภัยช่วยชีวิตประธานาธิบดีไว้ก่อนหน้านี้ เห็นว่าอยู่สังกัดเดียวกันนะ ไม่ได้เป็นบอดี้การ์ดประธานาธิบดีแท้ๆ แต่กลับช่วยเหลือเอาไว้ได้” 

พอเห็นสีหน้าของชิน ผู้จัดการก็เบาใจลงไปเปลาะหนึ่ง  

“จองยอนโฮ” 

ชินพึมพำเบาๆ พอเลื่อนหน้าต่างลง ลมเย็นก็พัดเข้ามาภายในรถ เส้นผมของชินที่ถูกเซ็ตไว้อย่างดีปลิวไปตามแรงลม 

พอเหลือบมองกระจกมองข้าง ก็เป็นจองยอนโฮขับรถเก๋งสีดำตามมา 

ชินรีบเลื่อนกระจกที่ลดลงขึ้น พลางนึกถึงภาพของเขาที่เดินนำตัวเองไปก่อนจะขึ้นรถ แล้วเปิดประตูรถให้ 

‘ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้หรอก ทำตัวให้สมกับเป็นบอดี้การ์ดเถอะ...’ 

‘ขึ้นรถ’ 

เขาพูดหน้าตายด้วยน้ำเสียงกดดัน ชินเม้มปากแน่นกับคำพูดและสายตาแรงกล้าราวกับจะทำให้ไม่อาจหายใจต่อได้ พอขึ้นไปนั่งบนรถเขาก็ปิดประตูให้เงียบๆ  

 

*** 

“ยังเหลือเวลาหนึ่งชั่วโมงก่อนเริ่มถ่าย ถ้านั่งรถนานๆ พอมาถึงแล้วถ่ายทำเลยก็คงจะเหนื่อย ฉันเลยออกมาเร็วหน่อยให้นายได้พักสายตาสักแป๊บ เดี๋ยวจะไปซื้อกาแฟมาให้ ไหนดูสิตรงนี้มีร้านกาแฟบ้างไหม” 

ผู้จัดการเปิดประตูแล้วลงจากรถไป 

รถใช้เวลาวิ่งกว่าสามชั่วโมงอย่างที่ผู้จัดการบอก ถ้าเป็นปกติก็คงเหนื่อยแล้ว แต่วันนี้กลับแปลกที่ร่างกายปกติดี  

ชินมองไปข้างนอกหน้าต่าง รถบัสหนึ่งคันกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาในกองถ่าย ดูจากที่พวกเขาพากันขนอุปกรณ์ลงมาหลังจากรถจอด คิดว่าน่าจะเป็นทีมงานของช่างไฟ 

พอชินเปิดประตูรถลงมาหนึ่งในนั้นก็ตะโกนขึ้น 

“ชินนี่!” 

“คงมาถึงเร็วน่ะ” 

พอเห็นชินก็ได้ยินเสียงวุ่นวายมาจากเหล่าทีมงาน ต่อให้เป็นทีมงานถ่ายทำ แต่ก็เป็นแฟนคลับของชินด้วย พวกเขาจึงมีปฏิกิริยาต่อการเคลื่อนไหวของชินและส่งเสียงอุทานออกมาด้วยความชื่นชม 

“ไปขอลายเซ็นดีไหม หรือจะลองไปชวนคุยดูดี ไม่สิ... เขาจะยอมคุยด้วยไหม” 

พอผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น ทีมงานชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ก็ฝากอุปกรณ์ไว้ที่ผู้หญิงแล้วยักไหล่  

“เดี๋ยวไปขอมาให้” 

ผู้ชายคนนั้นวิ่งขึ้นไปบนเนินราวกับสนุกสนาน  

พอเห็นอย่างนั้นยอนโฮก็ลงจากรถมา แล้วมายืนขวางเขาไว้อย่างรวดเร็ว ต่อให้ไม่พูดก็รู้ว่าถูกขู่ด้วยสายตาอันน่าเกรงขามและรูปร่างสูงใหญ่ เขาบอกไปว่าไม่สามารถเข้าใกล้ชินได้มากกว่านี้อีก 

“ก็แค่อยากคุยกับชินแค่แป๊บเดียวเอง...” 

ทันทีที่ทีมงานเอ่ยปากออกมาเสียงเบาว่าจะไปไหน ยอนโฮก็ส่งส่ายหน้า ทีมงานที่สับสนอยู่ถึงกับลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะทำหน้าผิดหวังเดินกลับไป 

“ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้หรอก” 

ชินบอก 

“พวกเขาก็เป็นแฟนคลับผม” 

พอลมพัดเส้นผมตกลงมาปกหน้า ชินก็ยกมือขึ้นปัดออกไป 

“ไปเดินเล่นเดี๋ยวกลับมา” 

ชินเอาเสื้อโค้ตที่ถือไว้มาคลุมไหล่ อาจเป็นเพราะนั่งอยู่ในรถนานร่างกายถึงรู้สึกไม่ปลอดโปร่ง ถ้าได้ออกไปเดินเล่นรอบ ๆคงดีกว่านั่งอยู่ในรถที่น่าอึดอัด ยิ่งไปกว่านั้นทิวทัศน์รอบๆ ก็สวยงามเกินกว่าจะอยู่แค่ในรถ ดีที่ได้เห็นใบไม้สีเขียวท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บแบบนี้ ไหนจะทิวทัศน์สวยงามของท้องฟ้าที่อยู่เบื้องหลังเหล่าอาคารหลังเล็กเหมือนหมู่บ้านในเทพนิยาย เขานึกสงสัยว่าถ้าขึ้นไปทางบันไดหินระหว่างอาคาร ภาพทิวทัศน์ที่มองลงมาจากที่สูงขึ้นไปอีกนิดจะเป็นอย่างไร 

“ผมอยากอยู่คนเดียว” 

ชินทำหน้ามุ่ยทันทีเมื่อเห็นยอนโฮเดินตามมา 

“บอกไปแล้วไง มันเป็นงานผม” 

ชินถึงกับหยุดเดิน 

“ผมเป็นเจ้านาย บอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่...” 

“ผมมืออาชีพพอ และผมต้องรับผิดชอบหน้าที่ให้ดีที่สุดด้วย” 

“นี่ จองยอนโฮ คุณ...” 

ชินหน้าแดง เขาอยากพูดอะไรบางอย่างกับยอนโฮแต่นึกคำที่เหมาะไม่ออก ไม่สิ เป็นเพราะเขาคนนั้นกำลังมองมาด้วยสีหน้าราวกับต่อว่า ต่อให้พูดคำไหนก็คงไม่ยอมแพ้หรอก 

“ตามใจ อย่ามารบกวนเวลาของผมก็แล้วกัน” 

ชินหันหลังกลับ เขาไม่อยากเสียเวลาไปกับการต่อล้อต่อเถียงกับผู้ชายคนนั้น 

ชินตั้งใจจะค่อยๆ เดินเล่นอย่างเป็นอิสระไปตามทางเดินหิน แต่เป็นเพราะยอนโฮตามหลังเขามาติดๆ ทำให้มัวแต่กังวลจนไม่ได้มองวิวทิวทัศน์ 

เขายังคงรู้สึกไม่สะดวกใจกับการมีอยู่ของใครบางคนที่ไม่ใช่ตัวเอง นอกจากนี้ยอนโฮยังคล้ายกับผู้ชายคนนั้นที่ช่วยเหลือชินสมัยก่อนด้วย 

ชินเดินขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว 

หากคืนก่อนไม่ถูกลากตัวไปให้ผู้หญิงพวกนั้นย่ำยี ชินก็ตั้งใจจะไปแสดงความเสียใจต่อการจากไปของเขาคนนั้น เขาคงจะอ้างว้างและโดดเดี่ยวมากในวันที่อากาศหนาวเหน็บแบบนี้ อยากเจอเขาแทบบ้า 

วันที่พบเขาคนนั้นครั้งแรก... 

เป็นวันที่อากาศหนาวเย็นมาก 

น้องในสถานรับเลี้ยงเด็กคนหนึ่งไข้ขึ้น เขาจึงแบกน้องขึ้นหลังแล้ววิ่งไปโรงพยาบาลที่อยู่ในตัวเมือง ระหว่างทางที่กลับมาหลังจากรักษาเสร็จแล้ว เขาคนนั้นที่กำลังกลับไปหน่วยรบพิเศษซึ่งอยู่แถวสถานรับเลี้ยงเด็กมองมาที่ชิน อาจเป็นเพราะเขารู้สึกสงสารเด็กตัวน้อยอุ้มเด็กอีกคนที่ตัวเล็กกว่าหรือเปล่านะ เขาถึงได้จอดรถ แล้วก็ยื่นมือมาทางชิน 

พอเขาพาชินมาส่งหน้าสถานรับเลี้ยงเด็ก แล้วอุ้มเด็กอีกคนขึ้นวางบนเตียง ชินก็เอ่ยถามเขาที่หันหลังกลับมา  

‘ขอบคุณครับ พี่ บอกชื่อได้ไหมครับ’ 

‘ชื่อเหรอ อืม เราจะได้เจอกันอีกเหรอ’ 

‘ผมอยากตอบแทนบุญคุณครับ’ 

‘บุญคุณ?’ 

เขาหัวเราะออกมาเพราะคำพูดชิน 

‘นายชื่ออะไรล่ะ’ 

‘ชินครับ คิมชิน’ 

‘ชินงั้นเหรอ ชื่อเพราะดีนะ ฉันชื่อจองอู’ 

เขายิ้มแล้วยื่นมือออกมา 

ชินเดินขึ้นไปตามบันไดสูงชันนั้นอย่างรวดเร็ว เพื่อหวังจะลบความทรงทำที่ผุดขึ้นมา  

แฮกๆ 

ชินหยุดเดิน ก้มตัวลงพลางหายใจหอบ คงจะรีบเดินมากไปหน่อย ถึงได้หายใจไม่ทันขนาดนี้ ยอนโฮเดินมาข้างหน้าชิน แล้วจับไหล่ของชินเอาไว้ ดึงให้ไหล่ตั้งตรง 

“ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ” 

เขาพูดขึ้นกับชินที่หายใจอย่างยากลำบาก 

“แค่นี้... แฮก ไม่เท่าไหร่หรอก” 

ชินสะบัดมือเขาออก 

เหงื่อของเขาไม่ไหลออกมาสักหยด ผิดกับชินที่พ่นลมหายใจอย่างแรง ไม่ถูกใจเลยสักนิด 

เข้มแข็ง 

ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม 

แม้กระทั่งสัมผัสจากมืออันอ่อนโยนของเขาและสายตาที่มองดูตนเอง 

เหมือนเขาคนนั้นไปเสียหมด 

“ดูตรงนั้นสิ” 

เขาเงยหน้าขึ้น 

“...” 

“ไม่ได้ขึ้นมาเพราะอยากดูวิวนั่นหรอกเหรอ” 

สายตาของเขาที่มีรอยยิ้มเล็กๆ มองไปยังท้องฟ้าไกล ชินขยับไปตามสายตาของอีกคน 

“อ้า...” 

ชินอุทาน 

ภาพของหมู่บ้านที่มองลงไปจากสุดปลายทางเดินหินช่างเงียบสงบเหมือนภาพวาดฝีมือจิตรกรในยุคกลาง สีสันดูอบอุ่นเหมือนไม่ใช่ฤดูหนาว พวกเขาตกอยู่ในภวังค์ภาพหมู่บ้านและก้อนเมฆบนท้องฟ้า  

เขาหมุนตัวเอาแขนพิงราวบันไดไว้ ตอนนั้นเองที่ใบหน้าของเขายกยิ้มขึ้นขณะที่มองไปยังชินที่ยังคงดื่มด่ำอยู่กับภาพวิวตรงหน้า 

“นั่น ผู้จัดการของคุณนี่ คงจะกำลังหาตัวคุณอยู่” 

ชินหันไปตามคำพูดของเขา แล้วมองไปยังทางที่เดินขึ้นมา อาจจะเป็นเพราะขึ้นมาถึงปลายทางอย่างไม่รู้ตัว ทำให้เพิ่งเห็นว่าตรงบันไดนั้นมีขั้นบันไดเยอะมาก และเห็นรายละเอียดการเคลื่อนไหวข้างล่างราวกับว่ามีคนแคระมารวมตัวกันที่หมู่บ้าน และมองเห็นผู้จัดการของเขาวิ่งวุ่นไปมา แล้วชินก็ระเบิดเสียงหัวเราะ 

ชินหุบยิ้มทันทีที่สบตาเข้ากับยอนโฮที่กำลังหัวเราะออกมา แล้วก็รีบควักโทรศัพท์มือถือออกมา 

“ผมขึ้นมาบนเขาตรงหมู่บ้านแป๊บหนึ่ง ไม่ต้องตามหาขนาดนั้นก็ได้ ไม่ ไม่เป็นไร แค่มารับลม อืม เดี๋ยวลงไป” 

ภาพที่ผู้จัดการวางสายแล้วดูโล่งอกปรากฏให้เห็น ผู้จัดการดื่มกาแฟในมือไปอึกหนึ่งราวกับจะคลายความตื่นเต้น จากนั้นก็เริ่มหันซ้ายหันขวาดูท่าทางคงกำลังมองหาชินที่ยืนอยู่บนยอดสุดของหมู่บ้าน ชืนมองภาพนั้นอย่างสนุกสนาน แล้วก็มองนาฬิกาข้อมือก่อนจะเอ่ยขึ้น 

“คงต้องลงไปแล้ว” 

ชินยิ้มขึ้น หันหลังให้ยอนโฮ แล้วสองคนก็ค่อยๆ เดินกลับลงไปด้านล่าง 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว